Share

บทที่ 7

Author: อู่จิ่ว
หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จ ทั้งคู่ก็ออกจากบ้านไปด้วยกัน

ซางเฉี่ยนเดินตามหลังชายหนุ่มออกไป พลางก้มหน้าตรวจเอกสารสำหรับการหย่าอย่างละเอียดอีกครั้ง

ขณะที่กำลังตั้งใจตรวจเอกสาร ศีรษะของเธอก็ชนเข้ากับแผงอกแข็งแน่นอย่างจัง

เธอร้องซี๊ดเบา ๆ ก่อนเงยหน้าขึ้นสบกับดวงตาดำขลับลึกล้ำของชายหนุ่ม

“ทำไมจู่ ๆ คุณถึงหยุดเดินโดยไม่บอกกันสักคำล่ะ?”

“ซางเฉี่ยน คุณแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าจะหย่าจริง ๆ?”

จิ้นฉางอวี่มองเธอ “คุณคิดดีแล้วใช่ไหม พอก้าวพ้นประตูนี้ไป เราก็จะ…”

“ฉันแน่ใจแล้ว”

ซางเฉี่ยนพูดแทรกขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

จิ้นฉางอวี่หายใจหนักขึ้นเล็กน้อย “จะไม่เสียใจทีหลังใช่ไหม?”

“ไม่เสียใจ”

ทำไมวันนี้คนที่ปกติพูดคำไหนคำนั้นถึงได้พูดมากขนาดนี้นะ?

“คุณวางใจเถอะ หลังหย่ากัน ฉันจะไม่ตามตื๊อคุณเด็ดขาด ไม่ต้องถามย้ำหลายรอบหรอก”

ซางเฉี่ยนเงยหน้ามองชายหนุ่มที่สูงกว่าเธอมาก “ทีนี้เราไปกันได้หรือยัง?”

จิ้นฉางอวี่เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรง ไม่พูดอะไรอีก ก่อนหันหลังเดินออกจากบ้านไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง

เกาเจ๋อที่ยืนรออยู่ข้างรถมาตลอดเห็นทั้งคู่เดินออกมา ก็หันมามองพวกเขา

เมื่อคืนตอนจิ้นฉางอวี่โทรมาสั่งให้ร่างข้อตกลงการหย่า เกาเจ๋อถึงกับนึกว่าตัวเองหูฝาดไปเสียอีก

ทั้งคู่ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกขนาดนี้แท้ ๆ

คืนก่อนประธานจิ้นยังอุตส่าห์รีบกลับมาเพื่อซื้อของขวัญให้คุณนายอยู่เลย ทำไมจู่ ๆ ถึงจะหย่ากันได้ล่ะ?

ขณะที่กำลังครุ่นคิด ทั้งคู่ก็เดินมาถึงตรงหน้า เกาเจ๋อรีบดึงสติกลับมา ก้าวเข้าไปกล่าวทักทายอย่างนอบน้อม

“ประธานจิ้น คุณนาย สวัสดีตอนเช้าครับ”

ซางเฉี่ยนพยักหน้าอย่างสุภาพ “สวัสดีตอนเช้าค่ะ ผู้ช่วยพิเศษเกา”

เกาเจ๋อเดินเข้าไปเปิดประตูรถด้านหลังให้ทั้งคู่

ซางเฉี่ยนกล่าวขอบคุณก่อนขึ้นรถ จิ้นฉางอวี่ก็ตามขึ้นมานั่งติด ๆ

เมื่อรถออกเดินทาง เกาเจ๋อที่นั่งข้างคนขับก็ยื่นเอกสารชุดหนึ่งไปให้จิ้นฉางอวี่ที่เบาะหลัง

“ประธานจิ้นครับ นี่คือเอกสารที่คุณต้องการครับ”

จิ้นฉางอวี่รับเอกสารมา กวาดตามองตัวอักษรขนาดใหญ่ที่เขียนว่า “ข้อตกลงการหย่า” ก่อนยื่นให้ซางเฉี่ยนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ “คุณลองดูว่ามีอะไรอยากเพิ่มเติมไหม”

ซางเฉี่ยนไม่คิดว่าเขาจะเตรียมข้อตกลงการหย่าไว้แล้ว เธอชะงักไปเล็กน้อย เงยหน้ามองชายหนุ่ม ก่อนรับเอกสารมาเปิดดู

เมื่อเห็นเนื้อหาในเอกสาร เธอก็เบิกตากว้างด้วยความตกใจ “คุณจะให้หุ้นจิ้นซื่อกรุ๊ปฉันห้าเปอร์เซ็นต์เหรอ?”

ใจกว้างขนาดนี้เลยเหรอ?

“เรือนหอที่อวี้ถิงวานก็จะเป็นของคุณด้วย ส่วนรายละเอียดอื่น ๆ คุณลองดูอีกที ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มเติมก็บอกมาได้…”

“ฉันไม่เอาของพวกนี้”

จิ้นฉางอวี่ที่ถูกขัดจังหวะมองเธออย่างประหลาดใจ ก่อนขมวดคิ้วถาม “คุณจะหย่าโดยไม่รับส่วนแบ่งทรัพย์สินเลยงั้นเหรอ?”

“คุณคิดอะไรอยู่เนี่ย?” ซางเฉี่ยนยื่นเอกสารข้อตกลงคืนให้เขา

“ฉันหมายถึง ฉันไม่เอาหุ้นกับบ้านที่อวี้ถิงวาน คุณเปลี่ยนมูลค่าของพวกนั้นเป็นเงินสดให้ฉันก็พอ”

หลังหย่ากัน เธอไม่อยากเก็บทรัพย์สินใด ๆ ที่ยังทำให้ต้องเกี่ยวข้องกับเขาไว้อีก

โดยเฉพาะเรือนหอที่เต็มไปด้วยร่องรอยการใช้ชีวิตร่วมกันของทั้งคู่

จิ้นฉางอวี่มองเธอ “คุณรู้ไหมว่าถ้าถือหุ้นพวกนี้ไว้ แค่เงินปันผลจากบริษัทในแต่ละปีก็ทำให้คุณมีรายได้มหาศาลแล้ว?”

หุ้นเหล่านี้เป็นหลักประกันที่จะทำให้เธอใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้ตลอดชีวิต

“การเปลี่ยนทรัพย์สินพวกนี้เป็นเงินสด เป็นวิธีทำกำไรที่ทำให้เสียมูลค่าไปมากที่สุด” เขาเตือนเธอ

“ฉันรู้”

ซางเฉี่ยนยังคงยืนยัน “แต่ฉันต้องการแค่เงินสด”

อีกอย่าง ต่อให้เปลี่ยนทรัพย์สินเหล่านี้เป็นเงินสด ก็ยังได้เงินก้อนโตอยู่ดี

จิ้นฉางอวี่ไม่เข้าใจว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ยังเคารพความต้องการของเธอ

“ตามใจคุณ”

เขายื่นเอกสารข้อตกลงให้เกาเจ๋อนำไปจัดการ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ทั้งคู่ก็มาถึงสำนักงานทะเบียนสมรส

ขั้นตอนการยื่นคำร้องขอหย่าเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่นานทั้งคู่ก็เดินออกจากสำนักงานทะเบียนสมรส

ตั้งแต่เข้าไปจนออกมา ชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้างเธอแทบไม่พูดอะไรเลย หากไม่รู้ว่าเขาเป็นคนพูดน้อยอยู่แล้ว ซางเฉี่ยนคงอดสงสัยไม่ได้ว่าเขายังอาลัยอาวรณ์ชีวิตคู่ครั้งนี้อยู่หรือเปล่า

เมื่อออกมาด้านนอก ซางเฉี่ยนก็หยุดเดินแล้วหันไปมองเขา “พอครบกำหนดระยะเวลาทบทวนการหย่า เราก็ไปรับใบหย่าได้แล้ว”

อีกหนึ่งเดือน ชีวิตคู่ของพวกเขาก็จะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

ท่ามกลางแสงแดด เธอยิ้มให้ชายหนุ่มที่ยังคงเงียบ ก่อนกล่าวอวยพรอย่างสุภาพและรักษามารยาทว่า “จิ้นฉางอวี่ ขอให้ชีวิตคู่ครั้งต่อไปของคุณมีความสุขและราบรื่นนะ”

จิ้นฉางอวี่มองเธอ เงียบไปพักใหญ่กว่าจะตอบว่า “ผมก็ขอให้คุณมีความสุขเหมือนกัน”

ซางเฉี่ยนสูดหายใจเข้าลึก ๆ “แน่นอน”

จิ้นฉางอวี่มองเธออีกครั้ง ก่อนพูดต่อว่า “ก่อนจะได้รับใบหย่า ผมอยากให้เราคงสถานะสามีภรรยาไว้ตามเดิมก่อน ยังไม่เปิดเผยเรื่องนี้ต่อคนนอก”

ในฐานะผู้กุมอำนาจบริหารจิ้นซื่อกรุ๊ป การเปลี่ยนแปลงสถานะสมรสของเขาอาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและราคาหุ้นของบริษัท การหย่าครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เขาจึงจำเป็นต้องใช้เวลาจัดการเรื่องต่าง ๆ

ซางเฉี่ยนเข้าใจเรื่องนี้ดี

“ได้สิ”

เธอเองก็ไม่อยากให้การหย่ากลายเป็นเรื่องเอิกเกริกโดยไม่จำเป็น

ซางเฉี่ยนเหลือบมองเกาเจ๋อที่ยืนอยู่ข้างรถและคอยก้มดูเวลาอย่างร้อนใจเป็นระยะ เธอรู้ดีว่าเวลาของท่านประธานจิ้นมีค่าแค่ไหน จึงเอ่ยว่า

“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะ”

จิ้นฉางอวี่พูดว่า “เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่งคุณก่อน”

“ไม่ต้องลำบากหรอก ฉันเรียกแท็กซี่ไปเองได้”

พูดจบ ซางเฉี่ยนก็หันหลังเดินจากไป

จิ้นฉางอวี่ยืนมองแผ่นหลังของเธออยู่ที่เดิม แววตาหม่นลึกจนยากจะอ่านความรู้สึกออก

กระทั่งเห็นเธอขึ้นรถแท็กซี่คันหนึ่งที่จอดอยู่ริมถนน เขาจึงหลุบตาลงเล็กน้อยแล้วละสายตากลับมา ก่อนก้าวเดินจากไป

จิ้นฉางอวี่ที่ปกติทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและรอบคอบ วันนี้กลับเสียสมาธิบ่อยครั้งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

ระหว่างประชุม เขาแทบไม่ได้ฟังเลยว่าคนที่กำลังนำเสนอรายงานพูดอะไรบ้าง

พอกลับมานั่งอ่านเอกสารในห้องทำงาน จ้องอยู่ตั้งนานก็อ่านไม่เข้าหัวเลยสักคำ

แม้แต่งานเลี้ยงธุรกิจในตอนเย็น เขาก็ไม่มีอารมณ์จะไปพบปะสังสรรค์ จึงให้เกาเจ๋อยกเลิกไปเสียเลย

เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าเวลาที่อยู่ในบริษัทช่างผ่านไปอย่างเชื่องช้าและยากจะทนเหลือเกิน

ยังไม่ทันหกโมงเย็น จิ้นฉางอวี่ก็เลิกงานและออกจากบริษัทไปแล้ว

เมื่อกลับถึงบ้าน ทันทีที่ก้าวเข้าประตู เขาก็เห็นป้าหลี่ที่มีขอบตาแดงก่ำรีบเดินเข้ามาหา

“คุณผู้ชายคะ คุณจะหย่ากับคุณนายจริง ๆ เหรอคะ?”

“…”

จิ้นฉางอวี่แก้คำพูดของเธอว่า “เธอต่างหากที่อยากหย่ากับผม”

เขาเหลือบมองเข้าไปด้านใน ก่อนถามว่า “แล้วเธอล่ะ?”

ป้าหลี่ตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย “วันนี้คุณนายย้ายออกจากที่นี่ไปแล้วค่ะ”

จิ้นฉางอวี่ที่กำลังเดินเข้าไปชะงักฝีเท้า ก่อนหันขวับมามองป้าหลี่ “เธอย้ายออกไปแล้วเหรอ?”

“ค่ะ วันนี้คุณนายให้คนมาขนข้าวของทั้งหมดของเธอออกไปแล้วค่ะ”

จิ้นฉางอวี่หน้าตึงขึ้นทันที ก่อนหันหลังรีบเดินขึ้นไปชั้นบน

ทันทีที่ผลักประตูห้องนอนเข้าไป สิ่งแรกที่เขาสังเกตเห็นคือภาพถ่ายแต่งงานที่เคยแขวนอยู่บนผนังเหนือหัวเตียงหายไปแล้ว

?

เขานิ่งอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนรีบเดินไปที่โต๊ะข้างเตียงแล้วดึงลิ้นชักใบใหญ่ที่สุดออกมา ภายในลิ้นชักว่างเปล่า อัลบั้มภาพถ่ายแต่งงานที่เคยเก็บไว้ในนั้นก็หายไปด้วย

เส้นเลือดตรงขมับของจิ้นฉางอวี่ปูดเต้นตุบ ๆ สองครั้ง

เขากวาดตามองไปรอบห้อง พบว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เธอเคยวางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็ถูกเก็บไปจนหมด พอเข้าไปดูในห้องแต่งตัว ก็พบว่าเหลือเพียงเสื้อผ้าของเขาเท่านั้น

ภายในห้องไม่เหลือร่องรอยการใช้ชีวิตของผู้หญิงที่เคยเป็นเจ้าของห้องร่วมกับเขาอีกเลยแม้แต่น้อย

*

ซางเฉี่ยนเพิ่งจัดบ้านหลังเล็กของตัวเองเสร็จและนั่งลงพักเหนื่อยได้ไม่ทันไร จิ้นฉางอวี่ก็โทรเข้ามา

“คุณจิ้น มีธุระอะไรเหรอคะ?”

พอได้ยินเธอเรียกว่า “คุณจิ้น” อีกฝ่ายก็เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดว่า “เมื่อเช้าเราไม่ได้ตกลงกันแล้วเหรอว่าจะคงสถานะการแต่งงานไว้เหมือนเดิมก่อน? แล้วการที่คุณย้ายออกไปนี่หมายความว่ายังไง?”

“ก็เราหย่ากันแล้ว ทำไมฉันถึงจะย้ายออกไปไม่ได้ล่ะ?”

ซางเฉี่ยนพูดว่า “เมื่อเช้าฉันแค่ตกลงว่าจะไม่เปิดเผยเรื่องที่เราหย่ากันให้คนนอกรู้เท่านั้น”

จิ้นฉางอวี่ถึงกับพูดไม่ออก

“แล้วภาพถ่ายแต่งงานล่ะ ทำไมคุณถึงเอาไปหมดเลย?”

“อ๋อ เรื่องนั้นน่ะเหรอ” ซางเฉี่ยนตอบ “ฉันให้คนจัดการไปแล้ว”

เสียงชายหนุ่มจากปลายสายฟังดูตกใจเล็กน้อย “จัดการไปแล้วหมายความว่ายังไง?”

“ก็ทำลายทิ้งไปแล้วไง”

เสียงหายใจของชายหนุ่มที่ปลายสายดูเหมือนจะติดขัดและไม่สม่ำเสมอเล็กน้อย “คุณไม่ปรึกษาผมสักคำ แล้วตัดสินใจทำลายภาพถ่ายแต่งงานทิ้งเองงั้นเหรอ?”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 30

    เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเมื่อหมอบอกว่าสภาพร่างกายของซางเฉี่ยนไม่เอื้ออำนวยให้ทำแท้งได้ เธอก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า“ทำไมคะ?”ซางเฉี่ยนลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างร้อนใจ “หมอเฉินคะ ตอนที่ฉันมาปรึกษาเรื่องทำแท้งครั้งก่อน หมอก็ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่คะ?”“เพราะตอนนั้นเรายังไม่ได้ตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดค่ะ”หมอเฉินมองรายงานผลตรวจหลายฉบับที่ซางเฉี่ยนเพิ่งเข้ารับการตรวจใหม่เมื่อเช้า ก่อนอธิบายว่า “ผลตรวจล่าสุดพบว่า หากคุณฝืนทำแท้งจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงมาก ไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย...”*ซูลั่วลั่วนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ พอประตูห้องเปิดออก ก็เห็นซางเฉี่ยนเดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงซูลั่วลั่วคิดว่าเพื่อนกำลังกลัว จึงรีบเข้าไปจับมือปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ได้ยินว่าพอให้ยาสลบแล้วจะไม่เจ็บ แค่หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วนะ”ซางเฉี่ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองเธอ “หมอบอกว่าฉันทำแท้งไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ”“หา? ทำแท้งไม่ได้เหรอ?”ซูลั่วลั่วถึงกับอึ้งไปเลย“ปัญหาสุขภาพอะไรถึงทำให้ทำแท้งไม่ได้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ค่อยเข้

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 29

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรือเปล่า ดวงตาของซางเฉี่ยนถึงได้แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้พอใจหรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เบือนสายตาหนี เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรนั่นเท่ากับว่าเขายอมรับโดยปริยายเมื่อเห็นดังนั้น ซางเฉี่ยนก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทันทีทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้ ซางเฉี่ยนหันกลับมาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่รั้งเธอไว้ “คุณยังต้องการอะไรอีก?”แววตาของจิ้นฉางอวี่อ่อนลง “คุณกำลังท้องอยู่ ผมไปส่งเอง”“ไม่ต้อง”ซางเฉี่ยนผลักมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ*หลังออกจากอาคารผู้ป่วยนอก ซางเฉี่ยนกำลังเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจุดที่จอดรถไว้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง“เฉี่ยนเฉี่ยน”ซางเฉี่ยนหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นซูลั่วลั่วกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ“ลั่วลั่ว เธอมาทำอะไรที่นี่?”“ก็เธอบอกว่าจะมาตรวจที่โรงพยาบาล ฉันก็ต้องตามมาดูหน่อยสิ”ซูลั่วลั่วยังหายใจไม่ทันหายเหนื่อยก็รีบถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? หมอว่าไง? กระเพาะมีปัญหาหรือเปล่า?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย “ไม่ได้ป่วยหรอก ฉันท้อง”“อะไรนะ?”ซูลั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 28

    มือของซางเฉี่ยนที่กำใบผลตรวจซ่อนไว้ด้านหลังสั่นเทาไม่หยุดเรื่องตั้งครรภ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็จะไปรับใบหย่ากันแล้ว หากจิ้นฉางอวี่รู้ว่าเธอท้องในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรื่องหย่าต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง“มะ ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ปวดหัว...”ขณะที่เธอกำลังพูด จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ขยับเข้ามาประชิด ซางเฉี่ยนใจหายวาบ กำลังจะถอยหลบ แต่ใบผลตรวจในมือกลับถูกแย่งไปเสียก่อนซางเฉี่ยนตกใจสุดขีด รีบคว้าแขนเขาไว้อย่างลนลาน “จิ้นฉางอวี่ เอาคืนมานะ...”จิ้นฉางอวี่ปล่อยให้เธอดึงรั้งแขนซ้ายของเขา ส่วนมือขวาก็ถือใบผลตรวจชูขึ้นสูงเพื่ออ่าน“ท้องเหรอ?”ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยคำนั้น ซางเฉี่ยนที่กำลังเขย่งเท้าเอื้อมมือแย่งใบผลตรวจก็ชะงักค้างไปทันทีจิ้นฉางอวี่ค่อย ๆ หันมาหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “ซางเฉี่ยน คุณท้องอยู่แล้วยังขอหย่ากับผม นี่คุณคิดจะยึดลูกไว้กับตัวเองคนเดียวหรือไง?”ซางเฉี่ยน “???”นี่เขาโยนความผิดก้อนโตมาให้เธอเต็ม ๆ เลยสินะเขานี่ช่างเก่งเรื่องบิดเบือนความจริงเสียจร

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 27

    เดิมทีเธอจัดตารางในช่วงไม่กี่วันก่อนหย่าไว้แน่นเอี้ยด แต่ตอนนี้พอไม่ต้องไปทำงานทางตะวันตกแล้ว เธอก็มีเวลาว่างขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีอะไรให้ตั้งตารอและไม่มีเป้าหมายอีกต่อไปหรือเปล่า จู่ ๆ ซางเฉี่ยนก็รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ก่อนจะเผลอหลับไปบนโซฟาโดยไม่รู้ตัวพอเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วตลอดสองวันต่อมา ซางเฉี่ยนไม่ก้าวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านอย่างเกียจคร้าน ง่วงก็นอน หิวก็สั่งอาหารมากินเธอตั้งใจจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้จนครบสามวันก่อนหย่าทว่าในคืนก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาทบทวนการหย่า จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหารขึ้นมาขณะอาบน้ำเธอปวดจนเวียนหัวตาลาย จึงฝืนสวมเสื้อผ้าทั้งที่ตัวสั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอออกมา อาการปวดกลับหายไปเสียอย่างนั้นที่จริงสองวันก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกปวดบริเวณกระเพาะอาหารอยู่บ้าง แต่เพราะอาการไม่รุนแรงเท่าวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี ๆ ทำไมถึงปวดกระเพาะขึ้นมาได้?เมื่อก่อนเธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยหรือว่ากระเพาะอาหารของเธอจะมีปัญหาอะไรขึ้นมา?ซางเฉี่ยนนอนอยู่บนเตีย

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 26

    ไม่คิดเลยว่าแผนที่เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนจะต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันแบบนี้ซางเฉี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา สมองยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นสายวิดีโอคอลจากซูลั่วลั่วทันทีที่ซางเฉี่ยนกดรับสาย ใบหน้าของซูลั่วลั่วก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ “เฉี่ยนเฉี่ยน งานเลี้ยงส่งพรุ่งนี้ เธออยากกินอาหารจีน อาหารตะวันตก หรืออาหารฝรั่งเศสดี? ฉันว่าเราไปกินอาหารเมืองจิงต้นตำรับกันดีกว่า เพราะพอเธอไปอยู่ทางตะวันตกแล้ว คงไม่ได้กินอีก”ซางเฉี่ยนตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว “ไม่ต้องแล้วล่ะ”“ไม่ต้องเหรอ?” ซูลั่วลั่วเบิกตากว้าง “จะได้ยังไงล่ะ? เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ต้าไห่เป็นเจ้ามือเลี้ยง เธอไม่ต้องไปเสียดายเงินแทนเขาหรอก”พอเธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เบียดเข้ามาในเฟรมวิดีโอ “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องไปทำงานไกลบ้าน แถมไปทีหนึ่งก็ตั้งปีสองปี ยังไงพวกเราก็ต้องจัดงานเลี้ยงส่งเธอให้ดี ๆ สิ”คนที่พูดก็คือถังเยว่ไห่ซางเฉี่ยน ซูลั่วลั่ว และถังเยว่ไห่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งสามสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เดิมทีตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนรั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 25

    หลังวางสาย ซางเฉี่ยนก็ขยับตัวนั่งหลังตรงด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”“เพิ่งถึง”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่ภายในรถคับแคบหรือเพราะแสงสลัวกันแน่ ซางเฉี่ยนถึงได้รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าสายตาที่จิ้นฉางอวี่มองเธอนั้นดูแปลกไปจากปกติ“เอ่อ... คนขับรถของคุณมาถึงหรือยัง?”“ถึงแล้ว”“อ๋อ” ซางเฉี่ยนพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “งั้นคุณก็รีบกลับไปเถอะค่ะ สองวันที่ผ่านมาฉันรบกวนคุณไปเยอะเลย”พูดจบ เธอก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจิ้นฉางอวี่ลงจากรถตามเธอมาอย่างเงียบ ๆคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนานกว่าครึ่งชั่วโมง พอเห็นคนบนรถลงมาเสียที ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีซางเฉี่ยนบอกคนขับรถว่า “กระเป๋าเดินทางของเจ้านายคุณอยู่ในกระโปรงท้ายรถ รบกวนช่วยไปเอาให้หน่อยนะ”“ได้ครับ”คนขับรถจึงหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางซางเฉี่ยนจึงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปขอกุญแจรถจากเขาจิ้นฉางอวี่วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือของเธอ“อีกสี่วัน ระยะเวลารอทบทวนการหย่าของเราก็จะครบกำหนดแล้ว”ซางเฉี่ยนกำกุญแจไว้ในมือ ก่อนจะถามว่า “เช้าวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ตอนแปดโมงครึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status