Masuk“อยากไปหามันมากก็ข้ามศพผัวไปก่อน!” ยืนขวางทาง โมโหหน้าดำหน้าแดง นี่คือคนเดียวกันกับที่เคยตะคอกใส่หน้าว่าเอาเธอไม่ลง แต่ตอนนี้ดูจะหลงจนโงหัวไม่ขึ้นแทน
Lihat lebih banyakนัดสองทุ่มโผล่มาสองทุ่มครึ่ง สำหรับ ‘ตะวัน’ ไม่ถือว่ามาสาย แค่นัดรวมตัวดื่มเหล้าสังสรรค์ตามประสาเพื่อนฝูงไม่เจอกันนาน ไม่รู้จะรีบร้อนอะไรนักหนา แม้มาถึงร้านที่เพื่อนนัดไว้แล้วก็ตาม ทว่าชายหนุ่มยังคงไม่รีบร้อนเข้าไป ยืนชิวสูบบุหรี่ กวาดสายตามองบรรยากาศหน้าร้านที่มีลูกค้าเดินเข้าออกไม่ว่างเว้น
ติ๊ง! Pansib : มึงออกมายัง พวกไอ้โฟร์มถามหาแล้วเนี่ย ตะวันมองแชต ‘ปั้นสิบ’ เพื่อนสนิทที่แจ้งเตือนเข้ามาแต่ไม่ได้กดเข้าไปตอบในทันที บุหรี่ในมือเกือบหมดมวนถูกบดบี้เข้ากับรั้วเหล็กริมทาง ดับไฟให้มอดสนิทก่อนจะโยนทิ้งลงถังขยะ ร่างสูงโปร่งในสัดส่วนที่ดูดีเหมือนนายแบบเดินเข้าไปยังสถานบันเทิงตรงหน้า ออร่าบางอย่างจากตัวชายหนุ่มดึงดูดสายตาเหล่าสาวๆ ให้พากันเหลียวมองอย่างพึงพอใจ “กว่าจะมานะมึง เดินเช็กเรตติงอยู่หรือไง” ‘เจได’ เพื่อนสนิทอีกคนเอ่ยเหน็บเมื่อเขาหย่อนตัวลงนั่งใกล้มัน ก่อนจะรับแก้วเหล้าที่ปั้นสิบยื่นมาให้กระดกดื่มชุ่มคอ หลังจากเรียนจบกันไป เพื่อนบางคนได้งานแล้ว บางคนกำลังมองหา และยังมีบางคนที่เตร็ดเตร่ไปวันๆ ซึ่งเขาอยู่ในข้อสุดท้าย ยังไม่รู้จะจับต้นชนปลายอนาคตยังไงดี เพิ่งเรียนจบมาหมาดๆ อยากมีเวลาให้ตัวเองอีกสักหน่อย จะว่าเขาชิวเกินไปก็ได้ แต่อันที่จริง เขามีสิ่งที่คิดจะทำอยู่เหมือนกัน “มึงอยากเปิดร้านสักจริงเหรอตะวัน” ไอ้โฟร์มถามขึ้น มันเป็นเพื่อนในสาขาเดียวกันที่เรียนจบออกมา เป็นไอ้ตัวต้นคิดที่โทร.ตามเพื่อนให้มานั่งแดกเหล้า “จริงสิ มันลงทุนไปเรียนสักมาเลยนะเว้ย” “เรียนไปเรียนมา แม่งได้ลายสักงอกมาเพียบ” ปั้นสิบและเจไดแย่งตอบ พวกมันสองคนเป็นเพื่อนที่สนิทกับเขาที่สุด สนิทถึงขั้นที่ว่ามองตาก็รู้ใจ เห็นไส้เห็นพุง “อืม กูอยากลองดู กูชอบ” พวกไอ้โฟร์มขอให้โชว์รอยสัก แต่แทนที่จะถลกเสื้อให้พวกแม่งดู ตะวันแค่เปิดรูปถ่ายในโทรศัพท์มือถือยื่นให้พวกมันแทน “เชี่ย โคตรดีอะมึง” “เออ สวยฉิบหาย เห็นแล้วกูยังอยากสักด้วยเลยว่ะ” “ถ้าอยากสักก็รอมาสักกับกู กับพวกมึงกูคิดครึ่งราคาพอ” ตะวันเอ่ยยิ้มๆ เหล้าแก้วที่สองถูกรินตามมา เขามีรอยสักทั้งหมดสี่จุด จุดแรกอยู่บนไหล่ซ้ายเป็นรอยสักใยแมงมุมขนาดใหญ่กินพื้นที่ตรงไหล่ลามมาถึงหน้าอก ตรงกลางใยแมงมุมมีดอกกุหลาบสีแดงสดดอกใหญ่ จุดต่อมาคือบ่าด้านขวา รอยสักแมงมุมตัวเบอเริ่มที่เขาชื่นชอบเป็นพิเศษ และแขนข้างเดียวกันนั้นก็เป็นรอยสักที่สาม งูตัวใหญ่สีดำสนิทพันวนรอบแขน ส่วนหัวของงูเกือบถึงข้อมือ และรอยสักสุดท้ายเหนือหน้าท้องมีไรขนอ่อน รอยสักรูปผีเสื้อสามตัว พวกเพื่อนๆ ชื่นชมรอยสักทั้งหมดของเขาจนพอใจ ไม่นานมันก็เปลี่ยนไปคุยเรื่องอื่น เขาคงจะนั่งฟังเงียบๆ ไม่ใส่ใจอะไรมากหากเรื่องที่พวกแม่งคุยกันไม่ใช่เรื่องของเธอคนนั้น “กูไม่คิดว่ามึงจะบ้าดารานะไอ้นิว” “ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่วันก่อนกูไปเดินห้างแล้วเจอตัวจริงไง มึงเชื่อปะ แม่งโคตรสวย ในทีวีว่าสวยแล้วยังสู้ตัวจริงไม่ได้ กูนี่ใจเต้นตุ๊บๆ” นิวพูดถึงดารานักแสดงสาวสวยคนหนึ่งที่เขากำลังส่องอินสตราแกรมในตอนนี้ “กูเห็นมึงเจอใครสวยหน่อยก็ใจเต้นทุกคนอะ” “สัส! แต่คนนี้สวยจริง สวยกว่าดาราทุกคนที่กูเคยเห็นมาเลยเว้ย” “ชมขนาดนี้กูว่าเป็นเอฟซีตัวยงของเขาแล้วมั้ง” “แน่นอนเพราะกูชอบคนสวย” นิวเลื่อนดูรูปในไอจีของดาราสาวคนนั้นต่อ ตะวันซึ่งนั่งติดกับนิวก้มมองรูปของผู้หญิงที่ว่าก็ถึงกับเบ้ปากอย่างลืมตัว อีกทั้งยังหัวเราะฮึเสียงขึ้นจมูก “มึงหัวเราะแบบนี้ไม่ชอบเหรอวะ?” โจฮันเพื่อนอีกคนเอ่ยถามเมื่อเห็นสีหน้าเบื่อหน่ายหลังจากตะวันมองรูปดาราคนนั้น “อืม ไม่ชอบ” “ทำไมไม่ชอบ สวยขนาดนี้” นิวถามด้วยสีหน้าคิ้วขมวดแปลกใจ “ก็มีดีแค่สวย” “มึงพูดอย่างกับรู้จักเขาดี” “ทำไมจะไม่รู้จัก ก็มัน…” “ไอ้เจเดน…” ตะวันเสียงเข้มขึ้นเมื่อเห็นว่าเจเดนกำลังจะพูดอะไรออกไป มันคงจะตอบพวกไอ้นิวแทนเขาว่าดาราที่ชอบนักชอบหนา เขารู้จักเธอดี “กูก็แค่ไม่ถูกชะตากับเธอ” หากแต่เลือกที่จะไม่เฉลยออกไป เพราะต่อให้รู้จักยายนั่นดี เขาไม่ได้อยากสนิทด้วยสักหน่อย นิวบ่นอุบบอกว่าตะวันตาไม่ถึง สวยขนาดนี้กลับพูดออกมาได้ว่าไม่ถูกชะตา ซึ่งตะวันก็แค่ไหวไหล่ไม่สนใจคำบ่นของมัน แก้วเหล้าในมือกระดกดื่มต่อเรื่อยๆ ก่อนในวินาทีต่อมาเขาจะเห็นคนที่เพิ่งพูดถึงไปหยกๆ แม้จะสวมใส่แว่นดำอำพรางสายตา สีของชุดที่สวมใส่ก็ดูกลมกลืนไปกับคนอื่นๆ จนแทบดูไม่ออกว่าเป็นเธอจริงๆ ท่ามกลางผู้คนมากมายแต่เธอกลับเด่นสะดุดตาเขาที่สุด เกิดคำถามขึ้นในหัวของตะวัน ยายนั่นมาที่นี่คนเดียว ไม่มีผู้จัดการคนสนิทคอยตามประกบเหมือนทุกครั้ง เธอจะก่อเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า แต่ช่างเถอะ ยังไงซะมันก็ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขาอยู่แล้ว ตะวันผละสายตาออกมาจากเธอจนแผ่นหลังร่างบางเดินลับหายไปยังชั้นบนที่มีไว้สำหรับแขกวีวีไอพี เขานั่งดื่มและพูดคุยกับเพื่อนๆ ต่ออย่างออกรสชาติ เสียงเรียกเข้าจากสมาร์ตโฟนดังขึ้น สั่นครืดคราดราวกับจะเร่งให้เขารีบๆ รับสายซะ “กูออกไปรับโทรศัพท์แป๊บ” เพราะเสียงเพลงที่ดังกระหึ่มจึงต้องเดินเลี่ยงมาคุยด้านนอก “ว่าไงครับเฮีย” คนที่โทร.หาเขาคือเฮีย ‘คิเรย์’ เป็นเพื่อนในแก๊งของว่าที่พี่เขย ซึ่งเขาเคารพพวกเฮียทุกคนเหมือนพี่แท้ๆ ของตัวเอง (ไอ้ตะวันมึงอยู่ที่ผับเอ็นเจใช่มั้ยวะ) “เฮียรู้ได้ไง” (กูเห็นไอ้ปั้นลงสตอรี่แท็กมึง ถ้ามึงอยู่ที่ผับกูมีเรื่องให้มึงช่วยหน่อย) “เฮียจะให้ผมทำไร” (ไปพาตัวน้องเห็ดออกมาจากที่นั่นให้กูด่วน กูกำลังไปที่ผับแต่กลัวไม่ทัน มึงก็รู้ใช่ไหม…) ตะวันเงียบอยู่ครู่หนึ่ง “ครับ เข้าใจแล้ว เฮียรีบมานะผมไม่อยากรับมือกับยายนั่นนาน” “อืม กูเร่งอยู่” ปลายสายน้ำเสียงเคร่งเครียดอย่างรู้สึกได้ ตะวันจำใจยอมทำตามที่คิเรย์ร้องขอ เขากลับเข้าในผับแต่คราวนี้เดินตรงไปยังทางเข้าสำหรับวีวีไอพี ซึ่งหากไม่ได้เป็นสมาชิกก็ไม่สามารถฝ่าด่านบอดีการ์ดหน้าเข้มเข้าไปได้ แต่เมื่อเขายื่นโทรศัพท์ให้การ์ดคนหนึ่งคุยกับคิเรย์ เพียงครู่เดียวการ์ดคนนั้นก็ผายมือเชิญเขาอย่างนอบน้อม อีกทั้งยังนำเขาไปยังห้องที่เป้าหมายอยู่อีกด้วยเพื่อนทุกคนได้ฟังคำตอบของเห็ดหอมก็ไม่มีใครกล้าพูดอะไรอีก พอดีกับที่ตะวันและข้าวทิพย์เดินมาสมทบ ทุกสายตาจึงหันไปมองสองคนนั้นแทน“ป๊าเธอให้มาตาม” “ตาม? ตามไปทำไม ฉันจะกลับแล้ว”“ท่านบอกมีเรื่องสำคัญจะคุยด้วย ลุกขึ้นเถอะ” ตะวันพูดด้วยเสียงนิ่งๆ ตั้งแต่วันที่เขาและเห็ดหอมเกือบพลาดพลั้งทำเรื่องแบบนั้นลงไป เขาและเธอทะเลาะกันน้อยลงและยังคุยกันน้อยลงกว่าเดิมด้วย“ไปกันเถอะค่ะพี่เห็ดหอม อย่าให้ผู้ใหญ่รอนาน” ข้าวทิพย์ยื่นมือให้เห็ดหอมจับ เธอเป็นคนเดียวที่ไม่รู้ความสัมพันธ์ของพ่อลูกคู่นี้ ข้าวทิพย์รู้แค่ว่าเห็ดหอมเป็นลูกสาวคนใหญ่คนโต พ่อของเธอมีบารมีมากและรู้จักพวกคนรวยๆ เต็มไปหมด ในงานไม่ว่าจะหันไปทางไหนก็เจอแต่คนแต่งตัวจัดเต็ม ประโคมเครื่องเพชรเสียจนแสบวิบวับของมันทิ่มตาข้าวทิพย์ทุกครั้งที่หันมองเห็ดหอมจำใจลุกตามทั้งสองคนไปเจอปะป๊า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาในตัวงานซึ่งมีผู้คนเยอะแยะ ดูเหมือนว่าทุกสายตาพร้อมใจกันหันมองมาเห็ดหอมราวกับมีสปอร์ตไลท์ส่องแสงมาที่เธอ ‘นั่นใช่หนูเห็ดหอมลูกสาวคุณหิรัญหรือเปล่า โตขึ้นมาสวยเหมือนแม่เลย’ ‘นั่นคุณเห็ดหอมนี่นา ลูกสาวคนเดียวของท่านหิรัญเชียวนะ’‘โห
มือแกร่งซุกซนกำลังแล่นล้วงเข้าลูบสัมผัสปลีน่องขาวเนียนภายใต้กางเกงนอนขาสั้นตัวบาง เดี๋ยวลูบเดี๋ยวบีบ สร้างความวาบหวามแก่คนตัวเล็กที่นอนเชิดหน้าหลับตาพริ้มริมฝีปากอุกอาจเคลื่อนต่ำถึงเนินอกขาวผ่องอมชมพู ผิวลูกคุณหนูที่ดูแลทะนุถนอมตัวเองเป็นอย่างดี ตอนนี้ตะวันกำลังจะได้เชยชมโดยที่เจ้าตัวก็สมยอมพร้อมใจ“ฉันถอดเสื้อได้ไหม” เอ่ยถามเสียงแหบพร่าก่อนลงมือทำแม้สีหน้าจะบอกว่าไม่ไหวแล้วเต็มที “อือ~ จะถอดอะไรก็ถอดเลย” เห็ดหอมบอกกันอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องรอช้าอีกต่อไป ตะวันดึงเสื้อนอนแขนกุดของร่างบางขึ้นไปจนถึงเนินอก มือล้วงไปด้านหลังปลดตะขอยกทรงที่โอบอุ้มก้อนเนื้อขาวละมุน ครั้นไม่มีผ้าชิ้นน้อยปกปิดอีกแล้ว ความงดงามตรงหน้าก็ปรากฏแก่สายตาให้ต้องกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผากอึกแล้วอึกเล่า“นมเธอสวยมาก..” สวยที่สุดตั้งแต่เขาเคยเห็นของผู้หญิงคนไหนมาเลย ทรวงอกอวบอิ่มดูจะนุ่มฟูเหมือนก้อนซาลาเปา อีกทั้งจุกเม็ดเล็กสีชมพูระเรื่อน่าใช้ปากครอบครองละเลงดูดดื่มให้หนำใจ“ละ…เลิกมองได้แล้ว” เห็ดหอมทนมองสายตาร้อนแรงที่เต็มไปด้วยความอยากกระหายในตัวเธอไม่ไหว จนต้องเมินหน้าไปทางทิศอื่น“อายเหรอ ทำอย่างกับคนไม่เ
“ใครหาเรื่องใครก่อนกันแน่ ก็แกไม่ใช่เหรอที่ไปฟ้องอาคิเรย์ว่าฉันจะไม่ยอมไปงานแต่งปะป๊า” อ้อ…ที่แท้สาเหตุอาการหน้าบูดหน้าบึ้งเหมือนคนอึไม่ออกก็เพราะเรื่องนี้นี่เอง งั้นแสดงว่าเฮียคิเรย์ก็คงคุยกับยายนี่แล้วสินะ“เรื่องอะไรฉันจะต้องมาทนปวดหัวกับเธอ ในเมื่อคุยยากนักก็ต้องให้เฮียคิเรย์จัดการน่ะถูกแล้ว” เห็ดหอมกำหมัดแน่นเมื่อได้ฟัง อาคิเรย์เทศนาเธอยกใหญ่ที่ทำตัวเป็นพวกหัวขบถไม่เลิก ยังไงก็ตามครั้งนี้เธอไม่อาจเอาแต่ใจได้จริงๆ เพราะคำขู่ของอาที่ทำเธอกลัวขึ้นมา ‘ก็แล้วแต่นะถ้าน้องเห็ดจะไม่ยอมไปงาน ทำตัวประชดบ่อยๆ เกิดวันนึงคุณดาวประกายมีลูกใหม่ให้พี่หิรัญ หนูก็คงโดนลืมสมใจอยากนั่นแหละ’ มันเป็นคำขู่ที่เธอไม่เคยคิดมาก่อนนั่นสินะ…ถ้าวันหนึ่งวันใด ยัยดาวไถมีลูกให้ปะป๊าได้หรือเผลอๆ เป็นลูกผู้ชายด้วย เธอจะไม่โดนเด็กนั่นถีบตกกระป๋องเลยเหรอ ขนาดมีแค่ยัยดาวไถ ปะป๊าก็แทบจะไม่สนใจใยดีเธออยู่แล้ว“เป็นอะไร โดนว่าแค่นี้ซึมเลยดิ” เห็นว่าอีกฝ่ายเงียบอยู่นาน ไม่เถียงคอเป็นเอ็นเช่นทุกครั้งก็อดสงสัยไม่ได้ “เออ! ฉันยอมไปงานแต่งปะป๊ากับยัยดาวไถก็ได้ แต่จำไว้เลยนะว่าฉันไม่ชอบคนขี้ฟ้องแบบแก!” ไอ้ประเภทที่ต
ข้าวทิพย์กลายมาเป็นลูกน้องอีกคนหนึ่งของเห็ดหอม มีหน้าที่คอยดูแลเรื่องเล็กๆ น้อยๆ แล้วแต่ว่าจะเรียกใช้อะไร ซึ่งงานที่เธอทำก็ได้รับคำสั่งจากเห็ดหอมหรือเจ๊ปิงปองอีกที ชีวิตของข้าวทิพย์ดีขึ้นมาก เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่ต้องคอยระแวงไอ้ผัวชั่วกลัวมันทำร้ายหรือขู่รีดไถเอาเงินจากเธอได้อีก แต่ละวันกินอิ่มนอนหลับ มีคอนดูหรูให้อยู่อาศัยสะดวกสบายที่สุดตั้งแต่เกิดมา แถมงานที่เห็ดหอมให้ทำก็ไม่ได้เหน็ดเหนื่อยอะไร ออกจะสบายด้วยซ้ำแถมยังได้เงินดียิ่งกว่าตอนเร่ขายไอศกรีมตั้งไม่รู้กี่สิบเท่า “ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอพี่ เสียงดังเชียว” ข้าวทิพย์มองตามตะวันเดินหน้าตึงออกมาจากห้องของเห็ดหอม ก่อนจะตามด้วยเจ๊ปิงปองที่สีหน้าค่อนไปทางหนักอกหนักใจตะวันไม่ได้ตอบข้าวทิพย์ในทันทีแต่หันมองตามเสียงเรียกเจ๊ปิงปอง “รอให้น้องเห็ดอารมณ์เย็นลงกว่านี้ค่อยพูดกันใหม่ ตะวันกลับไปพักเถอะ คืนนี้เจ๊ว่าจะค้างที่นี่”“ครับ..” ตะวันพยักหน้าเป็นอันรับทราบ เขาออกมาจากเพนต์เฮาส์ของเห็ดหอมพร้อมข้าวทิพย์ อารมณ์คุกรุ่นที่เหมือนจะดับลงแต่หญิงสาวกลับสัมผัสถึงมันได้ “งั้นข้าวกลับแล้วนะพี่”“เดี๋ยวพี่ไปส่ง”“ไม่เป็นไรพี่ ข้าว