Share

บทที่ 8

Author: อู่จิ่ว
ซางเฉี่ยนถามด้วยความไม่เข้าใจ “มีปัญหาอะไรเหรอ?”

“ซางเฉี่ยน รูปแต่งงานพวกนั้นก็เป็นรูปของเราสองคนนะ คุณไม่ถามผมสักคำ ก็เอาไปทำลายทิ้งเลยงั้นเหรอ?”

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ?” ซางเฉี่ยนพูด “เราหย่ากันแล้วนะ ถ้าไม่เอารูปพวกนั้นไปทิ้ง จะเก็บไว้ให้ภรรยาคนต่อไปของคุณเห็นแล้วรู้สึกไม่สบายใจหรือไง?”

“คุณนี่มัน...”

จิ้นฉางอวี่สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนพูดว่า “พูดอะไรไร้สาระ”

ซางเฉี่ยนสวนกลับว่า “คุณนั่นแหละที่ทำตัวไม่มีเหตุผล”

จิ้นฉางอวี่พูดว่า “ยังไงคุณก็ไม่ควรทำแบบนี้”

จู่ ๆ ก็ถูกตำหนิอย่างไม่มีเหตุผล ซางเฉี่ยนเองก็เริ่มโมโหขึ้นมาเหมือนกัน

“ฉันทำอะไรผิดตรงไหน?”

พอนึกถึงสีหน้าท่าทางของเขาในรูปแต่งงาน เธอก็ยิ่งโมโหขึ้นมา

“ดูสีหน้าคุณในรูปแต่งงานสิ ทำหน้าเหมือนถูกบังคับให้แต่งงานอย่างนั้นแหละ ฉันน่าจะโยนมันทิ้งไปตั้งนานแล้ว”

“ซางเฉี่ยน”

ไม่รู้ทำไม ชายหนุ่มที่ปกติควบคุมอารมณ์ได้ดีมาตลอด ถึงได้พูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด

“คุณจะมาขึ้นเสียงใส่ฉันทำไม?”

ตอนแบ่งทรัพย์สินเขายังไม่คัดค้านอะไรสักคำ แต่ตอนนี้กลับมาหาเรื่องทะเลาะกับเธอเพราะรูปแต่งงานเนี่ยนะ?

ไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมา

นี่เขาตั้งใจหาเรื่องเธอชัด ๆ เลยใช่ไหม?

หรือว่าเขาแบ่งทรัพย์สินให้เธอมากเกินไป จนตอนนี้นึกเสียดายขึ้นมาแล้ว?

แต่เขาก็ไม่น่าจะเป็นคนขี้งกขนาดนั้นนี่นา

ขณะที่ซางเฉี่ยนกำลังครุ่นคิดว่าเขาโทรมาครั้งนี้เพื่ออะไรกันแน่ ชายหนุ่มที่ปลายสายกลับสงบอารมณ์ลงได้แล้ว

“ช่างเถอะ ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้ก่อนนะ”

พูดจบ เขาก็วางสายไปทันที

ซางเฉี่ยนงุนงงไปหมด “???”

เขาโดนผีเข้าหรือไง?

แม้จะไม่รู้ว่าเขาเป็นบ้าอะไรขึ้นมา แต่เพื่อความไม่ประมาท ซางเฉี่ยนก็รีบส่งข้อความไปหาเขาทันที

[เครื่องประดับทั้งหมดฉันไม่ได้เอาไปนะ ยังอยู่ในตู้เก็บเครื่องประดับในห้องแต่งตัวครบทุกชิ้น คุณลองไปตรวจนับดูได้]

รูปแต่งงานไม่ได้มีมูลค่าทางทรัพย์สินอะไร ถือว่ายังเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่เครื่องประดับที่เขาซื้อให้เธอแต่ละชิ้นล้วนมีราคาแพงมาก ถ้าเขาเอาเรื่องเครื่องประดับมาหาเรื่องเธอขึ้นมา นั่นต่างหากถึงจะเป็นปัญหาใหญ่

ซางเฉี่ยนรออยู่พักหนึ่ง แต่ก็ไม่ได้รับข้อความตอบกลับ เธอจึงเลิกสนใจว่าเขาจะเป็นอย่างไรต่อ หยิบกุญแจกับโทรศัพท์มือถือแล้วลงไปหาอะไรกินข้างล่าง

*

ดึกสงัด

ภายในห้องวีไอพีของคลับแห่งหนึ่ง

หลี่โม่หยางมองเพื่อนสนิทที่นั่งดื่มเหล้าอยู่ข้าง ๆ มาตลอดทั้งคืนด้วยความตกตะลึง “นายว่าไงนะ? นายหย่าแล้วเหรอ?”

“เป็นไปได้ยังไง? นายกับเมียเป็นคู่สามีภรรยาที่รักกันหวานชื่นจนใคร ๆ ในแวดวงนี้ต่างก็อิจฉาไม่ใช่เหรอ?”

“แล้วทำไมถึงหย่ากันได้ล่ะ?”

“นายเป็นคนขอหย่า หรือเธอเป็นคนขอ? ไม่น่าจะเป็นเธอที่ขอหย่าหรอกมั้ง?”

“เฮ้ อย่าเอาแต่ดื่มสิ”

หลี่โม่หยางคว้าแก้วเหล้าจากมือจิ้นฉางอวี่มา ก่อนถามว่า “เล่ามาสิ ตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

“เธอนั่นแหละเป็นคนขอหย่า”

จิ้นฉางอวี่ตอบเสียงต่ำอย่างอัดอั้น

คืนนี้เขาดื่มเหล้าไปไม่น้อย พอเริ่มกรึ่ม ๆ หางตาก็แดงเรื่อ ทำให้ดูเหมือนกำลังน้อยใจและน่าสงสารอยู่ไม่น้อย

ไม่เหมือนกับประธานจิ้นซื่อกรุ๊ปผู้สุขุมและหนักแน่นต่อหน้าผู้คนเลยสักนิด

“เธอหาว่าฉันหัวโบราณ น่าเบื่อ แถมยังเป็นคนเงียบขรึม ไม่รู้จักความโรแมนติกอีก…”

หลี่โม่หยางได้ยินแล้วถึงกับเบิกตากว้าง “ไม่จริงน่า?”

เขามองจิ้นฉางอวี่ที่มีแววตาเหม่อลอยเล็กน้อย ก่อนพูดอย่างไม่ค่อยอยากเชื่อว่า “นี่นายเมาแล้วพูดมั่วหรือเปล่า? เมียนายดูไม่ใช่คนที่จะพูดจาแรงขนาดนั้นนะ”

จิ้นฉางอวี่แย่งแก้วเหล้ากลับมา ยกขึ้นดื่มอึกใหญ่ราวกับระบายความอัดอั้น ก่อนแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ

แค่นี้จะนับเป็นอะไรได้?

เธอยังทำอะไรที่เกินกว่านี้อีก

วันนี้ตอนไปสำนักงานทะเบียนสมรสเพื่อหย่า เธอยังตั้งใจแต่งหน้ามาเป็นพิเศษ ราวกับว่าการได้หย่ากับเขาเป็นเรื่องน่ายินดีมากอย่างนั้นแหละ

เธอสวมชุดเดรสสีเหลืองลายดอกทานตะวัน ยืนอยู่ท่ามกลางแสงแดด พร้อมส่งยิ้มสดใสและอวยพรให้ชีวิตแต่งงานครั้งต่อไปของเขามีความสุขอีกด้วย

แถมเธอยังฉวยโอกาสตอนที่เขาไม่อยู่บ้าน แอบเอารูปแต่งงานไปทำลายทิ้งอีกต่างหาก

ซางเฉี่ยน เธอทำเกินไปแล้วจริง ๆ

หลี่โม่หยางมองเพื่อนที่กำลังดื่มเหล้าดับทุกข์ ก่อนถามว่า “ถ้าอย่างนั้น… นายก็ไม่อยากหย่าน่ะสิ?”

จิ้นฉางอวี่เอาแต่ดื่มเหล้าเงียบ ๆ ไม่ยอมรับและไม่ปฏิเสธ

หลี่โม่หยางจึงถือว่าเขายอมรับโดยไม่พูดอะไร

“แล้วทำไมนายถึงยอมหย่าล่ะ?”

มือของจิ้นฉางอวี่ที่ถือแก้วเหล้าอยู่ชะงักไป เขาหันมามองเพื่อนก่อนพูดว่า “เธอบอกว่าทนอยู่กับฉันมาสองปีแล้ว ไม่อยากฝืนทนอีกต่อไป แล้วจะให้ฉันบังคับฝืนใจเธอหรือไง?”

หลี่โม่หยาง “…”

เขารู้จักนิสัยของเพื่อนสนิทตัวเองดีอยู่แล้ว

จิ้นฉางอวี่เป็นคนใช้เหตุผลในการตัดสินใจทำสิ่งต่าง ๆ มาโดยตลอด

อีกทั้งด้วยฐานะและตำแหน่งของเขา เขาย่อมมีทั้งความสุขุมและศักดิ์ศรีในตัวเอง ไม่มีทางฝืนความต้องการของผู้หญิงคนหนึ่งด้วยการตามตื๊อไม่ยอมเลิกรา หรือบังคับให้เธออยู่เคียงข้างอย่างเด็ดขาด

“ช่างเถอะ ยังไงพวกนายสองคนก็แต่งงานกันเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลอยู่แล้ว”

หลี่โม่หยางยกแก้วขึ้นชนกับแก้วของเพื่อน ก่อนพูดปลอบใจว่า “คิดในแง่ดีหน่อยสิ คนที่ทั้งหน้าตาดีและมีชาติตระกูลอย่างนาย ต่อให้แต่งงานรอบสองก็ยังเป็นหนุ่มเนื้อหอมอยู่ดี มีสาวไฮโซลูกคุณหนูตั้งมากมายที่แย่งกันอยากแต่งงานกับนาย จะกลัวหาเมียไม่ได้ไปทำไม จริงไหม? เลิกเสียใจได้แล้ว”

จิ้นฉางอวี่แย้งว่า “ฉันไม่ได้เสียใจสักหน่อย”

“……”

หลี่โม่หยางมองเพื่อนที่ยังปากแข็งไม่ยอมรับความจริง ถ้าไม่เสียใจ แล้วจะมานั่งดื่มเหล้าดับทุกข์อยู่ตรงนี้ทำไม?

“ใช่ ๆ ไม่เห็นมีอะไรต้องเสียใจเลย”

หลี่โม่หยางไม่คิดจะพูดให้เพื่อนเสียหน้า เขารินเหล้าเติมจนเต็มแก้วให้ทั้งคู่ ก่อนพูดว่า “มา ๆ ดื่มกัน คืนนี้ไม่เมาไม่กลับ”

*

วันรุ่งขึ้น

ซางเฉี่ยนเพิ่งตื่นนอนได้ไม่นาน เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น

ทันทีที่เธอเปิดประตู กุหลาบแดงช่อใหญ่ก็ถูกยื่นมาตรงหน้าอย่างกะทันหัน

ซางเฉี่ยนถอยหลังไปก้าวหนึ่ง ก่อนจะเห็นศีรษะของใครบางคนโผล่ออกมาจากด้านข้างช่อกุหลาบ

“สุขสันต์วันหย่านะจ๊ะ ที่รักของฉัน”

ซูลั่วลั่วยัดช่อกุหลาบในมือใส่อ้อมแขนของเธอทันที

ซางเฉี่ยนยื่นมือรับช่อดอกไม้ไว้โดยอัตโนมัติ ก่อนยิ้มอย่างจนใจแล้วเบี่ยงตัวหลีกทางให้เพื่อนเข้ามาในบ้าน

“ไหนพวกเธอบอกว่าอีกสองวันถึงจะกลับประเทศไง?”

หนึ่งสัปดาห์ก่อน ซูลั่วลั่วไปเที่ยวต่างประเทศกับถังเยว่ไห่ แฟนหนุ่มของเธอ ตามกำหนดการ ทั้งคู่ควรจะกลับถึงประเทศในวันมะรืนนี้

“เพื่อนรักฉันหย่าทั้งที จะให้ฉันมัวเที่ยวสนุกอยู่เมืองนอกได้ยังไงล่ะ?”

พอเข้ามาในบ้าน ซูลั่วลั่วก็ดึงซางเฉี่ยนให้นั่งลงด้วยกัน “ที่รัก เธอ… โอเคไหม?”

เห็นเพื่อนทำหน้ากังวล ซางเฉี่ยนก็ยิ้มให้ “ฉันก็แค่หย่าเอง ไม่ได้เจ็บตัวหรือจะตายสักหน่อย จะไม่โอเคตรงไหนล่ะ?”

ซูลั่วลั่วมองใบหน้าสวยใสชวนมองของเพื่อนสนิท แล้วอดด่าในใจไม่ได้ จิ้นฉางอวี่ ไอ้ผู้ชายตาถั่ว! มีเมียสวยราวกับนางฟ้าอยู่ที่บ้านแท้ ๆ กลับไม่เอา ดันไปเลือกผู้หญิงอย่างโจวอวิ๋นซวงแทน ไม่มีรสนิยมเอาซะเลย

“แล้วต่อจากนี้เธอมีแผนจะทำยังไงต่อ?”

ซางเฉี่ยนตอบว่า “ฉันหวังว่าจะได้กลับเข้าร่วมทีมบูรณะเอกสารโบราณของอาจารย์อีกครั้ง”

“หา?”

ซูลั่วลั่วทำหน้าไม่อยากให้เพื่อนจากไป “งานของอาจารย์เธอต้องรักษาความลับเข้มงวดมาก แถมยังอยู่ไกลขนาดนั้น ถ้าเธอไป ฉันคงได้เจอเธอแค่ปีละไม่กี่ครั้งเองสิ?”

ซางเฉี่ยนยิ้มแล้วพูดว่า “ฉันก็อยากไปนะ แต่ยังไม่รู้เลยว่าอาจารย์จะยอมให้ฉันเข้าร่วมทีมกลางคันหรือเปล่า”

“งั้นเธอก็ไม่ต้องไปสิ”

ซูลั่วลั่วจับมือเพื่อน พยายามรั้งเธอไว้สุดกำลัง “งานบูรณะโบราณวัตถุในเมืองจิงก็มีตั้งเยอะแยะ เธออยู่ที่เมืองจิงต่อไม่ได้เหรอ?”

เมื่อเห็นซางเฉี่ยนเงียบไป เธอจึงลองถามเสียงเบาว่า “หรือว่า… เธออยากใช้โอกาสนี้หนีไปจากที่ที่ทำให้เจ็บช้ำ เพื่อจะได้อยู่ห่าง ๆ จิ้นฉางอวี่?”

ขนตายาวของซางเฉี่ยนไหวเล็กน้อย เธอไม่ได้ตอบคำถามนั้น เพียงพูดว่า “ถ้าเมื่อสองปีก่อนฉันไม่เลือกแต่งงาน ป่านนี้ก็คงได้เป็นหนึ่งในทีมของอาจารย์ไปแล้ว”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 30

    เช้าวันจันทร์ที่โรงพยาบาลเมื่อหมอบอกว่าสภาพร่างกายของซางเฉี่ยนไม่เอื้ออำนวยให้ทำแท้งได้ เธอก็ตกตะลึงราวกับถูกฟ้าผ่า“ทำไมคะ?”ซางเฉี่ยนลุกพรวดจากเก้าอี้อย่างร้อนใจ “หมอเฉินคะ ตอนที่ฉันมาปรึกษาเรื่องทำแท้งครั้งก่อน หมอก็ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้นี่คะ?”“เพราะตอนนั้นเรายังไม่ได้ตรวจร่างกายคุณอย่างละเอียดค่ะ”หมอเฉินมองรายงานผลตรวจหลายฉบับที่ซางเฉี่ยนเพิ่งเข้ารับการตรวจใหม่เมื่อเช้า ก่อนอธิบายว่า “ผลตรวจล่าสุดพบว่า หากคุณฝืนทำแท้งจะมีความเสี่ยงต่อสุขภาพสูงมาก ไม่เพียงส่งผลต่อความสามารถในการตั้งครรภ์อีกครั้ง แต่ยังอาจทำให้เกิดโรคอื่น ๆ ตามมาอีกด้วย...”*ซูลั่วลั่วนั่งรออยู่หน้าห้องตรวจ พอประตูห้องเปิดออก ก็เห็นซางเฉี่ยนเดินออกมาด้วยท่าทางห่อเหี่ยวหมดเรี่ยวแรงซูลั่วลั่วคิดว่าเพื่อนกำลังกลัว จึงรีบเข้าไปจับมือปลอบ “ไม่ต้องกลัวนะที่รัก ได้ยินว่าพอให้ยาสลบแล้วจะไม่เจ็บ แค่หลับตาแป๊บเดียวก็ผ่านไปแล้วนะ”ซางเฉี่ยนค่อย ๆ เงยหน้ามองเธอ “หมอบอกว่าฉันทำแท้งไม่ได้เพราะปัญหาสุขภาพ”“หา? ทำแท้งไม่ได้เหรอ?”ซูลั่วลั่วถึงกับอึ้งไปเลย“ปัญหาสุขภาพอะไรถึงทำให้ทำแท้งไม่ได้ล่ะ?”“ฉันก็ไม่ค่อยเข้

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 29

    ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโมโหเขาหรือเปล่า ดวงตาของซางเฉี่ยนถึงได้แดงเรื่อขึ้นเล็กน้อย “แบบนี้พอใจหรือยัง?”จิ้นฉางอวี่เบือนสายตาหนี เม้มริมฝีปากแน่นโดยไม่พูดอะไรนั่นเท่ากับว่าเขายอมรับโดยปริยายเมื่อเห็นดังนั้น ซางเฉี่ยนก็ไม่พูดอะไรอีก ก่อนจะเดินผ่านเขาไปทันทีทว่าเดินไปได้ไม่กี่ก้าว ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าไว้ ซางเฉี่ยนหันกลับมาขมวดคิ้วมองชายหนุ่มที่รั้งเธอไว้ “คุณยังต้องการอะไรอีก?”แววตาของจิ้นฉางอวี่อ่อนลง “คุณกำลังท้องอยู่ ผมไปส่งเอง”“ไม่ต้อง”ซางเฉี่ยนผลักมือเขาออกอย่างแรง ก่อนจะหันหลังเดินจากไปด้วยก้าวยาว ๆ*หลังออกจากอาคารผู้ป่วยนอก ซางเฉี่ยนกำลังเดินไปตามทางมุ่งหน้าไปยังจุดที่จอดรถไว้ จู่ ๆ ก็มีเสียงเรียกดังมาจากด้านหลัง“เฉี่ยนเฉี่ยน”ซางเฉี่ยนหันกลับไปมองด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นซูลั่วลั่วกำลังวิ่งตรงมาหาเธอ“ลั่วลั่ว เธอมาทำอะไรที่นี่?”“ก็เธอบอกว่าจะมาตรวจที่โรงพยาบาล ฉันก็ต้องตามมาดูหน่อยสิ”ซูลั่วลั่วยังหายใจไม่ทันหายเหนื่อยก็รีบถามอย่างร้อนใจ “เป็นยังไงบ้าง? หมอว่าไง? กระเพาะมีปัญหาหรือเปล่า?”ซางเฉี่ยนหลุบตาลงเล็กน้อย “ไม่ได้ป่วยหรอก ฉันท้อง”“อะไรนะ?”ซูลั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 28

    มือของซางเฉี่ยนที่กำใบผลตรวจซ่อนไว้ด้านหลังสั่นเทาไม่หยุดเรื่องตั้งครรภ์เกิดขึ้นกะทันหันเกินไป แม้แต่ตัวเธอเองก็ยังคิดไม่ตกว่าจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรดีพรุ่งนี้ทั้งคู่ก็จะไปรับใบหย่ากันแล้ว หากจิ้นฉางอวี่รู้ว่าเธอท้องในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจนทำให้เรื่องหย่าต้องเปลี่ยนแปลงไปบ้าง“มะ ไม่ได้เป็นอะไร ฉันแค่ปวดหัว...”ขณะที่เธอกำลังพูด จู่ ๆ ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มก็ขยับเข้ามาประชิด ซางเฉี่ยนใจหายวาบ กำลังจะถอยหลบ แต่ใบผลตรวจในมือกลับถูกแย่งไปเสียก่อนซางเฉี่ยนตกใจสุดขีด รีบคว้าแขนเขาไว้อย่างลนลาน “จิ้นฉางอวี่ เอาคืนมานะ...”จิ้นฉางอวี่ปล่อยให้เธอดึงรั้งแขนซ้ายของเขา ส่วนมือขวาก็ถือใบผลตรวจชูขึ้นสูงเพื่ออ่าน“ท้องเหรอ?”ทันทีที่ชายหนุ่มเอ่ยคำนั้น ซางเฉี่ยนที่กำลังเขย่งเท้าเอื้อมมือแย่งใบผลตรวจก็ชะงักค้างไปทันทีจิ้นฉางอวี่ค่อย ๆ หันมาหรี่ตามองเธออย่างพินิจพิเคราะห์ “ซางเฉี่ยน คุณท้องอยู่แล้วยังขอหย่ากับผม นี่คุณคิดจะยึดลูกไว้กับตัวเองคนเดียวหรือไง?”ซางเฉี่ยน “???”นี่เขาโยนความผิดก้อนโตมาให้เธอเต็ม ๆ เลยสินะเขานี่ช่างเก่งเรื่องบิดเบือนความจริงเสียจร

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 27

    เดิมทีเธอจัดตารางในช่วงไม่กี่วันก่อนหย่าไว้แน่นเอี้ยด แต่ตอนนี้พอไม่ต้องไปทำงานทางตะวันตกแล้ว เธอก็มีเวลาว่างขึ้นมาทันทีไม่รู้ว่าเป็นเพราะไม่มีอะไรให้ตั้งตารอและไม่มีเป้าหมายอีกต่อไปหรือเปล่า จู่ ๆ ซางเฉี่ยนก็รู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ ก่อนจะเผลอหลับไปบนโซฟาโดยไม่รู้ตัวพอเธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท้องฟ้าก็มืดลงแล้วตลอดสองวันต่อมา ซางเฉี่ยนไม่ก้าวออกจากบ้านเลยแม้แต่ก้าวเดียว เธอเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในบ้านอย่างเกียจคร้าน ง่วงก็นอน หิวก็สั่งอาหารมากินเธอตั้งใจจะปล่อยเวลาให้ผ่านไปแบบนี้จนครบสามวันก่อนหย่าทว่าในคืนก่อนวันสุดท้ายของระยะเวลาทบทวนการหย่า จู่ ๆ เธอก็ปวดท้องบริเวณกระเพาะอาหารขึ้นมาขณะอาบน้ำเธอปวดจนเวียนหัวตาลาย จึงฝืนสวมเสื้อผ้าทั้งที่ตัวสั่น ก่อนจะเดินออกจากห้องน้ำ แต่พอออกมา อาการปวดกลับหายไปเสียอย่างนั้นที่จริงสองวันก่อนหน้านี้เธอก็เคยรู้สึกปวดบริเวณกระเพาะอาหารอยู่บ้าง แต่เพราะอาการไม่รุนแรงเท่าวันนี้ เธอจึงไม่ได้ใส่ใจอยู่ดี ๆ ทำไมถึงปวดกระเพาะขึ้นมาได้?เมื่อก่อนเธอไม่เคยมีอาการแบบนี้มาก่อนเลยหรือว่ากระเพาะอาหารของเธอจะมีปัญหาอะไรขึ้นมา?ซางเฉี่ยนนอนอยู่บนเตีย

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 26

    ไม่คิดเลยว่าแผนที่เตรียมการมานานกว่าหนึ่งเดือนจะต้องหยุดชะงักลงอย่างกะทันหันแบบนี้ซางเฉี่ยนนั่งอยู่บนโซฟา สมองยังคงมึนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นสายวิดีโอคอลจากซูลั่วลั่วทันทีที่ซางเฉี่ยนกดรับสาย ใบหน้าของซูลั่วลั่วก็ปรากฏขึ้นเต็มหน้าจอ “เฉี่ยนเฉี่ยน งานเลี้ยงส่งพรุ่งนี้ เธออยากกินอาหารจีน อาหารตะวันตก หรืออาหารฝรั่งเศสดี? ฉันว่าเราไปกินอาหารเมืองจิงต้นตำรับกันดีกว่า เพราะพอเธอไปอยู่ทางตะวันตกแล้ว คงไม่ได้กินอีก”ซางเฉี่ยนตอบด้วยสีหน้าห่อเหี่ยว “ไม่ต้องแล้วล่ะ”“ไม่ต้องเหรอ?” ซูลั่วลั่วเบิกตากว้าง “จะได้ยังไงล่ะ? เราตกลงกันแล้วว่าจะให้ต้าไห่เป็นเจ้ามือเลี้ยง เธอไม่ต้องไปเสียดายเงินแทนเขาหรอก”พอเธอพูดจบ ชายคนหนึ่งก็เบียดเข้ามาในเฟรมวิดีโอ “ใช่แล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องไปทำงานไกลบ้าน แถมไปทีหนึ่งก็ตั้งปีสองปี ยังไงพวกเราก็ต้องจัดงานเลี้ยงส่งเธอให้ดี ๆ สิ”คนที่พูดก็คือถังเยว่ไห่ซางเฉี่ยน ซูลั่วลั่ว และถังเยว่ไห่เป็นเพื่อนร่วมชั้นกันตั้งแต่สมัยมัธยมต้น ทั้งสามสนิทสนมกันมาตั้งแต่ตอนนั้น เดิมทีตกลงกันว่าจะเป็นเพื่อนรั

  • หย่าแล้วแต่ยังหลง อดีตสามีขออยู่ด้วย    บทที่ 25

    หลังวางสาย ซางเฉี่ยนก็ขยับตัวนั่งหลังตรงด้วยความกระอักกระอ่วนเล็กน้อย ก่อนจะถามว่า “มาถึงตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ทำไมคุณไม่ปลุกฉันล่ะ?”“เพิ่งถึง”ไม่รู้ว่าเป็นเพราะพื้นที่ภายในรถคับแคบหรือเพราะแสงสลัวกันแน่ ซางเฉี่ยนถึงได้รู้สึกอย่างบอกไม่ถูกว่าสายตาที่จิ้นฉางอวี่มองเธอนั้นดูแปลกไปจากปกติ“เอ่อ... คนขับรถของคุณมาถึงหรือยัง?”“ถึงแล้ว”“อ๋อ” ซางเฉี่ยนพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “งั้นคุณก็รีบกลับไปเถอะค่ะ สองวันที่ผ่านมาฉันรบกวนคุณไปเยอะเลย”พูดจบ เธอก็เปิดประตูรถลงไปก่อนจิ้นฉางอวี่ลงจากรถตามเธอมาอย่างเงียบ ๆคนขับรถที่ยืนรออยู่ไม่ไกลนานกว่าครึ่งชั่วโมง พอเห็นคนบนรถลงมาเสียที ก็รีบเดินเข้าไปหาทันทีซางเฉี่ยนบอกคนขับรถว่า “กระเป๋าเดินทางของเจ้านายคุณอยู่ในกระโปรงท้ายรถ รบกวนช่วยไปเอาให้หน่อยนะ”“ได้ครับ”คนขับรถจึงหันไปหยิบกระเป๋าเดินทางซางเฉี่ยนจึงหันกลับมามองชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะยื่นมือออกไปขอกุญแจรถจากเขาจิ้นฉางอวี่วางกุญแจรถลงบนฝ่ามือของเธอ“อีกสี่วัน ระยะเวลารอทบทวนการหย่าของเราก็จะครบกำหนดแล้ว”ซางเฉี่ยนกำกุญแจไว้ในมือ ก่อนจะถามว่า “เช้าวันถัดจากวันที่ครบกำหนด ตอนแปดโมงครึ่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status