登入แต่หลังจากรีบเปลี่ยนไปถ่ายทอดช่องอื่นแล้วหรงซูยังคงนั่งอยู่ ขณะรอคอยคำตอบของซูชิงจือซูชิงจือมองหรงซู ในดวงตาดำขลับคือความมืดหม่นที่มองไม่ออกทีมงานเดินเข้าไป แล้วบอกกับทั้งสองคน “ประธานซู คุณเอเวอลิน การสัมภาษณ์จบแล้ว”ซูชิงจือเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อน แล้วยิ้มให้หรงซูอย่างสุภาพบอกว่า “คุณเอเวอลิน ผมขอตัวก่อนนะครับ”หลังซูชิงจือลงจากเวที ผู้กำกับรีบเข้าไปขอโทษขอโพยซูชิงจือเองก็เป็นแขกที่ทางรายการเชิญมาอย่างยากเย็น และเป็นคนที่ล่วงเกินไม่ได้ด้วยท่าทีที่ซูชิงจือมีต่อผู้กำกับถือว่าสุภาพ “ไม่เป็นไร” บนใบหน้าไม่มีอารมณ์โกรธแต่อย่างใดผู้กำกับมองเขา บุคคลระดับนี้มักจะไม่แสดงออกทางสีหน้า ภายนอกไม่ถือสา แต่ลับหลังอาจจะลงมือทำบางอย่างหรือเปล่าก็ไม่แน่เขาส่งซูชิงจือออกจากห้องส่งพอผู้กำกับกลับมา ก็มองหรงซูแล้วถาม “คุณเอเวอลิน ทำไมเมื่อกี้ถึงได้ถามคำถามที่เป็นเรื่องส่วนตัว แล้วยังลากเซิ่งถิงเชินเข้ามาเกี่ยวครับ? คุณน่าจะรู้ว่าเซิ่งถิงเชินเป็นใคร?”แม้ผู้กำกับจะไม่พอใจมาก แต่น้ำเสียงก็ยังเกรงใจหรงซูพูดอย่างใจเย็น “ถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้น ฉันรับผิดชอบเองค่ะ”เอเวอลินเองก็เป็นคนที่ประธา
เซิ่งถิงเจ๋อส่งหรงซูกลับตระกูลหรงเซิ่งถิงเจ๋อกล่าว “วันที่สิบหก ฉันจะไปนิวยอร์กพร้อมเธอ”หรงซูชำเลืองมองเขาเซิ่งถิงเจ๋ออธิบาย “ก่อนหน้านี้เกมที่เพิ่งคิดค้นได้รับผลตอบรับที่ดีมากในอเมริกาเหนือ ครั้งนี้เลยบินไปร่วมกิจกรรมเกมที่จัดขึ้นที่นั่น แล้วแวะเอารางวัลกลับมาด้วย”หรงซูยิ้มแล้วบอก “งั้นควรแสดงความยินดีกับนายหน่อยแล้ว”เซิ่งถิงเจ๋อยิ้ม “ไว้ไปถึงทางโน้นค่อยเลี้ยงข้าวเธอนะ”“ได้”งานของหรงเอินที่หรงซูต้องทำแบบออฟไลน์จัดการไปพอสมควรแล้ว โปรเจกต์ใหญ่สองโปรเจกต์ที่ทำสำเร็จในระหว่างนี้ ต่อไปจะมีทางซ่งเหยียนคอยติดตามความคืบหน้าวันนี้ยังมีการสัมภาษณ์อีกหนึ่งงานที่เธอต้องเป็นพิธีกร นี่เป็นงานที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้วแขกรับเชิญครั้งนี้ไม่ใช่ใครอื่น เป็นซูชิงจือนั่นเองในสถานที่ทำงานท่าทีที่หรงซูปฏิบัติต่อซูชิงจือ ไม่ต่างจากแขกรับเชิญคนอื่น ๆ“ประธานซู สวัสดีค่ะ เชิญนั่ง”ซูชิงจือพยักหน้า แล้วยิ้ม “สวัสดีครับ”ทั้งสองคนจับมือกันจากนั้นนั่งลงหรงซูเข้าสู่ประเด็น เริ่มต้นเนื้อหาการสัมภาษณ์ในวันนี้หลังจากประเด็นสำคัญในการสัมภาษณ์จบลงจู่ ๆ หรงซูก็ถามคำถามที่เฉียบคมหนึ่งคำถาม
หรงซูมองมือที่ว่างเปล่าของตัวเอง ไม่ได้ว่าอะไรเธอได้ยินเสียงฟู่นันนันที่ดังขึ้นด้านหลัง “คุณอาถิงเจ๋อ”หรงซูหันหลังแล้วมองไปตามที่มาของเสียง ก็เห็นเซิ่งถิงเจ๋อหรงซูจูงเหมยเหม่ยเข้าไปหา“คุณอาเล็ก” เหมยเหม่ยเรียกเขาเซิ่งถิงเจ๋อหันไปมอง แล้วสบตากับหรงซู ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้มเขาก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว แล้วอุ้มเหมยเหม่ยขึ้นสูงเหมยเหม่ยหัวเราะอย่างมีความสุขเซิ่งถิงเจ๋อวางเหมยเหม่ยลง เงยหน้ามองเห็นเซิ่งถิงเชินที่เดินมาหยุดข้างกายหรงซูรอยยิ้มในแววตาถูกเก็บรวบ แล้วเรียกเขา “พี่”เซิ่งถิงเชินตอบรับ “มาแล้วเหรอ”งานเลี้ยงจบลงตอนสามทุ่มฟู่สิงโจวกับเจี่ยงเวยหยางทยอยบอกลาแขกเหรื่อก่อนสีหมิงซานจะจากไปเธอจับมือหรงซูบอกว่า “ครั้งหน้ามีเวลาค่อยนัดเจอกันนะ”หรงซูพยักหน้าแล้วยิ้มตอบ “ได้สิ”สีจิ้นชวนบอกลาพวกเซิ่งถิงเชิน แล้วขึ้นรถจากไปเซิ่งถิงเชินกำลังอุ้มเหมยเหม่ยที่นอนหลับสนิท วันนี้เธอเล่นตั้งแต่เช้ายันค่ำ เมื่อกี้ได้พักสักครู่ เหมยเหม่ยก็ง่วงไม่ไหวจนนอนหลับไป เขาบอกลาสองสามีภรรยาฟู่สิงโจว จากนั้นพาเหมยเหม่ยไปขึ้นรถโดยตรงเจี่ยงเวยหยางมองหรงซูแวบหนึ่ง หรงซูเองก็มองเธอ “งั
เซี่ยอันหมิงตอบ “เปล่าครับ พี่จิ้นชวนว่าไงนะครับ?”สีจิ้นชวนเลยถามซ้ำอีกครั้งเซี่ยอันหมิงตอบ “ผมเองก็ไม่แน่ใจครับ”รู้สึกว่าพี่เชินน่าจะรู้จักเอเวอลินนานแล้ว ทั้งสองคนเหมือนมีเรื่องขัดแย้งกันหนักมากเมื่อบทเพลงจบลงคนรอบข้างต่างปรบมือหรงซูอยากดิ้นให้หลุดจากมือเซิ่งถิงเชิน แต่เขากลับล็อกนิ้วมือเธอไว้ไม่คิดจะคลายออกเหมยเหม่ยวิ่งไปหาทั้งสองคนอย่างดีใจ “หนูก็จะเต้นรำกับคุณน้าเอเวอลินเหมือนกันค่ะ”เซิ่งถิงเชินถึงได้ปล่อยมือหรงซู แล้วหันไปลูบหัวของลูกสาว “งั้นเหมยเหม่ยเต้นรำกับน้าเอเวอลินนะ”กลางฟลอร์เต้นรำเปลี่ยนเป็นเพลงที่สนุกสนานขึ้นหรงซูได้ยินเสียงหัวเราะของเหมยเหม่ย อารมณ์จึงค่อย ๆ เย็นลงเซิ่งถิงเชินเดินไปนั่งลงนอกฟลอร์เต้นรำสีจิ้นชวนกับเซี่ยอันหมิงเดินเข้ามา ยิ้มแล้วถาม “นายนี่ยังไงเนี่ย?”เซิ่งถิงเชินรับไวน์แดงที่บริการยื่นมาให้ แล้วจิบเบา ๆ ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปาก เสียงสั่นของมือถือก็ดังขึ้นเขายื่นมือไปหยิบมือถือที่อยู่กระเป๋าด้านในชุดสูท ต่อมาลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปรับสายด้านข้างสีจิ้นชวนมองเห็นสายที่โทรเข้ามาในมือถือเขาเมื่อครู่ อันชิงเยว่เป็นคนโทรมาตอนเซิ่งถ
หรงซูจับมือน้อยของเหมยเหม่ย บอกว่า “น้าเต้นรำไม่เป็นจ้ะ”เหมยเหม่ยผิดหวังเล็กน้อยเซิ่งถิงเชินเดินเข้ามา มองหรงซู แล้วบอกว่า “เต้นไม่เป็น เดี๋ยวฉันจะเต้นนำเธอเอง”หรงซูอึ้งไปสักครู่ แล้วเงยหน้ามองเขาเหมยเหม่ยรีบพูดอย่างดีใจ “ดีเลย ดีเลย คุณน้าเอเวอลิน คุณพ่อเต้นนำคุณน้าได้ พวกเรารีบไปกันดีกว่าค่ะ”สองมือเหมยเหม่ยดึงมือของหรงซูให้เดินกลับไปทางฟลอร์เต้นรำ“เหมยเหม่ย!”“ไปสิคะ คุณน้าเอเวอลิน!”“...”เมื่อไปถึงข้างฟลอร์เต้นรำเซิ่งถิงเชินจับมือหรงซู หรงซูสะดุ้งดึงมือตัวเองกลับมา ตามสัญชาตญาณด้วยความตื่นตระหนก แต่เขากลับออกแรงจับเอาไว้แน่นหรงซูหันมองเขา“ไปเถอะ”เซิ่งถิงเชินพาเธอเข้าไปในฟลอร์เต้นรำเหมยเหม่ยตบมือดีใจอยู่ข้าง ๆ มือหนึ่งของเซิ่งถิงเชินจับมือหญิงสาว ส่วนอีกมือโอบเอวเธอไว้ “เซิ่งถิงเชิน คุณ...”“ถ้าเธอยังดิ้นอีก จะทำให้ทุกคนหันมามองเธอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นหรงซูหลุบตาลง กดข่มอารมณ์เอาไว้ในใจ ไม่ไปมองเขาอีก“จะให้ฉันสอนเธอจริงเหรอ?”เท้าของหรงซูไม่ได้เคลื่อนไปตามจังหวะของเซิ่งถิงเชิน เคลื่อนไหวอย่างแข็งทื่อ เพียงแต่ตรงนี้มีคนอยู่เยอะ เธอไม่อยากทะเล
เมื่อพูดจบก็หันหลังเดินย้อนกลับไปเซิ่งถิงเชินมองไปในสวนหรงซูเหมือนรับรู้ถึงบางอย่าง พอเงยหน้า ก็สังเกตเห็นร่างสูงสง่าร่างหนึ่งบนระเบียงชั้นสามของอาคารด้วยระยะที่ห่างกันมากขนาดนี้ทำให้มองเห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจนมองเพียงแวบเดียวเธอก็เก็บสายตากลับมาอย่างเฉยชาเพียงพริบตาก็ได้เวลางานเลี้ยงตอนเย็นค่ำคืนค่อย ๆ มาเยือนสีสันตระการตาใต้ค่ำคืนครึกครื้นยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียงหัวเราะคิกคักของเด็ก ๆ ดังไม่หยุด จับมือกันแล้วเต้นรำบนสนามหญ้าหรงซูนั่งอยู่กับคุณนายคนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้ เธอไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่สาวคนโตของสีจิ้นชวนนั่นเองสีจิ้นชวนเดินเข้ามา นั่งลงข้างกายหรงซู แล้วชนแก้วดื่มเหล้ากับเธอเซิ่งถิงเชินที่นั่งดื่มเหล้าในระยะที่ห่างออกไปเล็กน้อย สายตามองไปที่เหมยเหม่ยเซี่ยอันหมิงมองทิศทางของหรงซู แล้วอดพูดไม่ได้ “พี่จิ้นจริงจังกับเอเวอลินเหรอเนี่ย?”น้ำเสียงเจือการหวงก้างเล็กน้อยเดิมทีนึกว่าเอเวอลินคบกับเจียงหวยซวี่แล้ว แต่วันนี้กลับได้ยินเธอบอกว่าตัวเองยังไม่มีแฟนทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวอีกครั้งแต่เอเวอลินไม่มองเขาเลยสักนิดตั้งแต่ต้นจนจบเขานึกไม่ถ