Share

บทที่ 4

Author: อู่จิ่ว
กว่าซางเฉี่ยนจะมาถึงงานประมูลก็สองทุ่มแล้ว

เธอเดินไปยังจุดตรวจบัตรเข้างาน พลางก้มหน้าค้นหาบัตรเชิญในกระเป๋า

เมื่อหยิบบัตรเชิญออกมาถือไว้ในมือ เธอก็เงยหน้าขึ้นและเห็นรถรับรองผู้บริหารสีดำคันหนึ่งจอดตรงพรมแดงหน้าทางเข้า มีคนท่าทางเหมือนผู้บริหารหลายคนยืนรออยู่ข้าง ๆ อย่างเป็นระเบียบ ทันทีที่รถจอด ชายที่ดูเป็นหัวหน้าก็รีบเดินเข้าไปเปิดประตูหลังด้วยตัวเอง

คนเหล่านี้น่าจะเป็นผู้บริหารระดับสูงของผู้จัดงานประมูล ดูจากการต้อนรับที่เอิกเกริกขนาดนี้ ก็เดาได้ไม่ยากว่าคนในรถต้องเป็นบุคคลสำคัญอย่างแน่นอน

ขณะที่ซางเฉี่ยนกำลังคิดเช่นนั้น ประตูรถก็เปิดออก รองเท้าหนังสีดำขัดมันวาวคู่หนึ่งก้าวลงมาอย่างคล่องแคล่ว ตามด้วยชายหนุ่มท่าทางสุภาพสง่างามที่ก้าวลงจากรถ ก่อนยื่นมือไปจับมือกับผู้บริหารคนนั้น

ทุกอิริยาบถของเขาล้วนเปี่ยมด้วยความสุขุมเยือกเย็นและบารมีของผู้มีอำนาจ

ทันทีที่สายตาเลื่อนไปเห็นใบหน้าหล่อเหลาสุขุมของชายคนนั้น ซางเฉี่ยนก็ตกตะลึงจนยืนนิ่งอยู่กับที่

จิ้นฉางอวี่เหรอ?

เขาบอกว่าไปทำงานต่างเมืองที่เมืองกั่งเฉิงไม่ใช่เหรอ?

แล้วทำไมถึงมาอยู่ที่เมืองจิงได้?

ยังไม่ทันที่เธอจะคิดอะไรต่อ ประตูรถอีกฝั่งก็เปิดออกเช่นกัน หญิงสาวในชุดราตรีเกาะอกสีแดงที่แต่งตัวอย่างพิถีพิถันก้าวลงมาจากรถ

พอเห็นหญิงสาวคนนั้น รูม่านตาของซางเฉี่ยนก็หดเล็กลงทันที ใบหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดในพริบตาภายใต้แสงไฟริมถนน

เมื่อเห็นโจวอวิ๋นซวงส่งยิ้มสดใส ก่อนเดินอ้อมรถไปยืนข้างจิ้นฉางอวี่ ซางเฉี่ยนก็กำบัตรเชิญในมือแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

สรุปว่าเขามางานประมูลเป็นเพื่อนโจวอวิ๋นซวงงั้นเหรอ?

ระหว่างที่เธอยังคงยืนตะลึง จิ้นฉางอวี่กับโจวอวิ๋นซวงก็ถูกเหล่าผู้บริหารห้อมล้อมและเชิญเข้าไปด้านในแล้ว

สายลมยามค่ำคืนในฤดูร้อนพัดพาเอาไอร้อนอบอ้าวมาปะทะร่าง ซางเฉี่ยนยืนตัวแข็งอยู่ที่เดิม ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย

แสงไฟริมถนนทอดเงาร่างอันโดดเดี่ยวของเธอให้ยาวเหยียดออกไป

ผ่านไปนานพอสมควร เธอจึงโยนบัตรเชิญในมือลงถังขยะข้าง ๆ ก่อนหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ

*

เมื่อกลับถึงบ้าน ซางเฉี่ยนก็นั่งเหม่อลอยอยู่บนโซฟาในห้องนอน

ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไร ความอึดอัดคับข้องใจทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก สุดท้ายจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเลื่อนดูอะไรไปเรื่อยเปื่อย

หวังว่าจะช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากความรู้สึกอันหนักอึ้งนี้ได้บ้าง

หลังจากดูวิดีโอจนปวดตา เธอก็เปลี่ยนไปดูหน้าโมเมนต์ในวีแชตตามความเคยชิน แล้วเลื่อนหน้าจออย่างใจลอย

ทันใดนั้น โพสต์หนึ่งก็สะดุดสายตาเธอ

เมื่อครึ่งเดือนก่อน ในงานเลี้ยงแห่งหนึ่ง โจวอวิ๋นซวงเป็นฝ่ายขอเพิ่มเธอเป็นเพื่อนในไลน์ แม้ซางเฉี่ยนจะไม่อยากข้องเกี่ยวกับอีกฝ่าย แต่ด้วยมารยาททางสังคม เธอจึงยอมรับคำขอนั้น

และตอนนี้สายตาของซางเฉี่ยนก็กำลังจับจ้องอยู่ที่โพสต์ซึ่งโจวอวิ๋นซวงเพิ่งลงเมื่อสิบนาทีก่อน

[วันเกิดปีนี้ได้ของขวัญที่ชอบ แถมยังมีคนที่ชอบอยู่เคียงข้าง ทุกอย่างลงตัวที่สุดแล้ว ฉันชอบทริปฉลองวันเกิดครั้งนี้มาก]

ภาพที่แนบมากับโพสต์เป็นชุดเครื่องประดับไพลินที่เปล่งประกายระยิบระยับสะดุดตา

ซางเฉี่ยนจำได้ว่าเครื่องประดับชุดนี้เป็นชุดที่มีราคาสูงที่สุดในบรรดาเครื่องประดับที่นำมาประมูลครั้งนี้

ราคาเริ่มต้นประมูลอยู่ที่เก้าสิบล้านบาท

ของขวัญวันเกิด มีคนที่ชอบอยู่เคียงข้าง…

ที่แท้สองวันที่ผ่านมา จิ้นฉางอวี่ไม่ได้ไปทำงานต่างเมือง แต่ไปอยู่เป็นเพื่อนโจวอวิ๋นซวงเพื่อฉลองวันเกิด แม้แต่การมางานประมูลก็เพื่อซื้อของขวัญวันเกิดให้เธอ

ซางเฉี่ยนมองภาพของโจวอวิ๋นซวงด้วยดวงตาที่เริ่มแสบพร่า ก่อนจะอดยิ้มเยาะตัวเองไม่ได้

เธอแต่งงานกับจิ้นฉางอวี่มาสองปี ผ่านวันเกิดมาสองครั้ง แต่เขาไม่เคยอยู่ฉลองวันเกิดกับเธอเลยสักครั้ง

ส่วนวันเกิดครบยี่สิบเจ็ดปีและยี่สิบแปดปีของเขา เธอเคยอยากฉลองด้วยกัน แต่เขากลับปฏิเสธทั้งสองครั้ง โดยให้เหตุผลว่า “งานยุ่ง ไม่ต้องจัดอะไรให้วุ่นวาย”

ตอนนั้นเธอช่างไร้เดียงสาเสียจริง ถึงกับเชื่อว่าเขาไม่ฉลองวันเกิดเพราะงานยุ่งจริง ๆ

จนกระทั่งวันนี้ ซางเฉี่ยนถึงได้เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งว่า ที่แท้เขาก็แค่ไม่อยากฉลองวันเกิดกับเธอเท่านั้นเอง

แต่พอเปลี่ยนเป็นคนที่เขาชอบ เขากลับยอมวางงานที่ตัวเองให้ความสำคัญที่สุด เพื่อไปเที่ยวและฉลองวันเกิดกับอีกฝ่ายล่วงหน้าหนึ่งวัน

เห็นได้ชัดจริง ๆ ว่าระหว่างรักกับไม่รักนั้นแตกต่างกันมากแค่ไหน

ซางเฉี่ยนยิ้มเยาะตัวเองอีกครั้ง ก่อนเงยหน้าขึ้นและบังเอิญเห็นภาพถ่ายแต่งงานขนาดใหญ่ที่แขวนอยู่บนผนังเหนือหัวเตียงพอดี

ในภาพ เธอสวมชุดเจ้าสาวสีขาวราคาแพง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเปี่ยมสุข

จิ้นฉางอวี่ที่ยืนอยู่ข้างเธอสวมสูทสีดำ ดูสง่างามอย่างสุขุมเรียบหรู ใบหน้าคมคายหล่อเหลา แต่เสียดายที่แทบไม่มีรอยยิ้มเลย

เขายืนตัวตรงอยู่ข้างเธอด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ยิ้มแย้ม ดูจริงจังเสียจนเหมือนกำลังเข้าพรรคคอมมิวนิสต์มากกว่าเข้าพิธีแต่งงาน

เมื่อก่อนซางเฉี่ยนคิดว่าเป็นเพราะนิสัยส่วนตัวของเขาที่ไม่ค่อยชอบยิ้มอยู่แล้ว

แต่พอกลับมามองตอนนี้ เขาคงไม่ยิ้มเพราะคนที่แต่งงานด้วยไม่ใช่คนที่เขาชอบสินะ

ซางเฉี่ยนจ้องมองชายหนุ่มในภาพถ่ายแต่งงานอยู่นานแสนนาน

แสงไฟสีขาวสว่างจ้าสาดกระทบดวงตารูปอัลมอนด์ที่เอ่อคลอเป็นประกายของเธอ สะท้อนให้เห็นแววตาอันแน่วแน่เด็ดเดี่ยว

กลางดึก

เสียงหมุนลูกบิดประตูดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดภายในห้อง สายตาของซางเฉี่ยนที่จับจ้องภาพถ่ายแต่งงานมาตลอดจึงไหววูบเล็กน้อย ก่อนเธอจะละสายตาแล้วหันไปมองทางประตู

และสบเข้ากับดวงตาดำขลับคู่หนึ่ง

“ทำไมยังไม่นอน?”

เสียงของชายหนุ่มฟังดูทุ้มต่ำเล็กน้อยท่ามกลางความเงียบ

ซางเฉี่ยนมองชายหนุ่มที่กลับบ้านเร็วกว่ากำหนด “ทำไมคุณถึงกลับมาแล้วล่ะ?”

คืนนี้เขาไม่ควรอยู่เป็นเพื่อนคนในใจที่กำลังฉลองวันเกิดหรอกเหรอ?

จิ้นฉางอวี่เดินเข้ามาด้านใน พลางยกมือคลายเนกไทอย่างไม่ใส่ใจ “ผมส่งข้อความบอกคุณเมื่อชั่วโมงก่อนว่าไปทำงานต่างเมืองเสร็จก่อนกำหนด คืนนี้จะกลับมา คุณไม่เห็นเหรอ?”

หึ เขายังจะเอาเรื่องไปทำงานต่างเมืองมาอ้างอีกเหรอ

แต่กลับมาก็ดีเหมือนกัน จะได้รีบจัดการเรื่องนี้ให้จบ ๆ ไป

ซางเฉี่ยนเอ่ยขึ้น “ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ”

จิ้นฉางอวี่ถอดเนกไทแล้ววางพาดไว้บนที่วางแขนเก้าอี้อย่างลวก ๆ สีหน้าฉายแววเหนื่อยล้าราวกับเพิ่งเดินทางมา “ผมขอไปอาบน้ำก่อน…”

“คุยกันก่อน”

จิ้นฉางอวี่ที่กำลังจะเดินไปห้องน้ำชะงักฝีเท้า ก่อนหันมามองหญิงสาวอย่างประหลาดใจ เพราะน้อยครั้งนักที่เธอจะพูดด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวเช่นนี้

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเดินไปนั่งบนเก้าอี้เดี่ยวตรงข้ามซางเฉี่ยน

“เรื่องอะไร?”

“จิ้นฉางอวี่ เราหย่ากันเถอะ”

ร่างของชายหนุ่มที่กำลังเอนหลังพิงเก้าอี้ชะงักกึก ดวงตาคมเข้มลึกล้ำจ้องใบหน้าเธอไม่วางตา

“หย่าเหรอ?”

“ใช่ หย่า”

และเธอก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอหย่าเองด้วย

ซางเฉี่ยนจ้องใบหน้าเขานิ่ง ๆ อยากรู้ว่าจะมองเห็นความดีใจหรือความโล่งอกบนใบหน้าของเขาบ้างหรือเปล่า

ทว่าชายหนุ่มยังคงมีใบหน้าเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง ไม่เผยอารมณ์ใด ๆ ออกมาเช่นเคย

เธอไม่อาจอ่านอารมณ์หรือความรู้สึกใด ๆ จากสีหน้าของเขาได้เลย เขาเพียงแค่นั่งนิ่งเงียบ

ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงัน

ซางเฉี่ยนกลั้นหายใจ ไม่พูดอะไรอีก ได้แต่นั่งรอคำตอบจากเขา

ผ่านไปนานพอสมควร

ในที่สุดชายหนุ่มก็เอ่ยขึ้นช้า ๆ ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำที่แฝงความจริงจัง “เรื่องหย่าไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาพูดเล่นได้”

ซางเฉี่ยนตอบ “ฉันไม่ได้พูดเล่น”

จิ้นฉางอวี่มองเธอ สีหน้าเคร่งลงกว่าเดิม “เหตุผลล่ะ?”

ได้ยินแบบนั้น ซางเฉี่ยนก็อดรู้สึกขำไม่ได้

เขาอ้างว่าไปทำงานต่างเมือง ทั้งที่จริงแล้วไปฉลองวันเกิดให้แฟนเก่า

แถมยังพูดต่อหน้าคนในครอบครัวของตัวเองอย่างไม่คิดปิดบังว่า หากต้องเลือกระหว่างเธอกับโจวอวิ๋นซวง เขาจะเลือกโจวอวิ๋นซวง

แล้วตอนนี้เขายังมีหน้ามาถามหาเหตุผลจากเธออีกเหรอ?

เมื่อมองชายหนุ่มตรงหน้าที่ทำราวกับตัวเองไม่ได้ทำอะไรผิด ซางเฉี่ยนก็เกิดความรู้สึกอยากกอบกู้หน้าและศักดิ์ศรีของตัวเองขึ้นมาทันที

เธอยืดหลังตรง เชิดคางขึ้นด้วยสีหน้ารังเกียจ ก่อนพูดว่า “เพราะฉันว่าคุณเป็นคนหัวโบราณ น่าเบื่อ วัน ๆ เอาแต่ทำงาน แทบไม่อยู่ติดบ้านก็แย่พอแล้ว พอกลับมาก็เอาแต่เงียบขรึม ไม่พูดไม่จา ไม่มีความโรแมนติกเอาซะเลย จิ้นฉางอวี่ ฉันทนคุณมาสองปีแล้ว ไม่อยากฝืนทนอยู่กับคุณแบบนี้อีกต่อไป เพราะฉะนั้นฉันจะหย่ากับคุณ”

“…”

สีหน้าของชายหนุ่มบึ้งตึงลงอย่างเห็นได้ชัด

ภายในห้องกลับมาตกอยู่ในความเงียบงันอีกครั้ง

ผ่านไปพักใหญ่ จิ้นฉางอวี่ก็ไม่ได้โต้แย้งหรือตอบโต้คำตำหนิของเธอแต่อย่างใด เขาเพียงเอ่ยว่า

“เราแต่งงานกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 30

    เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเมื่อหมอบอกว่าสภาพร่างกายของซางเฉี่ยนไม่เอื้ออำนวยให้ทำแท้งได้ เธอก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า“ทำไมคะ?”ซางเฉี่ยนลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างร้อนใจ “หมอเฉินคะ ตอนที่ฉันมาปรึกษาเรื่องทำแท้งครั้งก่อน หมอก็ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่คะ?”“เพราะตอนนั้นเรายังไม่ได้ตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดค่ะ”หมอเฉินมองรายงานผลตรวจหลายฉบับที่ซางเฉี่ยนเพิ่งเข้ารับการตรวจใหม่เมื่อเช้า ก่อนอธิบายว่า “ผลตรวจล่าสุดพบว่า หากคุณฝืนทำแท้งจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงมาก ไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย...”*ซูลั่วลั่วนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ พอประตูห้องเปิดออก ก็เห็นซางเฉี่ยนเดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงซูลั่วลั่วคิดว่าเพื่อนกำลังกลัว จึงรีบเข้าไปจับมือปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ได้ยินว่าพอให้ยาสลบแล้วจะไม่เจ็บ แค่หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วนะ”ซางเฉี่ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองเธอ “หมอบอกว่าฉันทำแท้งไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ”“หา? ทำแท้งไม่ได้เหรอ?”ซูลั่วลั่วถึงกับอึ้งไปเลย“ปัญหาสุขภาพอะไรถึงทำให้ทำแท้งไม่ได้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ค่อยเข้

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 29

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรือเปล่า ดวงตาของซางเฉี่ยนถึงได้แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้พอใจหรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เบือนสายตาหนี เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรนั่นเท่ากับว่าเขายอมรับโดยปริยายเมื่อเห็นดังนั้น ซางเฉี่ยนก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทันทีทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้ ซางเฉี่ยนหันกลับมาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่รั้งเธอไว้ “คุณยังต้องการอะไรอีก?”แววตาของจิ้นฉางอวี่อ่อนลง “คุณกำลังท้องอยู่ ผมไปส่งเอง”“ไม่ต้อง”ซางเฉี่ยนผลักมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ*หลังออกจากอาคารผู้ป่วยนอก ซางเฉี่ยนกำลังเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจุดที่จอดรถไว้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง“เฉี่ยนเฉี่ยน”ซางเฉี่ยนหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นซูลั่วลั่วกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ“ลั่วลั่ว เธอมาทำอะไรที่นี่?”“ก็เธอบอกว่าจะมาตรวจที่โรงพยาบาล ฉันก็ต้องตามมาดูหน่อยสิ”ซูลั่วลั่วยังหายใจไม่ทันหายเหนื่อยก็รีบถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? หมอว่าไง? กระเพาะมีปัญหาหรือเปล่า?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย “ไม่ได้ป่วยหรอก ฉันท้อง”“อะไรนะ?”ซูลั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 28

    มือของซางเฉี่ยนที่กำใบผลตรวจซ่อนไว้ด้านหลังสั่นเทาไม่หยุดเรื่องตั้งครรภ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็จะไปรับใบหย่ากันแล้ว หากจิ้นฉางอวี่รู้ว่าเธอท้องในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรื่องหย่าต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง“มะ ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ปวดหัว...”ขณะที่เธอกำลังพูด จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ขยับเข้ามาประชิด ซางเฉี่ยนใจหายวาบ กำลังจะถอยหลบ แต่ใบผลตรวจในมือกลับถูกแย่งไปเสียก่อนซางเฉี่ยนตกใจสุดขีด รีบคว้าแขนเขาไว้อย่างลนลาน “จิ้นฉางอวี่ เอาคืนมานะ...”จิ้นฉางอวี่ปล่อยให้เธอดึงรั้งแขนซ้ายของเขา ส่วนมือขวาก็ถือใบผลตรวจชูขึ้นสูงเพื่ออ่าน“ท้องเหรอ?”ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยคำนั้น ซางเฉี่ยนที่กำลังเขย่งเท้าเอื้อมมือแย่งใบผลตรวจก็ชะงักค้างไปทันทีจิ้นฉางอวี่ค่อย ๆ หันมาหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “ซางเฉี่ยน คุณท้องอยู่แล้วยังขอหย่ากับผม นี่คุณคิดจะยึดลูกไว้กับตัวเองคนเดียวหรือไง?”ซางเฉี่ยน “???”นี่เขาโยนความผิดก้อนโตมาให้เธอเต็ม ๆ เลยสินะเขานี่ช่างเก่งเรื่องบิดเบือนความจริงเสียจร

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 27

    เดิมทีเธอจัดตารางในช่วงไม่กี่วันก่อนหย่าไว้แน่นเอี้ยด แต่ตอนนี้พอไม่ต้องไปทำงานทางตะวันตกแล้ว เธอก็มีเวลาว่างขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีอะไรให้ตั้งตารอและไม่มีเป้าหมายอีกต่อไปหรือเปล่า จู่ ๆ ซางเฉี่ยนก็รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ก่อนจะเผลอหลับไปบนโซฟาโดยไม่รู้ตัวพอเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วตลอดสองวันต่อมา ซางเฉี่ยนไม่ก้าวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านอย่างเกียจคร้าน ง่วงก็นอน หิวก็สั่งอาหารมากินเธอตั้งใจจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้จนครบสามวันก่อนหย่าทว่าในคืนก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาทบทวนการหย่า จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหารขึ้นมาขณะอาบน้ำเธอปวดจนเวียนหัวตาลาย จึงฝืนสวมเสื้อผ้าทั้งที่ตัวสั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอออกมา อาการปวดกลับหายไปเสียอย่างนั้นที่จริงสองวันก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกปวดบริเวณกระเพาะอาหารอยู่บ้าง แต่เพราะอาการไม่รุนแรงเท่าวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี ๆ ทำไมถึงปวดกระเพาะขึ้นมาได้?เมื่อก่อนเธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยหรือว่ากระเพาะอาหารของเธอจะมีปัญหาอะไรขึ้นมา?ซางเฉี่ยนนอนอยู่บนเตีย

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 26

    ไม่คิดเลยว่าแผนที่เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนจะต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันแบบนี้ซางเฉี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา สมองยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นสายวิดีโอคอลจากซูลั่วลั่วทันทีที่ซางเฉี่ยนกดรับสาย ใบหน้าของซูลั่วลั่วก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ “เฉี่ยนเฉี่ยน งานเลี้ยงส่งพรุ่งนี้ เธออยากกินอาหารจีน อาหารตะวันตก หรืออาหารฝรั่งเศสดี? ฉันว่าเราไปกินอาหารเมืองจิงต้นตำรับกันดีกว่า เพราะพอเธอไปอยู่ทางตะวันตกแล้ว คงไม่ได้กินอีก”ซางเฉี่ยนตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว “ไม่ต้องแล้วล่ะ”“ไม่ต้องเหรอ?” ซูลั่วลั่วเบิกตากว้าง “จะได้ยังไงล่ะ? เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ต้าไห่เป็นเจ้ามือเลี้ยง เธอไม่ต้องไปเสียดายเงินแทนเขาหรอก”พอเธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เบียดเข้ามาในเฟรมวิดีโอ “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องไปทำงานไกลบ้าน แถมไปทีหนึ่งก็ตั้งปีสองปี ยังไงพวกเราก็ต้องจัดงานเลี้ยงส่งเธอให้ดี ๆ สิ”คนที่พูดก็คือถังเยว่ไห่ซางเฉี่ยน ซูลั่วลั่ว และถังเยว่ไห่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งสามสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เดิมทีตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนรั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 25

    หลังวางสาย ซางเฉี่ยนก็ขยับตัวนั่งหลังตรงด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”“เพิ่งถึง”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่ภายในรถคับแคบหรือเพราะแสงสลัวกันแน่ ซางเฉี่ยนถึงได้รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าสายตาที่จิ้นฉางอวี่มองเธอนั้นดูแปลกไปจากปกติ“เอ่อ... คนขับรถของคุณมาถึงหรือยัง?”“ถึงแล้ว”“อ๋อ” ซางเฉี่ยนพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “งั้นคุณก็รีบกลับไปเถอะค่ะ สองวันที่ผ่านมาฉันรบกวนคุณไปเยอะเลย”พูดจบ เธอก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจิ้นฉางอวี่ลงจากรถตามเธอมาอย่างเงียบ ๆคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนานกว่าครึ่งชั่วโมง พอเห็นคนบนรถลงมาเสียที ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีซางเฉี่ยนบอกคนขับรถว่า “กระเป๋าเดินทางของเจ้านายคุณอยู่ในกระโปรงท้ายรถ รบกวนช่วยไปเอาให้หน่อยนะ”“ได้ครับ”คนขับรถจึงหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางซางเฉี่ยนจึงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปขอกุญแจรถจากเขาจิ้นฉางอวี่วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือของเธอ“อีกสี่วัน ระยะเวลารอทบทวนการหย่าของเราก็จะครบกำหนดแล้ว”ซางเฉี่ยนกำกุญแจไว้ในมือ ก่อนจะถามว่า “เช้าวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ตอนแปดโมงครึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status