LOGINบรรยากาศภายในห้องนั่งเล่นเต็มไปด้วยความเงียบงัน มีเพียงเสียงสะอื้นไห้ของจีน่าเท่านั้นที่ดังอยู่ จีน่าโดนผู้เป็นแม่ลากลงมาสารภาพบาปกับผู้เป็นพ่อหลังพบว่าเธอกำลังตั้งครรภ์เพื่อหารือและช่วยกันแก้ไขปัญหา
จีน่านั่งคุกเข่าสะอื้นไห้อยู่กับพื้น บนโต๊ะด้านหน้ามีแทงก์ตรวจครรภ์หนึ่งอันวางอยู่เป็นหลักฐานมัดตัวเธออย่างแน่นหนา บรรยากาศรอบตัวเงียบจนน่าใจหาย หลังจากที่แม่บอกกับพ่อและพี่ชายว่าเธอท้อง ภายในห้องนั่งเล่นก็ตกอยู่ในความเงียบงันไม่มีใครเอื้อนเอ่ยคำพูดใดออกมา เช่นเดียวกันจีน่าก็ไม่กล้าพูดอะไรออกไป ไม่กล้าแม้กระทั่งเงยหน้าขึ้นมาสบตากับใคร ไม่อยากเห็นว่าแววตาที่พ่อแม่และพี่ชายมองเธออยู่เปลี่ยนไปไหม เปลี่ยนไปมากรึเปล่า ไม่อยากเห็นว่าตอนนี้ทุกคนกำลังแสดงสีหน้าแบบไหนออกมา ผิดหวังหรือเสียใจ จีน่าไม่อยากเห็นมัน แม้ไม่ได้เงยหน้ามามองแต่จีน่าก็รับรู้ได้ถึงความเคลื่อนไหวของแต่ละคน ตอนนี้พี่ชายของเธอยืนเท้าสะเอวหันหลังให้เธอราวกับคนคิดไม่ตก ขณะที่ผู้เป็นพ่อนั่งกุมขมับด้วยสีหน้าตึงเครียด ส่วนผู้เป็นแม่เพียงทอดสายตามองลูกสาวนิ่งงันทว่าในแววตาคู่นั้นไม่สามารถปกปิดความวิตกกังวลระคนเป็นห่วงลูกไว้ได้เลย ยิ่งบรรยากาศเงียบลงเท่าไร ก็ยิ่งบีบหัวใจของจีน่ามากขึ้นเท่านั้น ภายในอกสั่นสะท้านด้วยความหนาวเหน็บจับขั้วหัวใจ จีน่ากำลังหวังให้พ่อกับแม่หรือพี่ชายพูดประโยคอะไรกับเธอก็ได้สักหนึ่งประโยค จะด่า จะว่า หรือจะตีเธอก็ตามแต่ มันคงดีกว่าการที่ทุกคนนิ่งเงียบใส่เธอแบบนี้ จีน่าไม่รู้เลยว่าทุกคนคิดอะไรอยู่ ยิ่งความเงียบเข้ามาปกคลุมมากเท่าไร จีน่าก็ยิ่งรู้สึกกลัวมากขึ้นเท่านั้น ความเงียบของทุกคนเปรียบเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของเด็กสาวช้า ๆ สถานการณ์ตรงหน้ามันบีบรัดจีน่าจนเธอรู้สึกหายใจไม่ออก ราวครึ่งชั่วโมงเห็นจะได้ที่ไม่มีใครยอมพูดอะไรออกมา สุดท้ายก็เป็นจีน่าที่ทนต่อสถานการณ์อันน่าอึดอัดนี้ไม่ไหว จีน่ารู้ว่าตัวเองผิดอยู่เต็มหัวใจ รู้อยู่เต็มอกว่าเรื่องทั้งหมดมันเริ่มต้นมาจากที่ใด หากไม่ใช่เธอที่ใจง่ายเรื่องราวคงไม่บานปลายขนาดนี้ สองมือบางยกขึ้นประกบกันอยู่กลางอกก่อนที่จีน่าจะกราบลงแทบเท้าของพ่อกับแม่ เอื้อนเอ่ยประโยคแรกออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นพร่าแทบฟังไม่เป็นศัพท์ เสียงสะอื้นไห้ปานจะขาดใจของลูกสะท้านไปทั้งหัวใจของพ่อกับแม่ “ฮึก หนูขอโทษนะคะ หนูไม่ได้ตั้งใจให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ หนูขอโทษที่ทำให้พ่อกับแม่ผิดหวัง หนู….” ประโยคหลังขาดห้วงเมื่อตอนนี้จีน่าร้องไห้จนตัวโยนไม่มีเรี่ยวแรงจะเปล่งคำพูดออกมาเป็นประโยคด้วยซ้ำ “หนูผิดเองค่ะ หนูไม่รักดีเอง” “พ่อคะ พ่อแม่คะ ช่วยยกโทษให้หนูไหม พ่อกับแม่อย่าเกลียด อย่าโกรธหนูเลยนะคะ หนูขอโทษที่ทำตัวแย่จนเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา พ่อกับแม่จะด่าจะว่าหนูยังไงก็ได้ จะตีหนูก็ได้ แต่อย่าเกลียดหนูเลยนะคะ” “แม่ง” จัสตินที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่เงียบ ๆ ก็สบถคำหยาบออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นสภาพของน้องสาวตัวเองตอนนี้ จัสตินก็ยิ่งเดือดดาลอยากตามไปกระทืบคารอสถึงอังกฤษตอนนี้เลย เสียงร้องไห้ปานจะขาดของจีน่าทำให้พี่ชายอย่างเขาแทบร้องไห้ตามอยู่รอมร่อ เธอก็แค่เด็กสิบแปดปีจะแบกรับเรื่องหนักขนาดนี้ได้ยังไงกัน จันตินทนยืนมองน้องสาวอยู่เฉย ๆ ไม่ได้อีกต่อไป เดินเข้ามารวบร่างแบบบางของน้องสาวเข้าสู่อ้อมอกอย่างหวงแหน ต้องการบอกเธอว่าเธอไม่ได้เผชิญเรื่องพวกนี้เพียงลำพัง ซึ่งการกระทำของจัสตินทำให้คนที่ต้องการการปลอบประโลมอย่างหนักรู้สึกอุ่นซ่านไปทั้งหัวใจ “เงยหน้าขึ้นมามองพ่อ แล้วตอบคำถามพ่อจีน่า” จีน่ายอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับคนเป็นพ่ออย่างช้าๆ หลังจากที่พ่อเอ่ยสั่งเธอด้วยน้ำเสียงจริงจัง “คารอสรู้รึเปล่าว่าลูกท้อง” จีน่าส่ายหน้าแทนคำตอบ ไม่อยากพูดถึงหรือได้ยินชื่อของผู้ชายคนนั้นอีกแล้ว พ่อกับแม่รู้แค่ว่าเธอกับคารอสเลิกกันแต่ไม่ได้รู้เหตุผลจริง ๆ ของการเลิกรา “เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้วเราก็ต้องรับมือและเผชิญหน้ากับมัน พ่อกับแม่จะไม่กล่าวโทษอะไรลูกทั้งนั้นเพราะพ่อกับแม่เชื่อว่านับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไปเรื่องนี้คงให้บทเรียนกับลูกได้พอสมควร” เห็นลูกสาวอันเป็นที่รักแทบแหลกสลายอยู่ตรงหน้าคนเป็นพ่อแม่จะกล่าวโทษลงได้อย่างไรกัน อีกทั้งกล่าวโทษไปก็ไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นมา สู้มาช่วยหาทางแก้ไขปัญหานี้กันดีกว่า “การเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาได้ไม่ใช่แค่เราให้กำเนิดเขาออกมา แต่เราต้องพร้อมทุกด้านไม่ว่าการเงิน ความเป็นอยู่ เวลา การดูแลเอาใจใส่หรือแม้กระทั่งวุฒิภาวะ แต่ลูกรู้ใช่ไหมว่าตัวลูกเองยังพึ่งพาพ่อกับแม่อยู่ ลูกยังเรียนไม่จบ ลูกไม่มีเงิน ลูกไม่มีความพร้อมและลูกก็ไม่มีวุฒิภาวะ พ่อกับแม่ไม่สามารถเลือกทางเดินชีวิตให้ลูกได้มีแค่ลูกเท่านั้นที่สามารถตัดสินใจชีวิตของลูก มันอยู่ที่ว่าลูกจะเลือกทางไหน” มือหนาของคนเป็นพ่อวางบนกลุ่มผมของลูกพลางออกแรงลูบอย่างแผ่วเบา “กลับไปคิดให้ดี กลับไปคิดให้ถี่ถ้วน ค่อย ๆ ตัดสินใจ ไม่ว่าลูกจะเลือกทางไหนพ่อกับแม่ยอมรับการตัดสินใจของลูกและพร้อมยืนอยู่เคียงข้างลูกนะจีน่า” เพราะรู้ว่ามันยากที่จะตัดสินใจจึงอยากให้เวลาลูกได้ค่อย ๆ คิด แต่ถ้าถามความเห็นของคนเป็นพ่อเป็นแม่ คงไม่มีใครอยากให้อนาคตของหนูพังลงหรอก “หนูยังไม่พร้อมค่ะ” จีน่าบอกความคิดเธอออกไป แม้มันอาจจะฟังดูใจร้ายหรือดูเลวทรามในสายตาใครก็ตาม แต่เธอไม่สามารถให้กำเนิดเด็กคนนี้ได้จริง ๆ “หนูยังไม่พร้อม” เด็กอายุสิบแปดปีอย่างจีน่าจะเอาปัญหาที่ไหนมาเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตขึ้นมาได้ ในเมื่อทุกวันนี้ตัวเธอเองยังต้องพึ่งพาพ่อแม่และพี่ชายอยู่ สิ่งที่แม่พูดมันพูดต้องทุกอย่าง มันถูกต้องทั้งหมด เธอยังไม่พร้อมให้เด็กคนนี้เกิดมา เธอในตอนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นแม่ใครทั้งนั้น เธอไม่สามารถเป็นแม่ใครได้จริง ๆหนึ่งปีต่อมา จากวันนั้นจนถึงวันนี้เป็นเวลากว่าหนึ่งปีแล้วที่คารอสตามจีบจีน่า แม้สถานะระหว่างเราจะยังไม่ขยับถึงกระนั้นคารอสก็ไม่คิดเร่งรัดจนทำให้จีน่ารู้สึกอึดอัด คารอสพอใจกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้ ขอแค่ให้เขาได้อยู่ข้าง ๆ เธอไม่ว่าจะอยู่ในสถานะไหนคารอสก็พอใจแล้ว เขามีความสุขดี การมีจีน่าในชีวิตมันทำให้คารอสมีความสุขมากจริง ๆ วันนี้เป็นวันเกิดอายุครบสามสิบเอ็ดปีของคารอส จากคนที่ไม่เคยเอาไหนวันนั้น ใครจะคิดว่าเขาจะเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนที่ดีขึ้นมาได้เพื่อใครสักคน แต่ต่อให้ตอนนี้คารอสเปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว ทว่าคารอสก็ไม่เคยลืมเรื่องที่ตัวเขาทำกับจีน่าไว้ ชายหนุ่มยังรู้สึกผิดกับเรื่องราวเหล่านั้นทุกวัน ยังโทษตัวเองทุกครั้งที่เป็นต้นเหตุของเรื่องเลวร้ายทั้งหมด เขาจำทุกอย่างไว้เป็นบทเรียน คารอสไม่ขอสัญญาแต่เขาจะทำให้เห็นว่านับจากวันนี้และตลอดไปจีน่าจะไม่มีวันเสียใจหรือมีน้ำตาเพราะเขาอีกแล้ว “จีเสร็จแล้วค่ะ พี่ใกล้ถึงหรือยัง” คารอสมีรอยยิ้มทันทีที่เห็นข้อความของจีน่าเด้งขึ้นมา “พี่ถึงแล้วครับ” พิมพ์ข้อความตอบกลับ วินาทีถัดมาร่างแบบบางของจีน่าก็ปรากฏสู่สายตาของคารอส ชายหนุ่มไม่รอ
พอรู้ความจริงว่าผู้ชายคนนั้นไม่ใช่แฟนใหม่ของจีน่าอย่างที่คารอสคิด ชายหนุ่มก็เดินหน้าจีบจีน่าใหม่อีกครั้งตามความตั้งใจเดิมของตัวเอง ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาข้าง ๆ ตัวจีน่าจึงขนาบข้างไปด้วยคารอสทุกวัน พอว่างจากงานคารอสก็รีบวิ่งแจ้นมาหาจีน่าทันที อย่างเช่นวันนี้ก็เหมือนกันคารอสขับรถมารับจีน่าที่บริษัทเพื่อไปทานข้าวด้วยกัน จีน่าไม่ได้ตอบรับหรอกแต่คารอสเป็นคนดึงดันจะมาหาจีน่าเอง “เหนื่อยไหมครับ” คารอสเอ่ยอย่างกระตือรือร้นทันทีที่จีน่าเดินเข้ามาหา “ไม่เหนื่อยค่ะ” คารอสยื่นมือรับประเป๋าที่จีน่ายื่นมาถือไว้ คารอสเปิดประตูรถให้จีน่าโดยที่เธอไม่ต้องเอ่ยสั่งหรือขอร้องกัน เขาเต็มใจทำให้จีน่าด้วยความเต็มใจ “ชาผลไม้ร้านโปรดครับพี่แวะซื้อมาให้ ได้ทานอะไรเย็น ๆ หนูคงชื่นใจ” “ขอบคุณค่ะ” จีน่ามองคารอสนิ่งเงียบโดยไม่พูดอะไร การกลับมาเจอกันครั้งนี้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปหลายอย่าง แม้แต่ตัวของจีน่าเองยังทึ้งกับการกระทำที่เปลี่ยนไปของคารอส เขาดูโตขึ้นมากจริง ๆ นะ มากขึ้นซะจนจีน่าอดคิดไม่ได้เลยว่าเขาใช่คารอสคนที่เคยไม่เอาไหนหรือเปล่า แต่ก็นะใครมันจะเหมือนเดิมได้ตลอด ขนาดตัวเธอเองยังเปลี่ยนไป
สถานการณ์ตอนนี้ค่อนข้างย่ำแย่สำหรับคารอส เมื่อเขาต้องมานั่งดูภาพบาดตาบาดใจระหว่างจีน่ากับผู้ชายปริศนา คารอสไม่กล้าถามใครเลยว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างกายจีน่าเป็นใคร ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากรู้แต่คารอสกลัวคำตอบที่ได้รับมากกว่าจึงเลือกที่จะไม่ถามออกไป คารอสพยายามทำเป็นไม่สนใจ ไม่ใส่ใจแต่บทสนทนาระหว่างจีน่ากับผู้ชายคนนั้นก็ลอยมาทบโสตประสาทคารอสเป็นระยะ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความสุขของจีน่ามันบาดลึกหัวใจของคารอสจัง ๆ คารอสนึกเกลียดตัวเองเพิ่มขึ้นไปอีก เมื่อคนที่ทำให้จีน่าหัวเราะได้อย่างสดใสอีกครั้งมันไม่ใช่เขา ขณะเดียวกันคารอสก็รู้สึกอิจฉาผู้ชายคนนั้นจนแทบบ้าที่ได้ยืนเคียงข้างจีน่าตอนนี้ คารอสไม่อยากยอมรับความจริงเลยว่าตอนที่เห็นทั้งสองยืนเคียงข้างกันน่ะ เขาดูเหมาะสมกันมากขนาดไหน มากซะจนคนอย่างคารอสเทียบผู้ชายคนนั้นไม่ติดเลยด้วยซ้ำ คารอสออกแรงบีบแก้วเหล้าในมือแน่นอย่างไม่กลัวว่ามันจะแหลกคามือเลยสักนิด ความรู้สึกมากมายไหลทะลักเข้ามาจนขอบตาคารอสร้อนผ่าวไปหมดคล้ายว่าความรู้สึกของเขามันได้พังย่อยยับจนไม่เหลือชิ้นดี ความหวังตลอดสามปีที่ผ่านมามันพังทลายไปต่อหน้าต่อตาโดยที่คารอสไม่มีปัญญาจะ
หลังจากรู้ข่าวจากจัสตินว่าจีน่ากลับมาอยู่บ้านแล้ว คารอสรวบรวมความกล้าอยู่หลายวันกว่าเขาจะกล้าพาตัวเองมาที่บ้านของหญิงสาว ประจวบเหมาะวันนี้ที่บ้านของจีน่าได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้นมาเป็นการต้อนรับเธอกลับบ้าน จัสตินได้เชิญเพื่อน ๆ มาร่วมงาน รวมถึงคารอสเองก็ด้วย เขาจึงใช้โอกาสนี้ในการมาเจอหน้าเธอ ทันทีที่รถของคารอสแล่นเข้ามาจอดบริเวณบ้านของจีน่า หัวใจเจ้ากรรมของเขาเต้นระส่ำแทบบ้าคลั่งจนเขากลัวว่ามันจะกระเด็นออกมาเต้นระบำอยู่ด้านนอก มือหนาเปียกชุ่มไปด้วยหยาดเหงื่อ คารอสตื่นเต้นขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าควรทำหน้ายังไงตอนเจอหน้าจีน่า ไม่รู้ว่าเขาควรทำตัวแบบไหน จีน่าถึงไม่รู้สึกอึดอัด หลากหลายความรู้สึกประเดประดังเข้ามาในความคิดของคารอส เพราะมัวแต่นั่งคิดมากทำให้คารอสไม่กล้าลงจากรถสักที เขาเอาแต่นั่งอึนอยู่อย่างนั้น สายตาก็พยายามมองหาจีน่า ก็อก ก็อก ไม่รู้ว่าตัวเขานั่งอยู่ในรถนานแค่ไหนกระทั่งมีคนเดินเข้ามาเคาะกระจกรถคารอสถึงได้สติ เขาลดกระจกรถลงคุยกับคนด้านนอก ซึ่งไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นจัสตินที่เดินมาเรียกเขา “มึงทำซากอะไรอยู่ ต้องให้กูอันเชิญเหรอมึงถึงจะลงมาได้” จ
สามปีต่อมา….. สามปีที่ผ่านมามีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปเยอะมาก ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวของคารอสเองก็ด้วยเหมือนกัน คารอสในวัยสามสิบปีก้าวเข้าสู่การเป็นผู้ใหญ่อย่างเต็มตัว เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงที่ใครหลาย ๆ คนจับตามอง เป็นที่ต้องการของสาว ๆ ไม่ว่าจะสาวเล็กหรือสาวใหญ่ต่างอยากทอดสะพานหาคารอสกันให้แฟ่ด กระนั้นคารอสก็ไม่เคยคิดชายตาแลสาวใดเนื่องจากหัวใจของเขามีเจ้าของอยู่แล้ว ซึ่งเจ้าของหัวใจของคารอสไม่ใช่คนอื่นไกล ไม่ใช่สาวคนใหม่หรือคนไหน เจ้าของหัวใจของเขายังคงเป็นจีน่าไม่เปลี่ยนแปลง พอพูดถึงจีน่าขึ้นมา ความคิดถึงที่คารอสมีต่อเธอก็ไหลทะลักเข้ามาในความรู้สึกของคารอสจนขอบตาร้อนผ่าวไปหมด มันนานมากแล้วที่เขากับเธอไม่ได้เจอกัน นับตั้งแต่วันนั้นจวบจนวันนี้เป็นเวลากว่าสามปีแล้วที่คารอสไม่ได้เจอกับจีน่าอีกเลย คารอสรู้มาจากจัสตินว่าจีน่าออกเดินทางเที่ยวทั่วโลกตามความฝันในวัยเด็กกับเพื่อนสาวของเธอ สามปีที่ผ่านมา คารอสทำได้แค่ติดตามดูความเคลื่อนไหวของจีน่าผ่านบัญชีโซเซียลของเธอ แค่ได้เห็นว่าจีน่าสบายดี มีความสุขกับชีวิตเพียงเท่านี้คารอสก็สบายใจ ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา คารอส
จีน่ามีสีหน้าเรียบเฉยหลังจากได้ฟังคำว่าคิดถึงจากปากของคารอส จีน่าไม่ได้ยินดียินร้ายต่อคำพูดของคารอสเท่าไรนักเพราะเธอไม่ได้เก็บคำพูดของคารอสมาใส่ใจนานมากแล้ว จีน่านึกแปลกใจไม่น้อยที่จู่ ๆ คารอสก็โผล่มาหาถึงที่แบบนี้ จีน่าคิดว่าคารอสคงเข้าใจเรื่องที่เธอบอกให้เขาเลิกพยายามเรื่องของเราแล้วซะอีก เขาถึงได้หายไปเป็นเดือนขนาดนั้น ยืนอยู่ใกล้กันแค่เอื้อมมือทำให้จีน่าสามารถมองเห็นสภาพของคารอสตอนนี้ได้อย่างชัดเจน คารอสดูผอมและดูโทรมไปเยอะเลยนะ ไม่รู้ว่าการที่เธอบอกกับเขาแบบนั้น มันทำให้เขาตรอมใจรึเปล่า คำพูดของจีน่าอาจจะฟังดูใจร้ายแต่จีน่าไม่อยากให้คารอสหวังลม ๆ แล้ง ๆ อีกแล้ว จีน่าอยากให้คารอสตัดใจแล้วใช้ชีวิตของเขาต่อไปเหมือนสี่ปีที่เราเลิกรากัน “พี่คิดถึงครับ” คารอสย้ำคำว่าคิดถึงให้จีน่าฟังอีกครั้งหลังจากที่เห็นว่าเธอนิ่งเงียบไป คารอสเดาอารมณ์ของจีน่าไม่ถูก ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังรู้สึกเช่นไร อาจจะรู้สึกสมเพชหรือเวทนาเขาอยู่ก็เป็นได้ “พี่แค่อยากมาเจอหน้า” พูดด้วยความประหม่า แต่กระนั้นสายตาของคารอสก็ไม่ผละไปจากใบหน้าของจีน่าเลย คารอสจ้องมองจีน่าอยู่อย่างนั้นราวกับกลัวว่าเขาจะไม่มีโอกาสไ







