ตอนที่สอง
หลังจากได้รับความทรงจำของลูเซียนมา ภัทรก็เริ่มปรับตัวและทำความเข้าใจกับชีวิตที่ตัวเองจะต้องเผชิญหน้าต่อจากนี้ เขาต้องเริ่มต้นจากการยึดเอาทรัพย์สินทุกอย่างที่ตัวเองมีและควรเป็นของตัวเองเอาไว้ทั้งหมด เขาจะไม่มีวันแบ่งหรือยินยอมให้ญาตินิสัยเสียคนไหนของลูเซียนได้มันไปแม้แต่คนเดียว
"ต่อไปนี้ฉันคือ ลูเซียน เดอ กาลัส และฉันจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนได้ของที่เป็นของพ่อแม่ร่างนี้และเด็กคนนี้ไปเด็ดขาด แต่ก่อนอื่นต้องเริ่มจากหนีก่อน เพราะถ้าปล่อยให้คนพวกนั้นเข้าถึงตัวแล้วใช้ยากล่อมประสาทเราอาจจะเผลอโอนอำนาจในการดูแลให้กับคนพวกนั้นก็ได้"
ภัทรในร่างของลูเซียนเมื่อฟื้นขึ้นมาก็นั่งตั้งสติและไล่ลำดับขั้นตอนสำคัญที่จำเป็นต้องทำและต้องทำโดยไวที่สุดด้วย เริ่มจากตรวจสอบความทรงจำแล้วพบว่าโลกใบนี้เป็นยุคอวกาศและจากของขวัญของท่านยมทูตคือเขาสามารถร้องขออะไรก็ได้เพื่อนำมาใช้ในการดำเนินชีวิต ยังมีหุ่นยนต์ประจำตัวและเอไอส่วนตัวด้วย ต้องเริ่มจากการเปิดระบบก่อนสินะ
"เปิดระบบเอไอ โทนี่กลับมาทำงานได้แล้ว"
"สวัสดีนายท่านลูเซียน กระผมถูกปิดระบบกะทันหันจนเกือบจะแจ้งศูนย์ควบคุมระบบแล้ว นายท่านสบายดีใช่ไหมไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายใช่หรือไม่ กรุณานั่งนิ่งๆ สักครู่ขอกระผมทำการตรวจสุขภาพด้วยวิธีสแกนร่างกายอย่างสมบูรณ์ก่อนนะครับ เริ่มทำการสแกนร่างกาย ลูเซียน เดอ กาลัส"
ลูเซียนนั่งนิ่งรอตามที่โทนี่ต้องการอยู่ประมาณห้านาทีเห็นจะได้ แล้วโทนี่ก็เริ่มแสดงผลผ่านจอฮอโลแกรมและอธิบายเรื่องสุขภาพไปมากมายรวมถึงการเริ่มดูและตัวเองอย่างจริงจัง เพราะตั้งแต่งานศพของพ่อกับแม่ลูเซียนเรียกได้ว่าตรอมใจถึงขั้นสุดจนร่างกายผ่ายผอม ในเวลานี้การฟื้นฟูร่างกายจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
"ร่างกายของนายท่านเกิดยังคงมีอาการขาดสารอาหารอย่างรุนแรง ส่วนสารสื่อประสาทต่างๆ กลับมาทำงานตามปกติบ่งบอกว่านายท่านไม่มีความเครียดและวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้าแล้ว ยินดีด้วยนะครับที่กลับมามีจิตใจที่เข้มแข็งดังเดิมได้แล้ว แต่ว่าการดูแลร่างกายให้กลับมาแข็งแรงดังเดิมยังต้องทำอยู่เริ่มจากการทานแคปซูลอาหารและยาบำรุงก่อนเลยครับ ไม่เช่นนั้นอาจจะเดินได้ไม่เกินสิบก้าวแล้วเป็นลมแน่นอน"
"ฮ่าๆๆ กินก็ได้ เพราะพวกเราต้องรีบแล้ว วันนี้ยังมีภารกิจซ่อนของให้พ้นมือพวกหัวขโมยให้ต้องทำเสียด้วยสิ ให้โจดินเดินยกถาดยาแล้วก็น้ำดื่มมาให้ด้วย จะเอาพวกของกินรองท้องอย่างพุดดิ้งนมมาด้วยก็ได้ ฉันจำได้ว่าโจดินซื้อมาไว้เพราะฉันเคยชอบกินตอนเด็กๆ เพื่อปลอบใจ ว่าแต่โจดินไปไหน ปกติถ้าฉันตื่นก็รีบมาหาแล้วนี่"
"โจดินทำการอัปเกรดตัวเองเข้าสู่ภาวะพร้อมรบเต็มตัวอยู่ครับ นายท่านต้องสั่งการก่อนโจดินถึงจะกลับสู่สภาพพ่อบ้านได้"
พ่อแม่ของเด็กคนนี้เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะ ดังนั้นสิทธิบัตรต่างๆ จึงมีอยู่มากมายและร่ำรวยจนบรรดาญาติไม่สนิทจ้องตาเป็นมัน แต่แล้วยังไงเล่าในเมื่อไม่ใช่ของตัวเองก็เลยพยายามฆ่าเพื่อแย่งชิงจนสุดท้ายเด็กคนนี้จึงต้องกลายเป็นกำพร้าทั้งที่อายุแค่ยี่สิบปีเพิ่งจะบรรลุนิติภาวะมาได้แค่ไม่กี่วันก็ต้องมาสูญเสียครอบครัวไป
และที่เด็กคนนี้ตรอมใจเพราะนอกจากจะสูญเสียพ่อแม่ไปแล้ว ญาติที่ดูเหมือนจะดีมาโดยตลอดกลับกลายเป็นเผยธาตุแท้พร้อมจะยึดเอาสมบัติของเขาไปทุกอย่าง และข่มขู่ว่าหากไม่ยินยอมจะฆ่าตนอีกคนด้วย ลูเซียนตัวจริงจึงทั้งคิดมากและเศร้าโศกจนจากไปทั้งที่ยังเด็กจนมีผมมาแทนที่
และตอนนี้ลูเซียน เดอ กาลัส คนใหม่คนนี้จะไม่ยอมให้ชีวิตที่ได้รับมอบมาสูญเปล่าหรอกนะ ใครร้ายมาจะร้ายกลับให้สาสมกับที่ชาติก่อนต้องเรียบร้อยเข้าไว้เพราะกลัวหัวใจวายตาย ชาตินี้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมออกรบกับคนชั่วได้สบายมาก
"ก่อนอื่นก็ต้องกินอาหารเม็ดกับยาบำรุงสินะ"
"แคปซูลอาหารครับนายท่านไม่ใช่อาหารเม็ด อันนั้นมันสำหรับสัตว์เลี้ยงนะครับ"
"ฮ่า ๆๆ มันก็มีสภาพเป็นเม็ดเหมือนกันนั่นแหละ ใช้เรียกแก้ขัดไปก่อน เพราะต่อไปฉันจะไม่ยอมกินอาหารพวกนี้แน่"
"นายท่านจะทำอาหารปรุงสุกกินเองหรือครับ มันยากมากเลยนะครับ คนที่มีสูตรก็ไม่ยอมปล่อยออกมาง่ายๆ แถมที่ทางการปล่อยออกมาก็มีเฉพาะเครื่องปรุงเท่านั้นที่หลงเหลือบันทึกเอาไว้ ส่วนสูตรอาหารของแต่ละชนชาติเรียกได้ว่าหากคนที่อพยพมาทำไม่เป็นหรือไม่มีสูตรติดตัวมาก็คือจนปัญญาอย่างเช่นตอนนี้"
"ฉันเอาพุงที่จะมีในอนาคตเป็นประกันไว้เลย รับรองว่าทุกคนจะต้องได้กินของอร่อยแน่นอน แต่บอกก่อนนะว่าฉันไม่เอาการสตรีมหาแฟนคลับเด็ดขาด อย่าลืมว่าพวกเรายังต้องซ่อนตัวจากญาติจอมละโมบของฉันอยู่ เอาเป็นว่าเก็บข้าวของแล้วไปสร้างบ้านในที่ดินที่พ่อกับแม่เคยซื้อไว้จะทำบ้านพักในดาวรกร้างและไกลโพ้นกันดีกว่า แถมยังอยู่ใกล้เหล่าทหารอวกาศด้วย ถ้าเกิดอะไรขึ้นอย่างน้อยเราคงพอขอร้องให้พวกเขาช่วยได้"
ลูเซียนนั่งกินอาหารแคปซูลกับยาบำรุงแล้วดื่มน้ำตามเยอะๆ เพื่อบรรเทาความรู้สึกหิวตามประสาคนที่เคยตะลอนกินของอร่อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินออกจากห้องนอนของตัวเองเพื่อไปยังห้องที่อยู่ติดกันซึ่งเป็นห้องสำหรับชาร์จไฟและพักผ่อนให้กับหุ่นยนต์สุดแสนพิเศษตัวน้อง โจดิน หุ่นยนต์อัจฉริยะที่ถูกสร้างขึ้นจากต้นแบบหุ่นยนต์ต่อสู้ของการ์ตูนจากโลกยุคเก่าที่เรียกกันว่าหุ่นยนต์กันดั้ม
แต่โจดินมีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่ถูกสองสามีภรรยาพ่อแม่ของลูเซียนจับยัดเข้าไปเรียกว่าไม่รู้จบเพื่อลูกชายตัวน้อยของตน ไม่ว่าจะระบบการเป็นพ่อบ้านคอยดูแลชีวิตประจำวัน สามารถเป็นพ่อครัวได้หากป้อนสูตรอาหารให้หรือทำให้ดูโจดินจะทำตามได้อย่างแม่นยำ
ไหนจะฟังก์ชันการอารักขาคนสำคัญอย่างลูเซียน เดอ กาลัส ที่ถูกบรรจุชิปชนิดที่ทางการทัพยังไม่เคยได้ใช้เพราะโจดินสามารถคำนวณและสั่งการได้เองในกรณีต่างๆ โดยยึดหลักการเดียวคือเจ้านายอย่างลูเซียนต้องรอดและปลอดภัยเต็มร้อยเท่านั้น ทั้งยังมีอาวุธขนาดเล็กที่ซุกซ่อนไว้ใช้งานตามชิ้นส่วนต่างๆ ทั่วทั้งตัว และยังสามารถออกคำสั่งโดยตรงกับอาวุธที่พ่อแม่ของลูเซียนติดตั้งเอาไว้ทั่วบ้านได้ในกรณีที่เกิดเหตุระดับสีแดงขึ้นไป
ระดับเขียวคือปลอดภัยสบายหายห่วง
ระดับเหลืองคือจำเป็นต้องเฝ้าระวังเพราะมีมูลเหตุให้ต้องระวัง ใช้อาวุธไม่เกินระดับสาม
ระดับสีส้มคือพร้อมโจมตีได้หรือจับตัวผู้บุกรุกได้ด้วยอาวุธไม่เกินระดับห้า
ระดับสีแดงคือพร้อมตอบโต้ได้ด้วยอาวุธรุนแรงระดับห้าขึ้นไปจากสิบระดับ
ระดับสีดำคือโจมตีทุกชีวิตที่พิจารณาแล้วว่าเป็นภัยต่อลูเซียน เดอ กาลัส โจดินสามารถสังหารได้ทุกชีวิตไม่เว้นแม้แต่ดวงดาวสักดวงเพื่อปกป้องผู้เป็นนาย
เรียกได้ว่าพ่อแม่ของลูเซียนจากไปง่ายเกินไปหากพิจารณาจากความเก่งกาจที่สร้างโจดินขึ้นมาได้จนสุดท้ายลูเซียนจึงนึกได้สิ่งหนึ่งนั่นคือโจดินที่เก่งกาจที่สุดคอยอารักขาลูเซียน พ่อกับแม่จึงไร้ซึ่งการป้องกัน ได้แต่หวังว่าอุบัติเหตุดาวหางชนยานบินจนระเบิดเป็นเสี่ยงๆ พ่อกับแม่จะสามารถรอดกลับมาได้
เพราะภัทรในร่างของลูเซียนรู้สึกว่าคนที่เก่งกาจพอจะสร้างโจดินขึ้นมาไม่น่าจะพลาดได้ง่ายๆ ไหนจะเอไออัจฉริยะที่น้อยคนนักจะได้ครอบครองในระดับโทนี่อีก คนที่เก่งขนาดนั้นจะตายไปเพราะดาวหางปลิวมาจริงๆ เหรอ
"เอาเถอะ ไม่ว่าจะรอดหรือไม่รอดแต่วันนี้เราต้องรอดจากพวกญาติปรสิตพวกนั้น โจดินตื่นได้แล้ว ปลดการเฝ้าระวังภัยขั้นสีแดงลงแล้วมาช่วยฉันย้ายบ้านได้แล้ว เราจำเป็นต้องมีนายนะ โทนี่ช่วยฉันขนของไม่ได้หรอกนะ"
โจดินที่อยู่ในสภาพพร้อมรบ เมื่อได้ยินน้ำเสียงแสนคุ้นเคยก็รีบเปลี่ยนกลับโหมดสีเขียวและคืนสู่ร่างพ่อบ้านประจำคฤหาสน์เดอ กาลัสทันทีจนลูเซียนยังอดจะยิ้มขำไม่ได้ ชุดพ่อบ้านแบบยุคกลางกับหุ่นยนต์กันดั้มมันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ
"ก่อนอื่นทั้งสองคือครอบครัวของฉันที่เหลืออยู่ คือคุณพ่อบ้านโจดินและคุณเลขาโทนี่ ต่อไปนี้อย่าเรียกฉันว่าเจ้านายเลย เรียกว่าลูซจะดีกว่า และพวกเราก็จะออกไปดาวแสนศิวิไลนี้ไปยังดาวรกร้างและห่างไกลเพื่อหลบไปตั้งตัวพร้อมทรัพย์สินของครอบครัวเรา"
ลูซหรือภัทรตั้งใจจะเอาคืนคนพวกนั้นอย่างแสบสันที่สุด เพราะกล้ามาทำให้เด็กน้อยอย่าลูเซียนต้องตรอมใจตายและจากไปจะไม่ให้เอาคืนคงไม่ใช่คนอย่างเขา และแน่นอนว่าวิธีที่ดีที่สุดคือขนทรัพย์สินหนีสิครับจะรออะไร ในเมื่ออยากได้นักก็หอบสมบัติหนีเสียเลย ดูสิว่าจะมีปัญญาตามหาได้จากไหน
"โทนี่จัดการการถ่ายโอนทรัพย์สินทุกอย่างให้เข้าสู่ธนาคารกลางของจักรวรรดิโดยให้ทางนั้นบอกทุกคนว่าฉันแค่ทำใจต่อการสูญเสียไม่ได้และจะออกตามหาพ่อกับแม่และให้ธนาคารกลางและทางจักรวรรดิช่วยดูแลชั่วคราว ส่วนโจดินมาช่วยฉันเก็บกวาดพวกคนทรยศออกจากบ้านเราให้หมด เพราะฉันจะเก็บบ้านเข้าคลังมิติของฉันก่อนที่เราจะใช้ยานอวกาศสุดล้ำที่พ่อกับแม่ออกแบบไว้ให้เพื่อวาร์ปหนีพวกญาติปรสิตของฉัน"
หลังจากได้รับคำสั่งจากลูซก็เริ่มพุ่งตัวออกไปแล้วทำการขับไล่ข้ารับใช้ที่ร่วมด้วยช่วยกันทรยศและเข้าเป็นพวกกับญาติพวกนั้น ถึงจะแค่ไม่กี่คนแต่ก็นับว่าเป็นคนทรยศที่ไม่น่าให้อภัย ต่อไปนี้ลูซตั้งใจว่าจะใช้ชีวิตกับแค่หุ่นยนต์ก็พอแล้วเพราะคนด้วยกันมันไว้ใจไม่ได้
ส่วนทางด้านโทนี่ที่ทำการโยกย้ายทรัพย์สินให้ส่วนกลางดูแลแทนชั่วคราวก็จัดการได้อย่างดีโดยไม่มีข้อสัญญาไหนที่เสียเปรียบเลยแม้แต่น้อย ทำเอาคนของทางจักรวรรดิอยากได้ตัวโทนี่ไปรื้อดูชิปประมวลผลนักว่าเหตุใดจึงฉลาดจนมนุษย์ทั่วไปตามไม่ทัน
"ในเมื่อทุกอย่างเรียบร้อยแล้วเราก็ย้ายบ้านกันเถอะ!"