ตอนที่เก้า
ทางด้านท่านนายพลหนุ่มและผู้ช่วยคนสำคัญอย่างเซตต์ก็ทำการเดินกลับห้องพักอย่างคนไม่มีอะไรทำ พอถึงห้องแล้วปิดประตูเรียบร้อยเซตต์ถึงกับหัวเราะจนทรุดลงไปกองกับพื้น
"ฮ่าๆๆ อ้างว่ามีงานต้องทำทั้งที่เป็นลาแถมยังลงทุนทิ้งลูกไว้ห้องเขาอีก กระผมของถามท่านสักนิดเถอะครับมุขจีบเด็กของท่านนี่ไปเอามาจากไหนครับ แล้วร่วมมือกันวางแผนทั้งพ่อทั้งลูกทำงานเป็นขบวนการมาก น่าสงสารน้องลูซจริงๆ ที่ต้องมาเจอสองพ่อลูกจอมเจ้าเล่ห์แบบนี้"
"หรือนายจะบอกฉันว่าไม่เห็นด้วยกับพวกเราสองพ่อลูก"
"เห็นด้วยสิครับ ทั้งสวยทั้งใจดีหายากนะครับแถมยังไม่คิดอะไรกับท่านเลยด้วยยิ่งหายากมากๆ แบบนี้ค่อยควรค่าแก่การเป็นว่าที่คุณนายท่านนายพลหน่อย"
"ไม่ต้องตอกย้ำก็ได้ว่าคนเขาดูไม่มีใจ เฮ้อ! ไม่สนใจฉันเลยด้วยซ้ำมัวแต่สนใจเจ้าก้อนจอมเจ้าเล่ห์"
"แต่ถ้าไม่มีน้องนิวมาล่อท่านนายพลก็หาวิธีเข้าหาได้ยากนะครับ แต่ก่อนอื่นผมขอตัวไปสืบค้นข่าวการเสียชีวิตของนักวิจัยคนสำคัญของจักรวรรดิทั้งสองคนก่อนแล้วกันครับ ผมคิดว่ามันมีเงื่อนงำและน่าสงสัยอยู่จริงๆ ส่วนด้านคนในตระกูลที่เหลือๆ อยู่ท่านจะให้จัดการอย่างไรดีครับ"
"สืบหาความผิดมาตามจริงทั้งอดีตและปัจจุบัน ฉันไม่ต้องการให้มีอะไรมากวนใจหม่ามี้ของน้องนิว ส่วนตอนนี้ระหว่างที่รอไปรับลูกฉันจะไปจัดการเรื่องสร้างบ้านและพัฒนาที่ดินที่น้องลูซครอบครองอยู่ก่อน เวลาจะติดต่อบริษัทก่อสร้างบ้านจะได้มีคนที่ไว้ใจได้มาใช้งาน อีกอย่างถ้าฉันช่วยออกหน้าหมาตัวไหนก็จะได้รู้ว่าห้ามเข้าใกล้คนสวยของฉัน"
"แหมๆๆ ท่านครับ คนสวยของท่านนี่เขารู้ตัวไหมครับ ขนาดท่านกำลังหยอดคำหวานยังมัวแต่สนใจแก้มยุ้ยๆ ของน้องนิวเลยนะครับ"
ท่านนายพลคาร์ล อีวาน โรห์น หนุ่มหล่อที่ในเวลานี้โสดสนิทกำลังคิดหนัก เพราะเขาไม่เคยต้องเขาหาใครหรือพยายามสานสัมพันธ์มาก่อนเลย กับแม่ของน้องนิวก็แต่งกันเพราะตระกูลหมั้นหมายเอาไว้และอีกคนก็นิสัยดีตนจึงยอมแต่งด้วย เสียดายก็แต่ร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็กพอคลอดน้องนิวออกมาได้ไม่ถึงสามวันก็เสียชีวิตลง
แม้แม่ของลูกตัวจริงจะแต่งงานกันด้วยความเต็มใจไม่มีใครบังคับแต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่ได้ถูกใจ เพราะแต่เดิมตนก็ชอบผู้ชายมาตลอดแค่ไม่มีใครรู้และไม่เคยมีใครที่ตรงใจแบบนี้ พอได้เจอคนที่ตามหามาแสนนานก็เกิดอาการอยากเป็นหมาบ้านมีเจ้าของขึ้นมากะทันหัน
และถือเป็นโชคดีที่น้องนิวเองก็ชอบลูซด้วยเหมือนกันทุกอย่างเลยดูจะง่ายไปเสียหมดระหว่างพ่อลูก ส่วนที่ยากคือทำยังไงให้คนสวยสนใจตนนี่สิ เล่นถูกแย่งความสนใจไปด้วยลูกชายสุดที่รักแบบไร้ทางสู้คนเป็นพ่อก็ยิ่งต้องกุมขมับ แต่เมื่อคิดอีกทีการใช้ลูกชายไปหลอกล่อคนงามให้มาเป็นหม่ามี้ก็น่าจะง่ายกว่าออกตัวเองเป็นไหนๆ เพราะดูท่าแล้วคนสวยจะตกหลุมรักเจ้าก้อนน้อยแก้มยุ้ยของบ้านไปเต็มเปา
"น้องนิวของป๊ะป๋าต้องสู้ๆ นะครับ ป๊ะป๋าอยากให้คนสวยมาเป็นหม่ามี้ของน้องนิวมากๆ เลย"
ท่านนายพลที่ผู้คนกล่าวขานว่าเก่งกาจพลังจิตสูงส่งแม้จะอายุยังน้อย บุคคลผู้บุกตะลุยรังเซิร์กด้วยตัวคนเดียวแล้วระเบิดนางพญาเป็นชิ้นๆ ได้จนผู้คนทั้งจักรวรรดิชื่นชม ยามนี้ได้แต่จ้องนาฬิการอเวลาไปรับเจ้าตัวน้อยกลับบ้าน ถึงแม้เหตุผลจริงๆ คือแอบไปทิ้งลูกไว้ห้องเขาเพื่อจะได้ตามไปรับลูกก็เถอะ
ในขณะเดียวกันเด็กน้อยแสนน่ารักก็หลับตามประสาเด็กน้อยวัยสามขวบ ที่ต่อให้พลังจิตแข็งแกร่งแต่ร่างกายก็ยังสามขวบเหมือนเดิมอยู่ดี ยามนี้กำลังหลับอยู่บนที่นอนที่ล้อมรอบไปด้วยตุ๊กตาแสนน่ารักนุ่มนิ่มนับห้าตัวด้วยกัน มีทั้งไซบีเรียนฮัสกี เพนกวิน แมวน้ำ เสือโคร่งและฉลาม
สัตว์ทุกชนิดยังถูกอนุรักษ์เอาไว้เท่าที่ทำได้แต่ตุ๊กตาแสนนุ่มฟูแบบที่ลูซเอามาวางกองรอบตัวน้องนิวนั้นต่างออกไปจากของในยุคนี้โดยสิ้นเชิง เพราะนอกจากของเล่นยุคนี้จะเหมือนตุ๊กตายางจนดูไม่น่ารักเพราะสมจริงเกินไปแล้ว วัสดุที่หายากอย่างเส้นใยนุ่มฟูในยัดไส้ในเอาไว้ก็น้อยคนนักที่จะนำมาใช้เพราะสมัยนี้แม้แต่หมอนก็เป็นวัสดุพิเศษที่อัดอากาศเข้าไปจนมีรูปร่างของหมอนแต่ไม่นุ่มฟูแบบของยุคก่อน
ถึงจะเป็นวัตถุต้องสงสัยเพราะไม่ตรงกับยุคสมัยแต่ลูซก็ได้เตรียมคำแก้ตัวเอาไว้แล้ว ว่าตุ๊กตาพวกนี้คือสิ่งประดิษฐ์ที่พ่อกับแม่ของเขาคิดค้นขึ้นเพียงแต่ยังไม่ได้เผยแพร่ออกไป เพราะทำเอาไว้ให้เขาเล่นในบ้านเท่านั้น และด้วยดีกรีความเก่งกาจของทั้งสองคนไม่ว่าใครก็ต้องเชื่ออย่างง่ายดายอยู่แล้วไม่เว้นแม้แต่ท่านนายพลแน่นอน
"โทนี่ช่วยผมเฝ้าน้องนิวก่อนนะครับ ผมจะไปสั่งวัตถุดิบทำอาหารกับพวกอุปกรณ์ทำอาหารสำหรับเด็กเพิ่มด้วย เผื่อว่าน้องนิวจะอยากช่วยตอนทำขนม แล้วก็วันนี้ไหนๆ ก็มีไม้หมูปิ้งอยู่เยอะงั้นเราทำกุ้งย่างเกลือสเต๊กเนื้อเสียบไม้แล้วก็ข้าวผัดทะเลกับแกงจืดหมูสับสาหร่ายกันดีกว่า มีคนเยอะอาหารก็ต้องเยอะๆ ที่สำคัญต้องมีขนมหวานตบท้ายและวันนี้เป็นวันของบัวลอยไข่หวาน เย้ๆ"
ลูซฝากน้องนิวที่นอนหลับปุ๋ยไว้กับโทนี่เอไอประจำตัวก่อนจะเดินออกไปจัดการห้องครัวช่วยโจดิน หลังจากนั้นก็จัดการสั่งวัตถุดิบต่างๆ ที่ต้องใช้มามากมายจนกินได้เป็นสิบยี่สิบคนแต่กินจริงๆ แค่สี่คนและสองหุ่นยนต์เท่านั้น
"เอากุ้งตัวใหญ่มาเลยดีกว่าเอามาพอกเกลือแล้วย่างไฟ ส่วนเนื้อก็สั่งแบบหั่นชิ้นลูกเต๋านะครับ เวลาเสียบไม้จะได้ไม่หลุดออกส่วนพวกผักอย่างพริกหวานกับสับปะรดผมจะสอนวิธีปอกให้โจดินเอง วิธีก็ง่ายมากๆ รับรองว่าโจดินจะกลายเป็นเชฟที่เก่งสุดๆ"
"แต่กระผมเป็นหุ่นยนต์บอดี้การ์ดของลูซนะครับ แต่ทำไมผมถึงมีหน้าที่ในครัวมากกว่าต่อสู้ได้กันละเนี่ย"
ลูซนั่งขำที่โจดินบ่นแต่สุดท้ายก็ยอมเป็นลูกมือช่วยทำอาหารอยู่ดี ทั้งสองร่วมแรงแข่งขันจนได้บาร์บีคิวไม้จิ๋วที่มีเนื้อสัตว์พริกหวานและสับปะรดอยู่เต็มกล่องสุญญากาศที่ซื้อมาสำหรับใส่อาหารที่ต้องการหมักเก็บไว้โดยเฉพาะกล่องใหญ่ ในนั้นบรรจุบาร์บีคิวอยู่มากถึงร้อยไม้ และมีกุ้งลายเสือตัวใหญ่ที่ถูกพอกด้วยเกลือและแป้งจนเหมือนหิมะปกคลุมทั่วทั้งตัวอยู่ในอีกกล่องมากถึงห้ามสิบตัวด้วยกัน
"จะกินกันแค่นี้ก็สงสารทหารคนอื่นๆ กันนะครับ โจดินว่าเราทำอาหารเพิ่มอีกนิดดีไหมแล้วเอาไปแจกจ่ายคนอื่นๆ ด้วย"
"กระผมว่ารอให้ท่านนายพลพาลูซเข้าไปสอนพ่อครัวในค่ายทหารจะดีกว่านะครับ การทำแจกมันก็ดีต่อคนที่ได้กินทันที แต่เพราะลูซไม่สามารถแจกทุกคนได้ดังนั้นเราจึงควรจะเลือกทางที่ดีกว่า นั่นก็คือรอเวลาที่เหมาะสมแล้วเข้าไปสอนพ่อครัวของกองทัพเพื่อพัฒนาอาหารให้แก่เหล่าทหารจะได้ประโยชน์มากกว่านะครับ"
"จริงอย่างที่โจดินว่า ถ้าแจกวันนี้ก็แจกได้แค่นิดหน่อยไม่พออิ่มท้องกันหรอก ถ้าอย่างนั้นผมให้โจดินกับโทนี่จัดการเรื่องบ้านแล้วผมไปช่วยพ่อครัวในค่ายทหารได้ไหมครับ ผมว่าน้องนิวต้องอยากให้ผมไปเที่ยวค่ายทหารของกองกำลังที่เก่งกาจที่สุดของจักรวรรดิแน่นอน"
โจดินวางของในมือลงแล้วหันไปมองลูซผู้เป็นนายอย่างจ้องจับผิด แต่ก็มองเห็นเพียงดวงตาใสแจ๋วที่สะท้อนความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็กมากกว่าแววตาของลูกสาวที่อยากหนีตามผู้ชาย โจดินจึงหยุดการประมวลผลเกี่ยวกับภาวะวัยรุ่นใจแตกแล้วกลับไปทำอาหารต่ออย่างโล่งใจ
"ผมเตรียมแป้งบัวลอยไว้หลายสีเลย มีทั้งสีเหลืองฟักทอง สีม่วงจากมันม่วง มีเท่าจากเผือก สีเขียวจากใบเตย และสีฟ้าจากดอกอัญชัน ไม่น่าเชื่อจริงๆ ที่ทุกคนมีวัตถุครบครันแต่กลับทำอาหารออกมาได้ห่วยแตกมากๆ อย่างน้อยก็ควรจะมีอัจฉริยะด้านอาหารสักคนสองคนสิ"
"ก็ลูซไงครับอัจฉริยะด้านอาหารที่ว่า"
ลูซได้แต่นิ่งงันไป เพราะเขาลืมไปเลยว่าเด็กคนนี้ ลูเซียน เดอ กาลัส คนนี้ก็เป็นอัจฉริยะด้านการทำอาหารจริงๆ เขาสามารถคิดค้นวิธีการปรุงอาหารที่ทำให้อาหารมีรสชาติดีขึ้น มีการทดลองนำเครื่องปรุงชนิดต่างๆ มาผสมผสานกับวัตถุดิบหลากหลายชนิดจนได้รสชาติที่ดี เสียดายก็แค่เด็กคนนี้มีเวลาใช้ชีวิตน้อยไปหน่อย
"เฮ้อ! เอาเถอะ ไหนๆ ก็เป็นอัจฉริยะแล้วฉันก็จะเผยแพร่การทำอาหารให้ทุกคนทั้งจักรวรรดิได้ทานเอง แต่ภายใต้การออกหน้าของกองทัพนะ ไม่อยากสุงสิงไม่อยากออกตัวกลัวญาติจอมสูบเลือดสูบเนื้อจะตามมาราวี จนกว่าจะสืบหาการตายของพ่อแม่ได้อย่างแท้จริงและกระจ่างชัด ผมจะไม่ยอมเปิดเผยตัวว่ามีความสามารถออกไปแน่"
ในขณะที่ลูซและโจดินกำลังเตรียมวัตถุดิบไว้รอเวลาสำหรับมื้อค่ำ เจ้าหนูนิวตัวน้อยแก้มย้อยก็ตื่นมางอแงร้องหาหม่ามี้เป็นการใหญ่ แม้จะจดจำได้ว่าหุ่นยนต์ที่เฝ้าดูแลตัวเองอยู่คือหุ่นยนต์ของใคร แต่อะไรก็แทนที่หม่ามี้คนสวยของตนไม่ได้ ร่างเล็กจ้อยที่มีแก้มกลมจึงเริ่มเบะปากร้องหาหม่ามี้ที่ตนหมายปองทันทีที่ลืมตาตื่น
"ฮึกๆ หม่ามี้ น้องนิวจะหาหม่ามี้ คุณโทนี่พาน้องนิวไปหาหม่ามี้ได้ไหมครับ"
ด้วยใบหน้าแสนน่ารักและคำพูดแสนออดอ้อนไร้ซึ่งความเอาแต่ใจและก้าวร้าว ทำเอาโทนี่ที่อยู่กับลูซมาตั้งแต่เด็กคล้ายเห็นภาพซ้อนทับ เพราะลูซในตอนเด็กก็ช่างอ้อนไม่แพ้ใครเพียงแต่ขี้อายกว่ามาก ดีที่เมื่อโตขึ้นอาการขี้อายก็หายไปหมดแล้ว
"ได้ครับ กระผมขออนุญาตอุ้มคุณหนูน้องนิวไปส่งให้ลูซที่ห้องครัวนะครับ แต่ก่อนอื่นต้องหยุดร้องไห้แล้วล้างหน้าล้างตาก่อนเพราะตอนนี้หน้าตามอมแมมมากครับ เดี๋ยวลูซเจอสภาพนี้เข้าจะไม่กล้าหอมแก้มเอานะครับ"
น้องนิวที่แสนฉลาดเจ้าเล่ห์ดันตกม้าตายเพราะตามไม่ทันเอไออัจฉริยะอย่างโทนี่ ร่างเล็กพยักหน้าหงึกๆ แล้วอ้าแขนรอให้หุ่นยนต์พ่อบ้านอย่างโทนี่อุ้มพาไปแต่งหล่อใหม่ก่อนจะไปหาหม่ามี้คนสวย โดยที่นึกไม่ถึงเลยว่าสุดท้ายแล้วก็ลงท้ายที่เลอะเหมือนเดิม