สลับชะตา บุปผาคู่

สลับชะตา บุปผาคู่

last updateLast Updated : 2026-10-14
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
5Chapters
4views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จากการสลับตัวเล่น ๆ กลับกลายเป็นการสลับชะตาครั้งใหญ่ เพราะเมื่อความลับถูกเปิดเผย…ตัวตนอาจสลับคืนได้ แต่หัวใจที่มอบให้ไปแล้ว จะเอาคืนอย่างไร?

View More

Chapter 1

บุปผาคู่ คนละชะตา

เสียงพิณดังแผ่วหวานลอดออกมาจากชั้นสามของหอเยว่ฮวา คลอไปกับเสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษที่ดังขึ้นเป็นระยะ แสงโคมสีแดงนับสิบดวงส่องให้ถนนยามค่ำคืนดูราวกับไม่เคยหลับใหล

หอเยว่ฮวาคือหอคณิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงและหากถามบุรุษในเมืองนี้ว่าผู้ใดคือสตรีที่พวกเขายอมควักเงินหลายร้อยตำลึงเพียงเพื่อได้เห็นหน้าสักครั้ง คำตอบย่อมมีเพียงชื่อเดียว

ฉานจวน

เสียงพิณหยุดลงพร้อมปลายนิ้วเรียวยาวที่ยกออกจากสายพิณ หญิงสาวในชุดแดงเข้มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงหน้าของนางงดงามเสียจนทั่วทั้งห้องเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย ดวงตาหงส์แต่งแต้มด้วยสีแดงจาง ๆ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเพียงน้อยนิด นางไม่ได้แต่งกายเปิดเผยเสียจนเกินงาม แต่สิ่งที่ร้ายกาจกว่าการเปิดเผยเรือนกาย คือการรู้ว่าควรปกปิดมันไว้ตรงไหน ฉานจวนรู้เรื่องนี้ดีเหลือเกิน

“คืนนี้ข้าร้องจบแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้น

ชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบลุก

“แม่นางฉานจวน! ข้าเพิ่มให้อีกห้าสิบตำลึง ร้องอีกเพลงเถิด”

“ข้าให้หนึ่งร้อย!”

“สองร้อย!”

ฉานจวนหัวเราะเบา ๆ นางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบพัดกลมขึ้นมาบังริมฝีปาก

“ใต้เท้าทั้งหลายกำลังทำให้ข้าลำบากใจแล้ว”

“ลำบากใจอันใด เงินทั้งนั้น!”

“นั่นสิ!”

“แต่เงินซื้อได้เพียงเพลงของข้าเจ้าค่ะ”

นางเว้นจังหวะ ก่อนดวงตาจะโค้งขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์

“ซื้อเวลานอนของข้าไม่ได้”

เสียงโห่ร้องดังขึ้นทันที

“ฉานจวน!”

“ใจร้ายเกินไปแล้ว!”

หญิงสาวหัวเราะ ก่อนหมุนตัวเดินออกจากห้องโดยไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองเงินกองโตที่เหล่าบุรุษพยายามเสนอ ทันทีที่ประตูปิด รอยยิ้มเย้ายวนบนใบหน้าก็หายวับ

“เหนื่อยจะตายอยู่แล้ว”

ฉานจวนยกมือทุบไหล่ตนเองเบา ๆ สาวใช้ที่ยืนรออยู่หน้าห้องหลุดหัวเราะ

“เมื่อครู่ยังดูเหมือนปีศาจจิ้งจอกอยู่เลยนะเจ้าคะ”

“ปีศาจจิ้งจอกก็ปวดหลังเป็น”

“แต่วันนี้ได้ตั้งสามร้อยตำลึง”

ฉานจวนหยุดเดิน

“เท่าไรนะ?”

“สามร้อยเจ้าค่ะ”

หญิงสาวหันกลับมาทันที

“เหตุใดไม่บอกตั้งแต่แรก ข้าร้องเพิ่มได้อีกเพลง”

สาวใช้ถึงกับกลั้นหัวเราะไม่อยู่

“คุณหนู!”

“อย่าเรียกข้าเช่นนั้น”

น้ำเสียงของฉานจวนเปลี่ยนไปเล็กน้อย สาวใช้ชะงัก ก่อนรีบก้มหน้า

“เจ้าค่ะ แม่นางฉานจวน”

หญิงสาวไม่ได้ว่าอะไรอีก คำว่า คุณหนู เป็นคำที่ไม่ได้อยู่ในชีวิตของนางมานานแล้ว สำหรับผู้คนในหอเยว่ฮวา ฉานจวนคือสตรีที่ปรากฏตัวขึ้นเมื่อหลายปีก่อนพร้อมเงินติดตัวเพียงไม่กี่ตำลึง นางร้องเพลงเป็น เล่นพิณได้ เต้นรำพอใช้ และฉลาดพอจะรู้ว่าต้องทำอย่างไรจึงจะอยู่รอดในสถานที่ซึ่งบุรุษใช้เงินซื้อทุกสิ่ง กระทั่งในวัยสิบเก้า นางกลายเป็นคณิกาอันดับหนึ่งแต่มีสิ่งหนึ่งที่ไม่มีผู้ใดซื้อได้ คือตัวนาง ไม่ว่าทุ่มเงินมากเพียงใด ฉานจวนไม่เคยรับแขกค้างคืน เพราะนางรู้ดีว่าบุรุษสามารถน่ารังเกียจได้มากเพียงใด ความทรงจำหนึ่งวาบเข้ามาในหัวก่อนหญิงสาวจะรีบสลัดมันทิ้ง

“ วันนี้มีผู้ใดมาหาข้าอีกหรือไม่?”

“ไม่มีแล้วเจ้าค่ะ แต่มีจดหมายฝากไว้”

สาวใช้ยื่นกระดาษแผ่นเล็กให้นาง ฉานจวนรับมาเปิดอ่าน เพียงเห็นลายมือ นัยน์ตาที่เคยดูเฉยชาก็อ่อนลงทันที พรุ่งนี้ยามซื่อ ที่เดิม ไม่มีชื่อผู้เขียน ไม่จำเป็นต้องมีนางรู้ว่าเป็นผู้ใด

“เตรียมชุดธรรมดาให้ข้าพรุ่งนี้”

“จะออกไปหรือเจ้าคะ?”

“อืม” ฉานจวนพับกระดาษเก็บไว้ในแขนเสื้อ

“ไปพบคนสำคัญ”

ในเวลาเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของเมืองหลวงกลับเงียบสงบต่างกันราวกับคนละโลก จวนเสนาบดีซูมีพื้นที่กว้างขวาง เรือนใหญ่หลายหลังตั้งเรียงรายอยู่ท่ามกลางสวนที่ได้รับการดูแลอย่างดี ทุกอย่างบ่งบอกถึงฐานะของเจ้าของจวน ภายในเรือนด้านตะวันออก หญิงสาวในชุดสีฟ้าอ่อนกำลังคุกเข่าอยู่บนพื้น

“เจ้ารู้หรือไม่ว่าตนเองผิดตรงไหน?”

สตรีวัยกลางคนนั่งจิบชาอยู่ตรงหน้า ซูเจินก้มหน้าลง

“ลูกไม่ทราบเจ้าค่ะ”

ถ้วยชากระแทกลงบนโต๊ะ

“ยังกล้าเถียง!”

“ลูกไม่ได้เถียงเจ้าค่ะ ท่านแม่ถามว่าลูกผิดตรงไหน ลูกจึงตอบว่าไม่ทราบ”

สาวใช้สองคนด้านหลังรีบก้มหน้าซ่อนสีหน้า ฮูหยินซูหน้าแข็งขึ้นทันทีนางไม่ใช่มารดาแท้ ๆ ของซูเจิน หลังเสนาบดีซูแยกทางกับภรรยาคนแรกเขาแต่งสตรีผู้นี้เข้าจวนและมีบุตรสาวด้วยกันอีกคน นับจากนั้นซูเจินก็เรียนรู้ว่าคำว่า ครอบครัว ไม่ได้อบอุ่นอย่างที่ตำรากล่าวไว้เสมอไป

“น้องสาวเจ้าอยากได้ปิ่นหยกชิ้นนั้น เหตุใดเจ้าจึงไม่ยกให้นาง?”

ซูเจินเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย

“เพราะเป็นของที่ท่านย่ามอบให้ลูกก่อนสิ้นเจ้าค่ะ”

“แล้วอย่างไร? เจ้าเป็นพี่ เหตุใดไม่รู้จักเสียสละให้น้อง”

หญิงสาวนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนตอบด้วยเสียงสุภาพเหมือนเดิม

“หากน้องชอบของที่ท่านแม่สวมอยู่ ลูกคิดว่าท่านแม่คงยินดีถอดให้น้องเช่นกันใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

ทั้งห้องเงียบกริบ สาวใช้คนหนึ่งเม้มปากจนแทบเป็นเส้นตรง ฮูหยินซูจ้องนาง

“ซูเจิน!”

“เจ้าคะ?”

“คุกเข่าต่ออีกหนึ่งชั่วยาม!”

ซูเจินถอนหายใจอยู่ในใจ รู้อย่างนี้น่าจะเงียบเสียแต่เมื่อเหลือบเห็นปิ่นหยกที่ตนกำไว้ นางกลับคิดว่า… ช่างเถิด คุกก็คุก อย่างน้อยปิ่นของท่านย่ายังอยู่ หญิงสาวก้มศีรษะ

“เจ้าค่ะ”

ประตูเรือนถูกเปิดออกในเวลาต่อมา หญิงสาวอีกคนเดินเข้ามา นางแต่งตัวด้วยผ้าไหมสีชมพูอ่อน เครื่องประดับเต็มศีรษะ ใบหน้ามีส่วนคล้ายฮูหยินซูอยู่หลายส่วน

“ท่านแม่”

ซูหลิงเดินเข้ามากอดแขนมารดา ก่อนปรายตามองพี่สาวต่างมารดาที่คุกเข่าอยู่

“พี่ยังไม่ยอมให้หรือเจ้าคะ?”

“ไม่”

ซูหลิงทำปากยื่น

“ข้าก็เพียงเห็นว่าสวยดี”

ซูเจินเงยหน้าขึ้น

“ถ้าเจ้าชอบ ข้าจะพาไปซื้อแบบอื่น”

“แต่ข้าอยากได้อันนั้น”

“อันนี้ไม่ได้”

“เหตุใด?”

“เพราะเป็นของข้า”

คำตอบง่ายเสียจนซูหลิงนิ่งไป ฮูหยินซูตบโต๊ะ

“ดูสิ! นางเห็นแก่ตัวเพียงใด”

ซูเจินสูดลมหายใจเข้า อดทน อีกนิดเดียว หากพูดอีกประโยควันนี้คงได้คุกเข่าจนถึงเช้า หญิงสาวจึงก้มหน้าและเลือกเงียบ ซูหลิงยิ้มอย่างผู้ชนะก่อนเดินตามมารดาออกไป เมื่อประตูปิดลงสาวใช้คนสนิทรีบคลานเข้ามา

“คุณหนู ลุกเถิดเจ้าค่ะ ไม่มีผู้ใดเห็นแล้ว”

“ไม่ได้”

“แต่เข่าท่านแดงหมดแล้ว”

“หากนางกลับมาแล้วเห็นว่าข้าลุก ข้าจะต้องคุกใหม่อีกหนึ่งชั่วยาม”

สาวใช้ทำหน้าเหมือนอยากร้องไห้ ซูเจินกลับยิ้ม

“ไม่เป็นไร”

“คุณหนูยังยิ้มได้อีกหรือเจ้าคะ?”

“ถ้าไม่ยิ้มแล้วจะให้ข้าร้องไห้หรือ?”

นางมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์ลอยอยู่เหนือกำแพงสูงของจวน บางครั้งซูเจินรู้สึกว่าตนเองเหมือนนกที่ถูกขังอยู่ในกรงทอง มีอาหาร มีเสื้อผ้า มีคนรับใช้ แต่ไม่มีอิสระแม้แต่น้อยและในยามเช่นนี้ นางมักคิดถึงใครอีกคน ผู้หญิงที่มีใบหน้าเหมือนนางทุกประการแต่มีชีวิตต่างจากนางโดยสิ้นเชิง

รุ่งเช้าวันต่อมา รถม้าคันเล็กหยุดอยู่หน้าร้านน้ำชาแห่งหนึ่งในตรอกห่างจากย่านผู้คน ซูเจินลงจากรถโดยสวมหมวกคลุมหน้า นางกำชับสาวใช้ให้รออยู่ด้านนอกก่อนเดินขึ้นไปยังห้องส่วนตัวชั้นสอง ประตูเปิดออก

“มาช้า”

เสียงหนึ่งดังขึ้น ซูเจินชะงักหญิงสาวในชุดสีม่วงเข้มนั่งไขว่ห้างอยู่ริมหน้าต่าง มือหนึ่งถือขนมอีกมือถือถ้วยชา ทันทีที่นางเงยหน้า หากมีบุคคลภายนอกอยู่ตรงนี้คงตกใจจนทำถ้วยชาหล่น ใบหน้าของหญิงสาวทั้งสองเหมือนกันแทบทุกส่วน คิ้วเหมือนกันดวงตาเหมือนกัน จมูก ริมฝีปาก แม้กระทั่งความสูงยังแทบไม่ต่าง ต่างกันเพียงบรรยากาศรอบตัว

ซูเจินงดงามอย่างดอกบัวขาวที่ถูกเลี้ยงอยู่ในสระสงบ ส่วนฉานจวน… เหมือนดอกโบตั๋นแดงที่รู้ตัวดีว่าตนเองสวยเพียงใด

“ท่านพี่”

“อย่าเรียกเสียเสียงดังสิ”

ฉานจวนโยนขนมเข้าปาก

“หากคนรู้ว่าคุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดีเรียกคณิกาว่าพี่สาว พรุ่งนี้เมืองหลวงคงสนุกน่าดู”

ซูเจินนั่งลงตรงข้าม

“ท่านก็ยังชอบพูดเล่นเหมือนเดิม”

“ชีวิตข้ามีเรื่องจริงจังมากพอแล้ว”

ฉานจวนยื่นจานขนมให้น้องสาว ก่อนสายตาจะตกลงบนเข่าของอีกฝ่าย รอยช้ำจาง ๆ โผล่พ้นชายกระโปรง รอยยิ้มของนางหายไป

“นั่นอะไร?”

ซูเจินรีบดึงกระโปรงลง

“ไม่มีอะไร”

“ซูเจิน”

น้ำเสียงนั้นเปลี่ยนทันที

“ข้าถามว่านั่นอะไร”

“เมื่อวานข้าถูกลงโทษนิดหน่อย”

“เหตุใด?”

“เรื่องปิ่น”

ฉานจวนนิ่ง

“ปิ่นของท่านย่า?”

ซูเจินพยักหน้า

“นางอยากให้เจ้ามอบของที่ท่านย่าทิ้งไว้ให้แก่น้องสาวต่างมารดา?”

“อืม”

“แล้วเจ้าก็คุกเข่า?”

“เพียงหนึ่งชั่วยาม”

ฉานจวนวางถ้วยชาลงดัง กึก

“เพียง?”

“ท่านพี่…”

“ข้าบอกให้เจ้าตอบโต้บ้าง”

“ข้าตอบแล้ว”

“ตอบว่าอะไร?”

ซูเจินเล่าให้ฟัง ฉานจวนเงียบไปสองอึดใจก่อนหลุดหัวเราะ

“เจ้าถามนางว่าหากลูกสาวชอบเครื่องประดับของนาง นางจะถอดให้หรือไม่?”

“ท่านอย่าหัวเราะสิ”

“ฮ่า ๆๆ ซูเจิน!”

“ท่านพี่!”

ฉานจวนหัวเราะจนต้องวางขนม

“ข้านึกว่าเจ้าจะยอมเขาไปเสียทุกอย่าง ที่แท้ปากเจ้าก็ร้ายขึ้นแล้วนี่”

“เพราะอยู่กับท่านมากไปต่างหาก”

“ดี”

ฉานจวนยิ้มอย่างภูมิใจแต่ไม่นานรอยยิ้มนั้นก็จางลงอีกครั้ง

“แล้วท่านพ่อล่ะ?”

“ช่วงนี้งานในวังยุ่งมาก กลับจวนก็ดึก”

“เขาไม่รู้?”

ซูเจินส่ายหน้า

“ข้าไม่อยากทำให้ท่านพ่อลำบากใจ”

ฉานจวนกลอกตา

“นิสัยเช่นนี้ของเจ้านี่แหละถึงถูกคนปีนขึ้นหัว”

“แล้วจะให้ข้าทำอย่างไร?”

“ตบกลับ”

“ท่านพี่!”

“ล้อเล่น”

ฉานจวนยกถ้วยชาขึ้นจิบ

“ตบแม่เลี้ยงไม่ได้ อย่างน้อยก็ผลักตกบ่อบัว”

“ฉานจวน!”

“ก็ได้ ๆ”

ซูเจินถอนหายใจ แต่สุดท้ายก็อดหัวเราะตามไม่ได้ นี่เป็นเหตุผลที่นางชอบมาพบพี่สาวอยู่กับฉานจวน นางไม่ต้องเป็นคุณหนูใหญ่ผู้เพียบพร้อม ไม่ต้องนั่งหลังตรง ไม่ต้องเลือกคำพูดทุกประโยคและไม่ต้องคอยคิดว่าสิ่งที่ตนเองทำจะทำให้บิดาเสียหน้าหรือไม่

“แล้วท่านล่ะ?” ซูเจินถาม “ช่วงนี้เป็นอย่างไรบ้าง?”

“ดี”

“มีบุรุษรบกวนหรือไม่?”

“ทุกวัน”

ซูเจินขมวดคิ้ว

“แล้วท่านยังบอกว่าดี?”

“พวกเขาจ่ายเงิน”

“…”

“จ่ายเยอะด้วย”

ซูเจินยกมือกุมหน้าผาก

“ท่านพี่”

“ข้าขายเสียง ไม่ได้ขายตัว ไม่ต้องทำหน้าเหมือนข้ากำลังจะถูกลากเข้าถ้ำเสือ”

ฉานจวนยิ้ม

“คนที่หอรู้กฎดี ไม่มีใครบังคับข้าได้”

ซูเจินมองพี่สาว

ถึงฉานจวนจะพูดเหมือนไม่มีอะไร แต่ซูเจินรู้ว่าเหตุใดอีกฝ่ายจึงไม่ยอมให้บุรุษคนใดแตะต้องตัวหลายปีก่อน หลังบิดามารดาแยกทางกันฝาแฝดถูกแยกจากกัน ซูเจินอยู่กับบิดา ฉานจวนติดตามมารดาไปดูแลกิจการค้าตามหัวเมือง ชีวิตของพวกนางควรจะดำเนินต่อไปเช่นนั้น หากมารดาไม่ได้แต่งงานใหม่ ชายผู้นั้นต่อหน้าผู้อื่นดูเป็นสุภาพบุรุษแต่ลับหลังกลับมองเด็กสาวที่กำลังเติบโตด้วยสายตาที่ทำให้ฉานจวนขยะแขยง ครั้งแรกนางหนีได้ครั้งที่สองนางเอามีดจ่อคอเขา แล้วเมื่อรวบรวมความกล้าไปบอกมารดา สิ่งที่ได้รับกลับมาคือคำกล่าวหา อย่าใส่ร้ายสามีของแม่เพียงเพราะเจ้าไม่ชอบเขา คืนนั้นฉานจวนออกจากบ้านและไม่กลับไปอีกเลย

“ท่านยังไม่คิดกลับไปพบท่านแม่หรือ?”

คำถามทำให้บรรยากาศเงียบลง

ฉานจวนมองน้ำชาในถ้วย

“ไม่”

“แต่ว่า…”

“ซูเจิน”

นางเงยหน้าขึ้น

“คนที่ไม่เชื่อข้าในวันที่ข้าต้องการนางที่สุด ไม่มีเหตุผลที่ข้าต้องกลับไปหานางในวันที่ข้าอยู่ได้ด้วยตนเองแล้ว”

ซูเจินเม้มริมฝีปาก

ก่อนเอื้อมมือไปจับมือพี่สาว ฉานจวนมองมือที่กุมตนอยู่

“ทำหน้าเช่นนั้นอีกแล้ว”

“หน้าอะไร?”

“หน้าเหมือนจะร้องไห้”

“ข้าไม่ได้ร้อง”

“ดี ข้าเกลียดปลอบคน”

“โกหก”

“อะไร?”

“ตอนเด็กข้าร้องไห้ทีไร ท่านเอาขนมมาให้ข้าทุกครั้ง”

“เพราะเสียงเจ้าหนวกหู”

“แล้วเหตุใดต้องลูบหัวด้วย?”

ฉานจวนชะงัก ซูเจินยิ้ม

“จับได้แล้ว”

“เดี๋ยวนี้เก่งนักนะ”

สองพี่น้องหัวเราะพร้อมกัน ฉานจวนมองใบหน้าที่เหมือนตนเองราวกับเงาสะท้อน ก่อนความคิดบางอย่างจะผุดขึ้นมา นางเอียงศีรษะ

“ซูเจิน”

“เจ้าคะ?”

“หากข้าไปอยู่จวนเสนาบดีแทนเจ้าสักสองสามวัน…จะมีใครรู้หรือไม่?”

ซูเจินที่กำลังดื่มชาสำลักทันที

“แค่ก!”

“ใจเย็น”

“ท่านว่าอะไรนะ?!”

ฉานจวนกลับยิ่งมองอย่างสนใจ นางลุกขึ้นเดินอ้อมโต๊ะมาหยุดข้างน้องสาว ก่อนใช้นิ้วเชยคางซูเจินขึ้นแล้วหันซ้ายหันขวา

“หน้าก็เหมือน”

“ท่านพี่…”

“รูปร่างก็เหมือน”

“ฉานจวน”

“เสียงยิ่งเหมือน”

“ท่านกำลังคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่?”

ฉานจวนยิ้ม เป็นรอยยิ้มแบบที่ทำให้ซูเจินรู้ทันทีว่า… ต้องเกิดเรื่องแน่

“เราสลับตัวกัน”

“ไม่”

“ข้ายังพูดไม่จบ”

“ไม่ต้องจบ ข้าไม่เอา”

“ฟังก่อนสิ”

“ไม่ฟัง”

“เจ้ากลัวหรือ?”

ซูเจินชะงัก ฉานจวนยิ้มกว้างกว่าเดิม

“ข้าไม่ได้กลัว”

“เช่นนั้นก็ลอง”

“แต่ข้าจะไปอยู่ที่ใดแทนท่าน?”

“หอเยว่ฮวา”

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องทันที ซูเจินกะพริบตาช้า ๆ

“หอ…อะไรนะ?”

“หอเยว่ฮวา”

“หอนางโลม?!”

ฉานจวนรีบเอามือปิดปากน้อง

“เบา!”

ซูเจินดึงมือนางออก

“ท่านเสียสติไปแล้ว!”

“ข้าไม่ให้เจ้ารับแขกเสียหน่อย”

“แต่นั่นมันหอนางโลม!”

“เจ้าร้องเพลงได้”

“แล้ว?”

“เล่นพิณได้”

“แล้วอย่างไร?!”

“หน้าตาเหมือนข้า”

“นั่นไม่ใช่ประเด็น!”

ฉานจวนหัวเราะจนไหล่สั่น ซูเจินมองพี่สาวอย่างเหลือเชื่อ

“แล้วท่านจะไปทำอะไรที่จวน?”

รอยยิ้มของฉานจวนค่อย ๆ เปลี่ยนไป

“ไปเป็นเจ้า”

“เพื่ออะไร?”

“เพื่อให้แม่เลี้ยงเจ้ารู้เสียบ้างว่า การรังแกคนที่ไม่ตอบโต้กับการรังแกคนอย่างข้า…ผลลัพธ์มันต่างกัน”

ซูเจินนิ่งไป

“ท่านจะทำอะไรนาง?”

“ยังไม่รู้”

ฉานจวนหยิบขนมขึ้นมากัด

“ขึ้นอยู่กับว่านางจะเริ่มก่อนหรือไม่”

“ข้าว่านี่แหละที่น่ากลัว”

“ข้าไม่ฆ่านางหรอก”

“ข้าไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น!”

“งั้นตกลง”

“ข้ายังไม่ได้ตกลง!”

ฉานจวนเท้าคางมองน้องสาว

“แค่เจ็ดวัน”

“เจ็ดวัน?”

“เจ้ามาเป็นข้า ข้าไปเป็นเจ้า”

“ถ้าถูกจับได้?”

“ก็วิ่ง”

“ท่านพี่!”

เสียงหัวเราะดังออกมาจากห้องอีกครั้ง ซูเจินส่ายหน้าจนปวดหัว นี่มันบ้าชัด ๆ แต่ในอีกด้านหนึ่ง… นางกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่ไม่เคยรู้สึกมานานความตื่นเต้น เจ็ดวันที่ไม่ต้องอยู่ในจวน เจ็ดวันที่ไม่ต้องตื่นขึ้นมาแล้วคอยระวังแม่เลี้ยง เจ็ดวันที่นางอาจได้ใช้ชีวิตในโลกของพี่สาวที่ตนเองสงสัยมาตลอดว่ามันเป็นเช่นไร ซูเจินกัดริมฝีปาก

“เพียงเจ็ดวัน?”

ฉานจวนรู้ทันทีว่าปลาเริ่มติดเบ็ด

“เจ็ดวัน”

“ห้ามทำเรื่องเกินเลย”

“แน่นอน”

“ห้ามตบผู้ใด”

“จะพยายาม”

“ฉานจวน!”

“ได้ ๆ ไม่ตบ”

“ห้ามทำให้ท่านพ่อรู้”

“ได้”

“และห้าม—”

“ตกลงเสียทีเถอะ!”

ฉานจวนจับไหล่น้องสาว ดวงตาสองคู่ที่เหมือนกันสบกัน ซูเจินลังเลอยู่นานก่อนพยักหน้าอย่างช้า ๆ

“ก็ได้”

รอยยิ้มของฉานจวนกว้างขึ้นทันที

“ดีมาก น้องรัก ”

“เหตุใดข้ารู้สึกเหมือนตัดสินใจผิด…”

“เพราะเจ้าคิดมาก”

ฉานจวนลุกขึ้น ก่อนยื่นมือให้น้องสาว

“มา”

“ไปไหน?”

“เริ่มฝึก”

“ฝึกอะไร?”

ฉานจวนหยิบพัดขึ้นมากาง แล้วปรายตามองซูเจินด้วยสายตาหวานเยิ้มในแบบที่ทำให้บุรุษครึ่งเมืองพร้อมควักเงินออกจากกระเป๋า

“ตั้งแต่คืนนี้ เจ้าต้องเป็นฉานจวน”

ซูเจินมองพี่สาวตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ต้องทำสายตาเช่นนั้นด้วยหรือ?”

“แน่นอน”

“ข้าทำไม่ได้”

“ลอง”

ซูเจินถอนหายใจ ก่อนพยายามเลียนแบบ นางหรี่ตาลงเล็กน้อยแล้วเอียงหน้า ฉานจวนเงียบ

“เป็นอย่างไร?”

“เหมือนง่วง”

“…”

“ลองใหม่”

ซูเจินลองอีกครั้ง

“คราวนี้?”

“เหมือนเจ้าปวดท้อง”

“ฉานจวน!”

เสียงหัวเราะดังลั่นห้องอีกครั้ง ไม่มีผู้ใดในเวลานั้นรู้เลยว่า แผนเล่นสนุกเพียงเจ็ดวันของสองพี่น้อง จะไม่ได้จบลงง่าย ๆ อย่างที่พวกนางคิด เพราะในเวลาเดียวกันนั้นเอง นอกประตูเมืองหลวง ธงกองทัพกำลังโบกสะบัดอยู่เหนือขบวนม้านับร้อยบุรุษในชุดเกราะดำควบม้าอยู่ด้านหน้าสุด ใบหน้าคมเข้มเย็นชา ดวงตาดุจเหยี่ยวทอดมองกำแพงเมืองที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี

ห่าวรัน แม่ทัพหนุ่มผู้สร้างชื่อจากสนามรบตั้งแต่อายุยี่สิบ กำลังเดินทางกลับเมืองหลวงตามพระบัญชา เขาไม่รู้เลยว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะได้พบกับหญิงสาวผู้หนึ่งที่เขาเคยรู้จัก ใบหน้าเดิม ชื่อเดิมฐานะเดิมแต่กลับไม่มีสิ่งใดเหมือนเดิมเลยแม้แต่น้อย และอีกฟากหนึ่งของเมือง บัณฑิตหนุ่มในชุดสีขาวกำลังรับม้วนเอกสารลับจากมือขององค์รัชทายาท

“สถานที่ที่ต้องไปตรวจสอบคือที่ใดพ่ะย่ะค่ะ?”

องค์รัชทายาทยกถ้วยชาขึ้น ก่อนตอบเรียบ ๆ

“หอเยว่ฮวา”

ซีซวนเลิกคิ้ว

“หอนางโลม?”

“มีปัญหาหรือ?”

ริมฝีปากของบัณฑิตหนุ่มยกขึ้นเล็กน้อย

“กระหม่อมเพียงคิดว่า…งานคราวนี้ดูน่าสนใจกว่าครั้งก่อนมากพ่ะย่ะค่ะ”

โชคชะตาจึงเริ่มขยับอย่างเงียบงัน คุณหนูกำลังจะกลายเป็นคณิกา นางคณิกากำลังจะกลายเป็นคุณหนูและบุรุษสองคนที่ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการละเล่นครั้งนี้เลย… กำลังเดินเข้ามาหาพวกนางโดยไม่รู้ตัว.

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
5 Chapters
บุปผาคู่ คนละชะตา
เสียงพิณดังแผ่วหวานลอดออกมาจากชั้นสามของหอเยว่ฮวา คลอไปกับเสียงหัวเราะของเหล่าบุรุษที่ดังขึ้นเป็นระยะ แสงโคมสีแดงนับสิบดวงส่องให้ถนนยามค่ำคืนดูราวกับไม่เคยหลับใหลหอเยว่ฮวาคือหอคณิกาที่มีชื่อเสียงที่สุดแห่งหนึ่งในเมืองหลวงและหากถามบุรุษในเมืองนี้ว่าผู้ใดคือสตรีที่พวกเขายอมควักเงินหลายร้อยตำลึงเพียงเพื่อได้เห็นหน้าสักครั้ง คำตอบย่อมมีเพียงชื่อเดียวฉานจวนเสียงพิณหยุดลงพร้อมปลายนิ้วเรียวยาวที่ยกออกจากสายพิณ หญิงสาวในชุดแดงเข้มเงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงหน้าของนางงดงามเสียจนทั่วทั้งห้องเงียบลงโดยไม่ได้นัดหมาย ดวงตาหงส์แต่งแต้มด้วยสีแดงจาง ๆ ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มเพียงน้อยนิด นางไม่ได้แต่งกายเปิดเผยเสียจนเกินงาม แต่สิ่งที่ร้ายกาจกว่าการเปิดเผยเรือนกาย คือการรู้ว่าควรปกปิดมันไว้ตรงไหน ฉานจวนรู้เรื่องนี้ดีเหลือเกิน“คืนนี้ข้าร้องจบแล้วเจ้าค่ะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรีบลุก“แม่นางฉานจวน! ข้าเพิ่มให้อีกห้าสิบตำลึง ร้องอีกเพลงเถิด”“ข้าให้หนึ่งร้อย!”“สองร้อย!”ฉานจวนหัวเราะเบา ๆ นางลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วหยิบพัดกลมขึ้นมาบังริมฝีปาก“ใต้เท้าทั้งหลายกำลังทำให้ข้าลำบากใจแล้ว”“ลำบากใจอันใด
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
คุณหนูตัวปลอมกับคณิกาจำเป็น
สามวันหลังจากสองพี่น้องตกลงกัน แผนการที่ซูเจินเคยคิดว่าเป็นเพียงคำพูดเล่นกลับเกิดขึ้นจริงภายในห้องพักส่วนตัวชั้นสามของหอเยว่ฮวา หญิงสาวสองคนยืนประจันหน้ากันอยู่หน้ากระจกทองเหลือง ใบหน้าเหมือนกันแทบทุกส่วน หากวันนี้กลับแตกต่างกันจนมองเพียงปราดเดียวก็รู้ว่าใครเป็นใคร ฉานจวนสวมชุดสีฟ้าอ่อน เกล้าผมเรียบง่าย มีเพียงปิ่นหยกขาวประดับอยู่หนึ่งชิ้น เครื่องประทินโฉมบนใบหน้าบางเบาจนแทบมองไม่เห็นส่วนซูเจินถูกจับสวมชุดสีแดง กระโปรงหลายชั้นพลิ้วไหวตามการเคลื่อนไหว เรือนผมประดับปิ่นดอกไม้สีทองตามแบบที่ฉานจวนใช้เป็นประจำ คนหนึ่งดูเรียบร้อยขึ้นจนผิดตา อีกคนดูเหมือนกำลังถูกบังคับให้แต่งงาน ฉานจวนมองน้องสาวผ่านกระจกแล้วถอนหายใจ“ยิ้มหน่อย”ซูเจินฝืนยิ้ม“ไม่ใช่ยิ้มไปงานศพ”“ข้ายิ้มแล้ว”“เจ้ายิ้มเหมือนกำลังขอให้คนช่วย”ซูเจินหุบยิ้มทันที“เช่นนั้นข้าไม่ยิ้ม”ฉานจวนหลุดหัวเราะ ก่อนเดินเข้ามาจัดปอยผมข้างแก้มให้น้องสาว นางใช้เวลาสามวันที่ผ่านมาเล่าทุกอย่างเกี่ยวกับหอเยว่ฮวา ตั้งแต่ชื่อสาวใช้ ห้องพัก เพลงที่ร้องเป็นประจำ ไปจนถึงบุรุษที่ต้องหลีกให้ห่าง โชคดีที่สองพี่น้องถูกสอนดนตรีจากอาจารย์คนเดียวกันตั้งแต่
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
แม่ทัพผู้นั้น เหตุใดจ้องข้านัก
เช้าวันรุ่งขึ้น ฉานจวนถูกเสี่ยวอวี้ปลุกตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี นางลืมตาขึ้นมองม่านเตียงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพลิกตัวหนีไปอีกด้านแล้วดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ“คุณหนู ตื่นเถิดเจ้าค่ะ”“ยังเช้าอยู่”“ไม่เช้าแล้วเจ้าค่ะ”“พระอาทิตย์ยังไม่เข้าห้องเลย”“เพราะม่านปิดอยู่เจ้าค่ะ”ฉานจวนเงียบไปก่อนมือหนึ่งจะโผล่ออกมาจากผ้าห่มแล้วชี้ไปทางประตู“ออกไป”เสี่ยวอวี้แทบร้องไห้“วันนี้ท่านแม่ทัพห่าวจะมานะเจ้าคะ!”คราวนี้คนบนเตียงลืมตาทันที ฉานจวนค่อย ๆ ลดผ้าห่มลง ใบหน้างดงามยุ่งเหยิงเพราะเพิ่งตื่น เรือนผมยาวกระจายเต็มหมอน“มากินมื้อกลางวันมิใช่หรือ?”“เจ้าค่ะ”“แล้วปลุกข้าตั้งแต่ตอนนี้ทำไม?”“ต้องแต่งตัวเจ้าค่ะ”ฉานจวนหันไปมองนอกหน้าต่าง แล้วหันกลับมามองสาวใช้“แต่งสามชั่วยาม?”เสี่ยวอวี้พยักหน้าอย่างจริงจัง ฉานจวนหลับตาลงอีกครั้ง การเป็นคณิกาอันดับหนึ่งยังไม่เหนื่อยเท่าการเป็นคุณหนูจวนเสนาบดีเลยจริง ๆเกือบหนึ่งชั่วยามต่อมา ฉานจวนนั่งอยู่หน้ากระจกด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ขณะที่สาวใช้สองคนช่วยกันจัดผมให้นาง วันนี้นางสวมชุดสีขาวอมฟ้าปักลายดอกหลันฮวา เครื่องประดับถูกเลือกให้น้อยชิ้นตามนิสัยของซูเจิน ใบหน้าประทิน
last updateLast Updated : 2026-10-12
Read more
บัณฑิตเจ้าคะ ข้าขายเสียง มิได้ขายตัว
หนึ่งร้อยตำลึงซูเจินนั่งจ้องถุงเงินบนโต๊ะราวกับมันเป็นวัตถุประหลาด เมื่อคืนซีซวนบอกว่าจะมาอีก นางยังคิดว่าเขาเพียงพูดหยอกเล่น ใครจะคิดว่าเช้าวันนี้คนของเขาจะนำเงินมาวางถึงหอเยว่ฮวา พร้อมฝากคำพูดสั้น ๆ ไว้กับสาวใช้“คืนนี้ยามซวี หนึ่งร้อยตำลึงตามที่แม่นางฉานจวนเรียกขอรับ”ซูเจินเงียบไปครู่หนึ่ง“เขาจ่ายล่วงหน้า?”“เจ้าค่ะ”“ทั้งที่ข้ายังไม่ได้รับปาก?”“เจ้าค่ะ”“แล้วพวกเจ้าก็รับ?”สาวใช้พยักหน้าอย่างไร้เดียงสา ซูเจินสูดลมหายใจเข้าลึก“คืนเขาไป”“ไม่ได้!”เสียงแม่เล้าหลิวดังมาจากด้านหลังแทบจะทันทีซูเจินหันไปมอง เห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาพร้อมสีหน้าราวกับนางเพิ่งพูดเรื่องเลวร้ายที่สุดในชีวิต“เหตุใดไม่ได้?”“เงินเข้าหอเยว่ฮวาแล้วจะคืนได้อย่างไร?”“แต่ข้ายังไม่ได้ตกลง”“เมื่อคืนเจ้าเป็นคนบอกเองมิใช่หรือว่าครั้งหน้าหนึ่งร้อยตำลึง”“ข้าประชดเขา!”แม่เล้าหลิวหยิบถุงเงินขึ้นมาชั่งในมือ“แต่เขาไม่ประชดเจ้า”“ท่านแม่!”“อีกอย่าง เขาไม่ได้ขอให้เจ้าปรนนิบัติบนเตียงเสียหน่อย เพียงดื่มชา ฟังเพลง สนทนาเท่านั้น”นางยิ้มกว้าง“หนึ่งร้อยตำลึงแลกกับชาหนึ่งกา ข้าเห็นว่าคุ้มยิ่งกว่าคุ้ม”“แต่คนที่ต้องนั่งกับเ
last updateLast Updated : 2026-10-13
Read more
คืนนี้คุณหนูไม่เหมือนเดิม
ตั้งแต่เช้า ฉานจวนรู้สึกว่าคนทั้งจวนกำลังวุ่นวายผิดปกติ สาวใช้เดินเข้าออกเรือนใหญ่ไม่ขาดสาย โต๊ะเก้าอี้ถูกยกออกไปจัดใหม่ โคมผ้าไหมสีแดงถูกแขวนเรียงตามระเบียง กระทั่งสวนด้านหน้าก็มีคนมาตัดแต่งกิ่งไม้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดี นางนั่งกินขนมอยู่ใต้ชายคามองทุกอย่างด้วยความสงสัย“วันนี้มีงานอะไร?”เสี่ยวอวี้ที่กำลังรินชาให้ชะงัก“คุณหนูลืมหรือเจ้าคะ?”“ลืมอะไร?”“คืนนี้นายท่านจัดงานเลี้ยงต้อนรับท่านแม่ทัพห่าวเจ้าค่ะ มีขุนนางกับคุณชายคุณหนูจากหลายตระกูลมาด้วย”ขนมในมือฉานจวนหยุดอยู่กลางทาง“ห่าวรันมาอีกแล้ว?”“เจ้าค่ะ”“เขาไม่มีจวนของตัวเองหรือ?”เสี่ยวอวี้รีบมองซ้ายขวา“เบาเสียงหน่อยเจ้าค่ะ!”ฉานจวนกัดขนมต่ออย่างหงุดหงิด ตั้งแต่พบกันเมื่อวาน นางยังจำสายตาของเขาได้ดี สายตาที่มองเหมือนต้องการเจาะให้ทะลุถึงความลับข้างใน โดยเฉพาะประโยคสุดท้าย เจ้าไม่เคยเรียกข้าว่าท่านแม่ทัพ เพียงนึกก็ปวดหัวแล้ว“คืนนี้ข้าไม่ไปได้หรือไม่?”“ไม่ได้เจ้าค่ะ”“ป่วย?”“ไม่ได้”“ปวดหัว?”“ไม่ได้”“ตกน้ำ?”“คุณหนู!”ฉานจวนถอนหายใจ“ชีวิตซูเจินช่างลำบาก”เสี่ยวอวี้กำลังจะตอบ แต่สาวใช้จากเรือนใหญ่ก็เดินเข้ามาพอดี“คุณหนูรอ
last updateLast Updated : 2026-10-14
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status