Share

บทที่ 5

Author: อู่จิ่ว
“ฉันรู้”

ซางเฉี่ยนแก้คำพูดของเขา “เราแต่งงานกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างสองตระกูล โดยไม่มีความรักเป็นพื้นฐาน”

ชายหนุ่มถอนหายใจลึก ๆ ก่อนถามว่า “คุณจะหย่า แล้วตระกูลซางยอมเหรอ?”

“ฉันเป็นผู้ใหญ่ที่มีสิทธิ์ตัดสินใจด้วยตัวเอง” ซางเฉี่ยนพูดเน้นทีละคำ “เรื่องการแต่งงานของฉัน ฉันจะเป็นคนตัดสินใจเอง”

จิ้นฉางอวี่เม้มริมฝีปากเงียบ มองหญิงสาวที่มีท่าทีผิดไปจากปกติด้วยสายตาพินิจพิเคราะห์

“คุณไม่ต้องห่วง ฉันไม่ได้หวังทรัพย์สินของตระกูลจิ้น” ซางเฉี่ยนพูดต่อ “ส่วนเรื่องแบ่งทรัพย์สินหลังหย่า คุณตัดสินใจได้เลย ฉันไม่มีข้อโต้แย้งใด ๆ ทั้งนั้น”

“ผมหวังว่าคุณจะเข้าใจว่าการแต่งงานไม่ใช่เรื่องล้อเล่น”

จิ้นฉางอวี่มองเธอด้วยสายตาเคร่งขรึม น้ำเสียงหนักแน่นขึ้นเล็กน้อย คล้ายทั้งเตือนอย่างจริงจังและย้ำให้คิดให้ดี “ถ้าหย่ากันแล้ว จะมาเปลี่ยนใจทีหลังไม่ได้”

นี่เขากลัวว่าเธอจะตามตื๊อเขาหลังหย่างั้นเหรอ?

ซางเฉี่ยนกำลังจะพูดว่า “ฉันไม่มีวันเปลี่ยนใจ” แต่ชายหนุ่มกลับลุกพรวดขึ้นมาเสียก่อน

“ผมให้เวลาคุณคิดให้รอบคอบอีกหนึ่งคืน”

จิ้นฉางอวี่มองเธอแวบหนึ่ง “ถ้าพรุ่งนี้คุณยังยืนยันว่าจะหย่า ผมก็จะยอมตามที่คุณต้องการ”

ยังไม่ทันที่ซางเฉี่ยนจะได้พูดอะไรอีก เขาก็ก้าวยาว ๆ เดินออกไป ทิ้งไว้เพียงคำพูดประโยคหนึ่ง—

“ผมยังมีงานต้องทำ คืนนี้ผมจะนอนที่ห้องทำงาน”

ซางเฉี่ยน “…”

ดูสิ ดูเขาสิ เขาก็เป็นแบบนี้ตลอด ยังพูดกันไม่ทันจบก็กลับไปทำงานอีกแล้ว

แต่ถึงอย่างไร ดึกขนาดนี้ก็ไปสำนักงานทะเบียนสมรสไม่ได้อยู่ดี ซางเฉี่ยนจึงไม่คิดจะรั้งเขาไว้

ก็เขาไปเที่ยวกับคนในใจมาตั้งสองวันนี่นา คงต้องเร่งทำงานล่วงเวลาเป็นธรรมดา

ขอให้ทำงานจนเหนื่อยตายไปเลยยิ่งดี

คืนนี้เขาไม่กลับมานอนในห้องนอน เธอยิ่งต้องการแบบนั้นอยู่แล้ว

เช้าวันรุ่งขึ้น ตอนเจ็ดโมง ซางเฉี่ยนเดินลงมาชั้นล่าง

เมื่อเห็นเธอตื่นเช้าขนาดนี้ ป้าหลี่ที่เป็นแม่บ้านก็แปลกใจเล็กน้อย “อรุณสวัสดิ์ค่ะ คุณนาย”

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ ป้าหลี่”

ซางเฉี่ยนยิ้มและพยักหน้าให้ป้าหลี่ ก่อนมองไปทางห้องอาหาร แต่กลับไม่เห็นคนที่กำลังมองหา

“เขายังอยู่ในห้องทำงานเหรอ?”

ป้าหลี่ตอบว่า “คุณผู้ชายออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วค่ะ ตอนนี้อยู่ที่บริษัทแล้ว”

“อะไรนะ?”

ซางเฉี่ยนเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ “ปกติเขาออกจากบ้านประมาณเจ็ดโมงครึ่งไม่ใช่เหรอ?”

เธออุตส่าห์ตื่นเช้าเป็นพิเศษ ก็เพื่อจะได้คุยเรื่องหย่ากับเขาก่อนที่เขาจะออกจากบ้าน

แต่กลายเป็นว่าเขา… ออกจากบ้านตั้งแต่หกโมงเช้าเนี่ยนะ?

งานยุ่งขนาดนั้นเลยเหรอ?

*

ภายในห้องทำงานของประธานจิ้นซื่อกรุ๊ป

จิ้นฉางอวี่ที่ไม่ได้นอนมาทั้งคืนนั่งหลับตาพักสมองอยู่หลังโต๊ะทำงาน แต่กลับมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นรบกวน

เขาลืมตาขึ้นอย่างเหนื่อยล้า เมื่อเหลือบเห็นคำว่า “ภรรยา” ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะ ก็รู้สึกหนักใจขึ้นมาทันที

เขารับสายอย่างจนใจ ก่อนเสียงหญิงสาวจะดังมาจากปลายสายทันที “จิ้นฉางอวี่ ฉันคิดทบทวนดีแล้ว คำตอบของฉันยังเหมือนเดิม คือหย่า”

จิ้นฉางอวี่มีสีหน้าเคร่งขรึม “ผมกำลังประชุม วันนี้งานยุ่งมาก เรื่องนี้ไว้กลับไปคุยกันคืนนี้”

“…ก็ได้ งั้นคืนนี้คุณต้องกลับมานะ”

หญิงสาวกำชับเสร็จแล้วจึงยอมวางสาย

จิ้นฉางอวี่วางโทรศัพท์ลงแล้วถอนหายใจ ก่อนยกนิ้วเรียวยาวขึ้นนวดขมับ

ครู่ต่อมา

เกาเจ๋อ ผู้ช่วยพิเศษเดินเข้ามาพร้อมกล่องของขวัญที่ตกแต่งอย่างประณีตในมือ

“ประธานจิ้นครับ ของขวัญที่คุณจะมอบให้คุณนาย ทางผู้จัดงานประมูลให้คนมาส่งถึงที่แล้วครับ”

เขามองจิ้นฉางอวี่แล้วถามว่า “คุณจะให้คนส่งไปให้คุณนายที่บ้านตอนนี้เลย หรือจะนำไปให้ด้วยตัวเองครับ?”

แววตาของจิ้นฉางอวี่ไหววูบเล็กน้อย “วางไว้เถอะ ฉันจะเอาไปเอง”

“ครับ”

เกาเจ๋อวางกล่องของขวัญลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง

“อ้อ ยังมีอีกเรื่องครับ” เขารายงานต่อ “ฝ่ายเลขานุการแจ้งว่า ระหว่างที่คุณไปทำงานต่างเมือง ประธานซางจากบริษัทซางซื่อมาหาคุณที่บริษัทหลายครั้งครับ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น จิ้นฉางอวี่ก็เงยหน้าขึ้นทันที “เรื่องโครงการวิจัยและพัฒนาพลังงานใหม่เหรอ?”

เกาเจ๋อตอบว่า “ใช่ครับ”

พอพูดถึงพ่อตาของเจ้านายคนนี้ เกาเจ๋อก็อดรู้สึกเอือมระอาไม่ได้จริง ๆ

เดิมทีบริษัทซางซื่อก็ไม่ได้มีศักยภาพอะไรมากนัก อาศัยการสนับสนุนจากเจ้านายของเขาตลอดสองปีที่ผ่านมา จึงเติบโตอย่างรวดเร็วจนก้าวขึ้นมาเป็นบริษัทระดับกลางค่อนบนได้อย่างทุกวันนี้

หรือเป็นเพราะเจ้านายของเขาคอยป้อนผลประโยชน์ให้มากเกินไปกันนะ?

ถึงได้ทำให้ซางจื้อหมิงไม่รู้จักเจียมตัวมากขึ้นทุกที โครงการวิจัยและพัฒนาพลังงานใหม่เป็นโครงการใหญ่ที่กำหนดคุณสมบัติและศักยภาพของบริษัทผู้เข้าร่วมไว้สูงมาก แม้แต่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีศักยภาพไม่น้อยบางแห่งยังไม่มีโอกาสเข้าร่วม แต่เขากลับกล้าเพ้อฝันว่าจะได้เข้าร่วมด้วย

ช่างโลภไม่รู้จักพอจริง ๆ

โชคดีที่เจ้านายของเขายึดมั่นในหลักการและไม่ยอมลำเอียงเข้าข้างใครเป็นพิเศษ

จิ้นฉางอวี่ไม่รู้ว่าเกาเจ๋อกำลังนึกตำหนิพ่อตาของเขาอยู่ในใจ รู้เพียงว่าในที่สุดเขาก็พบต้นตอของปัญหาที่คิดไม่ตกมาตลอดทั้งคืนแล้ว

ที่ขอหย่าเป็นเพราะเรื่องนี้งั้นเหรอ?

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็บอกเกาเจ๋อว่า “โครงการคาบสมุทรใต้ นายส่งข้อเสนอความร่วมมือไปให้บริษัทซางซื่อฉบับหนึ่ง”

เกาเจ๋อมองเขาอย่างตกตะลึง “ประธานจิ้นครับ คุณจะให้บริษัทซางซื่อเข้าร่วมโครงการคาบสมุทรใต้เหรอครับ?”

นี่เป็นหนึ่งในโครงการคุณภาพสูงที่ใหญ่ที่สุดของบริษัทในปีนี้ นอกเหนือจากโครงการพลังงานใหม่เลยทีเดียว

ก่อนหน้านี้ซางจื้อหมิงก็เคยหวังจะเข้ามามีส่วนร่วมในโครงการนี้เช่นกัน แต่บริษัทซางซื่อกลับถูกคัดออกตั้งแต่การประเมินรอบแรก

“อืม” จิ้นฉางอวี่มองเขาแวบหนึ่ง เมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ จึงพูดเสริมว่า “โอนสัดส่วนการลงทุนส่วนตัวของฉันให้บริษัทซางซื่อ”

เกาเจ๋อตกใจจนหลุดปากถาม “แบบนั้นก็เท่ากับว่าคุณควักเงินตัวเองช่วยให้บริษัทซางซื่อเข้ามาถือหุ้นเลยไม่ใช่เหรอครับ?”

“ประธานจิ้นครับ คุณดูแลบริษัทซางซื่อดีมากพอแล้ว โครงการไหนที่ให้พวกเขาได้ คุณก็ให้ไปหมดแล้ว ทำไมยังต้องทำถึงขนาดนี้อีกครับ?”

เขาอดเสียดายเงินในกระเป๋าแทนเจ้านายไม่ได้

จิ้นฉางอวี่พูดว่า “ภรรยาฉันก็ถือหุ้นในบริษัทซางซื่อเหมือนกัน”

เกาเจ๋อยังไม่เข้าใจ จึงพึมพำว่า “แต่เอาเงินก้อนนี้ให้คุณนายโดยตรงไม่ดีกว่าเหรอครับ?”

ต่อให้คุณนายถือหุ้นอยู่ในบริษัทซางซื่อ แต่ถ้าเอาเงินไปให้บริษัท เธอจะได้รับส่วนแบ่งสักเท่าไหร่กัน?

แน่นอนว่าจิ้นฉางอวี่เข้าใจเรื่องนี้ดี

แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเป็นฝ่ายเอ่ยปากขอบางอย่างจากเขา แม้เขาจะไม่เห็นด้วยกับวิธีการของเธอเลย แต่ก็ไม่อยากทำให้เธอเสียหน้า

“ทำตามที่ฉันบอกก็พอ” เขาบอกเกาเจ๋อ “ไปจัดการเดี๋ยวนี้”

“ครับ”

หลังจากเกาเจ๋อออกไป จิ้นฉางอวี่ก็บีบนวดหว่างคิ้วด้วยความเหนื่อยล้า พักให้หายอ่อนเพลียอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนกลับไปตั้งใจทำงานต่อ

ปกติเมื่อเขาจดจ่อกับงานก็มักจะลืมเวลาไปเลย แต่วันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

จิ้นฉางอวี่ทำงานเสร็จตั้งแต่ห้าโมงครึ่ง แล้วนำของขวัญกลับไปที่คฤหาสน์อวี้ถิงวาน

*

เมื่อกลับถึงบ้าน ป้าหลี่ก็เดินเข้ามาต้อนรับ “คุณผู้ชายกลับมาแล้วเหรอคะ?”

“อืม”

จิ้นฉางอวี่เดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น วางของขวัญลงบนโต๊ะแล้วถามว่า “คุณนายล่ะ?”

ป้าหลี่ตอบว่า “คุณนายออกไปข้างนอกตั้งแต่ช่วงบ่าย จนป่านนี้ยังไม่กลับมาเลยค่ะ”

จิ้นฉางอวี่ “…”

เธอเป็นคนบอกให้เขากลับมาคืนนี้ แต่ตัวเองกลับออกไปข้างนอกเนี่ยนะ?

“เธอบอกไหมว่าจะกลับเมื่อไหร่?”

ป้าหลี่ตอบว่า “…ไม่ได้บอกค่ะ”

จิ้นฉางอวี่นั่งลงบนโซฟา ก่อนพูดกับป้าหลี่ “โทรถามเธอหน่อย”

ป้าหลี่มองชายหนุ่มผู้สูงศักดิ์ที่นั่งอยู่ตรงนั้นอย่างงุนงง ???

ทำไมคุณไม่โทรเองล่ะคะ?

เมื่อเห็นเธอยังไม่ขยับ จิ้นฉางอวี่ก็เงยหน้ามอง ป้าหลี่จึงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรหาซางเฉี่ยน

“ฮัลโหล คุณนายคะ จะกลับเมื่อไหร่คะ… อะไรนะคะ? จะกินข้าวข้างนอกก่อนแล้วค่อยกลับเหรอคะ?”

ป้าหลี่รีบเหลือบมองชายหนุ่มที่กำลังทำหน้าตึง ก่อนพูดอย่างรวดเร็ว “คุณนายคะ… คุณผู้ชายกลับมาแล้วนะคะ เขากำลังรอคุณนายกินข้าวด้วยกันค่ะ”

ประโยคสุดท้ายนั้นเธอเติมเข้าไปเอง

จิ้นฉางอวี่เหลือบมองเธอแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้พูดอะไร

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 30

    เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเมื่อหมอบอกว่าสภาพร่างกายของซางเฉี่ยนไม่เอื้ออำนวยให้ทำแท้งได้ เธอก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า“ทำไมคะ?”ซางเฉี่ยนลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างร้อนใจ “หมอเฉินคะ ตอนที่ฉันมาปรึกษาเรื่องทำแท้งครั้งก่อน หมอก็ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่คะ?”“เพราะตอนนั้นเรายังไม่ได้ตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดค่ะ”หมอเฉินมองรายงานผลตรวจหลายฉบับที่ซางเฉี่ยนเพิ่งเข้ารับการตรวจใหม่เมื่อเช้า ก่อนอธิบายว่า “ผลตรวจล่าสุดพบว่า หากคุณฝืนทำแท้งจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงมาก ไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย...”*ซูลั่วลั่วนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ พอประตูห้องเปิดออก ก็เห็นซางเฉี่ยนเดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงซูลั่วลั่วคิดว่าเพื่อนกำลังกลัว จึงรีบเข้าไปจับมือปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ได้ยินว่าพอให้ยาสลบแล้วจะไม่เจ็บ แค่หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วนะ”ซางเฉี่ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองเธอ “หมอบอกว่าฉันทำแท้งไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ”“หา? ทำแท้งไม่ได้เหรอ?”ซูลั่วลั่วถึงกับอึ้งไปเลย“ปัญหาสุขภาพอะไรถึงทำให้ทำแท้งไม่ได้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ค่อยเข้

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 29

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรือเปล่า ดวงตาของซางเฉี่ยนถึงได้แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้พอใจหรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เบือนสายตาหนี เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรนั่นเท่ากับว่าเขายอมรับโดยปริยายเมื่อเห็นดังนั้น ซางเฉี่ยนก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทันทีทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้ ซางเฉี่ยนหันกลับมาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่รั้งเธอไว้ “คุณยังต้องการอะไรอีก?”แววตาของจิ้นฉางอวี่อ่อนลง “คุณกำลังท้องอยู่ ผมไปส่งเอง”“ไม่ต้อง”ซางเฉี่ยนผลักมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ*หลังออกจากอาคารผู้ป่วยนอก ซางเฉี่ยนกำลังเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจุดที่จอดรถไว้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง“เฉี่ยนเฉี่ยน”ซางเฉี่ยนหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นซูลั่วลั่วกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ“ลั่วลั่ว เธอมาทำอะไรที่นี่?”“ก็เธอบอกว่าจะมาตรวจที่โรงพยาบาล ฉันก็ต้องตามมาดูหน่อยสิ”ซูลั่วลั่วยังหายใจไม่ทันหายเหนื่อยก็รีบถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? หมอว่าไง? กระเพาะมีปัญหาหรือเปล่า?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย “ไม่ได้ป่วยหรอก ฉันท้อง”“อะไรนะ?”ซูลั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 28

    มือของซางเฉี่ยนที่กำใบผลตรวจซ่อนไว้ด้านหลังสั่นเทาไม่หยุดเรื่องตั้งครรภ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็จะไปรับใบหย่ากันแล้ว หากจิ้นฉางอวี่รู้ว่าเธอท้องในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรื่องหย่าต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง“มะ ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ปวดหัว...”ขณะที่เธอกำลังพูด จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ขยับเข้ามาประชิด ซางเฉี่ยนใจหายวาบ กำลังจะถอยหลบ แต่ใบผลตรวจในมือกลับถูกแย่งไปเสียก่อนซางเฉี่ยนตกใจสุดขีด รีบคว้าแขนเขาไว้อย่างลนลาน “จิ้นฉางอวี่ เอาคืนมานะ...”จิ้นฉางอวี่ปล่อยให้เธอดึงรั้งแขนซ้ายของเขา ส่วนมือขวาก็ถือใบผลตรวจชูขึ้นสูงเพื่ออ่าน“ท้องเหรอ?”ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยคำนั้น ซางเฉี่ยนที่กำลังเขย่งเท้าเอื้อมมือแย่งใบผลตรวจก็ชะงักค้างไปทันทีจิ้นฉางอวี่ค่อย ๆ หันมาหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “ซางเฉี่ยน คุณท้องอยู่แล้วยังขอหย่ากับผม นี่คุณคิดจะยึดลูกไว้กับตัวเองคนเดียวหรือไง?”ซางเฉี่ยน “???”นี่เขาโยนความผิดก้อนโตมาให้เธอเต็ม ๆ เลยสินะเขานี่ช่างเก่งเรื่องบิดเบือนความจริงเสียจร

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 27

    เดิมทีเธอจัดตารางในช่วงไม่กี่วันก่อนหย่าไว้แน่นเอี้ยด แต่ตอนนี้พอไม่ต้องไปทำงานทางตะวันตกแล้ว เธอก็มีเวลาว่างขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีอะไรให้ตั้งตารอและไม่มีเป้าหมายอีกต่อไปหรือเปล่า จู่ ๆ ซางเฉี่ยนก็รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ก่อนจะเผลอหลับไปบนโซฟาโดยไม่รู้ตัวพอเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วตลอดสองวันต่อมา ซางเฉี่ยนไม่ก้าวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านอย่างเกียจคร้าน ง่วงก็นอน หิวก็สั่งอาหารมากินเธอตั้งใจจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้จนครบสามวันก่อนหย่าทว่าในคืนก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาทบทวนการหย่า จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหารขึ้นมาขณะอาบน้ำเธอปวดจนเวียนหัวตาลาย จึงฝืนสวมเสื้อผ้าทั้งที่ตัวสั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอออกมา อาการปวดกลับหายไปเสียอย่างนั้นที่จริงสองวันก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกปวดบริเวณกระเพาะอาหารอยู่บ้าง แต่เพราะอาการไม่รุนแรงเท่าวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี ๆ ทำไมถึงปวดกระเพาะขึ้นมาได้?เมื่อก่อนเธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยหรือว่ากระเพาะอาหารของเธอจะมีปัญหาอะไรขึ้นมา?ซางเฉี่ยนนอนอยู่บนเตีย

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 26

    ไม่คิดเลยว่าแผนที่เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนจะต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันแบบนี้ซางเฉี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา สมองยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นสายวิดีโอคอลจากซูลั่วลั่วทันทีที่ซางเฉี่ยนกดรับสาย ใบหน้าของซูลั่วลั่วก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ “เฉี่ยนเฉี่ยน งานเลี้ยงส่งพรุ่งนี้ เธออยากกินอาหารจีน อาหารตะวันตก หรืออาหารฝรั่งเศสดี? ฉันว่าเราไปกินอาหารเมืองจิงต้นตำรับกันดีกว่า เพราะพอเธอไปอยู่ทางตะวันตกแล้ว คงไม่ได้กินอีก”ซางเฉี่ยนตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว “ไม่ต้องแล้วล่ะ”“ไม่ต้องเหรอ?” ซูลั่วลั่วเบิกตากว้าง “จะได้ยังไงล่ะ? เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ต้าไห่เป็นเจ้ามือเลี้ยง เธอไม่ต้องไปเสียดายเงินแทนเขาหรอก”พอเธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เบียดเข้ามาในเฟรมวิดีโอ “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องไปทำงานไกลบ้าน แถมไปทีหนึ่งก็ตั้งปีสองปี ยังไงพวกเราก็ต้องจัดงานเลี้ยงส่งเธอให้ดี ๆ สิ”คนที่พูดก็คือถังเยว่ไห่ซางเฉี่ยน ซูลั่วลั่ว และถังเยว่ไห่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งสามสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เดิมทีตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนรั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 25

    หลังวางสาย ซางเฉี่ยนก็ขยับตัวนั่งหลังตรงด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”“เพิ่งถึง”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่ภายในรถคับแคบหรือเพราะแสงสลัวกันแน่ ซางเฉี่ยนถึงได้รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าสายตาที่จิ้นฉางอวี่มองเธอนั้นดูแปลกไปจากปกติ“เอ่อ... คนขับรถของคุณมาถึงหรือยัง?”“ถึงแล้ว”“อ๋อ” ซางเฉี่ยนพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “งั้นคุณก็รีบกลับไปเถอะค่ะ สองวันที่ผ่านมาฉันรบกวนคุณไปเยอะเลย”พูดจบ เธอก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจิ้นฉางอวี่ลงจากรถตามเธอมาอย่างเงียบ ๆคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนานกว่าครึ่งชั่วโมง พอเห็นคนบนรถลงมาเสียที ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีซางเฉี่ยนบอกคนขับรถว่า “กระเป๋าเดินทางของเจ้านายคุณอยู่ในกระโปรงท้ายรถ รบกวนช่วยไปเอาให้หน่อยนะ”“ได้ครับ”คนขับรถจึงหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางซางเฉี่ยนจึงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปขอกุญแจรถจากเขาจิ้นฉางอวี่วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือของเธอ“อีกสี่วัน ระยะเวลารอทบทวนการหย่าของเราก็จะครบกำหนดแล้ว”ซางเฉี่ยนกำกุญแจไว้ในมือ ก่อนจะถามว่า “เช้าวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ตอนแปดโมงครึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status