LOGINครั้งหนึ่งเขาถูกสังเวยให้แก่ราชาปีศาจ ทว่ากลับถูกปล่อยให้ตายอย่างโดดเดี่ยว กระทั่งใบหน้าของผู้เป็นสามีกลับไม่เคยได้พบเห็น ฉะไหนเลยได้มีลมหายใจอีกครั้ง กลับฟื้นขึ้นมาในคืนเข้าหอ
View Moreสามี...ข้ากลับมาแล้ว
เกริ่นนำ
หมู่บ้านที่เคยสงบสุขมานับหลายร้อยปี วันหนึ่งกลับถูกพวกปีศาจรุกราน เข่นฆ่า สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้แก่ชาวบ้าน…ว่ากันว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นดินแดนมนุษย์ที่อยู่ระหว่างรอยต่อกับแดนปีศาจ แต่ผ่านมาเนิ่นนานกลับไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงเฉกเช่นครั้งนี้
ในคืนที่ดวงจันทรากลมโตโดดเด่นในยามราตรี แสงสว่างสีนวลที่เคยสาดส่องกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีชาดราวกับถูกชโลมไปด้วยหยาดโลหิต ปีศาจนับร้อยปรากฏตัวช่วงชิงวิญญาณของเหล่าชาวบ้านราวกับเป็นเรื่องน่าสนุก ชาวบ้านไม่น้อยต่างหวาดกลัวเสียจนบางครอบครัวต้องทิ้งถิ่นฐานเพื่อความอยู่รอด ทว่ากลับไม่อาจหลีกหนี ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านเมื่อใดเป็นอันต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมือของพวกปีศาจ แม้นอยู่ก็ตาย แม้นหนีก็ตายไม่ต่างกัน
ทว่าวันหนึ่งในขณะที่ทุกคนสิ้นหวัง กลับได้รับสาส์นจากพวกปีศาจให้ส่งตัวเจ้าสาวเพื่อเป็นการสังเวยให้แด่ราชันปีศาจ
โดยมีเงื่อนไขว่า…
คืนจันทราโดดเด่นเต็มฟ้า เจ้าสาวเซ่นสังเวยแด่ข้าในราตรีกาล
ในความหวังอันน้อยนิด ชาวบ้านทุกคนร่วมใจกันเพื่อหาสตรีที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวงเพื่อส่งตัวให้เป็นเจ้าสาวของปีศาจ ทว่าท้ายสุดแล้วความสิ้นหวังก็มาเยือนอีกครา เพราะไม่มีแม้แต่สตรีคนใดที่เกิดในวันนั้นแม้แต่คนเดียว จะมีก็เพียงแต่เด็กหนุ่มที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวงเพียงคนเดียวเท่านั้น …
เกี้ยวส่งตัวถูกตกแต่งอย่างสวยงามในคืนมืดมิด เจ้าสาวในอาภรณ์สีแดงสดถูกปกปิดใบหน้าด้วยผ้าผืนบาง ถูกนำตัวส่งขึ้นเกี้ยวท่ามกลางสายตาที่สิ้นหวังของผู้คนที่มาร่วมส่งตัวเจ้าสาวให้แก่ราชาปีศาจ
หารู้ไม่คนที่สิ้นหวังในยามนี้คือคนที่กำลังก้าวเท้าด้วยความสั่นเทาขึ้นเกี้ยวอย่างมิอาจขัดขืน
ฉิงเทียน เด็กหนุ่มผู้เดียวในหมู่บ้านที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวง เป็นผู้ที่ถูกเลือกให้เป็นเจ้าสาวในค่ำคืนนี้เพื่อต่อชีวิตของชาวบ้านทั้งหมด แม้รู้แก่ใจว่าสิ่งที่เขาเจอหาใช่ความยุติธรรม แต่เขาก็จำต้องกล้ำกลืนยอมรับชะตากรรมไม่ที่อาจหลบเลี่ยง
“เพ่ย! เจ้าสาวกับผีน่ะสิ” ร่างที่นอนหายใจรวยรินสบถออกมาเสียงดัง
ภาพวันที่เขาถูกส่งตัวขึ้นเกี้ยวพร้อมกับถูกทิ้งไว้เพียงลำพังในป่าท่ามกลางความมืดมิด หยาดหยดน้ำตารินไหลเนิ่นนานเสียจนแห้งเหือดไม่อาจหลั่งออกมาได้อีก เป็นเวลาแสนนานที่เขาต้องทนอยู่กับความหวาดกลัวจนไม่อาจหลงเหลือแม้แต่สติ
พลันตื่นขึ้นก็พบว่าร่างของเขานอนอยู่ ณ ที่ใดที่หนึ่ง ซึ่งนั่นก็คือวังปีศาจ หากแต่เมื่อลืมตากลับไม่พบผู้ใด แม้แต่ปีศาจหรือแมลงสักตัว จวบจนในยามนี้ ยามที่วาระสุดท้ายของเขามาถึง เขาก็ไม่อาจลืมเลือนความโดดเดี่ยวและความเจ็บช้ำได้ลง
ความคั่งแค้นก่อเกิดขึ้นภายในใจนับครั้งไม่ถ้วน หากรู้ว่าต้องเดียวดายเช่นนี้ ก่อนหน้านั้นเขายอมใช้มีดปลิดชีวิตตนเองเสียดีกว่าการนอนทรมานรอความตายเพียงลำพัง
“นี่ เจ้าจ้องมองข้าอยู่ใช่หรือไม่” ร่างบนเตียงหลับตาพริ้มนอนรอความตายที่กำลังมาถึง เอ่ยถามกับแมวตัวหนึ่ง ที่เขารู้ดีว่ามันกำลังจ้องมองอยู่ “ชีวิตข้าน่าเวทนาเช่นนี้เจ้าคงกำลังหัวเราะเยาะข้าอยู่อย่างนั้นสินะ ตลอดมาข้าไม่เคยเสียดายชีวิตมากเท่านี้มาก่อน หากก่อนหน้านั้นข้าสามารถปลิดชีวิตตนเองได้ ข้าก็คงทำ แต่ในยามนี้ข้ากลับอยากมีชีวิตอีกครั้ง แค่ก ๆ ข้ากลับอยากใช้ชีวิตอีกครั้ง หรือหากเป็นไปได้ให้ข้าได้พบปีศาจชั่วตนนั้น แน่ล่ะว่าข้าจะไม่ยอมปล่อยเจ้าปีศาจนั่นไว้เป็นแน่ หากเป็นไปได้แม้ข้าจะเหลือเพียงแค่วิญญาณ เพื่อข้าได้แก้แค้นคนที่ทำให้ข้าต้องโดดเดี่ยวเช่นนี้ ต่อให้ข้าตายอีกครั้งพันกี่หมื่นครั้ง เพื่อได้แก้แค้นปีศาจชั่วนั้นข้าก็ยอม”
หยาดน้ำสีใสค่อย ๆ ไหลรินเอ่อล้นออกจากดวงตา เขากำมือแน่นเพื่อข่มความคับแค้นใจและความรู้สึกเวทนาต่อชีวิตตนเองเอาไว้ เขารู้ตัวแล้วว่าเวลาของเขามาถึงแล้ว ความโดดเดี่ยวและความทรมานมานับหลายปี วันนี้เห็นทีถึงคราวต้องสิ้นสุด ริมฝีปากซีดเซียวค่อย ๆ เผยรอยยิ้มเพราะไม่อาจต้องทนฝืนอีกต่อไป จนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายค่อย ๆ ขาดห้วง พร้อม ๆ กับจิตสุดท้ายค่อย ๆ ดับลง
ฉิงเทียน
เสียงผู้ใดกัน…
ฉิงเทียน ฉิงเทียน…
“เพ่ย! เจ้าบ้าคนใดกันเรียกข้าอยู่ได้ มันผู้ใดกันที่มาขัดขวางการตายของข้า ยามข้ามีชีวิตหามีสักคนไม่ที่จะเอ่ยเรียกข้าเช่นนี้ ยามนี้ข้าตายไปแล้วเจ้าต้องการสิ่งใดอีก” เขาบันดาลโทสะต่อว่าผู้ที่รบกวนการอาสัญ
ตลอดยี่สิบปีที่ใช้ชีวิตเพียงลำพังในที่ที่เรียกว่าแดนปีศาจ ภายในวังเล็ก ๆ ที่ไม่มีแม้แต่ปีศาจหรือแมลงสักตัว กระทั่งยามตายก็มีเพียงแค่แมวตัวหนึ่งที่นั่งอยู่ข้างเตียงของเขาไม่ห่างไปไหน เขาทนกับความเงียบเหงาเสียจนกลายเป็นความเคยชิน เหตุใดในยามนี้กลับมีคนเอ่ยเรียกเขาในวันที่เขาไม่ต้องการ
นัยน์ตาสีอำพันลืมตาขึ้นในทันที ฉิงเทียนหมายอยากจะมองใบหน้าผู้ที่ทำลายการอาสัญของเขาในยามนี้ ทว่าก็ต้องพบกับความมืดมิด เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ เมื่อปรับความคุ้นชินก็พบว่ายามนี้รอบกายมีแต่ความว่างเปล่า เตียงนอนแสนคุ้นเคยที่เคยใช้นอนตั้งแต่ถูกส่งตัวมายังแดนปีศาจ จวบจนวาระสุดท้ายของตนเอง ยามนี้กลายเป็นเพียงแท่นหินสีขาว
“แปลกใจหรือ เจ้าตายไปแน่แล้ว มิต้องสงสัย”
น้ำเสียงปริศนาคุ้นหูเอ่ยขึ้นท่ามกลางความว่างเปล่า ร่างเล็กบนแท่นหินรีบหยัดกายลุกขึ้นเพื่อระวังตัว ก่อนกวาดสายตาไปมาเพื่อมองหาต้นทางของเสียง ทว่าก็ไม่พบสิ่งใดเลย นั่นจึงทำให้เขาต้องระวังตัวมากยิ่งขึ้น
“ไม่ต้องเกรงกลัวข้าหรอก ข้าไม่มีเจตนาทำร้ายเจ้า ข้าเพียงต้องการจะเอ่ยถามเจ้าเป็นครั้งสุดท้ายก็เท่านั้น”
“ฮ่า ๆ” เขาหัวเราะออกมาเสียงดัง “ชีวิตข้า สวรรค์ช่างกลั่นแกล้งหรืออย่างไร เหตุใดข้าต้องมาเจอเรื่องน่าขบขันเช่นนี้ ยามข้าอ้อนวอนความเห็นใจกลับไม่มีผู้ใดหยิบยื่นมือเข้ามาช่วยข้า ยามนี้กลับอยากเอ่ยถามข้าเป็นครั้งสุดท้ายด้วยเหตุใดกันเล่า”
“เจ้าไม่ต้องการความปรารถนาครั้งสุดท้ายแล้วหรือ”
“ปรารถนาหรือ ข้าปรารถนาสิ่งใดได้อีก ยามข้ามีชีวิตสิ่งที่ข้าปรารถนามากมายก่ายกองเหตุใดจึงไม่ถามข้าเช่นนี้บ้าง ยามนี้กลับบอกให้ข้าเอ่ยความปรารถนาครั้งสุดท้ายเช่นนั้นหรือ น่าตลกสิ้นดี” ร่างเล็กเดือดดาล นิ้วเรียวยาวยกขึ้นชี้ไปมาไร้ทิศทางเอ่ยต่อว่าสิ่งที่ตามองไม่เห็นอย่าไม่นึกเกรงกลัว
แล้วจะให้เขากลัวไปเพื่ออันใด อย่างน้อยเขาก็แค่ตายเพิ่มอีกครั้งก็เท่านั้น
“หากเจ้าได้มีชีวิตอีกครั้ง สิ่งที่เจ้าปรารถนาเจ้ายังอยากให้เป็นเช่นนั้นอยู่หรือไม่”
“หากเจ้ารู้ดีอยู่แล้วจะเอ่ยถามข้าไปเพื่อสิ่งใดกัน จะให้ข้ากลับไปมีชีวิตน่าเวทนานั้น หรือจะให้ข้ากลายเป็นวิญญาณไร้ที่สิงสถิต ข้าสามารถเลือกได้อย่างนั้นหรือ ครั้นข้าเลือกความตายข้าก็ไม่ได้ตาย ครั้นข้าเลือกจะอยู่ข้าก็ไม่ได้อยู่ เจ้าต้องการให้ข้าเลือกสิ่งใดอีก อ้อ หากเจ้าทำได้จริงนั่นน่ะ ข้าขอทุบปีศาจชั่วนั่นสักหนสองหนก็คงไม่ลำบากเจ้ามากเกินไปใช่หรือไม่ อ้อ แล้วถ้าหากเจ้าทำไม่ได้ก็แล้วแต่ เจ้าจะส่งข้าไปสวรรค์หรือนรกก็ตามใจเจ้า”
ไม่รู้สิ่งใดถึงเล่นตลกกับเขานักหนา เกิดมาแสนอาภัพ ถูกทิ้งไว้ในโรงฟืนตั้งแต่ทารก ถูกมดปลวกกัดแทะเสียจนผิวหนังแสบแดงไปหมด ทว่าเขาก็ยังไม่ตาย ดีหน่อยที่ยังมีท่านป้าคอยดูแล ทว่าเมื่อท่านป้าสิ้นไป เขาก็มีชีวิตอยู่ให้ผู้คนดูแคลน ทว่าจู่ ๆ กลับเกิดเรื่องประหลาด ปีศาจหน้าตาเป็นเช่นไรเขายังไม่เคยพบเห็น กลับมีคนบอกให้เขาเสียสละตนทำเพื่อผู้คนในหมู่บ้านที่แสนเกลียดชังเขาให้มีชีวิตอยู่รอด แต่กลับไม่สนเลยว่าเขาจะมีชีวิตอยู่รอดหรือไม่
เซ่นสังเวยเจ้าสาวปีศาจกับผีน่ะสิ จนกระทั่งอาสัญเขายังไม่เห็นแม้แต่ปีศาจสักตัว มีแต่แมวโง่ ๆ ตัวหนึ่งที่นั่งเฝ้าเขาอยู่ทุกวันเท่านั้น
“หากต้องแลกกับวิญญาณบริสุทธิ์ของเจ้า เจ้ายินยอมหรือไม่”
“เพ่ย! เจ้าฟังไม่รู้ความหรืออย่างไร จะแลกกับสิ่งใดก็ตามใจเจ้าเถิด หากเจ้าจะเอาแต่ถามพร่ำเพรื่อเช่นนี้ ก็ปล่อยให้ข้าตายอย่างสงบเสียที” เขาตวาดลั่นก่อนจะค่อย ๆ ล้มตัวลงนอนบนแท่นหินเช่นเดิม เลิกที่จะปิดปากเงียบและนอนรอวาระสุดท้ายมาเยือนอีกครั้ง ชีวิตนี้เขาเหนื่อยเสียเหลือเกิน หากเป็นไปได้เขาก็ขอให้สุขสบายกว่านี้หน่อยเถิด
ทันทีที่ดวงตากลมหลับตาพริ้มจนสนิท พลันแสงสว่างจ้าก็เกิดขึ้นทันที ทว่าเป็นเวลาชั่วครู่เท่านั้น ก่อนจะสลายไป
กลายเป็นกลุ่มควันสีดำพันธนาการวนรอบร่างที่นอนหลับใหล เพียงกะพริบตาเดียวพลันทุกอย่างก็อันตรธานหายไปพร้อมกับร่างบนแท่นหินที่ว่างเปล่า…
สามี...ข้ากลับมาแล้วบทที่ 2ร่างกายไหวสั่นภายใต้ผ้าห่มผืนบาง เป็นเพราะพิษไข้ทำให้ฉิงเทียนต้องนอนซมอยู่กับเตียงนอน ยังดีที่ผู้เป็นสามีคอยดูแลไม่ห่างกาย แม้ว่ายามนี้อาการจะดีขึ้นมาก ทว่าก็ยังไม่อาจขยับกายได้ดั่งใจนึกการใช้เวลาอยู่ร่วมกับสามีเพียงไม่กี่ค่ำคืนทำให้เขายอมที่จะเปิดใจยอมรับอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง เพราะการที่เหวินหวงคอยดูแลแสดงความห่วงใยอยู่ตลอดเวลานั้นทำให้เขารู้สึกดี ผิดกับยามที่ตนเองโดดเดี่ยว แม้ยามป่วยเช่นนี้ก็หามีคนคอยดูแล นั่นคงเป็นสิ่งที่เขาโหยหามาโดยตลอดแม้ว่าในยามนั้นความรู้สึกมากมายที่กัดกินภายในใจ ทั้งความเดียวดายและสิ้นหวัง เกิดเป็นความคับแค้นใจจนคิดว่าหากมีโอกาสต่อให้ตายอีกกี่หนเพื่อได้บรรเทาความโกรธเกลียดออกมาบ้างก็คงดี แต่นั่นแหละ เขาก็เป็นแค่มนุษย์ธรรมดาและสิ่งหนึ่งที่เขารู้ได้ก็คือในยามนั้น เขาได้สิ้นลมหายใจไปแล้วจริง ๆ แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเขาถึงกลับมามีชีวิตอีกครั้ง เพราะภาพสุดท้ายที่เขาจำได้คือเขาได้นอนหมดลมหายใจบนเตียงเก่า ๆ เท่านั้นแต่มีอีกหนึ่งสิ่งที่เขาเพิ่งจะรู้ด้วยเช่นกันว่าสามีเหวินหวงของเขาผู้นี้มิใช่มนุษย์…แต่เป็นราชันปีศาจผู้ที่เขาต้องกลายเป็นเค
สามี...ข้ากลับมาแล้วบทที่ 1“อึก อ้า” น้ำเสียงหวานส่งเสียงร้องรัญจวนเคล้าคลอเสียงหอบหายใจถี่ ๆ ริมฝีปากสีแดงระเรื่อจากการขบเม้มกัดกลั้นไม่ให้เสียงเล็ดลอดห้อเลือดชวนมองให้น่าสงสาร ทว่าร่างกายที่โดนเคี่ยวกรำกลับไม่ได้รับความปรานีร่างบางบิดเร้าตอบสนองต่อสัมผัสเพราะไม่อาจขัดขืน มือทั้งสองข้างถูกพันธนาการด้วยผ้าสีแดง สีเดียวกับอาภรณ์ที่หลุดลุ่ยหมิ่นเหม่ที่ถูกปลดออกด้วยฝีมือของใครบางคน เรือนร่างขาวเนียนปรากฏเชิญชวนให้สัมผัสจนยากหากใครที่ได้ทอดมองจะหักห้ามใจไหวส่วนอ่อนไหวกลางกายถูกกอบกุมพร้อมทั้งขยับเร่งเร้าจนร่างที่ถูกปรนเปรอสั่นเทาด้วยความเสียดเสียว ชั่วครู่เดียวเจ้าของร่างก็ถูกส่งจนถึงฝั่งฝัน ร่างกายกระตุกเกร็งปลดปล่อยน้ำคาวขุ่นออกมาจนเปรอะเปื้อนบนหน้าท้องแบนราบความรู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยได้รับ ความเสียวซ่านทั่วร่างกายเมื่อครู่ก็ยังไม่ทันเหือดหาย เขาก็รู้สึกเหมือนว่าร่างกายของเขาลอยขึ้นจากพื้นที่เขานอนราบอยู่ ขาทั้งสองข้างถูกจับให้แยกออกจากกันจากนั้นก็ถูกดันให้ยกสูงฉิงเทียนเบิกตากว้างในทันทีที่สติรับรู้ถึงความผิดปกติของร่างกาย สายตาที่ไม่คุ้นชินทำให้เขาเพ่งมองอย่างไม่ถนัด ซ้ำ
สามี...ข้ากลับมาแล้ว เกริ่นนำหมู่บ้านที่เคยสงบสุขมานับหลายร้อยปี วันหนึ่งกลับถูกพวกปีศาจรุกราน เข่นฆ่า สร้างความอกสั่นขวัญแขวนให้แก่ชาวบ้าน…ว่ากันว่าพื้นที่ตรงนี้เป็นดินแดนมนุษย์ที่อยู่ระหว่างรอยต่อกับแดนปีศาจ แต่ผ่านมาเนิ่นนานกลับไม่มีเหตุการณ์อันน่าสะพรึงเฉกเช่นครั้งนี้ในคืนที่ดวงจันทรากลมโตโดดเด่นในยามราตรี แสงสว่างสีนวลที่เคยสาดส่องกลับแปรเปลี่ยนเป็นสีชาดราวกับถูกชโลมไปด้วยหยาดโลหิต ปีศาจนับร้อยปรากฏตัวช่วงชิงวิญญาณของเหล่าชาวบ้านราวกับเป็นเรื่องน่าสนุก ชาวบ้านไม่น้อยต่างหวาดกลัวเสียจนบางครอบครัวต้องทิ้งถิ่นฐานเพื่อความอยู่รอด ทว่ากลับไม่อาจหลีกหนี ทันทีที่ก้าวเท้าออกจากหมู่บ้านเมื่อใดเป็นอันต้องจบชีวิตลงอย่างน่าอนาถด้วยน้ำมือของพวกปีศาจ แม้นอยู่ก็ตาย แม้นหนีก็ตายไม่ต่างกันทว่าวันหนึ่งในขณะที่ทุกคนสิ้นหวัง กลับได้รับสาส์นจากพวกปีศาจให้ส่งตัวเจ้าสาวเพื่อเป็นการสังเวยให้แด่ราชันปีศาจโดยมีเงื่อนไขว่า…คืนจันทราโดดเด่นเต็มฟ้า เจ้าสาวเซ่นสังเวยแด่ข้าในราตรีกาลในความหวังอันน้อยนิด ชาวบ้านทุกคนร่วมใจกันเพื่อหาสตรีที่เกิดในคืนจันทราเต็มดวงเพื่อส่งตัวให้เป็นเจ้าสาวของปีศาจ ทว่าท้ายสุ







![เกือบหอบลูกหนีเพราะสามีไม่รัก[PWP]-Omegaverse](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)



