เข้าสู่ระบบเพราะคำสัญญาระหว่างผู้ใหญ่ในอดีต ทำให้โชคชะตาของคนสองคนต้องกลับมาบรรจบกันอีกครั้ง… ‘ทัตธารา’ คุณหมอหนุ่มที่เคยเป็นเพียงเด็กชายตัวอ้วนกลมผู้แอบเด็ดดอกกุหลาบขาว ‘ไกรสร’ กำนันหนุ่มผู้ดุดันและเที่ยงตรงดั่งไม้บรรทัด แต่กลับเก็บรักษาดอกกุหลาบแห้งดอกหนึ่งไว้ในกล่องไม้ล้ำค่ามานานกว่า 15 ปี เมื่อคุณหมอต้องกลับมาทำหน้าที่ที่บ้านเกิด และกำนันจอมเฮี้ยบต้องทำหน้าที่ ‘ดูแล’ (หัวใจ) ของฝากจากสัญญาลูกผู้ชายลำดับนี้... ความนุ่มนิ่มจะเอาชนะความเย็นชาได้หรือไม่?"
ดูเพิ่มเติมบทที่ 5 คุยเรื่องแต่งงานเสียงเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงคันเก่า แม้จะส่งเสียงกุกกักตามอายุการใช้งานแต่ยังคงขับเคลื่อนได้อย่างมั่นคงไปตามถนนลูกรังในยามเช้า แสงอาทิตย์แรกอรุณทาบทับลงบนแผ่นหลังของชายหนุ่มในชุดกาวน์สั้นสีขาวสะอาดตาที่ปลิวไสวตามแรงลมหมอทัตธารา บังคับรถมอเตอร์ไซค์คันเดิมของแม่มุ่งหน้าสู่โรงพยาบาลประจำอำเภอเป็นวันที่สี่ติดต่อกันนับตั้งแต่กลับมาอยู่บ้าน แม้เส้นทางจะขรุขระเป็นหลุมเป็นบ่อไม่ต่างจากเมื่อสิบห้าปีก่อน ทว่าลมเย็น ๆ ที่ปะทะใบหน้ากลับทำให้หัวใจของเขารู้สึกปลอดโปร่งอย่างประหลาดสายตาของเขาเผลอเหลือบมองไปยังรั้วไม้ไกลๆ ของสวนกุหลาบที่คุ้นตาขณะขับผ่าน ความทรงจำวัยเด็กเริ่มผลิบานขึ้นในใจทีละนิด“ไกลหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร...” เขาลอบยิ้มพลางพึมพำกับสายลม “...ถ้าการเดินทางนี้ มีใครบางคนรอให้กลับมาเจอทุกวัน”กาลเวลาในแต่ละวันของหมอจบใหม่ในอำเภอเล็ก ๆ ผ่านไปอย่างรวดเร็วและเหนื่อยล้า ทว่าเมื่อถึงเวลาเย็นทัตกลับไม่รู้สึกท้อถอย เขาขี่รถกลับบ้านท่ามกลางแสงสนธยาที่เริ่มทอแสงสีส้มแก่ กลิ่นไอธรรมชาติพัดมาต้อนรับเขาจนถึงชาน
บทที่ 4 กลับบ้านเกิดเสียงเครื่องยนต์ของรถทัวร์สายกรุงเทพฯ-สุพรรณบุรี ครางหึ่มอย่างอ่อนแรงก่อนจะค่อย ๆ ชะลอจอดลงที่ป้ายรถเมล์เล็ก ๆ หน้าอำเภอบางปลาม้า แสงแดดในยามบ่ายคล้อยเริ่มอ่อนแสงลง ทอประกายสีทองพาดผ่านท้องทุ่ง ลมตะวันตกหอบเอากลิ่นฟางข้าวแห้ง ๆ จากนาไกล ๆ เข้ามาแตะปลายจมูกของคนที่เพิ่งก้าวลงจากรถเป็นสัมผัสแรกที่ต้อนรับเขากลับสู่มาตุภูมิชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวสะอาดตากับกระเป๋าเป้ใบโตยืนถอนลมหายใจเบา ๆ พยายามปรับตัวกับไอความร้อนที่ระเหยขึ้นมาจากพื้นถนน ดวงตากลมโตที่มีประกายความอบอุ่นกวาดมองไปรอบข้างอย่างสำรวจ ความคุ้นเคยในอดีตค่อย ๆ ไหลย้อนกลับมาในความทรงจำทัตธารา หรือ หมอทัต ทันตแพทย์หนุ่มเกียรตินิยมอันดับหนึ่งจากรั้วมหาวิทยาลัยชื่อดัง ยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่กับกองสัมภาระเพียงลำพัง“ไหนแม่บอกจะมารับไงนะ... ป่านนี้ยังไม่เห็นแม้แต่เงา” เขาพึมพำกับตัวเองพลางขยับแว่นสายตาไม่นานนัก โทรศัพท์ในกระเป๋าก็สั่นครืดคราด เมื่อกดรับ เสียงร้อนรนของ ทองใบ ผู้เป็นแม่ก็ดังแทรกเข้ามาทันที“ลูกแม่! แม่กำลังจะออกไปเดี๋ยวนี้แหละ แต่เจ้ากร
บทที่ 3 ไปเรียนต่อเสียงเรไรยามบ่ายแผ่วระงมกลบเสียงยอดไม้ที่ไหวเอนตามแรงลมชายคาเรือนครัว ไอความร้อนระอุของแดดเมืองสุพรรณฯ แผ่ซ่านไปทั่วผืนดิน ทิ้งร่องรอยความระยิบระยับบนผิวน้ำในร่องสวน ทองใบยืนหอบผ้ากองโตอยู่ใต้ถุนบ้าน มือที่กำลังพับผ้าหยุดชะงักลงครู่หนึ่ง สายตาที่เต็มไปด้วยความอาทรทอดมองไปยังเด็กชายตัวน้อยที่นั่งจมอยู่กับกองตำราใต้ต้นพุทราใหญ่ทัตธารา ในวัย 11 ขวบ เริ่มมีเค้าโครงของความโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายที่เคยอ้วนกลมราวกับซาลาเปาเริ่มซูบลงเล็กน้อย ทว่าแก้มใสทั้งสองข้างยังคงนุ่มนิ่มน่าเอ็นดู ผมหยักศกสีน้ำตาลอ่อนรับกับดวงตากลมโตที่ดูสดใสอยู่เสมอ หากแต่ในบางจังหวะที่เขานิ่งเงียบ แววตาคู่นั้นกลับซุกซ่อนความเหงาบางอย่างที่คนเป็นแม่สัมผัสได้ถึงก้นบึ้งของหัวใจ“แม่ครับ... ทำไมช่วงนี้พี่ไกรเขาไม่ค่อยกลับบ้านเลยล่ะครับ”ทัตธารา ในวัยที่เริ่มเข้าสู่การเรียนรู้ที่จริงจังขึ้น วางหนังสือเล่มหนาลงบนตักอย่างไม่ใส่ใจนัก เขาเงยหน้าขึ้นถามมารดาด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้ดูราบเรียบเป็นปกติที่สุด ราวกับเป็นเพียงการชวนคุยสัพเพเหระ แต่ประกายในดวงตากลมโตคู่นั้นกลับปิดบังความคาดหวังที่เอ่อล้นออก
บทที่ 2 ลูกหมูสายลมเดือนหกพัดพลิ้วพาใบไม้ปลิวไหวแผ่วเบา หอบเอาไอความร้อนชื้นที่ลอยวนอยู่ทั่วเรือนสวนกุหลาบมาปะทะผิวหน้า เสียงจักจั่นระงมแทรกซึมไปกับความเงียบสงบ กลิ่นดินหลังฝนที่เพิ่งซาไปผสมผสานกับกลิ่นหอมอ่อนหวานของกุหลาบขาวที่บานสะพรั่งขจรขจายไปทั่วบริเวณ เงาของต้นไม้ใหญ่ทอดยาวทาบลงบนพื้นอิฐสีส้มที่ถูกขัดจนสะอาดตาตรงขอบแปลงกุหลาบที่เบ่งบานสุดทางรั้วไม้ เด็กชายร่างป้อมคนหนึ่งกำลังนั่งยอง ๆ มองธรรมชาติด้วยความหลงใหล ดวงตากลมโตสุกใสเปล่งประกายล้อแสงแดดอ่อน ยามที่เขาค่อย ๆ ยื่นมือน้อย ๆ ที่นุ่มนิ่มไปสัมผัสกลีบดอกกุหลาบสีขาวสะอาดตาอย่างเบามือราวกับกลัวว่ามันจะช้ำ“สวยจังเลย...”เสียงนุ่มนิ่มพึมพำออกมาเบา ๆ พร้อมกับรอยยิ้มละมุนที่ทำให้ลักยิ้มข้างแก้มบุ๋มลงไปอย่างน่ารักเด็กชายตัวน้อยคนนี้คือ ทัตธารา ในวัย 10 ขวบ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของทมผู้ล่วงลับ และเป็นดั่งผลผลิตที่มีชีวิตจากคำสัญญาเมื่อสิบปีก่อน ทัตในวัยนี้ดูอ้วนกลมน่าเอ็นดู ผิวพรรณขาวอมชมพูดูสุขภาพดี แก้มยุ้ย ๆ ทั้งสองข้างแน่นขนัดเหมือนซาลาเปาที่เพิ่งนึ่งสุกใหม่ ๆ เขาเป็นเด็กช่างพูดช่างเจรจา มักจะแอบมานั่งพึมพำคนเดียวในสวนด้วยนิสัยร่





