Masukเชอร์รี่ขยับกายขยับชิดเข้าไปอีก อกสวยที่มองจากข้างนอกก็ว่าเกินตัว ทว่าสัมผัสที่บดเบียดผ่านท่อนแขนแกร่งของดีแลนกลับยิ่งเด่นชัด นุ่มยืดหยุ่นจนรู้ได้ทันทีว่าเธอใส่เพียงแผ่นปิดจุกไว้ด้านใน ไร้ซึ่งปราการบราใดๆ กั้น ยิ่งทวีความเซ็กซี่อันตรายและจงใจยั่วยวนขึ้นไปอีกหลายเท่า กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนลอยฟุ้งโชยเข้าเตะจมูก
ดีแลนนิ่งเฉย ไม่ได้ขยับหนีและไม่ได้เผลอไผลไปกับเรือนร่างนุ่มนิ่มที่พยายามทอดกายเข้าหา นัยน์ตาคมกริบล้ำลึกจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวผ่านความมืดสลัว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่ง
"คุณอยากได้อะไร"
คำถามสั้นๆ แต่ตรงประเด็นทำเอาเชอร์รี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแลบลิ้นริมฝีปากสีแดงสด พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองสบตาชายหนุ่มอย่างเปิดเผย ความโลภและความโหยหาทางกายสั่งการให้เธอตอบออกไปโดยไม่คิดปิดบัง
"ฉันอยากได้.... คุณ" เชอร์รี่กระซิบเสียงพร่าพลางส่งสายตายั่วเย้า มือเรียวไล้ผ่านท่อนขาของร่างสูงอย่างถือ
ดีแลนฟังแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ให้กับความหิวโหยและความซื่อสัตย์อันกลวงเปล่าของหญิงสาวตรงหน้า เหยื่อรายนี้ประเมิน “เขา” ไว้ต่ำเกินไป
"งั้นก็จำเอาไว้..." ดีแลนโน้มกายลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอ น้ำเสียงทุ้มต่ำแฝงอำนาจเด็ดขาดจนคนฟังขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ในพื้นที่ของผม... ผมเป็นคนกำหนดทุกอย่าง คุณมีหน้าที่แค่ 'ฟังคำสั่ง' ถ้าทำได้ดี คุณจะได้สิ่งที่ต้องการ"
"แล้วถ้าฉันทำได้ดีมากๆ ล่ะคะ..." เชอร์รี่เอียงคอถามกลับอย่างท้าทาย ทั้งที่หัวใจเต้นระทึกด้วยความตื่นเต้นกับออร่าอันตรายที่ไม่เคยพบเจอจากผู้ชายคนไหน
ดีแลนไม่ได้ตอบด้วยคำพูด ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง 185 เซนติเมตร เรือนร่างผ่าเผยไหล่กว้างสร้างร่มเงาทับร่างบางในชุดเดรสสีขาวบางเบาไว้อย่างมิดชิด แล้วเอ่ยคำสั่งเรียบนิ่งสั้นๆ
"ตามมา"
ห้องสวีทหรูของโรงแรมห้าดาวซึ่งตั้งอยู่ในอาคารเดียวกันกับบาร์ของแจ็คกี้ถูกเปิดออก เชอร์รี่ก้าวตามหลังร่างสูงเข้ามาเงียบๆ ทว่าทันทีที่เสียงประตูห้องปิดลงพร้อมสลักล็อก ดีแลนที่เดินนำเข้ามาก่อนก็หมุนตัวกลับมาหา
"หยุด"
น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่งการสั้นๆ ทำให้เชอร์รี่ชะงักเท้าอยู่ตรงหน้าประตูตามคำสั่งทันที ดีแลนหยิบผ้าผูกตาเนื้อนุ่มออกมายื่นส่งให้ตรงหน้า
"ปิดตาซะ... แล้วถ้าหลังจากนี้เธอพูดว่า 'หยุด' ฉันจะหยุดทันที แล้วเธอก็แค่กลับไป"
เชอร์รี่รับผ้ามาถือไว้ ช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่ดูไร้ความรู้สึกตรงหน้าด้วยหัวใจที่เริ่มเต้นระทึก "แล้ว... หนูต้องเรียกคุณว่าอะไรคะ"
"เรียกคุณสิ" ดีแลนตอบเรียบนิ่ง สายตาคมกริบทอดมองเหยื่อสาวอย่างเป็นต่อ "เรียกแทนตัวเองว่า 'หนู' ก็น่ารักดี"
มือเรียวของหญิงสาวค่อยๆ ยกผ้าขึ้นมาผูกบดบังดวงตาตัวเอง ทัศนวิสัยรอบตัวมืดดับลง เหลือเพียงกลิ่นน้ำหอมเข้มข้นแต่ละมุนของชายหนุ่มและเสียงความเคลื่อนไหวที่คมชัดขึ้นจนชวนให้ขนลุกซู่ เธอเอ่ยถามเสียงพร่าเบาๆ เพื่อความมั่นใจ
"ห้องนี้... มีแค่คุณกับหนูใช่ไหมคะ"
"ใช่" น้ำเสียงทุ้มตอบกลับช้าๆ ยืนยันความตึงเครียดอันเงียบเชียบ "ฉันไม่ได้ชอบผู้คนขนาดนั้น"
หลังจากที่เชอร์รี่ผูกผ้าปิดตาเรียบร้อย เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจก็สั่งการขึ้นทันที
"ห้ามขยับ"
สิ้นคำสั่ง นัยน์ตาคมกริบของดีแลนทอดมองและพิเคราะห์เรือนร่างงดงามตรงหน้าอย่างถี่ถ้วนเชอร์รี่มีเรียวปากอิ่มระเมียดระไมสีแดงสดเหมือนลูกเชอร์รี่สมชื่อ ร่างกายกะทัดรัดน่าจะสูงไม่เกิน 155 เซนติเมตร ทว่ารองเท้าส้นสูงสายพันเรียวขาคู่ยาวกลับช่วยขับให้ขาของเธอแลดูเรียวสวยงามยิ่งขึ้น เขาตัดสินใจว่าคืนนี้ ไม่จำเป็นต้องถอดมันออก รวมไปถึงเดรสสีขาวเนื้อบางเบาที่แทบไม่ได้ช่วยปกปิดสิ่งใด ทว่ากลับทำหน้าที่ดึงเสน่ห์ยั่วยวนของสัดส่วนส่วนโค้งส่วนเว้าให้น่ามองยิ่งกว่าเดิม โดยเฉพาะหน้าอกหน้าใจอวบอิ่มที่ดูเชิญชวนและน่าบดขยี้...
คิดได้ดังนั้น มือหนาของดีแลนก็ล้วงเข้าไปกอบโกยอกคู่สวยออกจากเสื้อคอลึกโดยไม่ถอดชุดออก แล้วลงมือบีบเฟ้นขยำอย่างหนักหน่วงมันมือ มืออีกข้างยื่นไปกระชากแผ่นปิดจุกออกทีละข้างอย่างรุนแรง เสียงร้องครางหวานพร่าหลุดออกจากลำคอของเชอร์รี่ทันที เมื่อจุดอ่อนไหวถูกรุกรานกระตุ้นโดยไม่ทันได้ตั้งตัว
"ของแท้?... ดี"
ดีแลนกระหยิ่มยิ้มในใจอย่างพึงพอใจ ทรวดทรงธรรมชาติที่อวบอิ่มขนาดนี้โดยไม่ได้ผ่านการทำศัลยกรรม ถือเป็นของหายากในยุคนี้ ที่ทำให้เกมของเขาน่าสนใจยิ่งขึ้น
ชายหนุ่มรวบร่างบางแล้วโยนลงบนโซฟาตัวใหญ่ จัดท่าทางให้เธอคว่ำหน้าหันหลังขึ้นทันที
"มือห้ามซน...เกาะโซฟาไว้" ดีแลนกดเสียงต่ำเตือนเมื่อเห็นมือเรียวทำท่าจะไขว่คว้าหาตัวเขา
เขาจัดการสวมเครื่องป้องกันอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะถกกระโปรงรัดรูปสีขาวของเชอร์รี่ขึ้นไปกองไว้เหนือเอว นิ้วเรียวยาวชำแรกผ่านรอยแยกเข้าไปนำทางเบาๆ จนพบว่าช่องทางรักฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานที่เอ่อล้นออกมา
"ไม่ได้ใส่กางเกงในมาเหรอ... เปียกขนาดนี้ ไม่ค่อยร่านเท่าไหร่เลยนะ"
ดีแลนจับแก่นกายแกร่งจ่อเข้ากับช่องทางรักที่ฉ่ำเยิ้ม ก่อนจะค่อยๆ กดดันความยาวใหญ่เข้าไปในร่องแคบที่ตึงแน่นอย่างช้าๆ
"มีผัวแล้ว... ทำไมยังแน่นขนาดนี้วะ" เขาตวัดเสียงถามต่ำชิดแผ่นหลังเนียน
"มะ... ไม่ค่อยได้ทำค่ะ... อ๊ะ! อื้อ... เจ็บ..." เชอร์รี่จิกปลายนิ้วลงกับเบาะโซฟา ร้องครางเสียงสั่นระรัว จนลืมคิดไปว่าดีแลนรู้ได้ยังไงว่าเธอมีคนรักอยู่แล้ว
"ให้หยุดไหม..." ดีแลนหยุดค้างความยิ่งใหญ่ไว้ครึ่งทาง เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งตามกฎที่วางไว้
"ไม่ค่ะ... ไม่หยุด... หนูชอบ... อ๊ะ เสียวจัง..." หญิงสาวละล่ำละลักตอบอย่างออดอ้อน
สิ้นคำตอบนั้น ดีแลนก็ไม่ลังเลอีกต่อไป เขากระแทกดันแก่นกายแกร่งเข้าไปพรวดเดียวจนสุดความยาว ความลึกเน้นย้ำจนกระทั่งสามารถสัมผัสเค้าโครงได้จากหน้าท้องเนียนของเธอ เชอร์รี่โก่งเกร็งร่าง แหงนหน้ากรีดร้องออกมาสุดเสียงด้วยความจุกผสมความเสียวซ่านที่พุ่งสูง
"อ๊ายยย!"
ตับ! ตับ! ตับ! ตับ!
ดีแลนกระหน่ำกระแทกท่อนกายแกร่งใส่ช่องทางร่านฉ่ำอย่างต่อเนื่องและหนักหน่วงด้วยความกระหาย ใช่... เขาเสพติดมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น และเขาก็ยอมรับมันอย่างซื่อสัตย์
เขาชอบเห็นเหยื่อกรีดร้องด้วยความเสียวซ่านเพราะร่างกายของเขา ชอบมองใบหน้าออดอ้อนที่เต็มไปด้วยความเว้าวอน และหยาดน้ำตาแห่งความสุขสมที่ร่วงไหล... สิ่งเหล่านั้นคือ "สารเสพติด" ชั้นดีที่ช่วยเติมเต็มความว่างเปล่าภายในใจของเขา
หลังจากสวมบทบาทลงแส้โหมกระหน่ำอยู่พักใหญ่ เสียงกรีดร้องตกใจของเชอร์รี่ก็แปรเปลี่ยนเป็นเสียงครางกระสันหวานพร่า ชายหนุ่มรวบร่างบางให้พลิกกลับขึ้นมาอยู่ในท่านั่ง ฉีกเรียวขาสวยออกจากกัน แล้วหันหน้าเธอตรงไปยังกระจกบานใหญ่
"ถอดผ้าปิดตาออก... แล้วลืมตาดู" ดีแลนกดเสียงต่ำสั่งการอยู่ข้างหู "ดูว่าหีร่านๆ ของเธอมันกำลังกินอะไรอยู่"
เชอร์รี่ปาดผ้าปิดตาออก ปรือตามองภาพสะท้อนในกระจก ร่างกายของเธอถูกบดเบียดโดยชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ หล่อเหลาอันตราย และท่อนกายแกร่งที่กำลังตอกอัดเข้าออกซ้ำๆ จนเนื้อกระทบเนื้อเกิดเสียงดังสนั่น
"คุณคะ... อ๊ะ!"
ดีแลนเอื้อมมือลงไปละเลียดใช้นิ้วสะกิดเขี่ยปุ่มกระสันของเธอเบาๆ อย่างรู้จุด
"เหอะ... กระตุกรับใหญ่เลย ร่างกายเธอนี่มันอัศจรรย์จริงๆ"
"อื้อ... คุณคะ... จะเสร็จแล้ว... หนูจะเสร็จแล้ว!"
แล้วเชอร์รี่ก็กระตุกเกร็งสุดตัว ปลดปล่อยน้ำหวานพวยพุ่งออกมาจนเปียกชุ่มไปหมด
ดีแลนชะงักจังหวะเล็กน้อย ก่อนจะเค้นหัวเราะต่ำในลำคอ นัยน์ตาคมกริบทอดมองใบหน้าลอยล่องของเหยื่อสาวผ่านกระจกเงาด้วยสายตาอันตราย
"เธอ... เสร็จโดยที่ไม่ได้รับอนุญาตเหรอ" น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจกระซิบชิดใบหู "เด็กดื้อต้องโดนลงโทษ"
ดีแลนจัดการสวมเครื่องป้องกันลงบนแก่นกายแกร่งอย่างคล่องแคล่ว สายตาคมกริบทอดมองเหยื่อสาวที่ถูกพันธนาการอยู่ในท่าทางหมดสิทธิ์ขัดขืน เขาขยับตัวเข้าไปใกล้ ดึงรั้งร่างบางของเชอร์รี่เข้ามาชิดริมเตียงสูง โดยที่ขาทั้งสองข้างยังถูกล็อกกางออกกว้างชายหนุ่มสวมบทบาทลงแส้ไร้ความปรานี เขากดจับเอวบางไว้แน่นแล้วดันแก่นกายแกร่งเข้าใส่ช่องทางรักที่เปียกชุ่มพรวดเดียวในท่ายืน... โดยไม่ได้ถอนเอา 'ไข่สั่น' ที่สอดไว้ออกก่อน"อื้อออ!..." เชอร์รี่แหงนหน้าครางกรีดร้องเสียงหลบ เมื่ออุปกรณ์ทรงกลมด้านในถูกแรงตอกอัดดันไถลลึกเข้าไปจนแทบจะชนเข้ากับผนังมดลูก ความจุกแน่นและตึงตังทวีคูณขึ้นเท่าตัวจนปลายนิ้วเท้าของเธอเกร็งงอดีแลนโหมกระแทกท่อนกายยาวใหญ่ตามเข้าไปจนมิดด้าม ปั๊ก! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องไปทั่วห้องสวีทสลัว รอยยิ้มร้ายจุดขึ้นตรงมุมปากเขาเอื้อมมือไปหยิบรีโมทคอนโทรลบนโต๊ะข้างเตียง กดเปิดสวิตช์ไข่สั่นภายในช่องทางรักของเธอให้ทำงานที่ 'ระดับแรงสุด' ในทันทีครืนนนน!แรงสั่นสะเทือนระดับสูงสุด ผสานเข้ากับจังหวะที่จงใจกระแทกตอกเน้นย้ำเข้าออกอย่างหนักหน่วงดุดัน ดีแลนโน้มกายลงไปกระซิบชิดใบหูของเชอร์รี่ นัยน์ตาฉายควา
ต่อให้ดีแลนจะเสพติดเซ็กส์และหลงใหลการคุมเกมมากแค่ไหน แต่เขากลับมีกฎเหล็กส่วนตัวสี่ข้อที่สลักลึกและไม่เคยอนุญาตให้ใครก้าวข้าม...ข้อแรก... เขาไม่จูบปาก ไม่ว่าหญิงสาวคนนั้นจะสวยหยดเยิ้มหรือเว้าวอนเพียงใดก็ตาม ไม่มีเหตุผลซับซ้อน เขาแค่ 'ไม่เคยอยากทำ' และริมฝีปากของเขาไม่ได้มีไว้แลกเปลี่ยนสัมผัสลึกซึ้งกับใครข้อที่สอง... เขาไม่ทำคิสมาร์ก และไม่ยอมให้ใครทำคิสมาร์กบนตัวเขา เขาไม่อยากตีตราใครให้เป็นภาระ และที่สำคัญที่สุด... ไม่มีผู้หญิงหน้าไหนในโลกนี้ที่มีสิทธิ์มาทิ้งร่องรอยตีตราบนเรือนร่างของเขาข้อที่สาม... ห้ามแตะต้องตัวเขาโดยไม่ได้รับอนุญาต เขาไม่ชอบให้ใครลูบไล้หรือสัมผัสร่างกายตามใจชอบ หน้าที่ของเหยื่อมีเพียงแค่การสยบยอมอยู่ใต้ร่างและฟังคำสั่งเท่านั้นและข้อสุดท้าย... ใส่ถุงยางอนามัยทุกครั้ง นี่คือเรื่องพื้นฐานที่สุดในการป้องกันและตัดความยุ่งยากทั้งหมดออกไปใครก็ตามที่คิดกล้าดีฝ่าฝืนกฎเหล่านี้ ดีแลนก็มีวิธี 'ลงโทษและจัดการทางกาย' ในรูปแบบที่ต่างกันไป... วิธีที่ดุดัน เจ็บแสบ และทำให้เหยื่อจำไปจนตายและสำหรับเชอร์รี่... ความผิดฐานเสร็จสมโดยไม่ได้คำสั่งอนุญาตจากเขานั้น ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้น
เชอร์รี่ขยับกายขยับชิดเข้าไปอีก อกสวยที่มองจากข้างนอกก็ว่าเกินตัว ทว่าสัมผัสที่บดเบียดผ่านท่อนแขนแกร่งของดีแลนกลับยิ่งเด่นชัด นุ่มยืดหยุ่นจนรู้ได้ทันทีว่าเธอใส่เพียงแผ่นปิดจุกไว้ด้านใน ไร้ซึ่งปราการบราใดๆ กั้น ยิ่งทวีความเซ็กซี่อันตรายและจงใจยั่วยวนขึ้นไปอีกหลายเท่า กลิ่นน้ำหอมยั่วยวนลอยฟุ้งโชยเข้าเตะจมูกดีแลนนิ่งเฉย ไม่ได้ขยับหนีและไม่ได้เผลอไผลไปกับเรือนร่างนุ่มนิ่มที่พยายามทอดกายเข้าหา นัยน์ตาคมกริบล้ำลึกจ้องมองใบหน้าสวยเฉี่ยวผ่านความมืดสลัว ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบนิ่ง"คุณอยากได้อะไร"คำถามสั้นๆ แต่ตรงประเด็นทำเอาเชอร์รี่ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะแลบลิ้นริมฝีปากสีแดงสด พลางช้อนสายตาฉ่ำปรือขึ้นมองสบตาชายหนุ่มอย่างเปิดเผย ความโลภและความโหยหาทางกายสั่งการให้เธอตอบออกไปโดยไม่คิดปิดบัง"ฉันอยากได้.... คุณ" เชอร์รี่กระซิบเสียงพร่าพลางส่งสายตายั่วเย้า มือเรียวไล้ผ่านท่อนขาของร่างสูงอย่างถือดีแลนฟังแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ให้กับความหิวโหยและความซื่อสัตย์อันกลวงเปล่าของหญิงสาวตรงหน้า เหยื่อรายนี้ประเมิน “เขา” ไว้ต่ำเกินไป"งั้นก็จำเอาไว้..." ดีแลนโน้มกายลงไปกระซิบข้างใบหูของเธอ น
เชอร์รี่กวาดสายตาไปทั่วโซนบาร์อย่างสะเปะสะปะ ร่างเพรียวบางในชุดเดรสรัดรูปสีขาวพากายทรวดทรงงดงามเดินตรงเข้ามาด้านใน จังหวะการก้าวเดินและสายตาที่ฉายความโหยหาอย่างเปิดเผยทำให้ชายหนุ่มหลายคนในคลับต่างมองตามด้วยความสนใจ ทว่าเป้าหมายของเธอไม่ใช่ผู้ชายทั่วไปในบาร์...กลิ่นหอมหรูหราของคลับระดับไฮเอนด์ทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นตึกตัก บาร์แห่งนี้เป็นสถานที่ชั้นสูงที่คนธรรมดาอย่างเธอไม่มีทางย่างกรายเข้ามาได้เลย หากไม่ได้บัตรเมมเบอร์ระดับเอกสิทธิ์จากวันวัน—เพื่อนสาวที่ยอมยกให้เพราะสภาพร่างกายบอบช้ำจนไม่พร้อมออกมาท่องราตรี พร้อมกับให้ยืมชุดเดรสรัดรูปสีขาวสุดเซ็กซี่ตัวนี้มาใส่ข้อมูลเกี่ยวกับ 'ชายหนุ่มปริศนา' ที่เธอพยายามเค้นมาจากวันวันด้วยความยากลำบากเมื่อเช้ายังคงก้องอยู่ในหัวอันที่จริง เธอไม่ได้ขาดแคลนเรื่องความรัก แฟนหนุ่มดีกรีรุ่นพี่วิศวะก็มีอยู่แล้ว แต่พอข้ามคณะไปหาเมื่อเช้า อีกฝ่ายกลับมัวแต่ยุ่งกับการเคลียร์โปรเจกต์จบร่วมกับกลุ่มเพื่อน แม้เธอจะพยายามเข้าใจ แต่ความโหยหาทางกายที่เหือดแห้งมานาน บวกกับกิเลสและเงินค่าขนมจำนวนห้าพันบาทที่วันวันคุยอวดไว้ มันเย้ายวนใจเกินกว่าจะปฏิเสธได้ลง“ผัวที่ดี คือผ
ห้องเรียนเลกเชอร์ขนาดใหญ่ของสาขาวิศวกรรมการบินและอวกาศ (Aerospace Engineering) อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศอันเคร่งเครียด ตัวเลขสมการกลศาสตร์การไหลและอานุภาพอากาศยานบนกระดานดำไม่ได้สร้างความกดดันให้ดรัณแม้แต่น้อยร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งเลือกนั่งลงตรงมุมอับท้ายห้อง แถวหลังสุดที่แสงไฟสาดไปไม่ค่อยถึง ชายหนุ่มยกมือขึ้นดันแว่นหนาเตอะ ปรับท่าทางให้ดูโงนเงนเงียบขรึมเหมือนเด็กเนิร์ดอดนอนทั่วๆ ไป ทว่าภายใต้เลนส์แก้วหนานั้น สายตากลับกวาดวิเคราะห์รายละเอียดทุกอย่างในห้องได้อย่างเฉียบคมการเรียนวิศวกรรมการบินสำหรับเขา ไม่ใช่แค่เรื่องของการคำนวณแรงยก แรงฉุด หรือโครงสร้างสร้างเครื่องบิน แต่มันคือศาสตร์ของการ "ควบคุมสภาวะแรงดันและการทรงตัว" ซึ่งไม่ต่างอะไรกับเกมความสัมพันธ์กลางคืนที่เขาเป็นคนคุมกฎ—การรู้ว่าต้องใช้แรงกดเท่าไหร่ ควบคุมทิศทางอย่างไร และปล่อยให้เหยื่อทิ้งตัวลงตามแรงดึงดูดในองศาไหนอาจารย์ประจำวิชาสุ่มถามโจทย์สมการซับซ้อนที่ไม่มีใครในห้องยกมือตอบ ดรัณทำเพียงจดตัวเลขลงบนสมุด ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงเบาเบาในคอ แต่ถูกต้องแม่นยำร้อยเปอร์เซ็นต์ จนอาจารย์ต้องพยักหน้ารับอย่างพอใจ แล้วหันไปอธิบายต่อเ
แสงไฟนีออนสลัวสาดผ่านม่านกระจกของห้องพักโรงแรมหรูใจกลางมหานคร กลิ่นไอร้อนชื้นผสมผสานกับแอลกอฮอล์ราคาแพงลอยอวลอยู่ในบรรยากาศที่อัดแน่นไปด้วยแรงปรารถนา ร่างบางที่งดงามเปลือยเปล่า เย้ายวนบิดเร่าอยู่บนฟูกเตียงคิงไซส์ยับยู่ยี่ ผิวเนื้อเนียนละเอียดชื้นเหงื่อสะท้อนกับแสงไฟสลัวจนน่ามองข้อมือทั้งสองข้างถูกตรึงไว้เหนือศีรษะด้วยมือเพียงข้างเดียวของคนที่คร่อมทับอยู่ สัมผัสหนักหน่วงและจังหวะรุกไล่ที่ทั้งดุดันและเอาแต่ใจกำลังปั่นป่วนจนสติของอีกฝ่ายหลุดลอย"อ๊ะ...พี่คะ จูบหน่อย"เสียงหวานครางกระเส่าเว้าวอน ใบหน้าสวยเชิดขึ้นพยายามไขว่คว้าหาริมฝีปากของคนคุมเกม ทว่าปลายนิ้วเรียวยาวกลับกดลงบนกลีบปากสีสดที่เผยอค้างไว้อย่างเย็นชา ออกแรงดันที่คางเพียงนิดก็บังคับให้อีกฝ่ายต้องหันหน้าหนี บังเกิดช่องว่างระยะห่างที่เต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งและเด็ดขาด"กฎของผม ไม่จูบปาก ไม่ทิ้งคิสมาร์ค..."น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่ากระซิบชิดใบหู ก่อนจะเว้นจังหวะให้คนใต้ร่างหายใจไม่ทัน แล้วก้มลงซุกขบเม้มความสัมผัสหนักหน่วงลงบนยอดอกเปลือยเปล่า จนร่างน้อยบิดเกร็งสะท้าน พร้อมกับขยับเอวทวีความเร่าร้อนเข้าหากลางลำตัวอย่างไร้ความปราน







