LOGINเช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเมื่อหมอบอกว่าสภาพร่างกายของซางเฉี่ยนไม่เอื้ออำนวยให้ทำแท้งได้ เธอก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า“ทำไมคะ?”ซางเฉี่ยนลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างร้อนใจ “หมอเฉินคะ ตอนที่ฉันมาปรึกษาเรื่องทำแท้งครั้งก่อน หมอก็ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่คะ?”“เพราะตอนนั้นเรายังไม่ได้ตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดค่ะ”หมอเฉินมองรายงานผลตรวจหลายฉบับที่ซางเฉี่ยนเพิ่งเข้ารับการตรวจใหม่เมื่อเช้า ก่อนอธิบายว่า “ผลตรวจล่าสุดพบว่า หากคุณฝืนทำแท้งจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงมาก ไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย...”*ซูลั่วลั่วนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ พอประตูห้องเปิดออก ก็เห็นซางเฉี่ยนเดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงซูลั่วลั่วคิดว่าเพื่อนกำลังกลัว จึงรีบเข้าไปจับมือปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ได้ยินว่าพอให้ยาสลบแล้วจะไม่เจ็บ แค่หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วนะ”ซางเฉี่ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองเธอ “หมอบอกว่าฉันทำแท้งไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ”“หา? ทำแท้งไม่ได้เหรอ?”ซูลั่วลั่วถึงกับอึ้งไปเลย“ปัญหาสุขภาพอะไรถึงทำให้ทำแท้งไม่ได้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ค่อยเข้
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรือเปล่า ดวงตาของซางเฉี่ยนถึงได้แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้พอใจหรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เบือนสายตาหนี เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรนั่นเท่ากับว่าเขายอมรับโดยปริยายเมื่อเห็นดังนั้น ซางเฉี่ยนก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทันทีทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้ ซางเฉี่ยนหันกลับมาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่รั้งเธอไว้ “คุณยังต้องการอะไรอีก?”แววตาของจิ้นฉางอวี่อ่อนลง “คุณกำลังท้องอยู่ ผมไปส่งเอง”“ไม่ต้อง”ซางเฉี่ยนผลักมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ*หลังออกจากอาคารผู้ป่วยนอก ซางเฉี่ยนกำลังเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจุดที่จอดรถไว้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง“เฉี่ยนเฉี่ยน”ซางเฉี่ยนหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นซูลั่วลั่วกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ“ลั่วลั่ว เธอมาทำอะไรที่นี่?”“ก็เธอบอกว่าจะมาตรวจที่โรงพยาบาล ฉันก็ต้องตามมาดูหน่อยสิ”ซูลั่วลั่วยังหายใจไม่ทันหายเหนื่อยก็รีบถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? หมอว่าไง? กระเพาะมีปัญหาหรือเปล่า?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย “ไม่ได้ป่วยหรอก ฉันท้อง”“อะไรนะ?”ซูลั
มือของซางเฉี่ยนที่กำใบผลตรวจซ่อนไว้ด้านหลังสั่นเทาไม่หยุดเรื่องตั้งครรภ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็จะไปรับใบหย่ากันแล้ว หากจิ้นฉางอวี่รู้ว่าเธอท้องในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรื่องหย่าต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง“มะ ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ปวดหัว...”ขณะที่เธอกำลังพูด จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ขยับเข้ามาประชิด ซางเฉี่ยนใจหายวาบ กำลังจะถอยหลบ แต่ใบผลตรวจในมือกลับถูกแย่งไปเสียก่อนซางเฉี่ยนตกใจสุดขีด รีบคว้าแขนเขาไว้อย่างลนลาน “จิ้นฉางอวี่ เอาคืนมานะ...”จิ้นฉางอวี่ปล่อยให้เธอดึงรั้งแขนซ้ายของเขา ส่วนมือขวาก็ถือใบผลตรวจชูขึ้นสูงเพื่ออ่าน“ท้องเหรอ?”ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยคำนั้น ซางเฉี่ยนที่กำลังเขย่งเท้าเอื้อมมือแย่งใบผลตรวจก็ชะงักค้างไปทันทีจิ้นฉางอวี่ค่อย ๆ หันมาหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “ซางเฉี่ยน คุณท้องอยู่แล้วยังขอหย่ากับผม นี่คุณคิดจะยึดลูกไว้กับตัวเองคนเดียวหรือไง?”ซางเฉี่ยน “???”นี่เขาโยนความผิดก้อนโตมาให้เธอเต็ม ๆ เลยสินะเขานี่ช่างเก่งเรื่องบิดเบือนความจริงเสียจร
เดิมทีเธอจัดตารางในช่วงไม่กี่วันก่อนหย่าไว้แน่นเอี้ยด แต่ตอนนี้พอไม่ต้องไปทำงานทางตะวันตกแล้ว เธอก็มีเวลาว่างขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีอะไรให้ตั้งตารอและไม่มีเป้าหมายอีกต่อไปหรือเปล่า จู่ ๆ ซางเฉี่ยนก็รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ก่อนจะเผลอหลับไปบนโซฟาโดยไม่รู้ตัวพอเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วตลอดสองวันต่อมา ซางเฉี่ยนไม่ก้าวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านอย่างเกียจคร้าน ง่วงก็นอน หิวก็สั่งอาหารมากินเธอตั้งใจจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้จนครบสามวันก่อนหย่าทว่าในคืนก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาทบทวนการหย่า จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหารขึ้นมาขณะอาบน้ำเธอปวดจนเวียนหัวตาลาย จึงฝืนสวมเสื้อผ้าทั้งที่ตัวสั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอออกมา อาการปวดกลับหายไปเสียอย่างนั้นที่จริงสองวันก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกปวดบริเวณกระเพาะอาหารอยู่บ้าง แต่เพราะอาการไม่รุนแรงเท่าวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี ๆ ทำไมถึงปวดกระเพาะขึ้นมาได้?เมื่อก่อนเธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยหรือว่ากระเพาะอาหารของเธอจะมีปัญหาอะไรขึ้นมา?ซางเฉี่ยนนอนอยู่บนเตีย
ไม่คิดเลยว่าแผนที่เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนจะต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันแบบนี้ซางเฉี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา สมองยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นสายวิดีโอคอลจากซูลั่วลั่วทันทีที่ซางเฉี่ยนกดรับสาย ใบหน้าของซูลั่วลั่วก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ “เฉี่ยนเฉี่ยน งานเลี้ยงส่งพรุ่งนี้ เธออยากกินอาหารจีน อาหารตะวันตก หรืออาหารฝรั่งเศสดี? ฉันว่าเราไปกินอาหารเมืองจิงต้นตำรับกันดีกว่า เพราะพอเธอไปอยู่ทางตะวันตกแล้ว คงไม่ได้กินอีก”ซางเฉี่ยนตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว “ไม่ต้องแล้วล่ะ”“ไม่ต้องเหรอ?” ซูลั่วลั่วเบิกตากว้าง “จะได้ยังไงล่ะ? เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ต้าไห่เป็นเจ้ามือเลี้ยง เธอไม่ต้องไปเสียดายเงินแทนเขาหรอก”พอเธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เบียดเข้ามาในเฟรมวิดีโอ “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องไปทำงานไกลบ้าน แถมไปทีหนึ่งก็ตั้งปีสองปี ยังไงพวกเราก็ต้องจัดงานเลี้ยงส่งเธอให้ดี ๆ สิ”คนที่พูดก็คือถังเยว่ไห่ซางเฉี่ยน ซูลั่วลั่ว และถังเยว่ไห่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งสามสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เดิมทีตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนรั
หลังวางสาย ซางเฉี่ยนก็ขยับตัวนั่งหลังตรงด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”“เพิ่งถึง”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่ภายในรถคับแคบหรือเพราะแสงสลัวกันแน่ ซางเฉี่ยนถึงได้รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าสายตาที่จิ้นฉางอวี่มองเธอนั้นดูแปลกไปจากปกติ“เอ่อ... คนขับรถของคุณมาถึงหรือยัง?”“ถึงแล้ว”“อ๋อ” ซางเฉี่ยนพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “งั้นคุณก็รีบกลับไปเถอะค่ะ สองวันที่ผ่านมาฉันรบกวนคุณไปเยอะเลย”พูดจบ เธอก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจิ้นฉางอวี่ลงจากรถตามเธอมาอย่างเงียบ ๆคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนานกว่าครึ่งชั่วโมง พอเห็นคนบนรถลงมาเสียที ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีซางเฉี่ยนบอกคนขับรถว่า “กระเป๋าเดินทางของเจ้านายคุณอยู่ในกระโปรงท้ายรถ รบกวนช่วยไปเอาให้หน่อยนะ”“ได้ครับ”คนขับรถจึงหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางซางเฉี่ยนจึงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปขอกุญแจรถจากเขาจิ้นฉางอวี่วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือของเธอ“อีกสี่วัน ระยะเวลารอทบทวนการหย่าของเราก็จะครบกำหนดแล้ว”ซางเฉี่ยนกำกุญแจไว้ในมือ ก่อนจะถามว่า “เช้าวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ตอนแปดโมงครึ่







