Masukเผยอวี้กำลังจะไปหาเผยหลานหัว เพิ่งเดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนและกำลังจะเคาะประตู ก็ได้ยินเสียงเผยหลานหัวตำหนิดังมาจากข้างในเขายกมือเคาะประตู เสียงของเผยหลานหัวเงียบลง จากนั้นประตูก็เปิดออก เมื่อเห็นเผยอวี้ เธอก็เก็บสีหน้าเรียบร้อยแล้ว ก่อนเอ่ยว่า “กลับมาแล้วเหรอ?”เผยอวี้พยักหน้า ก่อนมองไปยังหรงชิงเหวินที่นั่งนิ่งอยู่ในห้อง“แม่ พ่อหรง พวกคุณเป็นอะไรกัน?”เผยหลานหัวเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร มีเรื่องอะไรเหรอ?”เผยอวี้ไม่ได้ถามต่อ เพียงเอ่ยว่า “ผมมีเรื่องอยากคุยกับแม่หน่อย”เผยหลานหัวเอ่ยว่า “ได้สิ” พูดจบก็หันกลับไปมองหรงชิงเหวิน “คุณทบทวนตัวเองให้ดี ๆ”หรงชิงเหวินไม่กล้าโต้แย้ง เอ่ยว่า “งั้นผมไปดูลูกชายก่อน”เมื่อมาถึงห้องทำงานของเผยอวี้“มีเรื่องอะไรเหรอ?” เผยหลานหัวถามเผยอวี้เอ่ยว่า “ตอนนี้ดูเหมือนเสี่ยวซูจะรู้เรื่องพี่ชายแล้ว เพียงแต่คงยังไม่รู้ว่าเป็นซูชิงจือ ตอนนี้ซูชิงจืออยู่เมืองซี ถ้าเสี่ยวซูไปที่นั่น ก็คงจะไปพบเขา”เผยหลานหัวขมวดคิ้ว “เสี่ยวซูรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่?”ทันใดนั้นเธอก็นึกถึงแหวนเพชรที่หรงชิงเหวินนำมามอบต่อให้เสี่ยวซู คาดว่าเขาคงเปิดเผยอะไรบางอย่างออกไป เพราะถึงอย
“ยังไงแม่ก็คิดว่าคืนไปดีกว่า”ปกติเธอแทบไม่เคยตัดสินใจแทนหรงซู แต่ครั้งนี้เธอไม่อยากเห็นหรงซูรับของขวัญชิ้นนี้ไว้จริง ๆหรงซูตอบรับเบา ๆ “เอาตามที่แม่เห็นสมควรเลยค่ะ”“ค่ะ แต่แม่ก็อย่าโทษพ่อเลยนะคะ”เผยหลานหัวเอ่ยว่า “แม่รู้ แต่แม่ก็ต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง เอาล่ะ หนูพักผ่อนให้ดีเถอะ วันนี้ก็นอนเร็วหน่อย”“ค่ะ”เผยหลานหัวถือกล่องที่ใส่แหวนเพชรออกจากห้องนอน ทันทีที่ปิดประตู สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปในพริบตาทันทีที่เธอจากไปหรงซูหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กำลังจะโทรไปทางเฉียนสุ่ยวิลล์ สายของเซิ่งถิงเชินก็โทรเข้ามาพอดี เธอจึงกดรับสาย“ฮัลโหล!”น้ำเสียงฟังดูไร้เรี่ยวแรง“ไม่สบายเหรอ?” ชายหนุ่มถามหรงซูเอ่ยว่า “คืนนี้ฉันจะอยู่บ้าน ยังไม่ได้บอกเหมยเหม่ย”เซิ่งถิงเชินเอ่ยว่า “ฉันจะบอกเธอเอง”“ได้”ทั้งสองไม่มีอะไรจะคุยกันมากนัก จึงวางสายคืนนี้หรงซูเข้านอนแต่หัวค่ำ โดยไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องนอนอีกห้องหนึ่งเผยหลานหัวอดกลั้นแล้วอดกลั้นอีก แต่สุดท้ายก็ทนความโมโหไม่ไหว “หรงชิงเหวิน คุณช่วยมีศักดิ์ศรีหน่อยได้ไหม เธอให้อะไรมาคุณก็รับไว้หมด ฉันว่าเธอไม่ได้มีเจตนาดีอะไรเลย? คุณยังปิด
หลังจากกินมื้อเย็นเสร็จอาการไม่สบายบริเวณท้องน้อยของหรงซูยิ่งหนักขึ้นเรื่อย ๆ แม้เธออยากทำเหมือนไม่มีอะไร แต่สีหน้าของเธอกลับหลอกใครไม่ได้เลยเซิ่งถิงเจ๋อขับรถของเธอไปส่งเธอกลับ เขาถามอย่างเป็นห่วงว่า “เสี่ยวซู ไปโรงพยาบาลตรวจดูหน่อยไหม?”หรงซูเอ่ยด้วยใบหน้าซีดเผือดว่า “ไม่ต้อง ฉันกลับไปนอนพักก็พอ”เรื่องแบบนี้เซิ่งถิงเจ๋อเองก็ช่วยอะไรไม่ได้ จึงทำได้เพียงเร่งความเร็วรถเมื่อมาถึงบ้านตระกูลหรงเซิ่งถิงเจ๋อประคองหรงซูลงจากรถและพาเข้าไปในห้องรับแขกเผยหลานหัวเห็นทั้งสองคนก็รู้ทันทีว่าหรงซูเป็นอะไร จึงรีบก้าวเข้าไปประคองเธอ “ครั้งนี้มาเร็วกว่าปกติใช่ไหม?”หรงซูเอ่ยว่า “ประมาณนั้นค่ะ!”เผยหลานหัวหันไปมองเซิ่งถิงเจ๋อ ก่อนถามไถ่ด้วยความห่วงใยอย่างผู้ใหญ่ว่า “ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง ดูสิถิงเจ๋อ นายผอมลงตั้งเยอะ”เซิ่งถิงเจ๋อยิ้ม “ผมคิดถึงอาหารมื้อใหญ่ฝีมือป้าเผยอยู่ตลอดเลยครับ”“ได้ ๆ ป้าเผยจะทำของดี ๆ ให้บำรุงนาย พรุ่งนี้เช้าอยากกินอะไร ป้าเผยจะทำให้”“ป้าเผยทำอะไรผมก็กินหมดครับ เรื่องนี้ไว้ค่อยคุยกัน ป้าเผยพาเสี่ยวซูขึ้นไปพักข้างบนก่อนเถอะ!”“ได้”เผยหลานหัวประคองหรงซูขึ้นไปชั้นบ
แต่เขากลับทำอะไรไม่ได้เช่นกันเมื่อหรงซูเห็นเซิ่งถิงเจ๋อเงียบไปกะทันหัน จึงถามด้วยความสงสัยว่า “ถิงเจ๋อ นายเป็นอะไรไป?”เซิ่งถิงเจ๋อรีบเก็บสีหน้า ก่อนยิ้มแล้วเอ่ยว่า “ไม่มีอะไร”เขาคิดว่าอย่าให้เสี่ยวซูรู้ถึงความดีของซูชิงจือจะดีกว่า เพราะมีแต่จะเป็นการซ้ำเติมบาดแผลของเธอเท่านั้นหรงซูยังคงสงสัย ท่าทางของเขาเมื่อครู่ดูไม่เหมือนคนที่ไม่มีอะไรเลย“งั้นถึงตอนนั้นฉันไปกับเธอด้วยแล้วกัน ยังไงก็ถึงเวลาที่ควรพักยาวสักหน่อย ช่วงนี้เหนื่อยเกินไป ถือโอกาสไปเที่ยวพักผ่อนที่นั่นด้วยเลยพอดี”หรงซูถอนใจ ก่อนพูดหยอกว่า “เป็นเถ้าแก่นี่ไม่เหมือนกันจริง ๆ ฉันไปทำงาน ส่วนนายไปเที่ยว ทำไมจู่ ๆ ฉันถึงรู้สึกไม่ยุติธรรมขึ้นมานิดหน่อยนะ”เซิ่งถิงเจ๋อยิ้มแล้วเอ่ยว่า “งั้นเธอลาออกแล้วมาทำงานกับฉันเลยสิ”ทั้งสองพูดหยอกล้อกันบรรยากาศระหว่างมื้ออาหารผ่อนคลายเป็นพิเศษระหว่างนั้นหรงซูไปห้องน้ำ จู่ ๆ ท้องก็ปวดหน่วงขึ้นมาเล็กน้อย ดูท่าประจำเดือนคงใกล้มาแล้วเธอยืนล้างมืออยู่หน้าอ่างล้างหน้า ขณะดึงกระดาษทิชชูออกมาเช็ดมือ พอเงยหน้ามองผ่านกระจกก็เห็นคนที่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลัง เธอทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น เช
เซิ่งถิงอวี้พยักหน้าเบา ๆ พร้อมตอบรับ จากนั้นมองเซิ่งถิงเจ๋อ กล่าวว่า “ไหนว่าคืนนี้มีธุระ?”เดิมทีวันนี้เซิ่งถิงอวี้จะนัดสามพี่น้องกินข้าวด้วยกันสักมื้อ ตอนติดต่อเซิ่งถิงเจ๋อ เขาบอกว่าคืนนี้มีธุระไปไม่ได้ตอนนี้โดนจับได้คาหนังคาเขาที่นี่ เซิ่งถิงเจ๋อกลับไม่กระอักกระอ่วนมากนัก ยิ้มแล้วบอกว่า “ก็มีนัดก่อนล่วงหน้าแล้วนี่ครับ”เซิ่งถิงอวี้ไม่ได้ว่าอะไร “งั้นพวกนายไปก่อนเถอะ!”เซิ่งถิงเจ๋อตอบรับหนึ่งคำ “ครับ”หรงซูมองเซิ่งถิงเชินแวบหนึ่ง ชายหนุ่มเงียบขรึมไม่มีทีท่าว่าจะเอ่ยปากพูด ขณะที่เธอเตรียมจะหันหลังจากไป ก็เห็นคนที่กำลังเดินมุ่งหน้ามาทางนี้ อันชิงเยว่ เธอกำลังจ้องมาที่พวกเขา ตอนเห็นหรงซู ในแววตาคือความโกรธแค้นที่ซ่อนไว้ไม่มิดดูท่าวันนี้คงเลือกสถานที่ได้ไม่ดีจริง ๆ “เสี่ยวซู ไปกันเถอะ!”หรงซูละสายตากลับมา แล้วหันหลังเดินเข้าไปในล็อบบีเซิ่งถิงอวี้ชำเลืองมองเซิ่งถิงเชิน ตอนที่กำลังจะพูดบางอย่าง ก็เห็นอันชิงเยว่ที่เดินเข้ามาใกล้ แล้วทักทายพวกเขา “พี่เชิน คุณชายใหญ่เซิ่ง”เซิ่งถิงเชินสาวเท้าก้าวเข้าไปในล็อบบีโดยตรง เซิ่งถิงอวี้ไม่ตอบรับอันชิงเยว่ เดินจากไปด้วยเช่นกันอันชิงเยว
“นอนแล้ว” หรงซูก้าวไปข้างหน้า นั่งลงบนโซฟาเดี่ยวด้านข้าง มองดูชายหนุ่ม กล่าวว่า “เอกสารที่คุณส่งให้ฉันวันนี้ ฉันดูแล้วนะคะ”เซิ่งถิงเชินไม่ตอบรับกำลังรอคำพูดหลังจากนี้ของเธอ“โครงการเหมาะสมกับเฉิงจื้อมากจริง ๆ แต่ว่านี่เป็นสิ่งที่คุณให้เอง ฉันเองก็ไม่ได้ติดหนี้บุญคุณของคุณ” แรกเริ่มเธอจะปฏิเสธฉินอวิ๋นจริง แต่เซิ่งถิงเชินถือวิสาสะเป็นคนอนุมัติแผนงานของเฉิงจื้อเองเซิ่งถิงเชินจ้องใบหน้าเธอ แล้วหัวเราะเสียงเบา กล่าวว่า “ฉันไม่ได้บอกให้เธอติดหนี้บุญคุณฉัน ในเมื่อคิดดีแล้ว เรื่องนี้จะมีคนไปจัดการ เธอไม่ต้องสนใจ”หรงซูไม่ว่าอะไร แค่ตอบรับหนึ่งคำ“ภรรยาของเขาเป็นอะไรกับเธอ?”หรงซูกล่าว “เป็นเพื่อนที่รู้จักกันเมื่อห้าปีก่อน เป็นโค้ชส่วนตัวของฉันค่ะ”เซิ่งถิงเชินก็ไม่ได้ถามอะไรอีก กล่าวว่า “เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ!”หรงซูลุกขึ้นแล้วเดินไปชั้นบนวันถัดมาหรงซูติดต่อทางเวินตง หลังบอกอีกฝ่ายทราบก็ไม่ได้ไปเฉิงจื้ออีกตอนประมาณห้าโมงเย็น หรงซูขับรถไปที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ระหว่างทางได้รับสายจากฉินอวิ๋น ซึ่งขอเรียนเชิญเธอไปที่บ้านอย่างจริงใจ แต่หรงซูปฏิเสธฉินอวิ๋นย่อมเข้าใจเจตนาของ







