LOGINRrrr!
“ว่าไงเกรย์” (อยู่ไหน) “คอนโด” (ทำอะไรอยู่) “กำลังเขียนนิยายอยู่” เกรย์เป็นคนเดียวที่รู้ว่าเธอกำลังเป็นนักเขียนนิยาย ที่ผ่านมาไม่ว่าเรื่องอะไรเธอจะบอกให้เกรย์รู้ทุกเรื่อง เรื่องที่เธอต้องแต่งงานกับลีออนเพราะยายของเธอและย่าของเขาอยากให้แต่ง เกรย์ก็รู้ พอหย่าเธอก็บอกเกรย์เป็นคนแรกเพราะเกรย์คือเพื่อนที่เธอรู้สึกสนิทและไว้ใจได้ที่สุด ส่วนเพื่อนคนอื่นๆที่รู้จักกันตอนเรียนมหาวิทยาลัยก็มีเหมือนกัน แต่ไม่ถึงกับสนิทกันมาก ตอนวันแต่งงานเธอบอกแค่เกรย์คนเดียว ส่วนเพื่อนที่เคยเรียนมหาวิทยาลัยเธอไม่ได้บอก (ตอนเย็นฉันจะไปรับเธอออกมากินข้าว ฉันเป็นเจ้ามือเอง เธอไปนะ” “ได้ เกรย์จะมารับหนึ่งกี่โมง” (หกโมงฉันไปถึงคอนโดของเธอ เธอแต่งตัวรอไว้ได้เลย) “โอเค” (งั้นแค่นี้นะน้ำหนึ่ง ฉันต้องทำงานต่อแล้ว) จากนั้นน้ำหนึ่งก็กดวางสายแล้วลงมือเขียนนิยายต่อไปจนถึงห้าโมงเย็น เธอปิดโน๊ตบุ๊คและหยิบผ้าเช็ดตัวเข้าห้องน้ำไป 18.00 น. เมื่อรถเก๋งของเกรย์เคลื่อนตัวเข้ามาจอดยังหน้าคอนโด น้ำหนึ่งที่นั่งรออยู่ในล็อบบี้เมื่อเห็นรถของเพื่อนสนิทก็รีบลุกเดินไปขึ้นรถทันที ก่อนที่ชายหนุ่มจะพาเพื่อนสาวไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่ง บริษัทลีออน ตอนเย็น “คุณลีออนคะ เดี๋ยวนัสขอติดรถคุณกลับบ้านด้วยได้ไหมคะ” วีนัสเข้ามาในห้องทำงานของเขาแล้วเอ่ยพร้อมส่งยิ้มบางๆ “อ๋อ ได้สิ” เขาเงยหน้าขึ้นมาตอบเธออย่างไม่ต้องคิดอะไร เพราะคิดว่าก็ในเมื่อผู้หญิงที่ตรงไทป์มาขอให้ไปส่งที่บ้าน แล้วทำไมจะต้องปฏิเสธ “งั้นนัสออกไปรอข้างนอกนะคะ” “ได้ รอผมเคลียร์งานอีกยี่สิบนาทีนะ แล้วจะออกไป” เขาพูดด้วยรอยยิ้มอ่อน “ได้ค่ะ” ว่าแล้วหญิงสาวก็หมุนตัวแล้วออกจากห้องไป ก่อนที่ลีออนจะก้มหน้าทำงานต่ออีกยี่สิบนาที เสร็จแล้วเขาจึงออกจากห้องทำงาน ลีออนพาร่างบางที่อยู่ในเสื้อนักศึกษารัดรูปกระโปรงสั้นถึงกลางขามาขึ้นรถหรูของตัวเอง บนรถ “คุณอยากแวะกินข้าวก่อนไหม” เมื่อรถเคลื่อนตัวออกมาจากบริษัท ใบหน้าหล่อเหลาก็เอ่ยถามขึ้นตามมารยาท “ตอนเที่ยงนัสก็ให้คุณพาไปกินข้าวครั้งนึงแล้ว ถ้าเป็นตอนเย็นด้วย นัสรู้สึกเกรงใจคุณจังเลยค่ะ” เธอพูดด้วยท่าทีเกรงใจ แต่ในใจจริงๆแล้วก็อยากไปทานข้าวกับเขาอีก “คุณไม่ต้องเกรงใจผมหรอกครับ งั้นแวะกินข้าวกันก่อนกลับนะ” “เอ่อ งั้นก็ได้ค่ะคุณลีออน” เธอทำทีเป็นเกรงใจ แต่ในใจรู้สึกลิงโลดเมื่อคิดว่าเขาคงจะไม่เคยพาน้ำหนึ่งไปไหนกับเขา แต่เขากลับพาเธอไป ร้านอาหาร เมื่อลีออนกับวีนัสเข้ามาภายในร้านอาหาร น้ำหนึ่งกับเกรย์ที่ทานข้าวเสร็จแล้วจึงพากันเดินออกไปหน้าร้าน ก็เจอกับลีออนและวีนัสที่เดินเคียงคู่กันเข้ามา น้ำหนึ่งกับลีออนที่ไม่ได้เห็นหน้ากันมาสองเดือนแล้วต่างก็ชะงักและสบตากันชั่วครู่ ก่อนที่เสียงของวีนัสจะเอ่ยขึ้น “อ้าวพี่น้ำหนึ่ง พี่จะกลับแล้วเหรอ” “เรารีบกลับกันเถอะเกรย์” น้ำหนึ่งละสายตาจากใบหน้าหล่อเหลาของอดีตสามีแล้วหันมาบอกเพื่อนร่างสูงที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนที่เกรย์กับน้ำหนึ่งจะพากันออกจากร้านไปขึ้นรถ จากนั้นลีออนกับวีนัสก็พากันไปนั่งยังโต๊ะที่อยู่ไม่ไกล ด้านน้ำหนึ่งกับเกรย์ บนรถ “พอหย่ากับเธอได้ไม่กี่เดือน สามีเก่าเธอก็ควงน้องเลี้ยงของเธอออกหน้าออกตาเชียวนะ แต่งงานกับเธอมาเป็นปี ไม่เห็นจะเคยพาเธอไปไหน” “พี่ลีออนเขาไม่ได้ชอบหนึ่งนี่ แล้วเขาจะพาหนึ่งไปด้วยทำไมล่ะ และที่เขาควงวีนัสออกหน้าออกตาแบบนั้นเพราะเขาชอบวีนัสน่ะสิ” เธอพูดด้วยสีหน้าม่อยเมื่อคิดว่าอยู่กับเขามาเป็นปี แต่เขาไม่เคยพาเธอออกไปกินข้าวนอกบ้านสักครั้ง “ก็น่าจะเป็นแบบที่เธอว่านะ สามีเก่าเธอคงจะชอบผู้หญิงที่ดูแซบๆแบบวีนัสมั้ง” หนึ่งเดือนต่อมา เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้วที่วีนัสเข้ามาฝึกงานในบริษัทของลีออน ทุกวันวีนัสจะชวนลีออนออกไปทานข้าวเที่ยงเกือบทุกวัน บางวันเขาก็บอกให้เลขาสั่งมากินในห้องทำงาน และเขาให้วีนัสเข้ามาทานข้าวในห้องทำงานกับเขาด้วย พอตอนเย็นวีนัสก็ขอติดรถเขาไปลงที่บ้านทุกวัน ลีออนก็ไม่เคยปฏิเสธเธอสักครั้ง บางวันก่อนไปส่งเธอที่บ้านเขาก็พาเธอแวะกินข้าวก่อน หนึ่งเดือนมานี้ทั้งคู่รู้สึกสนิทสนมกันอย่างรวดเร็ว ด้านน้ำหนึ่ง น้ำหนึ่งหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเข้าแอปธนาคารจึงได้เห็นว่าเงินจากการขายนิยายเข้ามาห้าหมื่นกว่าบาท ริมฝีปากอมชมพูคลี่ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจเพราะไม่คิดเลยว่านิยายของเธอเรื่องแรกจะขายได้เงินตั้งหลายหมื่น เมื่อเห็นยอดเงินที่ได้เธอจึงคิดว่าไม่ผิดเลยที่ได้ทำอาชีพนี้ ซึ่งเป็นอาชีพที่เธอไม่คิดว่าจะทำมาก่อนเลย ตอนเรียนหนังสือเธอคิดว่าถ้าเรียนจบคงต้องไปสมัครงานที่ไหนสักแห่ง แต่พอเห็นรายได้จากสิ่งที่ตัวเองเพิ่งรู้ว่าชอบจึงคิดว่าคงไม่ต้องไปทำงานที่ไหนแล้วแหละ อีกอย่างงานเขียนเป็นงานที่เธอรู้สึกถนัดเพราะไม่ต้องออกไปไหน เนื่องจากว่าเธอเป็นคนไม่ชอบออกไปไหนอยู่แล้ว หลายวันค่อยออกไปเปิดหูเปิดตาบ้างก็ไม่เป็นไร น้ำหนึ่งออกจากแอปธนาคารแล้วโทรหาเพื่อนสนิททันที ตู๊ด “ว่าไงน้ำหนึ่ง” (เกรย์ทำอะไรอยู่เหรอ) “ฉันอยู่ไซต์งานน่ะ มีอะไรหรือเปล่า” (ตอนเย็นไปกินข้าวกันนะ วันนี้หนึ่งเลี้ยงเอง เงินนิยายออกแล้ว) “ได้เงินนิยายเท่าไหร่” (ห้าหมื่นกว่าบาท) “ขายนิยายเรื่องเดียวก็ได้ตั้งครึ่งแสนเชียวนะ ดีกว่าไปเป็นพนักงานบริษัทซะอีก ฉันยินดีด้วยนะน้ำหนึ่ง” (ขอบใจนะ งั้นเกรย์ก็ทำงานเถอะ) “ตอนเย็นฉันไปรับนะ” (เกรย์ไม่ต้องมารับหนึ่งหรอก เดี๋ยวหนึ่งขับรถไปเองดีกว่า หกโมงเจอกันที่ร้านเดิมนะเกรย์) “โอเค งั้นแค่นี้นะน้ำหนึ่ง”“ฉันดีใจจังเลยค่ะที่คุณหายกลับมาเป็นปกติแล้ว” “…” ราเชนทร์ชะงักเมื่อได้ยินเสียงคนคุ้นเคย เขาละสายตาจากหนังสือแล้วจ้องหน้าสองแม่ลูกด้วยสีหน้าเรียบเฉยวีนัสที่เห็นว่าราเชนทร์ไม่ได้มีสีหน้าดีใจเมื่อเห็นเธอกับแม่จึงรีบพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงฉอเลาะเอาอกเอาใจทันที“หนูก็ดีใจมากเลยค่ะที่คุณพ่อร่างกายแข็งแรงแล้ว”“ใครเป็นพ่อเธอ ฉันมีลูกสาวคนเดียว นั่นก็คือน้ำหนึ่ง” เขาพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึม น้ำเสียงห้วนวีนัสกับธัญญาถึงกับหน้าเสียแล้วหันมองหน้ากัน ก่อนธัญญาจะเอ่ยขึ้น“ที่ผ่านมาคุณรักวีนัสเหมือนกับลูกแท้ๆ พอไม่ได้เจอกันไม่กี่เดือน คุณก็ไม่รักวีนัสแล้วเหรอคะ”“แต่ก่อนฉันเคยหลงผิดไปรักลูกของคนอื่น แต่ตอนนี้คนที่ฉันรักมีอยู่คนเดียว นั่นก็คือลูกสาวของฉัน” เขาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่าทีจริงจัง“แล้วฉันล่ะคะ คุณก็ไม่รักแล้วเหรอ ฉันเป็นเมียของคุณนะ คุณยอมทิ้งลูกทิ้งเมียเพื่อให้ได้อยู่กับฉัน ก็เพราะว่าคุณรักฉันไม่ใช่เหรอคะ”“…” ราเชนทร์รู้สึกเจ็บที่ใจและจุกกับคำว่าทิ้งลูกทิ้งเมียที่อีกคนพูด เขาพูดอะไรไม่ออกเพราะประโยคนั้นมันคอยทิ่มแทงใจของเขาตลอดเวลาในช่วงหลังๆมานี้“คุณยังรักฉันใช่ไหมคะ”“ไม่! ฉันไม่ไ
สามวันต่อมา บ้านลีออนหลังจากที่น้ำหนึ่งนอนรักษาอาการป่วยในโรงพยาบาลสามวัน วันนี้เธอหายป่วยแล้ว หมอจึงให้กลับบ้านได้เมื่อทั้งสองเข้ามาในบ้านก็พากันไปนั่งบนโซฟาราคาแพงในห้องโถงกว้าง ลีออนหันถามร่างเล็กที่นั่งข้างตัวเอง“หิวหรือยัง ถ้าหิวเดี๋ยวฉันจะได้บอกให้แม่บ้านทำอาหารเลย”“ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ค่ะ หรือว่าพี่ลีออนหิวแล้ว” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้มหวาน“ฉันยังไม่หิว เธอยังเพลียอยู่ไหม”“ไม่เพลียแล้วค่ะ ร่างกายกลับมาเป็นปกติแล้ว”“ตอนอยู่โรงพยาบาล แม่ไปหาที่บริษัท เพราะอยากพาฉันกับเธอไปกินข้าว ฉันก็เลยบอกว่าถ้าเธอออกจากโรงพยาบาลจะโทรไปบอกแม่ พรุ่งนี้เธอสะดวกจะออกไปกินข้าวข้างนอกไหม”“สะดวกค่ะ”“งั้นฉันจะโทรไปนัดกับแม่ก็แล้วกัน” แล้วโทรศัพท์ของน้ำหนึ่งก็มีสายโทรเข้ามาจากพ่อของเธอRrrr!“ค่ะพ่อ”(กลับมาถึงบ้านแล้วเหรอลูก) ตอนน้ำหนึ่งอยู่โรงพยาบาล ราเชนทร์โทรไปถามอาการของน้ำหนึ่งทุกวัน เขาอยากไปเยี่ยมลูก แต่ร่างกายของเขายังไม่ค่อยแข็งแรง เดินได้ในระยะใกล้ๆเท่านั้น ยังเดินมากไม่ค่อยได้ และเขาก็ทำกายภาพบำบัดทุกวัน“ถึงแล้วค่ะ”(หายดีแล้วใช่ไหมลูก ร่างกายกลับมาแข็งแรงแล้วใช่ไหม)“หนึ่งแข็งแรงค่ะพ
ร่างสูงวางกระเป๋าเสื้อผ้าลงบนโซฟาจึงเห็นว่าน้ำหนึ่งยังหลับสนิทอยู่ เรียวขายาวก้าวมาทิ้งตัวนั่งบนเตียงพร้อมกับคลี่ยิ้มบางๆพลางพึมพำออกมา“สงสัยจะเพลียมาก ถึงได้หลับลึกขนาดนี้” ว่าแล้วร่างแกร่งก็ล้มตัวนอนข้างเธอ จากนั้นเขาก็หลับไปเช่นกันสองชั่วโมงต่อมาลีออนรู้สึกตัวตื่นในเวลาหนึ่งทุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาหันมองคนตัวเล็กก็เห็นว่าเธอยังหลับอยู่ เขานึกสงสัยว่าทำไมเธอถึงได้หลับนานขนาดนี้ ร่างแกร่งหยัดตัวนั่งแล้วเลื่อนมือไปจับแขนเล็กเพื่อจะปลุก แต่เขากลับพบว่าอุณหภูมิในร่างกายของเธอร้อนเหมือนไฟชายหนุ่มเลื่อนมือไปอังหน้าผากอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจ จึงรู้ว่าเธอไข้ขึ้นสูงมาก ลีออนตกใจและรู้สึกกังวลจนทำอะไรไม่ถูกจึงจับแขนเรียวเขย่าเบาๆเพื่อเรียกให้เธอรู้สึกตัว“น้ำหนึ่ง”“…”เมื่อเห็นว่าร่างกายเธอไม่ตอบสนอง เขาคิดได้อย่างเดียวคือต้องพาเธอไปโรงพยาบาล ขายาวลงจากเตียงแล้วช้อนร่างเล็กขึ้นมาแนบอก ก่อนจะพาลงไปขึ้นรถพร้อมกับมุ่งหน้าไปโรงพยาบาลเอกชนที่อยู่ไม่ไกลห้องพักฟื้นตอนนี้น้ำหนึ่งอยู่ในชุดของโรงพยาบาลนอนหลับอยู่บนเตียง หลังจากที่หมอได้ทำการวินิจฉัยว่าไข้ขึ้นสูงก็ฉีดยาลดไข้และใส่สายน้ำเกลือ ในขณะที่ลี
เวลาต่อมาร่างเล็กที่มีผิวขาวอมชมพูออกจากห้องน้ำมาโดยมีผ้าขนหนูพันรอบกาย ลีออนที่นั่งอยู่บนโซฟาเมื่อเห็นร่างบางออกมาจึงลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวไปเปิดตู้เสื้อผ้าเขาหยิบเสื้อเชิ๊ตออกมาแล้วเดินไปหาคนตัวขาวที่ยืนอยู่ เขาเลื่อนมือไปจะดึงผ้าขนหนูที่พันร่างอรชร“พี่จะทำอะไรคะ” เธอจับผ้าขนหนูไว้แล้วถามด้วยความระแวงและสงสัย“ฉันจะใส่เสื้อให้เธอไง” มุมปากหยักโค้งขึ้นเมื่อรู้ว่าอีกคนระแวงเขาอยู่ตลอดเวลา“หนึ่งใส่เองค่ะ เอาเสื้อผ้ามา” เธอยื่นมือไปรับเสื้อ ลีออนสบโอกาสจึงดึงผ้าขนหนูของเธอออกพรึบ“พี่ลีออนอย่านะ” เธอรีบยกมือปิดหน้าอกทันทีเขาโยนผ้าขนหนูไปบนเตียงแล้วหันมองเรือนร่างขาวผุดผ่องตรงหน้าที่เขาได้เป็นเจ้าของเป็นคนแรก ก่อนจะพูดออกไปด้วยแววตากรุ้มกริ่ม“ฉันแค่อยากจะใส่เสื้อผ้าให้เธอเอง เธอจะกลัวอะไร” ว่าแล้วลีออนก็รั้งคนตัวเล็กเข้ามากอดแล้วกดตามองใบหน้าสวยที่อยู่ตรงหน้าอกของเขาพร้อมกับพูดออกไป“เมื่อคืนฉันเห็นหมดแล้ว เธอไม่ต้องอายหรอก” เรียวปากหยักได้รูปขยับพลางฝ่ามือหนาลูบไล้แผ่นหลังขาวเนียน“…” ใบหน้าเรียวรูปไข่ขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความรู้สึกเขินอายเมื่อคิดว่าเขาเห็นทุกอย่างบนร่างกายเธอ
ใบหน้าหล่อผละจากซอกคอที่ชื้นไปด้วยเหงื่อแล้วจูบที่ไหล่เล็ก ไล้ต่ำลงมาจูบแผ่นหลังขาวนวล ร่างแกร่งทิ้งตัวนอนข้างเธอในท่าตะแคงพลางรั้งร่างอรชรที่อ่อนปวกเปียกให้นอนตะแคงหันหลังมาทางเขาโดยที่เขาสามารถทำให้ท่อนเอ็นไม่หลุดออกจากร่องสาวได้ เขายกขาของเธอมาก่ายไว้บนเอวของเขา ก่อนร่างบางที่นอนหันหลังแนบกับร่างแกร่งจะเอ่ยออกมา“พอแล้วใช่ไหมคะ” เธอถามด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง หวังให้เขาหยุดทำแบบนั้นกับเธอไว้แค่นี้ เพราะตอนนี้ส่วนตรงนั้นของเธอเจ็บระบมไปหมดแล้ว“ยัง”“แต่หนึ่งเจ็บนะ”“รู้แล้วว่าเจ็บ แต่ถ้าฉันยังมีความต้องการอยู่มาก ฉันก็หยุดตอนนี้ไม่ได้เหมือนกัน”“แล้วอีกนานไหมกว่าพี่จะหมดความต้องการ”“คงอีกสักพัก น่าจะเกือบเช้า”“หนึ่งรับไม่ไหวแล้ว พี่ช่วยเห็นแก่ครั้งแรกของหนึ่งด้วยเถอะค่ะ”“ไม่ใช่ฉันไม่เห็นแก่ครั้งแรกของเธอหรอกนะ แต่ถ้าฉันยังต้องการอยู่แบบนี้ ฉันก็หยุดไม่ได้เหมือนกัน…”“งั้นฉันต่อเลยนะ เดี๋ยวจะได้นอนกัน” พูดจบลีออนก็หยัดตัวขึ้นหอมแก้มขาวเนียน จากนั้นจึงยกขาเรียวให้อ้าออกกว้างก่อนที่เขาจะกระทุ้งเสยท่อนรักจากทางด้านหลังพลางจมูกโด่งก็คลอเคลียแผ่นหลังและหัวไหล่บอบบาง สะโพกสอบเร่งเครื่องความ
เมื่อใบหน้าหล่อผละจากขาขาว จากนั้นเขาจึงก้มลงครอบครองไล้เลียและดูดดึงกลีบรักสีชมพูอ่อนๆด้วยความนุ่มนวลแผล่บๆๆ“ซี้ด อื้อ” ทันทีที่ลิ้นร้อนสัมผัสกับร่องรักที่เปียกลื่นของเธอ น้ำหนึ่งก็แอ่นสะโพกขึ้นด้วยความเสียวซ่านที่แล่นพล่านไปทั่วร่างกาย จนเธอไม่สามารถที่จะข่มความต้องการเอาไว้ได้ จึงปล่อยให้สัญชาตญาณนำทางไปลีออนที่เห็นปฏิกิริยาที่เธอตอบสนองกลับมาเขาก็รู้สึกพึงพอใจไม่น้อยเมื่อคิดว่าการลงลิ้นครั้งแรกของเขาทำให้เธอเสียวได้มากถึงขนาดนี้เขาที่ได้ใจสอดลิ้นเข้าไปในรูรักพร้อมกับตวัดปลายลิ้นดูดเลียกลีบนุ่มที่มีน้ำเมือกใสจนได้ยินเสียงฉ่ำแฉะดังออกมาอย่างชัดเจนแจ๊ะๆๆๆ“อื้อ ไม่ไหว หนึ่งไม่ไหวแล้ว” เธอที่รู้สึกเสียวมากและรู้สึกทรมานร้องครางออกมาอย่างไม่เป็นภาษา กายเล็กดิ้นเร่าๆราวใจจะขาด มือเรียวกำผ้าปูที่นอนจนยับยู่ยี่ ลมหายใจของเธอขาดห้วง หน้าท้องหดเกร็งทุกครั้งที่ลิ้นของเขากระดกเข้ามาลีออนที่รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังจะแตกซ่านก็สะบัดเรียวลิ้นคว้านลึกทุกซอกทุกมุมแผล่บๆๆๆ แจ๊ะๆๆๆจนในที่สุดร่างบางก็กระตุกเกร็งแล้วปลดปล่อยน้ำหวานออกมาในจำนวนมากจนเปรอะเปื้อนริมฝีปากหนา“อ๊า อ๊า”จ๊วบๆเรียวปากหยัก
ร้านอาหารเมื่อเกรย์กับน้ำหนึ่งรับประทานอาหารเสร็จก็พากันออกไปยังรถของตัวเองซึ่งจอดอยู่หน้าร้าน ก่อนที่ชายหนุ่มจะเอ่ยกับเพื่อนตัวเล็ก“เดี๋ยวเธอจะกลับคอนโดเลยหรือเปล่า”“ยังหรอก หนึ่งต้องแวะซื้อของที่ห้างก่อน”“งั้นฉันไปเดินเป็นเพื่อนเธอซื้อของก่อนก็ได้”“อืม ไปกันเถอะ” จากนั้นทั้งสองก็ขึ้นรถของตัว
บ้านลีออน 03.20 น. เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จชายหนุ่มก็เดินมาล้มตัวนอนบนเตียงพลางคิดไปถึงที่เตชินถามเขาว่าอยู่กับน้ำหนึ่งมาหนึ่งปีมีความรู้สึกหวั่นไหวกับเธอบ้างหรือเปล่า เขาลองชั่งใจดูจึงรู้ว่าเขาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับเธอแน่นอน การที่เธอทำหน้าที่เป็นแม่บ้านที่ดี ดูแลอาหารการกินและเสื้อผ้าให้เขา แต
วันต่อมาน้ำหนึ่งตื่นตั้งแต่เช้าล้างหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วลงไปเข้าครัวทำอาหารอย่างเช่นทุกวัน ในหนึ่งอาทิตย์ก่อนหย่านี้เธอจะทำหน้าที่ภรรยาที่ดี ถึงแม้ว่าอีกไม่กี่วันเธอกับเขาจะต้องหย่ากันแล้วเวลาต่อมาเมื่อน้ำหนึ่งทำอาหารเสร็จสรรพก็ออกมาจากครัว เมื่อเห็นคนตัวสูงลงบันไดมาจึงเอ่ยออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแ
แนะนำตัวละครลีออน อายุ 30 ปี สูง185 ซม.เจ้าของบริษัทผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายชนิด มีสาขาอยู่ที่ต่างประเทศด้วยน้ำหนึ่ง อายุ 24 ปี สูง163 ซม......ตัวอย่าง“พี่ลีออน!” เธอหันมองด้วยความตกใจเมื่ออยู่ๆมีใครมานั่งข้างๆ พอรู้ว่าเป็นเขาจึงยิ่งตกใจเข้าไปใหญ่“มาคนเดียว?”“มากับเกรย์ค่ะ”“แฟน?”“







