ตอนที่หนึ่ง
ภัทรเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีที่โสดสนิทเหมือนทั้งชีวิตทุ่มเทให้แค่เรื่องทำอาหารเท่านั้น ภัทรมีอาชีพคือว่างงานเพราะร่างกายไม่แข็งแรงมากนักเป็นโรคหัวใจมาตั้งแต่เด็ก ทุกวันนี้ก็ใช้ชีวิตไปกับการผลาญเงินสมบัติที่พ่อแม่ปู่ย่าตายายทิ้งไว้ให้เท่านั้น
ด้วยรู้ดีว่าตนเองก็น่าจะมีอายุไม่ยืนเช่นกันเหมือนเป็นกรรมพันธุ์ที่ทุกคนป่วยเป็นโรคหัวใจกันหมด จนไม่อยากเหลือเงินไว้ให้ใครเอาไปใช้เล่น แต่ก็เขียนพินัยกรรมแยกไว้แล้วว่าถ้าหากตนตายไปให้มอบทรัพย์สินทั้งหมดแก่โรงพยาบาลตามชนบทไปเท่าที่จะแบ่งได้ โดยแยกเป็นส่วนที่ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์และเงินช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้
ส่วนเวลาว่างก็ใช้ไปกับการตระเวนกินของอร่อยและตระเวนหาวัตถุดิบสดใหม่ที่ไม่ซ้ำใคร แต่ก็ไม่มีอะไรที่รู้สึกอร่อยจนรู้สึกดีดได้ จะมีที่อร่อยถูกใจจนเวลากินต้องโยกตัวไปมาก็มีข้าวเหนียวใหม่นึ่งหอมๆ นุ่มๆ และหมูปิ้งสองสูตรที่อร่อยละมุนลิ้นจนหยุดกินไม่ได้ เป็นเจ้าเก่าเจ้าเดิมที่กินมาหลายปีจนสนิทกันเหมือนญาติผู้ใหญ่คนหนึ่ง
"อ้าว ภัทรมาแล้วเหรอ เหมือนเดิมไหมวันนี้"
"วันนี้ขอข้าวเหนียวยี่สิบ หมูปิ้งโบราณสิบ หมูปิ้งนมสดสักห้าก็พอครับลุงนพ"
"ฮ่าๆๆ เอ็งก็กินเก่งจนลุงจำได้ วันนี้เดี๋ยวลุงแถมปิ้งตับไก่ให้สักไม้แล้วกันนะ"
นั่งรอไม่นานความอร่อยก็มาวางอยู่ตรงหน้า เพราะดั้นด้นมากินร้านนี้บ่อยมาก แม้จะอยู่ห่างจากบ้านพักคนละฝั่งของเมืองหลวงก็ไม่เป็นอุปสรรคแม้แต่น้อย ภัทรกินอาหารทั้งหมดด้วยรอยยิ้มเล่นทำให้คนเดินผ่านไปมาต้องเดินเข้ามาสั่งกลับบ้านกันด้วย ที่สำคัญคือร้านลุงนพมีน้ำจิ้มแจ่วให้จิ้มด้วยนะเผื่ออยากได้รสชาติแซ่บจัดจ้านเพิ่ม แจ่วบองก็มีขายในราคาเพียงถุงละห้าบาทสิบบาทเหมาะกับกินหนึ่งมื้อ เรียกได้ว่าเป็นร้านเพื่อความอิ่มท้องอย่างแท้จริง
"หมูปิ้งที่ร้านลุงอร่อยจนผมไปกินที่อื่นแล้วรู้สึกว่ามันไม่ใช่ ทั้งที่เขาก็อร่อยดีนะลุง"
"จะเหมือนได้ไงเล่า สูตรโบราณนี่ข้าก็หมักใส่กะทิให้หอมมัน สูตรนมสดก็ใช้นมสดแท้และใส่เนยลงไปด้วยนิดหน่อย กว่าจะได้สูตรนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะลองผิดลองถูกอยู่นาน แต่พอได้ที่ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าต้องปิ้งหมูจนหัวฟูนี่แหละ"
"แต่แบบลุงนพก็ดีนะครับชีวิตดูมีความสุขกว่าผมเยอะเลย ถึงจะทำอาหารเป็นแต่ก็ยังขาดแรงบันดาลใจ ถึงจะตระเวนกินอาหารมากมายมันก็เหมือนว่าผมยังไม่เจอที่ทางของตัวเองอะไรแบบนั้นนะครับ อย่างลุงยังเจอว่าทำหมูปิ้งเก่งน้ำจิ้มอร่อยลุงก็มีแนวทางทำร้านของลุง ส่วนของผมนี่สิ เหมือนชีวิตไร้จุดมุ่งหมายมากแค่กินให้อร่อยไปวันๆ ดูไร้สาระยังไงไม่รู้"
"เอาน่า สักวันเอ็งอาจจะเจอที่ทางของตัวเอง ได้เจอสิ่งที่ทำแล้วมีความสุขหรือไม่ก็อาจจะได้เจอคนที่ทำให้ชีวิตมีความสุข อย่าเพิ่งเบื่อการใช้ชีวิตเลยยังมีอะไรอีกมากที่รอให้ได้ไปเจอและเรียนรู้ ถ้าวันนี้มันน่าเบื่อนักวันพรุ่งนี้ก็ลองหนีไปเที่ยวทะเลเล่นน้ำให้สบายใจนั่งดูคลื่นมองหาดทรายให้ร้อนเล่น หรือไม่ก็ไปหาปีนภูเขาสักที่พอให้ได้ออกกำลังและอยู่กับธรรมชาติ ได้เจออากาศสดชื่นกับความเขียวชอุ่มอาจจะทำให้พลังชีวิตที่รู้สึกหดหายเพิ่มขึ้นก็ได้นะ"
"ขอบคุณครับลุงนพ นี่ครับค่าข้าวเหนียวหมูปิ้งขอบคุณสำหรับปิ้งตับไก่มากครับอร่อยมาก ไม่ได้กินหลายวันพอกินก็อร่อยมากเหมือนเดิมเลยครับ ที่สำคัญขอบคุณนะครับที่ช่วยพูดแนะนำผม เอาไว้พรุ่งนี้ผมจะไปเที่ยวที่สวยๆ สักที่แล้วกันนะครับ"
ภัทรเดินกลับบ้านด้วยความอิ่มท้องแล้วอิ่มใจ บางครั้งชีวิตก็ไม่มีอะไรมากก็แค่กินให้อิ่มนอนให้หลับเท่านั้นอย่าไปคิดอะไรให้ปวดหัวนักเลย แต่ใครจะนึกฝันว่าการที่ตะลอนไปเรื่อยของหนุ่มโสดวัยเพียงยี่สิบแปดปีจะถูกตอบแทนมาด้วยการเกิดอาการหัวใจวายเฉียบพลัน
หลังจากเดินไปซื้อหมูปิ้งสูตรโบราณและสูตรหมักนมสดเจ้าโปรดที่อร่อยจนกินได้ครั้งละสิบไม้ยี่สิบไม้ก็ทำมาแล้ว แต่พอจะเดินกลับบ้านเท่านั้นแหละทุกอย่างก็พลันดับวูบพร้อมหัวใจที่บีบรัดจนเจ็บหน้าอกไปหมด ก่อนจะรู้สึกเจ็บร้าวไปหมดตั้งแต่ไหล่ซ้ายแขนซ้ายและหน้าอกข้างซ้ายจนสุดท้ายรู้สึกชาและเบาสบายอย่างที่ไม่เคยเป็น
"ดีนะที่ไม่ได้ตายในร้านของลุงนพไม่อย่างนั้นคงรู้สึกผิดไปทั้งชีวิต จะได้เจอกันแล้วนะครับทุกคน ภัทรจะได้ไม่ต้องเหงาคนเดียวอีกแล้ว"
จุดที่ภัทรทรุดลงคือบริเวณริมทางข้างห้างหรูที่ติดกับคอนโดที่พักอาศัยของตน ในช่วงเวลาที่คนพลุกพล่านภัทรกลับจากไปพร้อมรอยยิ้ม สภาพศพที่นอนตายด้วยรอยยิ้มเหมือนคนที่กำลังมีความสุขทำเอากู้ภัยถึงกับหลอนและสงสารในเวลาเดียวกัน
และเพราะบริเวณที่ภัทรเสียชีวิตเป็นห้างดัง ทั้งสภาพศพที่ยิ้มหวานอย่างมีความสุขก่อนตายจึงเป็นข่าวในความสนใจของผู้คนไม่น้อย และยิ่งเป็นที่สนใจมากขึ้นไปอีกเมื่อทรัพย์สมบัติของเจ้าตัวมีมากมายมหาศาลและถูกทำพินัยกรรมไว้เรียบร้อย ไม่มีญาติฝ่ายไหนที่ได้สมบัติของภัทรไปสักคน เพราะไม่มีทายาทสายตรง
การบริจาคของภัทรนั้นช่วยทำให้โรงพยาบาลชุมชนมีอุปกรณ์มากขึ้น บางแห่งถึงกับมีงบประมาณสร้างอาคารเพิ่มขึ้นด้วยซ้ำ การตายของภัทรจึงกลายเป็นข่าวดัง เพราะผู้คนล้วนแล้วแต่ร่วมใจกันมางานศพขอภัทร เพื่อส่งภัทรเป็นครั้งสุดท้าย คนหนุ่มที่จากไปอย่างสงบและมีความสุขคนนั้นได้ต่อชีวิตให้คนอีกหลายร้อยหลายพันคนด้วยทรัพย์สมบัติที่เหลืออยู่ ทำให้ผู้คนล้วนรักและร่วมใจกันส่งให้ภัทรไปสู่ภพภูมิที่ดี
"ด้วยความดีของเจ้าและคำสรรเสริญบูชาจากผู้คนที่ได้รับความช่วยเหลือจากเจ้า เราที่เป็นเทพไม่อาจเลี่ยงได้ที่ต้องตอบแทนเจ้าด้วยรางวัลจากสิ่งนี้ ดังนั้นเราจะพาเจ้าไปยังที่ที่เจ้าจะได้พบกับความสุขและสิ่งที่หายไป"
"ท่านยมทูตเหรอครับ แล้วผมจะได้เจอกับอะไร จะได้ไปเกิดใหม่ในที่ที่ดีกว่านี้ไหมครับ ผมจะได้เจอกับครอบครัวของผมไหม?"
"ข้าต้องขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าครอบครัวเดิมของเจ้านั้น แต่ละคนได้แยกย้ายไปเกิดใหม่ในที่ของตนกันหมดแล้ว แต่สำหรับเจ้าการเกิดใหม่ครั้งนี้คือการสวมร่างเปลี่ยนวิญญาณของคนอื่นอีกที เด็กคนนั้นน่าสงสารไม่ต่างจากเจ้า เพราะเขาสูญเสียครอบครัวไปจึงได้ตรอมใจตาย และข้าจะส่งเจ้าไปเพื่อสู้รบตบมือกับเหล่าคนชั่วช้าเหล่านั้น เพื่อช่วยเหลือให้ดวงวิญญาณของเด็กคนนี้ได้ไปเกิดใหม่ได้ เจ้าจะยินยอมหรือไม่?"
ภัทรมองเด็กน้อยที่แววตาไร้ความสุข เด็กคนนั้นเหม่อลอยและมองไปข้างหน้าอย่างไร้จุดหมายปลายทาง แม้จะเป็นวิญญาณแล้วก็ตามแต่กลับคล้ายว่าดวงจิตนั้นเจ็บปวดมากจนเกือบแตกสลาย หากไม่ช่วยไว้คงน่าสงสารมากเป็นแน่ และตนก็ไม่ใช่คนที่อดทนใจแข็งต่อเด็กที่น่าสงสารตรงหน้าได้ ดูจากรูปร่างหน้าตาคงเพิ่งยี่สิบด้วยซ้ำ ยังไม่ใช่ผู้ใหญ่เลยแม้แต่น้อยจึงตัดสินใจที่จะช่วย
"หากเป็นการช่วยเหลือเด็กคนนี้ผมยินดีที่จะช่วยครับ แต่ถ้าหากจากคนที่อ่อนแอมากๆ แล้วกลายเป็นแข็งแกร่งขึ้นมา มันอาจจะดูแปลกสำหรับคนอื่น อย่างน้อยท่านควรมอบตัวช่วยให้กับผมด้วยนะครับ"
"แน่นอนว่าข้าจะมอบตัวช่วยที่ดีที่สุดไปให้ด้วยแต่ในรูปแบบเดิมเป็นหนึ่งในของที่เด็กคนนี้มีอยู่มาแต่เดิมเพื่อกันความสงสัยของผู้คน การแก้แค้นเอาคืนนี้อาจลำบากในเริ่มต้นแต่รับรองว่าเจ้าจะมีแต่โชคดีและโชคลาภ ดังนั้นไม่ต้องกังวลไป"
ภัทรเลิกสนใจยมทูตแล้วหันไปคุยกับร่างวิญญาณของเด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักที่น่าสงสารด้วยน้ำเสียงที่เป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
"น้องชื่ออะไรบอกพี่ได้ไหม?"
"ผมชื่อ ลูเซียน เดอ กาลัสครับ ตอนนี้ผมกำลังจะโดนพวกญาติจอมละโมบพวกนั้นมายึดบ้านของครอบครัวโดยอ้างว่าจะช่วยดูแลผมจนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ แต่ผมรู้ดีพวกเขาไม่หวังดีเพราะคนที่ทำให้พ่อแม่ตายก็คือพวกเขานั่นแหละ ผมมีทรัพย์สินที่เป็นของตัวเองอยู่บ้างเพราะยังเป็นผู้เยาว์จึงมีแต่เงินกับพวกเอไอที่เป็นของผมโดยคนอื่นแย่งชิงไปไม่ได้ แต่ถ้าพวกบ้านหรือข้าวของในบ้านคนพวกนั้นคงยึดไปหมด"
"พี่ชื่อภัทร และต่อจากนี้พี่จะใช้ชีวิตแทนน้องเอง ทั้งยังจะช่วยเอาคืนคนพวกนั้นและจะไม่ยอมให้พวกเขายึดของที่เป็นของน้องไปได้แม้แต่ชิ้นเดียว น้องจะอยู่รอดูก่อนหรือจะจากไปก็ได้แต่ไม่ต้องเจ็บปวดกับเรื่องนี้แล้วนะ เพราะพี่จะจัดการคนชั่วพวกนั้นด้วยวิธีของพี่เอง ถึงจะช้าไปหน่อยแต่รับรองว่าได้ผลแน่"
"ฮ่าๆ ผมดีใจจังที่มีคนมาช่วยแก้แค้นให้ อย่างน้อยผมจะได้ไปสู่โลกใหม่ได้ขอบคุณมากนะครับพี่ และผมขอมอบทรัพย์สินทุกอย่างที่ผมมีในชื่อของผมและทรัพย์สินบางอย่างที่พ่อแม่ซื้อไว้ให้ก่อนจะถูกฆ่าตายก็ด้วย ใช้มันให้ดีนะครับ ใช้ชีวิตแทนผมด้วย"
"ได้เลยพี่จะใช้ชีวิตอย่างดีเพื่อลูซเองนะ และจะเล่นงานคนพวกนั้นให้ได้เลย ขอให้ลูซมีความสุขกับโลกใบใหม่และเจอกับครอบครัวอันเป็นที่รักและให้ลูซเป็นที่รักของทุกคนด้วยนะ ที่สำคัญของให้ไม่มีชีวิตที่ลำบากและสูญเสียอย่างในชาตินี้"
"ขอบคุณครับพี่ภัทร"
ภัทรยืนมองร่างโปร่งใสที่เริ่มจางลงแล้วกลายเป็นลูกไฟที่ลอยไปสู่ท้องฟ้าอันพร่างพราวไปด้วยดวงดาวหลายล้านดวง
"ขอบใจมากที่ช่วยเด็กคนนั้น และได้แต่หวังว่านายจะใช้ชีวิตได้อย่างดีในร่างกายอันสมบูรณ์แข็งแรงและอายุยืนยาวนะ"
"ขอบคุณที่ให้โอกาสกับผมนะครับ สัญญาว่าจะใช้ชีวิตอย่างดีและแก้แค้นให้กับลูเซียนอย่างสนุกสนานเลย อย่าลืมตัวช่วยต่างๆ ของผมนะครับ"
"จงหลับตาแล้วอีกไม่นานนายจะตื่นมาเจอกับพวกญาติที่ทำตัวเหมือนปรสิตพวกนั้น ฉันจะมอบกำไลเก็บของที่เก็บได้ทุกอย่างโดยคงสภาพไว้ได้แต่มนุษย์เข้าไปไม่ได้หรอกนะ และทุกอย่างที่นายจำเป็นต้องใช้ขอเพียงนึกถึงมันจะมีอยู่ในนั้น"
"แล้วผมยกเอาบ้านทั้งหลังของลูเซียนเก็บเข้าไปได้ไหมครับ? ข้าวของทุกอย่างเลยแม้แต่รั้วบ้านก็ด้วย"
"ฮ่ะๆๆ นับว่าข้าเลือกคนมาถูก และใช่อย่างที่เจ้าคิด เจ้าเก็บมันได้ทั้งหมดเลย"
"ขอบคุณสำหรับของขวัญที่ดีขนาดนี้นะครับ รับรองว่าจะนำไปใช้อย่างดีเลย"
ภัทรค่อยๆ หลับตาลงแล้วปล่อยให้ตัวเองล่องลอยไปในห้วงอวกาศตามที่ยมทูตแนะนำ ก่อนที่วิญญาณจะเข้าสู่ร่างของลูเซียน เดอ กาลัส อย่างสมบูรณ์พร้อมความทรงจำมากมายที่ถาโถมเข้ามาจนทำเอาภัทรหน้าเบ้เพราะเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้นบอกได้คำเดียวว่า
"อยากโดดถีบปากคนมากขอบอก ไอ้พวกปรสิตทั้งหลายเอ๊ย!"