ログイン"ฮูหยินของข้า... ช่างงดงามนัก แต่ไฉน... คอของเจ้าถึงมี 'ลูกกระเดือก' เล่า?" "ขะ... ข้ามีโรคประจำตัวเจ้าค่ะ! มันคือโรคคอพอก!"
もっと見る"ตึง!"
เสียงทุบโต๊ะไม้เนื้อแข็งดังสนั่นลั่นโถงใหญ่ตระกูลเยวี่ย ตามมาด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญของนายท่านเยวี่ยผู้เป็นประมุขของบ้าน ในมือของเขากำกระดาษแผ่นบางที่ยับย่นเอาไว้แน่น ราวกับว่ามันคือจดหมายสั่งตายจากปรโลก
"ลูกอกตัญญู! นังหลานเนรคุณ! จัวอีอี เอ๋ย จัวอีอี! เจ้าหนีตามบัณฑิตยากไร้ไปเช่นนี้ แล้วข้าจะเอาหน้า... ไม่สิ ข้าจะเอาหัวที่ไหนไปวางบนบ่าเพื่อรับมือกับเกี้ยวเจ้าสาวของแม่ทัพเฮ่อเหลียนเซียวกันเล่า!"
บรรยากาศในจวนตระกูลเยวี่ยยามนี้มืดฟ้ามัวดินราวกับมีเมฆหมอกแห่งความตายปกคลุม บ่าวไพร่ต่างก้มหน้าตัวสั่นงันงก ไม่มีผู้ใดกล้าแม้แต่จะผ่อนลมหายใจแรง เพราะทุกคนในเมืองหลวงต่างรู้ดีว่า 'เฮ่อเหลียนเซียว' แม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณนั้นน่าเกรงขามเพียงใด ข่าวลือหนาหูเล่าขานว่าเขาสูงแปดฉื่อ หน้าตาดุดันราวกับอสูรร้าย ดื่มเลือดศัตรูต่างน้ำ และที่สำคัญ... เขาเพิ่งจะได้รับสมรสพระราชทานกับ 'จัวอีอี' คุณหนูตระกูลจัวที่มาอาศัยใบบุญตระกูลเยวี่ยผู้เป็นญาติฝั่งมารดา!
ทว่าบัดนี้... เจ้าสาวตัวจริงกลับหนีตามบุรุษอื่นไป ทิ้งไว้เพียงจดหมายดูต่างหน้า!
ขัดราชโองการหลอกลวงเบื้องสูง โทษประหารเก้าชั่วโคตร!
ในขณะที่ทุกคนกำลังสิ้นหวังและเตรียมตัวสั่งเสียกันอยู่นั้น สายตาของนายท่านเยวี่ยก็เหลือบไปเห็นร่างโปร่งบางของใครบางคน ที่กำลังเดินทอดน่องชมก้อนเมฆผ่านหน้าประตูห้องโถงไปอย่างอารมณ์ดี
"เยวี่ยชิงฮวน!" นายท่านเยวี่ยตะโกนเรียกชื่อหลานชายคนรองของตนเองเสียงหลง
เจ้าของชื่อสะดุ้งโหยง ชายหนุ่มวัยยี่สิบปีในชุดผ้าฝ้ายสีฟ้าอ่อนหันกลับมามองด้วยใบหน้างุนงง เยวี่ยชิงฮวนคือคุณชายรองตระกูลเยวี่ยที่ตกอับ แม้ฐานะทางบ้านจะย่ำแย่ลงทุกวัน แต่สวรรค์กลับประทานใบหน้าที่งดงามล่มบ้านล่มเมืองมาให้ คิ้วเรียวพาดเฉียงดั่งกระบี่ ดวงตาดอกท้อเปล่งประกายระยิบระยับ จมูกโด่งรั้น และริมฝีปากอวบอิ่มสีชาดโดยไม่ต้องแต่งแต้ม ไม่ว่าจะมองมุมไหนก็งดงามราวกับเทพธิดาจำแลง... ซึ่งเจ้าตัวชิงชังคำชมนี้ที่สุด และยืนกรานหัวชนฝามาตลอดว่านี่คือความ 'หล่อเหลาองอาจ' แบบบุรุษชาตรีต่างหาก!
"มีอันใดหรือท่านลุง? ข้ากำลังจะไปนับเหรียญอีแปะในไหที่ฝังดินไว้เสียหน่อย" ชิงฮวนเลิกคิ้วถาม นิสัยประการหนึ่งของคุณชายรองผู้นี้ที่ทุกคนรู้ดีคือ... รักเงินทองยิ่งชีพ!
นายท่านเยวี่ยพุ่งพรวดเข้าไปจับมือหลานชายแน่น แววตาเป็นประกายวิบวับราวกับคนจมน้ำที่คว้าได้ฟางเส้นสุดท้าย "ชิงฮวน... หลานรักของลุง เจ้า... หน้าตาของเจ้าคล้ายคลึงกับอีอีถึงเจ็ดแปดส่วน หากจับผลัดแป้งแต่งหน้าทาปากสักหน่อยล่ะก็..."
"หยุดความคิดของท่านเดี๋ยวนี้เลยนะ!" ชิงฮวนรีบชักมือกลับ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว "ข้าเป็นบุรุษ! เป็นชายชาตรีอกสามศอก! จะให้ข้าสวมรอยเป็นสตรีไปเข้าหอกับแม่ทัพหน้ายักษ์นั่น ข้าขอยอมกัดลิ้นตัวเองตายเสียยังดีกว่า!"
"แต่หากพวกเราไม่มีเจ้าสาวไปส่ง ตระกูลเยวี่ยต้องถูกประหารสิ้นโคตรเลยนะ! เจ้าอยากให้พวกเราตายหมดหรืออย่างไร!?"
"ก็ให้มันรู้ไปสิว่าตระกูลเยวี่ยจะมาตายเพราะสตรีหนีตามผู้ชาย ข้าไม่แต่ง! จะหนีก็แยกย้ายกันหนีเสียตั้งแต่ตอนนี้เลย!" ชิงฮวนหันหลังเตรียมวิ่ง แต่ยังไม่ทันก้าวพ้นธรณีประตู บรรดาบ่าวชายร่างยักษ์สี่ห้าคนก็กรูกันเข้ามาล้อมกรอบเขาไว้เสียแล้ว
"จับตัวคุณชายรองไว้! มัดเขาซะ!" นายท่านเยวี่ยออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
"ปล่อยข้า! อาเป่า ช่วยข้าด้วย! ปล่อยโว้ยยยย!" ชิงฮวนดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่ด้วยเรี่ยวแรงของคุณชายที่วันๆ เอาแต่นับเงินหรือจะสู้บ่าวใช้แรงงาน เขาถูกจับมัดข้อมือไพล่หลังอย่างรวดเร็ว
"ชิงฮวน ลุงขอโทษ แต่เพื่อความอยู่รอดของตระกูล... ลุงจะมอบสินสอดทองหมั้นทั้งหมดของท่านแม่ทัพให้เจ้าเป็นค่าตอบแทนก็แล้วกัน ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะ!"
คำว่า 'หนึ่งหมื่นตำลึง' ราวกับมนตร์สะกดวิญญาณ ชิงฮวนที่กำลังแหกปากโวยวายชะงักกึก ดวงตาดอกท้อเบิกกว้าง
"มะ... หมื่นตำลึง? ให้ข้าหมดเลยหรือ?"
"ใช่! ขอเพียงเจ้ายอมขึ้นเกี้ยวเจ้าสาว ลุงจะยัดตั๋วเงินใส่อกเสื้อเจ้าไว้ให้หมดเลย!"
ชิงฮวนความคิดแล่นพล่านทันที ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง! ชาตินี้นับอีแปะจนนิ้วหงิกก็หาไม่ได้ แถมได้เงินแล้วก็ใช่ว่าจะต้องยอมเป็นภรรยาตาแก่หน้ายักษ์นั่นเสียหน่อย แค่หาจังหวะตอนเข้าจวน แกล้งปวดมวนท้องขอไปปลดทุกข์ แล้วใช้วิชาตัวเบาปีนกำแพงหนีออกมาพร้อมเงินก้อนโต... สวรรค์! นี่มันหนทางสู่ความมั่งคั่งชัดๆ!
"ตกลง!" ชิงฮวนตอบรับทันควัน "แต่ห้ามมัดขาข้านะ ข้าเดินไม่ได้ และท่านต้องเอาตั๋วเงินมายัดไว้ในอกเสื้อข้าเดี๋ยวนี้เลย ห้ามตุกติกเป็นอันขาด!"
...
หนึ่งชั่วยามต่อมา...
"ฮึก... ฮือออ คุณชายของข้า ช่างน่าเวทนานัก สวรรค์ช่างไร้เมตตา ฮืออออ"
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจดังระงมมาจาก 'อาเป่า' บ่าวรับใช้คนสนิทที่เดินตามหลังเกี้ยวเจ้าสาวสีแดงสด เกี้ยวหลังใหญ่ถูกหามโดยชายฉกรรจ์แปดคน มุ่งหน้าไปตามถนนสายหลักของเมืองหลวง ขบวนขันหมากยาวเหยียดประโคมดนตรีมงคลเสียงดังครึกครื้น ช่างขัดกับเสียงสะอื้นไห้ของอาเป่าที่ราวกับกำลังเดินตามขบวนส่งศพไปปรโลกก็มิปาน
"หุบปากเดี๋ยวนี้อาเป่า! ข้ายังไม่ตาย!"
เสียงกระซิบดุๆ ดังลอดออกมาจากหน้าต่างเกี้ยว อาเป่าสะดุ้ง รีบเอามืออุดปากตัวเอง ทว่าน้ำตายังคงไหลพราก "ก็... ก็คุณชายต้องไปแต่งกับปีศาจกินคนนี่ขอรับ ข่าวลือบอกว่าท่านแม่ทัพฟันแหลมเฟี้ยวราวกับฉลาม หากเขาจับได้ว่าคุณชายเป็นบุรุษ เขาต้องเคี้ยวคุณชายกลืนลงท้องแน่ๆ!"
"เหลวไหล! ผู้ใดจะไปอยู่ให้มันเคี้ยว!"
ภายในเกี้ยวที่แกว่งไกว เยวี่ยชิงฮวนในชุดมงคลสีแดงสดปักลายหงส์ทองกำลังนั่งตัวเกร็ง ใบหน้างดงามถูกแต่งแต้มด้วยชาดสีแดงระเรื่อ วาดคิ้วเรียวงาม ริมฝีปากถูกแต้มด้วยสีแดงสด ขับให้ใบหน้าที่งดงามอยู่แล้วดูเย้ายวนใจจนสตรีแท้ๆ ยังต้องนึกละอาย บนศีรษะสวมมงกุฎหงส์ประดับไข่มุกระย้าหนักอึ้ง และถูกคลุมทับด้วยผ้าไหมสีแดงบางเบา
แม้ภายนอกจะดูเหมือนเจ้าสาวผู้เอียงอาย ทว่าความจริงแล้ว ภายใต้ผ้าคลุมหน้านั้น ชิงฮวนกำลังยิ้มกริ่มอย่างเจ้าเล่ห์ สองมือของเขาถูกมัดด้วยแถบผ้าไหมสีแดงหลวมๆเพื่อป้องกันไม่ให้เขากระโดดหนีลงจากเกี้ยวกลางทาง แต่นั่นไม่ใช่ปัญหา เพราะสิ่งสำคัญที่สุดคือ...
ชิงฮวนก้มลงมองหน้าอกตนเองที่ยามนี้นูนขึ้นมาเป็นก้อนใหญ่ราวกับสตรีมีหน้าอกหน้าใจ
มันมิใช่หมอนยัดทรงแต่อย่างใด แต่มันคือปึก 'ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึง' ที่เขายัดเอาไว้จนเต็มอกเสื้อต่างหาก! ความหนาของมันเบียดเสียดกับผิวเนื้อ อุ่นวาบไปถึงขั้วหัวใจ ชิงฮวนขยับตัวไปมา รู้สึกถึงความตึงแน่นของขอบเสื้อที่แทบจะปริแตกเพราะความมั่งคั่งที่ล้นทะลัก
"ทนไว้ชิงฮวน ทนอีกนิดเดียว..." เขาพึมพำกับตนเองในใจ ทบทวนแผนการหลบหนีเป็นครั้งที่ร้อย
'ทันทีที่เกี้ยวถูกวางลงหน้าจวนแม่ทัพ ข้าจะแสร้งทำตัวอ่อนแอ พอถูกพยุงเข้าห้องหอ ข้าจะอ้างว่าปวดมวนท้องจนทนไม่ไหว ขอตัวไปปลดทุกข์ จากนั้นก็อาศัยวิชาตัวเบาที่เคยฝึกไว้ปีนต้นไม้ขโมยผลไม้ กระโดดข้ามกำแพงจวนทางทิศตะวันตก ซึ่งมีตรอกแคบๆ ทะลุออกนอกเมืองได้สบายๆ ... เพียงเท่านี้ก็รวยไม่รู้เรื่องแล้ว ฮ่าๆๆ!'
ยิ่งคิดก็ยิ่งอารมณ์ดี ชิงฮวนแทบจะฮัมเพลงออกมาตามจังหวะกลองมงคล
"ใกล้ถึงจวนท่านแม่ทัพแล้ว! เตรียมตัวรอรับเกี้ยว!" เสียงตะโกนของแม่สื่อดังขึ้นที่ด้านหน้าขบวน
ชิงฮวนสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรง แสร้งทำเป็นสตรีผู้เรียบร้อยอ่อนหวาน สองมือที่ถูกมัดวางประสานไว้บนตักอย่างสงบเสงี่ยม แต่ในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
จวนแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณที่ใครๆ ต่างหวาดหวั่น... สำหรับเยวี่ยชิงฮวนแล้ว มันคือขุมสมบัติขนาดใหญ่ที่เขากำลังจะมากอบโกยต่างหาก!
"วางเกี้ยวลงได้!"
ตึง!
เกี้ยวเจ้าสาวถูกวางลงกับพื้นอย่างนุ่มนวล เสียงพูดคุยจอแจรอบด้านเงียบกริบลงทันที บรรยากาศกดดันแปลกประหลาดแผ่ซ่านเข้ามาจนถึงในเกี้ยว ชิงฮวนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเย็นเยียบที่ชวนให้ขนลุกซู่ แตกต่างจากความคึกคักเมื่อครู่ราวฟ้ากับเหว
"ท่านแม่ทัพ... เชิญเตะประตูเกี้ยวเจ้าค่ะ" เสียงแม่สื่อดังขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักหน่วงก้าวเดินเข้ามาใกล้... ตึก... ตึก... ตึก...
เงาดำสายหนึ่งทอดทับลงมาบดบังแสงสว่างหน้าเกี้ยว ชิงฮวนกลืนน้ำลายลงคอ ก้อนตั๋วเงินในอกเสื้อเริ่มรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมาอย่างประหลาด
ปัง!
ปลายรองเท้าหนังสีดำขลับเตะเข้าที่ประตูเกี้ยวเบาๆ ทว่ากลับทำเอาเกี้ยวทั้งหลังสั่นสะเทือน ประตูถูกเปิดออก แสงสว่างจ้าสาดส่องเข้ามา พร้อมกับมือใหญ่หนาที่ยื่นเข้ามาตรงหน้า
ชิงฮวนมองมือข้างนั้นผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงบางๆ มันเป็นมือที่ใหญ่โต แข็งแกร่ง และเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นกรำศึก บ่งบอกถึงการผ่านการเข่นฆ่ามานับไม่ถ้วน
'นี่สินะ... มือของปีศาจกินคน' ชิงฮวนลอบเหงื่อตก แต่เพื่อเงินหมื่นตำลึง เขาจึงสูดลมหายใจ ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ วางมือที่ถูกมัดด้วยผ้าไหมสีแดงของตนลงบนฝ่ามือหนานั้น
วินาทีที่ผิวสัมผัสกัน ชิงฮวนสะดุ้งเล็กน้อย มือของอีกฝ่ายร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุมอยู่ภายใน ฝ่ามือหนานั้นบีบกระชับมือของเขาเบาๆ ก่อนจะออกแรงดึงให้เขาก้าวออกจากเกี้ยว
เมื่อเท้าแตะพื้น ชิงฮวนก็แอบช้อนสายตาขึ้นมองชายตรงหน้าผ่านผ้าคลุมบางๆ แต่ด้วยความสูงที่ต่างกันเกินไป เขามองเห็นเพียงแค่แผงอกกว้างที่สวมชุดมงคลสีแดงเข้ม และปลายคางแกร่งที่ได้รูปเท่านั้น
เอาล่ะ... แผนการสลับตัวเจ้าสาวลุล่วงไปเปลาะหนึ่งแล้ว
เป้าหมายต่อไป... ปีนกำแพงหนีพร้อมสมบัติ! ท่านแม่ทัพปีศาจเอ๋ย รอรับความว่างเปล่าในคืนวสันต์ได้เลย!
แสงแดดยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงมายังลานกว้างหน้าจวนแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณ เสียงฝีเท้าของม้าศึกหลายสิบตัวควบตะบึงฝุ่นตลบ ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่หน้าประตูจวนอันโอ่อ่าชายหนุ่มร่างกำยำในชุดเกราะสีเงินวาววับกระโดดลงจากหลังม้าอย่างทะมัดทะแมง ใบหน้าคร้ามแดดมีรอยแผลเป็นจางๆ พาดผ่านหางตา บ่งบอกถึงการผ่านศึกสมรภูมิมาอย่างโชกโชน เขาคือ 'กวนเฟิง' รองแม่ทัพมือขวาผู้ซื่อสัตย์และเคร่งขรึมที่สุดของเฮ่อเหลียนเซียวกวนเฟิงเพิ่งกลับมาจากการลาดตระเวนชายแดนกินเวลานานนับเดือน สิ่งแรกที่เขาตั้งใจจะทำเมื่อกลับมาถึงเมืองหลวง คือการเข้ารายงานสถานการณ์ต่อท่านแม่ทัพโดยทันที"คารวะท่านรองแม่ทัพ!" ทหารยามหน้าประตูจวนประสานมือทำความเคารพอย่างแข็งขัน"ตามสบาย" กวนเฟิงพยักหน้ารับ โยนบังเหียนม้าให้ทหารรับใช้ ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านแม่ทัพอยู่ที่เรือนหนังสือใช่หรือไม่? ข้ามีรายงานด่วนต้องแจ้งให้เขาทราบ"ทหารยามสองคนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก สีหน้าของพวกเขาดูอึดอัดและกลืนไม่เข้าคายไม่ออกอย่างประหลาด"เอ้อ... ท่านแม่ทัพไม่ได้อยู่ที่เรือนหนังสือขอรับท่านรองแม่ทัพ""แล้วอยู่ที่ใด? ลานฝึกยุทธ์หรือ?" กวนเฟิงขมวดคิ้ว ปกติเวลาน
ยามซวี (19.00 - 20.59 น.) จวนแม่ทัพพยัคฆ์ทักษิณเงียบสงัดลงตามคำสั่งห้ามเดินเพ่นพ่านยามวิกาลหลังจากผ่านพ้นเหตุการณ์ 'ตวัดขาเตะหุ่นไม้แสดงกางเกงซับใน' เมื่อช่วงสาย เยวี่ยชิงฮวนก็ขังตนเองอยู่ในห้องหอทั้งวันด้วยความอับอายและหงุดหงิด แผนการทำตัวเป็นฮูหยินยอดแย่พังไม่เป็นท่า ซ้ำยังโดนแม่ทัพหน้าหนาผู้นั้นแทะโลมด้วยสายตาและวาจาจนขนลุกชันไปทั้งร่าง'ในเมื่อใช้วิธีบนดินไม่ได้ผล ก็ต้องใช้วิธีใต้ดิน!'ชิงฮวนในชุดอาภรณ์สีเข้มรัดกุมที่แอบไปค้นพบในตู้เก็บอาภรณ์ของเฮ่อเหลียนเซียว กำลังเกาะขอบหน้าต่าง ชะโงกหน้าซ้ายขวา เมื่อเห็นว่าทหารยามเดินลาดตระเวนผ่านพ้นไปแล้ว ร่างโปร่งบางก็ปีนข้ามบานหน้าต่าง ทิ้งตัวลงพื้นอย่างแผ่วเบาราวกับวิฬาร์ขโมยปลาเป้าหมายของเขาในค่ำคืนนี้คือ 'เรือนหนังสือ' ของท่านแม่ทัพ!ที่นั่นย่อมต้องมีของมีค่าชิ้นเล็กชิ้นน้อย อย่างเช่น ตราหยก พู่กันทองคำ หรือแท่นฝนหมึกสลักลายโบราณซ่อนอยู่เป็นแน่ เพียงเขาหยิบฉวยติดมือมาสักสองสามชิ้น เอาไปสมทบกับตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงในอกเสื้อ เท่านี้ทุนรอนในการตั้งตัวของเขาก็จะยิ่งมหาศาล!ชิงฮวนอาศัยเงามืดของพุ่มไม้ ลัดเลาะไปตามระเบียงทางเดินอย่างคุ้นชิน
แสงแดดยามสายสาดส่องผ่านบานหน้าต่างไม้แกะสลักเข้ามาแยงตาคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่บนเตียง เยวี่ยชิงฮวนครางฮือในลำคอ พลิกตัวหนีแสงสว่าง ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหน้าท้องที่ยังคงตึงแน่นของตนเองเบาๆเมื่อคืนนี้ หลังจากที่เขาสวาปามไก่ย่างตัวอวบอ้วนไปจนเหลือแต่กระดูก ดื่มน้ำแกงไก่ตุ๋นโสมจนหยดสุดท้าย เขาก็หมายมั่นจะรอให้ท่านแม่ทัพหลับลึกแล้วค่อยลอบหนี ทว่า... ความอิ่มหนำสำราญบวกกับเตียงนอนที่นุ่มสบายราวกับปุยเมฆ กลับทำให้คุณชายรองผู้สูญเสียเรี่ยวแรงไปกับการนั่งเกี้ยว เข้าสู่นิทราไปตั้งแต่หัวค่ำ!มารู้สึกตัวอีกทีก็ตะวันโด่งเสียแล้ว!"แย่แล้ว! แผนหลบหนีของข้า!"ชิงฮวนเบิกตาโพลง ผุดลุกขึ้นจากเตียงราวกับถูกน้ำร้อนลวก เขารีบก้มลงสำรวจหน้าอกตนเองเป็นอันดับแรกฟู่... รอดไป ตั๋วเงินหนึ่งหมื่นตำลึงยังคงถูกซ่อนไว้อย่างปลอดภัย เมื่อคืนเขาย้ายมันมามัดผูกติดกับหน้าท้องด้วยผ้าแถบแทน เพื่อความคล่องตัวชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบห้องหอที่ว่างเปล่า ไร้เงาของท่านแม่ทัพหน้าอสูร มีเพียงร่องรอยการใช้งานของอ่างล้างหน้าและผ้าซับหน้าที่พาดเอาไว้ บ่งบอกว่าเจ้าของห้องอีกคนตื่นไปเสียนานแล้วชิงฮวนนั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง คิ้วเรี
กาลเวลาภายในห้องหอราวกับหยุดนิ่ง เยวี่ยชิงฮวนนั่งตัวแข็งทื่อ กลั้นหายใจจนหน้าผากเนียนมีหยาดเหงื่อผุดซึม ภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดง แก้มทั้งสองข้างของเขายังคงป่องนูนเพราะถั่วลิสงและขนมกุ้ยฮวาที่อัดแน่นอยู่เต็มกระพุ้งแก้มเงาดำของร่างสูงใหญ่ทอดทับลงมาใกล้จนได้กลิ่นสุรามงคลจางๆ ผสมกับกลิ่นกายบุรุษที่ให้ความรู้สึกคุกคามและทรงอำนาจมือหนาที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการจับอาวุธค่อยๆ เอื้อมมาเบื้องหน้า ชิงฮวนหลับตาปี๋ เตรียมใจรับโทสะของ 'เทพสงครามหน้าอสูร' หากอีกฝ่ายเลิกผ้าคลุมขึ้นมาแล้วพบว่าเจ้าสาวของตนกำลังทำตัวตะกละตะกลามสวาปามของมงคลจนหมดเกลี้ยง เขาอาจจะถูกบีบคอหักตายคามือเลยก็เป็นได้!พรึ่บ...ปลายนิ้วแกร่งจับที่ชายผ้าคลุมหน้าสีแดง แล้วเลิกมันขึ้นอย่างเชื่องช้า ผ้าไหมบางเบาเลื่อนหลุดพ้นผ่านมงกุฎหงส์ทองคำไปกองอยู่ด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้าที่ถูกซ่อนเร้นอยู่ภายในเฮ่อเหลียนเซียวหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อเพ่งมองให้ชัดเจนท่ามกลางแสงเทียนสีแดงสลัวทว่า... ภาพที่ปรากฏตรงหน้ากลับทำให้แม่ทัพผู้ผ่านศึกมานับร้อยชะงักงันไปชั่วขณะเบื้องหน้าของเขาคือดรุณีผู้งดงามล่มเมือง คิ้วเรียวพาดเฉียงดั่งใบหลิว ดวงตาดอกท้อ