Tous les chapitres de : Chapitre 1 - Chapitre 10

30

บทที่ 1

“จิ้นฉางอวี่ เราหย่ากันเถอะ”“ส่วนเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน ฉันให้คุณเป็นคนตัดสินใจ”“หลังจากหย่ากันแล้ว ฉันหวังว่าเราจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีก…”ซางเฉี่ยนนั่งอยู่ข้างเตียง กำลังทบทวนคำพูดที่เตรียมไว้ในใจ ทันใดนั้น ประตูห้องน้ำก็ส่งเสียงดังคลิก เธอชะงักไป ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วหันไปมองทางห้องน้ำโดยไม่รู้ตัวสองวินาทีต่อมา ประตูก็เปิดออกชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาเดินออกมา โดยมีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอวท่ามกลางแสงไฟสลัวในห้องนอน ซางเฉี่ยนเห็นหยดน้ำหยดหนึ่งร่วงจากปลายผมที่ยังเปียกหมาดของเขา ไหลผ่านแนวกรามคมชัด ก่อนจะหยดลงบนกล้ามหน้าท้องที่เป็นลอนชัดเจนทันทีที่ชายหนุ่มเดินเข้ามาหา ซางเฉี่ยนก็ดึงสติกลับมาได้ เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เตรียมจะพูดสิ่งที่ซ้อมพูดอยู่ในใจมาหลายสิบรอบออกมาอย่างเป็นลำดับ“จิ้นฉางอวี่ เรา…”เธอเพิ่งจะอ้าปากพูด ชายหนุ่มที่เดินมาถึงตรงหน้าก็คว้าตัวเธอเข้าไปกอด มือใหญ่จับท้ายทอยเธอไว้แน่น ก่อนจะก้มลงจูบริมฝีปากของเธอ“อื้อ…”คำพูดที่เหลือของซางเฉี่ยนถูกจูบอันเร่าร้อนของชายหนุ่มกลืนหายไป เธอยกมือยันแผงอกเปลือยเปล่าของเขาเพื่อผลักออก แต่กลับถูกเขารั
Read More

บทที่ 2

เสียงสัญญาณตัดสายดังขึ้น แต่ซางเฉี่ยนยังคงถือโทรศัพท์แนบหูอยู่ในท่าเดิมผ่านไปพักใหญ่ เธอถึงค่อย ๆ ลดมือลง ขณะที่ความคิดย้อนกลับไปยังเหตุการณ์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนวันนั้นเธอกับจิ้นฉางอวี่กลับไปกินมื้อเที่ยงที่คฤหาสน์ตระกูลจิ้น เนื่องจากรู้สึกไม่ค่อยสบาย หลังกินข้าวเสร็จเธอจึงขึ้นห้องไปนอนพักหลังจากตื่นนอนและเดินลงมาชั้นล่าง เธอกลับบังเอิญได้แอบฟังบทสนทนาระหว่างจิ้นฉางอวี่กับน้องสาวและแม่ของเขาในห้องนั่งเล่น“พี่ แค่ตอบคำถามฉันมาก็พอ”จิ้นหนิงซีถามจิ้นฉางอวี่ว่า “ถ้าพี่สะใภ้กับโจวอวิ๋นซวงมายืนอยู่ตรงหน้าพี่พร้อมกัน แล้วให้พี่เลือกคนหนึ่งมาเป็นภรรยา พี่จะเลือกใคร?”“ห้ามโกหกนะ ตอบมาตามความจริง”จิ้นฉางอวี่ตอบว่า “โจวอวิ๋นซวง”ทันทีที่ได้ยินคำตอบนั้น ซางเฉี่ยนที่ยืนอยู่หลังตู้เก็บไวน์ก็รู้สึกเหมือนเลือดทั่วร่างเย็นเยียบลงในพริบตาหัวใจของเธอยิ่งเย็นเยียบราวกับตกลงไปในห้วงน้ำแข็ง“ไม่จริงน่า พี่…”จิ้นหนิงซีกำลังจะพูดอะไรต่อ แต่โทรศัพท์ของจิ้นฉางอวี่กลับดังขึ้นเสียก่อนจากนั้นก็ได้ยินเสียงเขารับโทรศัพท์ “มีอะไร… อืม ฉันจะกลับไปเดี๋ยวนี้”“ที่บริษัทมีเรื่องต้องจัดการ พี่ไปก่อ
Read More

บทที่ 3

เมื่อเห็นท่าทีของเธอ จางซูลี่ก็โกรธจนลุกพรวดขึ้น “นี่เธอกล้าพูดแบบนี้ได้ยังไง…”“พอได้แล้ว!”ซางจื้อหมิงพูดแทรกด้วยน้ำเสียงเข้ม “นาน ๆ ทีอาเฉี่ยนจะกลับบ้านสักครั้ง คุณก็พูดให้น้อยหน่อย”จางซูลี่ที่ถูกตำหนิมีสีหน้าบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด สวี่ม่านหรงเห็นดังนั้นก็รีบลุกขึ้นมาช่วยไกล่เกลี่ย“น้าคะ น้าเขยพูดถูกแล้วค่ะ นาน ๆ ทีพี่จะกลับบ้านสักครั้ง พวกเรากินข้าวกันก่อนเถอะค่ะ”ซางจื้อหมิงลุกขึ้นเดินไปหาซางเฉี่ยน ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนลง “อาเฉี่ยน ไปกินข้าวกันเถอะ”เมื่อเห็นทั้งสองเดินไปที่โต๊ะอาหาร สวี่ม่านหรงก็รีบขยับเข้าไปใกล้จางซูลี่แล้วกระซิบปลอบใจ“น้าคะ น้าเขยมีเรื่องจะให้มันช่วยทำ ถึงได้ยอมไว้หน้ามันอยู่บ้าง น้าจะไปถือสานังสารเลวนั่นทำไมคะ”พอได้ยินแบบนั้น จางซูลี่ก็ค่อยคลายความโกรธลงบ้างจากนั้นทั้งสองก็เดินไปนั่งร่วมโต๊ะอาหารแม่บ้านยกอาหารสารพัดอย่างมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะ“อาเฉี่ยน หิวแล้วใช่ไหม มา กินเยอะ ๆ นะ”ซางจื้อหมิงคีบเนื้อชิ้นหนึ่งใส่ชามให้ซางเฉี่ยนอย่างกระตือรือร้นสวี่ม่านหรงปั้นยิ้มอย่างเสแสร้ง “พี่คะ อาหารเต็มโต๊ะนี่น้าเขยสั่งให้ห้องครัวเตรียมไว้ให้พี่โดยเ
Read More

บทที่ 4

กว่าซางเฉี่ยนจะมาถึงงานประมูลก็สองทุ่มแล้วเธอเดินไปยังจุดตรวจบัตรเข้างาน พลางก้มหน้าค้นหาบัตรเชิญในกระเป๋าเมื่อหยิบบัตรเชิญออกมาถือไว้ในมือ เธอก็เงยหน้าขึ้นและเห็นรถรับรองผู้บริหารสีดำคันหนึ่งจอดตรงพรมแดงหน้าทางเข้า มีคนท่าทางเหมือนผู้บริหารหลายคนยืนรออยู่ข้าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ ทันทีที่รถจอด ชายที่ดูเป็นหัวหน้าก็รีบเดินเข้าไปเปิดประตูหลังด้วยตัวเองคนเหล่านี้น่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของผู้จัดงานประมูล ดูจากการต้อนรับที่เอิกเกริกขนาดนี้ ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนในรถต้องเป็นบุคคลสำคัญอย่างแน่นอนขณะที่ซางเฉี่ยนกำลังคิดเช่นนั้น ประตูรถก็เปิดออก รองเท้าหนังสีดำขัดมันวาวคู่หนึ่งก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว ตามด้วยชายหนุ่มท่าทางสุภาพสง่างามที่ก้าวลงจากรถ ก่อนยื่นมือไปจับมือกับผู้บริหารคนนั้นทุกอิริยาบถของเขาล้วนเปี่ยมด้วยความสุขุมเยือกเย็นและบารมีของผู้มีอำนาจทันทีที่สายตาเลื่อนไปเห็นใบหน้าหล่อเหลาสุขุมของชายคนนั้น ซางเฉี่ยนก็ตกตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่จิ้นฉางอวี่เหรอ?เขาบอกว่าไปทำงานต่างเมืองที่เมืองกั่งเฉิงไม่ใช่เหรอ?แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่เมืองจิงได้?ยังไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรต่อ ประตู
Read More

บทที่ 5

“ฉันรู้”ซางเฉี่ยนแก้คำพูดของเขา “เราแต่งงานกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล โดยไม่มีความรักเป็นพื้นฐาน”ชายหนุ่มถอนหายใจลึก ๆ ก่อนถามว่า “คุณจะหย่า แล้วตระกูลซางยอมเหรอ?”“ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเอง” ซางเฉี่ยนพูดเน้นทีละคำ “เรื่องการแต่งงานของฉัน ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง”จิ้นฉางอวี่เม้มริมฝีปากเงียบ มองหญิงสาวที่มีท่าทีผิดไปจากปกติด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์“คุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้หวังทรัพย์สินของตระกูลจิ้น” ซางเฉี่ยนพูดต่อ “ส่วนเรื่องแบ่งทรัพย์สินหลังหย่า คุณตัดสินใจได้เลย ฉันไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งนั้น”“ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”จิ้นฉางอวี่มองเธอด้วยสายตาเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย คล้ายทั้งเตือนอย่างจริงจังและย้ำให้คิดให้ดี “ถ้าหย่ากันแล้ว จะมาเปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้”นี่เขากลัวว่าเธอจะตามตื๊อเขาหลังหย่างั้นเหรอ?ซางเฉี่ยนกำลังจะพูดว่า “ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ” แต่ชายหนุ่มกลับลุกพรวดขึ้นมาเสียก่อน“ผมให้เวลาคุณคิดให้รอบคอบอีกหนึ่งคืน”จิ้นฉางอวี่มองเธอแวบหนึ่ง “ถ้าพรุ่งนี้คุณยังยืนยันว่าจะหย่า ผมก็จะยอมตามที่คุณต้อง
Read More

บทที่ 6

ช่วงบ่าย ซางเฉี่ยนไปที่คอนโดเพื่อเตรียมของใช้ในชีวิตประจำวัน ตอนที่ป้าหลี่โทรมา เธอเพิ่งลงมาจากตึกและกำลังจะไปร้านก๋วยเตี๋ยวเส้นหมี่ใกล้ ๆ เพื่อหาอะไรกินง่าย ๆ สักหน่อยไม่คิดเลยว่าวันนี้คนบ้างานที่ออกจากบ้านแต่เช้าและกลับดึกเป็นประจำจะกลับมากินข้าวเย็นที่บ้านพอวางสาย เธอก็รีบกลับคฤหาสน์อวี้ถิงวานทันทีเมื่อกลับถึงบ้าน เธอก็เห็นจิ้นฉางอวี่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารตั้งแต่แรกเห็นวันนี้เขาตั้งใจกลับบ้านเร็วเป็นพิเศษ ดูท่าคงแทบรอไม่ไหวที่จะคุยเรื่องหย่ากับเธอเหมือนกันเมื่อคิดได้ดังนั้น ซางเฉี่ยนก็เดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามเขา พอเห็นป้าหลี่กำลังจะยกอาหารมาเสิร์ฟ เธอก็บอกว่า “ป้าหลี่คะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ขอคุยกันก่อน ยังไม่กินข้าวค่ะ”ป้าหลี่ยืนถือจานผัดจานโปรดของซางเฉี่ยนอยู่ตรงนั้น ก่อนหันไปมองจิ้นฉางอวี่ด้วยความงุนงงจิ้นฉางอวี่เหลือบมองซางเฉี่ยน ก่อนพยักหน้าให้ป้าหลี่เป็นสัญญาณให้เธอออกไปก่อนเมื่อเหลือกันเพียงสองคนที่โต๊ะอาหาร ซางเฉี่ยนก็เข้าเรื่องทันที “พรุ่งนี้เช้าเราไปสำนักงานทะเบียนสมรสกันไหม?”จิ้นฉางอวี่ชะงักไปอย่างเห็นได้ชัด ก่อนขมวดคิ้วถาม “ผมให้โครงการคาบสมุทรใต้กับบริษัทซ
Read More

บทที่ 7

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกจากบ้านไปด้วยกันซางเฉี่ยนเดินตามหลังชายหนุ่มออกไป พลางก้มหน้าตรวจเอกสารสำหรับการหย่าอย่างละเอียดอีกครั้งขณะที่กำลังตั้งใจตรวจเอกสาร ศีรษะของเธอก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งแน่นอย่างจังเธอร้องซี๊ดเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาดำขลับลึกล้ำของชายหนุ่ม“ทำไมจู่ ๆ คุณถึงหยุดเดินโดยไม่บอกกันสักคำล่ะ?”“ซางเฉี่ยน คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะหย่าจริง ๆ?”จิ้นฉางอวี่มองเธอ “คุณคิดดีแล้วใช่ไหม พอก้าวพ้นประตูนี้ไป เราก็จะ…”“ฉันแน่ใจแล้ว”ซางเฉี่ยนพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจิ้นฉางอวี่หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย “จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหม?”“ไม่เสียใจ”ทำไมวันนี้คนที่ปกติพูดคำไหนคำนั้นถึงได้พูดมากขนาดนี้นะ?“คุณวางใจเถอะ หลังหย่ากัน ฉันจะไม่ตามตื๊อคุณเด็ดขาด ไม่ต้องถามย้ำหลายรอบหรอก”ซางเฉี่ยนเงยหน้ามองชายหนุ่มที่สูงกว่าเธอมาก “ทีนี้เราไปกันได้หรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ไม่พูดอะไรอีก ก่อนหันหลังเดินออกจากบ้านไปด้วยสีหน้าบึ้งตึงเกาเจ๋อที่ยืนรออยู่ข้างรถมาตลอดเห็นทั้งคู่เดินออกมา ก็หันมามองพวกเขาเมื่อคืนตอนจิ้นฉางอวี่โทรมาสั่งให้ร่างข้
Read More

บทที่ 8

ซางเฉี่ยนถามด้วยความไม่เข้าใจ “มีปัญหาอะไรเหรอ?”“ซางเฉี่ยน รูปแต่งงานพวกนั้นก็เป็นรูปของเราสองคนนะ คุณไม่ถามผมสักคำ ก็เอาไปทำลายทิ้งเลยงั้นเหรอ?”“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?” ซางเฉี่ยนพูด “เราหย่ากันแล้วนะ ถ้าไม่เอารูปพวกนั้นไปทิ้ง จะเก็บไว้ให้ภรรยาคนต่อไปของคุณเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือไง?”“คุณนี่มัน...”จิ้นฉางอวี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพูดว่า “พูดอะไรไร้สาระ”ซางเฉี่ยนสวนกลับว่า “คุณนั่นแหละที่ทำตัวไม่มีเหตุผล”จิ้นฉางอวี่พูดว่า “ยังไงคุณก็ไม่ควรทำแบบนี้”จู่ ๆ ก็ถูกตำหนิอย่างไม่มีเหตุผล ซางเฉี่ยนเองก็เริ่มโมโหขึ้นมาเหมือนกัน“ฉันทำอะไรผิดตรงไหน?”พอนึกถึงสีหน้าท่าทางของเขาในรูปแต่งงาน เธอก็ยิ่งโมโหขึ้นมา“ดูสีหน้าคุณในรูปแต่งงานสิ ทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้แต่งงานอย่างนั้นแหละ ฉันน่าจะโยนมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”“ซางเฉี่ยน”ไม่รู้ทำไม ชายหนุ่มที่ปกติควบคุมอารมณ์ได้ดีมาตลอด ถึงได้พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด“คุณจะมาขึ้นเสียงใส่ฉันทำไม?”ตอนแบ่งทรัพย์สินเขายังไม่คัดค้านอะไรสักคำ แต่ตอนนี้กลับมาหาเรื่องทะเลาะกับเธอเพราะรูปแต่งงานเนี่ยนะ?ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมา
Read More

บทที่ 9

อาจารย์ของเธอคือเจียงฉงเจิ้ง ผู้เชี่ยวชาญด้านการบูรณะวัตถุโบราณระดับแนวหน้าของประเทศ ซึ่งได้รับการยกย่องจากคนในวงการว่าเป็น “เทพแห่งการบูรณะ”เมื่อสองปีก่อน เจียงฉงเจิ้งได้รับการว่าจ้างเป็นพิเศษจากหน่วยงานด้านโบราณวัตถุแห่งชาติให้จัดตั้งทีมบูรณะเอกสารโบราณ เพื่อเดินทางไปบูรณะโบราณวัตถุในเมืองโบราณแห่งหนึ่งทางตะวันตกของประเทศตั้งแต่นั้นมา ซางเฉี่ยนก็ไม่ได้พบเจียงฉงเจิ้งอีกเลยเวลาเจียงฉงเจิ้งทุ่มเทให้กับงาน เขามักเก็บตัวอยู่ในห้อง ไม่สนใจเรื่องภายนอก แม้แต่โทรศัพท์มือถือก็ไม่พกติดตัวดังนั้น เมื่อคืนซางเฉี่ยนโทรหาเขาแล้วติดต่อไม่ได้ เธอจึงฝากข้อความเล่าถึงสถานการณ์และความตั้งใจของตัวเองเอาไว้เธอคิดว่าคงต้องรออย่างน้อยหลายวันกว่าอาจารย์จะตอบกลับ แต่ไม่คิดเลยว่าหลังจากซูลั่วลั่วกลับไปได้ไม่นาน อวี๋เมี่ยวอิน ศิษย์พี่ร่วมสำนักของเธอก็โทรมาหา“ศิษย์พี่”อวี๋เมี่ยวอินเปิดปากถามทันทีว่า “เธอหย่าแล้วเหรอ?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลง ก่อนตอบเบา ๆ ว่า “อืม”“ไหนเธอบอกว่าจะพิชิตใจผู้ชายคนนั้นให้ได้ก่อนโครงการทางตะวันตกจะเสร็จไง?”ซางเฉี่ยน “...”โครงการบูรณะเอกสารโบราณทางตะวันตกต้องใช้เวลาสามป
Read More

บทที่ 10

“ไม่คิดเลยว่าคุณจะเป็นสาวอายุน้อยขนาดนี้… อ้อ ไม่สิ คุณเป็นศิษย์น้องเล็กของอาจารย์ผม งั้นต่อไปผมต้องเรียกคุณว่า…?”“สำนักเราไม่ได้เคร่งครัดเรื่องพวกนี้ อีกอย่าง งานที่อาจารย์กับคนอื่น ๆ ทำก็ต้องเซ็นสัญญารักษาความลับกันทั้งนั้น เพื่อไม่ให้คนที่มีเจตนาแอบแฝงจับตามอง เวลาอยู่ข้างนอกพวกเราจึงมักไม่เปิดเผยว่าทำงานอะไร ฉันชื่อซางเฉี่ยน เรียกชื่อฉันตรง ๆ ก็พอ”เยี่ยนกุยจือมองหญิงสาวตรงหน้าที่มีบุคลิกอ่อนโยนสง่างาม ใบหน้าสวยละมุนราวกับภาพวาด เขารู้สึกว่าเธอดูอ่อนเยาว์และมีผิวพรรณเนียนนุ่มกว่าเขาเสียอีก“ขออนุญาตถามอะไรหน่อยนะครับ คุณอายุเท่าไหร่เหรอ?”ซางเฉี่ยนตอบว่า “ยี่สิบห้าปี”“คุณอายุมากกว่าผมสามปี งั้นต่อไปผมเรียกคุณว่าพี่ซางเฉี่ยนดีไหมครับ?” เยี่ยนกุยจือยิ้มกว้าง “ถ้าเรียกชื่อคุณตรง ๆ ก็ดูไม่ค่อยสุภาพเท่าไหร่”ซางเฉี่ยนพยักหน้า “เอาอย่างนั้นก็ได้”เยี่ยนกุยจือยกแก้วกาแฟที่วางอยู่ข้างมือขึ้นอย่างอารมณ์ดี “งั้นตลอดหนึ่งเดือนต่อจากนี้ ผมคงต้องรบกวนพี่ซางเฉี่ยนช่วยสอนผมด้วยนะครับ”ซางเฉี่ยนยกแก้วกาแฟขึ้นชนกับแก้วของเขาเบา ๆ “หวังว่าเราจะร่วมงานกันอย่างราบรื่นนะ”วันรุ่งขึ้น ซางเฉี่
Read More
Dernier
123
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status