LOGINหลังเงียบไปชั่วครู่น้ำเสียงทุ้มต่ำของเซิ่งถิงเชินกล่าวขึ้นช้า ๆ “ถ้าไม่เหมาะสม ฉันจะส่งเธอกลับไปเอง”หลังคุยสายเสร็จเซิ่งถิงเชินก็โทรไปหาอีกหมายเลขหนึ่ง แล้วสั่งการ “รีบจัดการไฟล์ตที่จะบินไปออสเตรเลียให้เรียบร้อย”เหมยเหม่ยถูกรับกลับบ้านก่อนเวลาตอนสองทุ่มรถเบนท์ลีย์สีเงินคันหนึ่งค่อย ๆ จอดหน้าประตูใหญ่วิลล่า ทั่วทั้งวิลล่ามองไม่เห็นแสงไฟแม้แต่น้อยเขาลงจากรถแล้วเดินไปกดกริ่งประตูแม่บ้านมาเปิดประตูอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นซูชิงจือ “คุณซูคะ”ซูชิงจือถาม “เซิ่งถิงเชินอยู่บ้านไหม?”แม่บ้านกล่าว “คุณผู้ชายพาคุณหนูกับคุณผู้หญิงไปแล้วค่ะ”ได้ยินแบบนั้นซูชิงจือขมวดคิ้วอย่างลืมตัว จากนั้นเขาหันหลังขึ้นรถ เอามือถือออกมากดโทรหาเซิ่งถิงเชิน สายโทรติดอย่างรวดเร็ว“เซิ่งถิงเชิน นายจะพาเสี่ยวซูไปไหน?”น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินราบเรียบเป็นพิเศษ กล่าวว่า “ชิงจือ ไม่ต้องเป็นห่วงขนาดนั้น ฉันแค่พาเธอไปรักษา ไม่ทำอะไรเธอหรอก รอให้เธอหายดี ฉันก็จะพาเธอกลับมาเอง”“นายจะพาเธอไปรักษาที่ไหน?”เซิ่งถิงเชินไม่ปิดบัง “ออสเตรเลีย ถ้านายอยากมาหาเธอก็มาได้ตลอดเวลา”ซูชิงจือเงียบไปครู่หนึ่ง ถามว่า “ตกลง
เซิ่งถิงเชินรอจนกระทั่งแม่บ้านพาหมอประจำครอบครัวมาหลังหมอดูอาการเสร็จ กล่าวว่า “คุณผู้หญิงน่าจะได้รับการกระทบกระเทือน จนเกิดภาวะเครียดเฉียบพลัน และมีอาการทางกายชั่วคราว หากอาการรุนแรง อาจนำไปสู่ภาวะบุคลิกแตกแยก ตอนนี้จำเป็นต้องได้รับการบำบัดทางจิตใจโดยเร็วครับ”ต่อมาหมอฉีดยาระงับประสาทให้หรงซูหนึ่งเข็ม สีหน้าตึงเครียดของหรงซูค่อย ๆ ดีขึ้น ลมหายใจก็สงบลงหลังจากหมอจากไปเซิ่งถิงเชินให้แม่บ้านคอยดูแลให้ดี จากนั้นลงไปที่ห้องรับรองปีกตะวันตกชั้นล่างเจียงหวยซวี่รออยู่ชั้นล่าง เมื่อเห็นเซิ่งถิงเชินปรากฏตัว ขณะทั้งสองสบตากัน บรรยากาศทั่วทั้งพื้นที่ราวกับหยุดนิ่งไปเสียอย่างนั้นเซิ่งถิงเชินหยุดฝีเท้าเจียงหวยซวี่ถาม “ตอนนี้ อาการเสี่ยวซูเป็นยังไงบ้าง?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “ประธานเจียงเป็นห่วงเกินขอบเขตหรือเปล่าครับ?”เจียงหวยซวี่โต้กลับด้วยน้ำเสียงสงบนิ่ง “คนที่หลายปีมานี้ไม่เคยเป็นห่วงความปลอดภัยของเสี่ยวซูเลย ตอนนี้มีสิทธิ์อะไรมาวิจารณ์ว่าคนอื่นเป็นห่วงเกินขอบเขตหรือเปล่า?”เซิ่งถิงเชินจ้องเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยบรรยากาศทั้งเงียบและกดดันหลังเงียบไปครู่หนึ่งเจียงหวยซวี่น้ำเสียงเ
ซ่งเหยียนยืนตรงข้ามเขา ถามอย่างกังวล “เสี่ยวซูรู้อะไรหรือเปล่าคะ?”เมื่อวานหลังคุณนายฟ่านไปโรงพยาบาล เห็นอาการอีกฝ่ายไม่ดี เธอยังให้แม่บ้านส่งอาหารไปให้คุณนายฟ่านแต่เช้านี้กลับได้ข่าวว่าเมื่อคืนคุณนายฟ่านกระโดดตึกตายในใจเธอก็เกิดความกดดันที่อธิบายไม่ถูก เมื่อวานยังดี ๆ อยู่ ทำไมเช้านี้ถึงตายได้เธอยังไม่คิดจะบอกเสี่ยวซู จนกระทั่งเมื่อครู่ไปหาเสี่ยวซูที่ห้องทำงาน จึงได้ยินเซวียหมิงเจี๋ยบอกว่าอีกฝ่ายไม่มาบริษัทโทรไปก็ไม่มีใครรับสายเธอขึ้นไปห้องทำงานของเจียงหวยซวี่ที่อยู่ชั้นบน และบอกเรื่องนี้ให้เขารู้น้ำเสียงของเจียงหวยซวี่หนักหน่วงเล็กน้อย กล่าวว่า “เกรงว่าไม่ใช่แค่รู้เรื่องเท่านั้น?”ตอนนั้นที่อยู่นิวยอร์ก ขณะที่หรงซูถูกจ้าวเจิงพาตัวไป หญิงรับใช้ข้างกายจ้าวเจิงเคยคิดจะพาเธอหนี แต่สุดท้ายหญิงรับใช้คนนั้นกระโดดตึกตายต่อหน้าเธอขณะนั้นเรื่องนี้กระทบกระเทือนเสี่ยวซูอย่างมาก ร่างกายเกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อความเครียดอย่างรุนแรง ทำได้เพียงแทรกแซงด้วยวิธีทางการแพทย์ เพื่อทำให้ความทรงจำช่วงนั้นของเธอเลือนรางลงแม้คุณนายฟ่านกับเสี่ยวซูจะไม่มีความผูกพันทางอารมณ์ แต่อย่างไรก็เป็นคนที
“ไม่เป็นไรแล้วนะ” ชายหนุ่มพูดเบา ๆหรงซูลืมตามองฝ้าเพดาน ลมหายใจที่ถี่กระชั้นค่อย ๆ สงบลงเซิ่งถิงเชินเก็บมือกลับมา นั่งหันข้างลงที่ขอบเตียงแล้วมองเธอ พร้อมถามว่า “ลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยไหม?”หรงซูเงียบไม่ตอบรับ ดวงตาว่างเปล่า ใบหน้าขาวซีดไร้เรี่ยวแรงเซิ่งถิงเชินเอาผ้าขนหนูในมือใส่ลงอ่าง กล่าวว่า “งั้นพวกเรากลับกันก่อนนะ”ระหว่างที่พูดเขายื่นมือไปเลิกผ้าห่มบนตัวหรงซูออก พร้อมก้มตัวยื่นมือช้อนอุ้มเธอขึ้นมาจากเตียงผู้ป่วยหรงซูยังคงไม่มีความเคลื่อนไหวใด เหมือนหมดแรงไปทั้งร่างเซิ่งถิงเชินอุ้มเธอออกจากห้องผู้ป่วยแม่บ้านเข้ามาหยิบกระเป๋าหรงซู พร้อมตามออกไปด้วยพอกลับไปถึงเฉียนสุ่ยวิลล์เซิ่งถิงเชินอุ้มหรงซูขึ้นไปห้องนอนชั้นบน วางเธอลงบนเตียงอย่างเบามือ จากนั้นดึงผ้าห่มมาห่มให้เธอ เมื่อมองหญิงสาวที่ค่อย ๆ ปิดตาลงอย่างหนักอึ้ง เขากล่าว “พักผ่อนมาก ๆ นะ”จากนั้นเขาหันหลังออกจากห้องนอน แล้วปิดประตูภายในห้องที่เงียบสงัด ลมที่หน้าต่างพัดเสียงหวีดหวิววันนี้เซิ่งถิงเชินไม่ได้ไปที่บริษัท จัดการงานอยู่ในห้องทำงานภายในวิลล่าชานเมืองห้องนอนใหญ่หมอกำลังทำแผลและพันผ้าก๊อซบนตัวจ
ผ่านไปสักครู่หรงซูหลุบตาลง “ถ้าไม่มีธุระอะไร ฉันกลับก่อนนะคะ”ระหว่างที่พูดเธอจะก้าวจากไป แต่จู่ ๆ ข้อมือกลับถูกจับไว้อย่างแรง หรงซูเงยหน้ามองชายหนุ่มทันที ชายหนุ่มเตรียมจะเอ่ยปากทว่าคนรับใช้ก้าวเข้ามาอย่างรวดเร็ว บอกว่า “คุณผู้ชาย คุณผู้หญิง จู่ ๆ คุณโอลิซาก็ไม่สบายค่ะ”หรงซูได้สติกลับมา จึงดึงแขนของตัวเองกลับมา มองคนรับใช้แล้วถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”หรงซูลงไปดูอาการโอลิซาที่ชั้นล่าง โอลิซานอนอยู่บนเตียง ปวดหัวอย่างหนัก สีหน้าขาวซีด ตรงหน้าผากมีเหงื่อผุดออกมาไม่หยุดเธอรีบสั่งให้คนส่งโอลิซาไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาลตอนโอลิซาถูกส่งตัวขึ้นรถ เธอจับมือของหรงซูเอาไว้แน่น แล้วเอ่ยปากอย่างยากเย็น “เอเวอลิน คุณไปโรงพยาบาลกับฉันดีไหมคะ? ฉันไม่อยากไปคนเดียว คุณแม่ฉัน...ฉันเป็นโรคปวดหัวเหมือนคุณแม่ ท่านตายแบบนี้ที่โรงพยาบาล ฉันไม่อยาก...”หลังพูดประโยคขาด ๆ หาย ๆ พวกนี้จนจบ เหมือนกับใช้แรงทั้งหมดทั่วร่างกายหรงซูรับรู้ถึงมือที่สั่นอย่างรุนแรงและหนาวเย็นของเธอ จึงจับมือเธอไว้ แล้วรับปาก “ได้ ฉันจะไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนเธอ”ต่อมาหรงซูจึงขึ้นรถและไปโรงพยาบาลเป็นเพื่อนโอลิซาด้านหลัง
เจียงหวยซวี่ลุกขึ้นเดินไปข้างเธอ หลุบตามองลงไปทางใต้ตึก ฝนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เมฆดำที่มืดครึ้มมีเสียงฟ้าร้องอึกทึกดังเป็นระยะหลังจากเงียบไปชั่วครู่เจียงหวยซวี่กล่าว “สองวันนี้เธอเก็บของ แล้วไปเมืองซีก่อน หลังจากนี้ถ้ามีเรื่องที่ต้องจัดการก็ส่งมอบให้ซ่งเหยียนก็พอ”หรงซูไม่มีความเห็น จึงตอบรับเสียงค่อยประมาณสิบกว่านาทีต่อมาซ่งเหยียนขึ้นมาที่ห้องทำงานเจียงหวยซวี่ เธอกล่าว “ส่งตัวไปที่โรงพยาบาลแล้ว ดูจากอาการของคุณนายฟ่าน ไม่รู้ว่าจะทนไหวไหม”เจียงหวยซวี่กล่าว “กลับไปทำงานกันก่อนเถอะ!”ซ่งเหยียนกับหรงซูตอบรับ แล้วหันหลังจากไปภายในห้องทำงานประธานของอวิ๋นซานโจวมู่เคาะประตูเข้ามารายงานสถานการณ์ตอนแรกฟ่านกว่างเซ็นสัญญาเดิมพันผลประกอบการอย่างมั่นอกมั่นใจ ตอนนี้ตรวจสอบพบว่าเบื้องหลังฟ่านกว่างมีทุนต่างประเทศคอยสนับสนุน หากไม่ใช่เพราะประธานเซิ่งสังเกตเห็นปัญหาล่วงหน้า เกรงว่าฟ่านกว่างคงทำสำเร็จแล้วจริง ๆ จากนั้นเขารีบพูดต่อไป “คุณหรงช่วยฟ่านกว่างจ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดก่อน อีกทั้งยังให้เงินคุณนายฟ่านไปก้อนหนึ่ง วันนี้คุณนายฟ่านไปคุกเข่าขอพบหน้าที่หรงเอินแต่เช้าอีกแล้ว แต่ถูกส่







