Share

บทที่ 2

last update publish date: 2026-10-13 22:10:39

บทที่ 2

เอิงเอยรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลเป็นเวลาสองคืน แต่สำหรับเธอแล้วอยากออกจากโรงพยาบาลตั้งแต่คืนแรกเลยด้วยซ้ำ แต่ทางด้านของเจ้าสัวปรัชกรณ์กลับไม่อนุญาตให้ตัวเธอกลับบ้าน หรือออกจากโรงพยาบาลก่อนกำหนด

และในทั้งสองคืนที่ผ่านมาเมื่อเวลาช่วงประมาณตีหนึ่งเธอมักจะได้ยินเสียงใครบางคนเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วยที่เธอกำลังพักฟื้นอยู่ เมื่อแอบลืมตาขึ้นมามองกลับเห็นว่าเป็นเจ้าสัวปรัชกรณ์นั่นเอง แต่เธอทำตัวเหมือนว่ากำลังหลับสนิทอยู่ทุกครั้ง จนเจ้าสัวปรัชกรณ์จะเดินออกจากห้องไปเอง

เมื่อมาถึงเช้าของวันที่เอิงเอยจะได้รับบ้านแล้ว ในระหว่างที่เธอกำลังเก็บกระเป๋าอยู่นั่น ก็มีใครบางคนเดินเข้ามาภายในห้องพักผู้ป่วยเมื่อหันไปมองดูปรากฏว่าเป็นคนที่เธอมักจะเห็นหน้าอยู่ทุกคืน เธอแสดงสีหน้าตกใจเล็กน้อยแต่กระนั้นเองก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไรออกไป ด้านหลังของเจ้าสัวปรัชกรณ์มีแทนคุณกำลังยืนมองมาที่เอิงเอยเช่นกัน

“แทนคุณไปช่วยเธอถือกระเป๋า”

เจ้าสัวปรัชกรณ์ออกคำสั่ง ทางด้านของเอิงเอยเองพยายามที่ยกมือปฏิเสธ แต่ไม่เป็นผลเท่าไหร่นัก อีกทั้งยังได้สายตาตำหนิจากเจ้านายของแทนคุณกลับมาอีกด้วย

“แต่จริง ๆ เอยถือเองได้นะคะ” เอิงเอยบอกกลับไป แต่เมื่อได้เห็นสายตาของเจ้าสัวปรัชกรณ์แล้วก็ต้องก้มหน้าลง

“เดี๋ยวผมถือให้เองครับคุณเอิงเอย”

เอิงเอยได้แต่พยักหน้าให้กับแทนคุณ “แล้วคุณจะให้เอยไปไหนคะ”

“เธออยากไปไหนล่ะ” เจ้าสัวปรัชกรณ์ยืนมองในหน้าของเอิงเอยอย่างรอคอยคำตอบ ในระหว่างนี้คอยพิจารณาใบหน้าของเธอไปด้วย

ใบหน้าของเอิงเอยมีแต่ความหวาน ยิ่งตอนที่เธอตัดผมสั้นแบบนี้แล้วยิ่งหวานไปกว่าเดิม แต่ทว่าในความหวานนี่ก็ต้องมีความดื้อเงียบซ่อนอยู่เช่นกัน

“เอยอยากกลับบ้านค่ะ”

“งั้นก็กลับ”

เอิงเอยมองใบหน้าของเจ้าสัวปรัชกรณ์อย่างไม่เชื่อคำพูดของอีกคน แต่ตัวเธอก็ยอมเดินตามหลังของอีกคนไปเงียบ ๆ

ทั้งสามคนอย่าง จ้าสัวปรัชกรณ์ เอิงเอย และแทนคุณได้เดินทางมาถึงบ้านของเอิงเอยเป็นที่เรียบร้อยแล้วในวันนี้แทนคุณรับหน้าที่เป็นคนขับรถให้กับเจ้านายของตัวเอง

“ไหนล่ะบ้านเธอ” ทั้งสามคนยังไม่มีใครที่ลงจากรถไป

เอิงเอยมองไปที่บ้านของตัวเองด้วยสายตาว่างเปล่า เพราะในตอนนี้บ้านหลังเก่า ๆ ที่เธอเคยพักพิงมันไม่มีอีกแล้ว พื้นที่ตรงนี้เหลือเพียงเศษไม้ เศษหลังคาไปหมดแล้ว เอิงเอยเม้มปากเบา ๆ กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ให้มันไหล แต่สุดท้ายก็หลุดเสียงสะอื้นออกมาให้คนที่นั่งข้างกายเธอได้ยิน

“ฮึก..”

“ฉันถามว่าไหนล่ะบ้านของเธอ?”

“คุณรู้อยู่แล้วเหรอว่าบ้านเอยโดนพวกเขายึดไปแล้ว”

” ใช่ บ้านเธอโดนเขายึดไปเมื่อวาน แทนคุณเข้ามาดูก็โดนเจ้าของที่ยึดไปแล้ว”

” ฮึก บ้านของพ่อเอย… ฮือ”

เอิงเอยร้องไห้ออกมาเสียงดังเมื่อได้ฟังแบบนั้น บ้านหลังนี้เป็นบ้านหลังเก่า ๆ ของพ่อที่ตั้งใจดูและรักษามาอย่าง จนกระทั่งเมื่อพ่อล้มป่วย เงินเก็บที่มีไว้ก็ไม่พอที่จะเอามาช่วยจ่ายค่ารักษา แม่ของเอิงเอยถึงได้เอาที่ดินพื้นนี้ไปจำนำไว้ และในตอนนี้อีกเงินก็ไม่มากพอที่จะไปไถ่คืนมา

“แม่ของเธอไม่จ่ายค่าหนี้ไปตั้งเท่าไหร่ไม่แปลกที่จะเขาจะเอาที่ดินตรงนี้หรอก”

“ฮึก เอยอยากให้บ้านหลังนี้อยู่กับเอย ฮือ” เอิงเอยพูดขึ้นมาพร้อมกับเสียงสะอื้นตามหลัง

“ฉันทำให้บ้านหลังนี้อยู่กับเธอได้ แต่อยู่ที่ว่าเธอสนใจจะรับข้อเสนอฉันไหม”

เอิงเอยหันไปมองใบหน้าของเจ้าสัวปรัชกรณ์ ก่อนที่ตัวเธอจะพยักหน้าขึ้นลงช้า ๆ เพื่อยืนยันว่าเธอจะไปกับเขา

“แทนคุณขับรถไปบ้านฉัน”

“ไปบ้านเลยเหรอครับ?” แทนคุณหันมาถามอย่างตกใจ แต่เมื่อเห็นสายตาของเจ้านายแทนคุณเลยเลือกที่จะถามคำถามออกไป

ปกติแล้วถ้าเจ้าสัวปรัชกรณ์จะเลี้ยงดูใครสักคน ก็ไม่เคยที่จะพาผู้หญิงคนไหนไปบ้านหลักเลยสักคน แต่ทว่าเมื่อเอิงเอยกลับได้รับสิทธิ์นั้นไป คนสนิทของเจ้าสัวเลยตกใจไม่น้อยแสดงความตกใจผ่านออกมาจากสีหน้าหมดแล้ว

แทนคุณขับรถเข้ามาภายในคฤหาสน์หลังหนึ่ง ตามหลักแล้วโดยทั่วไปก็เรียกกันว่าบ้าน แต่เมื่อมองดูด้วยตาแล้วเรียกว่าคฤหาสน์น่าจะเหมาะกว่า เอิงเอยมองไปยังคฤหาสน์หลังนี้ด้วยความตกใจ แต่เมื่อนึกได้ว่าใครคือเจ้าของที่นี่ก็คิดว่าเหมาะสมกับชื่อเสียงที่เคยได้ยินมานั่นแหละ

เอิงเอยเดินลงไปก่อนเจ้าของบ้าน ก่อนที่จะยืนหลบทางให้อีกคนได้เดินนำหน้าเข้าไปยังภายในบ้าน เพียงแค่เท้าแตะพื้นบ้านก็มีแม่บ้านหลายคนออกมาต้อนรับยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายผู้เป็นนาย ก่อนที่มองผ่านไหล่ของเจ้านายมามองคนด้านหลัง คนที่โดนมองไม่รู้จะทำตัวอย่างไรดี เลยยกมือไหว้แม่บ้านทั้งหลายของที่นี่

สายตาของเหล่าแม่บ้านทำเอาเอิงเอยทำตัวไม่ถูกมากกว่าเดิม ได้แต่ยืนกุมมืออยู่แบบนั้น ทางด้านของเจ้าสัวปรัชกรณ์หันมามองด้านหลังเป็นครั้งคราว ก่อนที่จะหันไปมองที่แม่บ้านของตัวเองอีกครั้ง

“หนูปริมล่ะ”

เอิงเอยยืนมองอีกคนนิ่ง ๆ ถึงแม้ว่าสงสัยว่าคนที่ชื่อหนูปริมคือใคร

“คุณหนูปริมกำลังทำการบ้านค่ะเจ้าสัว ให้ป้าไปเรียกให้เลยไหมคะ”

“ไปเรียกหน่อยก็ดี ฉันมีคนอยากให้หนูปริมรู้จัก”

เมื่อได้ยินเจ้าสัวพูดแบบนั้นว่าอยากแนะนำใครบางคนให้กับ ‘คุณหนูปริม’ ได้รู้จัก สายตาแม่บ้านก็มีแต่ความสงสัยขึ้นมา แต่ไม่ได้เอ่ยอะไรออก ได้แต่ทำตามคำสั่งของเจ้านาย

                

“ไปนั่งสิ” เจ้าสัวปรัชกรณ์หันมาบอกกับคนข้างหลังของตัวเอง ส่วนตัวเขาก็เดินนำไปนั่งบริเวณที่โซฟาก่อน

“ค่ะ”

เอิงเอยตอบเพียงแค่นั้นก่อนที่จะเดินตามอย่างเงียบ ๆ ส่วนสายตาของเธอก็ปรายตามองไปรอบ ๆ บ้าน มีทั้งสายตาชื่นชอบกับการตกแต่งของบ้าน ทั้งสายตาตกใจที่มันดูหรูหราไปหมดเลย วาสนาของเธอคงไม่ได้มีบ้านแบบนี้หรอก

เธอเดินไปเรื่อย ๆ สาวตายังคงจับจ้องไปที่การตกแต่งบ้านจนไม่ได้ระวังตัวเลย

“อ๊ะ…”

เอิงเอยเดินชนเข้ากับเท้าของเจ้าสัวปรัชกรณ์ที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เอิงเอยตกใจจนเผลอร้องออกมา แต่ทว่ายังไม่ทันที่ตัวของเอิงเอยจะได้ตกสู่พื้น ก็มีมือแข็งแกร่งของใครบางคนมาคว้าเอวของเธอเอาไว้ก่อน และได้กระชับเอวของเธอเข้าหาตัวเอง

เอิงเอยหันไปมองเจ้าของมือข้างนี้ปรากฏว่าเป็นเจ้าของบ้านอย่างเจ้าสัวปรัชกรณ์ เมื่อเห็นแบบนั้นแล้วเธอยิ่งตกใจมากกว่าเดิมจนอยากจะหนีออกไป แต่ทว่ายิ่งเธอขยับตัวที่จะยืนขึ้นอีกคนก็จะออกแรงกระชับออกแขนให้แน่นขึ้น เรียกได้ว่าเจ้าสัวปรัชกรณ์เต็มใจที่จะกอดเอิงเอยก็ว่าได้

ทั้งสองคนใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนลืมไปแล้วว่าในตอนนี้ทั้งคู่อยู่บริเวณกลางบ้าน แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งที่ทำให้ทั้งคู่หลุดออกจากโลกของคนสองคนได้

“ปะป๊า… ปะป๊าขา”

เสียงใส ๆ ตะโกนเรียกปะป๊ามาพร้อมกับเสียงเท้าที่กำลังวิ่งมาทางนี้ ทำเอาเอิงเอยต้องรีบดันอกและจับแขนของอีกคนให้ออกห่างจากตัวเอง หลังจากนั้นก็รีบลงไปนั่งข้าง ๆ กับเจ้าของบ้านอย่างเจ้าสัวปรัชกรณ์ และทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น …

‘คุณหนูปริม’ รีบวิ่งออกมาจากห้องเรียนพิเศษของตัวเอง แต่เมื่อเห็นว่ามีผู้หญิงนั่งอยู่ข้างกายของปะป๊าตัวเองก็แสดงความไม่พอใจออกมาทันที โดยที่รีบเข้าไปหาเอิงเอยก่อนที่จะกำปั้นน้อย ๆ ทุบลงตรงบริเวณต้นขาของหญิงสาว

“โอ๊ย ๆ”

เสียงของเอิงเอยร้องดังขึ้นมาด้วยความเจ็บ ถึงแม้ว่าจะเป็นแรงของเด็กน้อย แต่เมื่อโดนตีหลาย ๆ ครั้งก็เกิดความเจ็บขึ้นมา

“หนูปริมคะ ใจเย็น ๆ นะคะ มาหาป๊ามา”

เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยออกมาก่อนที่จะจับแขนลูกสาวแสนน่ารักและโอบกอดลูกสาวไว้กับตัวเอง ก่อนที่จะปรายตามองหาเอิงเอยและสบตากันเล็กน้อย

เจ้าสัวปรัชกรณ์ลูบศีรษะลูกรักอย่างอ่อนโยน

“ใจเย็นหรือยังคะ” น้ำเสียงนุ่ม ๆ ที่ยากนักจะได้ฟัง น้ำเสียงนี้จะได้ฟังก็ต่อเมื่อเจ้าสัวปรัชกรณ์พูดคุยกับลูกสาวเพียงเท่านั้น

เด็กน้อยไม่เอ่ยตอบทำเพียงแค่มองใบหน้าของเอิงเอยด้วยสีหน้าไม่พอดีพลางเบะปากเตรียมจะร้องไห้ขึ้นมา

“ให้เอยออกไปก่อนไหมคะ”

เอิงเอยเธอชอบเด็กแต่แค่ในครั้งนี้… เธอรับมือไม่ถูก

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ7

    ตอนพิเศษ 7“ตกลงไปทะเลนะ” เสียงของปรางนลินเอ่ยขึ้นมาก่อนที่จะพลิกตัวไปมาอยู่บนที่นอนของแฝดน้องตัวเอง “ปราณ ไปทะเลนะ!” เสียงดังขึ้นมากกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าน้องชายของตัวเองไม่ตอบ“รู้แล้ว แล้วเมื่อไหร่ปรางจะไปนอนห้องตัวเอง โตขนาดนี้แล้วนะยังจะมานอนห้องคนอื่นเขาอีก” ถึงแม้ว่าจะบ่นมากมายขนาดไหนปรางนลินเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะลึกขึ้นเลยสักนิด ยังนอนเล่นโทรศัพท์อยู่แบบนั้นจนกระทั่งว่ามีเสียงประตูดังขึ้นเลยทำให้ทั้งสองหันไปสนใจที่ประตูมากกว่า ปราณพิศุทธ์เป็นคนเดินไปเปิดประตู เมื่อประตูเปิดปรากฏว่าคนตรงหน้าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นมารดาของเจ้าแฝด“แม่คิดไว้แล้วเชียวว่าหนูปรางต้องอยู่ที่นี่”ปรางนลินเห็นว่าเป็นแม่ของตัวเองก็ลุกขึ้นจากเตียงนอนทันทีก่อนที่จะรีบวิ่งไปกอดเอวของแม่จ๋าตัวเองไว้หลวม ๆ นำใบหน้าไปซบกับบริเวณช่วงอกของเอิงเอย “แม่เอยมีอะไรเหรอ”“เรื่องเที่ยวนั่นแหละ ปะป๊าเขาให้แม่มาถามว่าตกลงอยากไปไหนหรือเปล่า หรือจะรอเจเจ๊กลับมาก่อน”“รอเจเจ๊อยู่แล้ว แต่เจเจ๊บอกว่าปราณกับปรางเลือกสถานที่รอเลย” ปราณพิศุทธ์เป็นคนเอ่ยตอบมารดาของตัวเอง “โอเคค่ะ งั้นหนูปรางกลับห้องกับแม่เลย ทำไมนะชอบมาอยู่กับ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ6

    ตอนพิเศษ 6“ม่ายยยยย ปาน ๆ ทำ แง” เสียงเด็กน้อยในวัยหนึ่งขวบร้องไห้ดังสนั่น เด็กน้อยผู้หญิงดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘คุณหนูปราง’ ลูกคนที่สองของเจ้าสัวปรัชกรณ์ “ปางทำ ๆ ปานไม่ได้ทำ” เด็กผู้ชายเองก็ไม่น้อยหน้ากันชี้หน้าแฝดตัวเองพร้อมกับกับบอกอีกคนต่างหากที่เป็นฝ่ายทำ “แฝด! ทะเลาะกันอีกแล้วเหรอ” เจเจ๊คนโตของบ้านรีบวิ่งมาดูน้องแฝดของตัวเองทันทีที่ได้ยินน้องสาวร้องไห้ พี่สาวในวัยสิบขวบกำลังกอดโอ๋น้องสาวก่อนที่จะหันไปหาน้องชายของตัวเอง หนูปริมยื่นไปหาน้องชายก่อนที่เด็กน้อยตรงหน้าจะยื่นมือมาจับกับมือของพี่สาว “ทะเลาะอะไรกันเนี่ย” เพียงแค่ได้ยินคำถามนั่นแฝดทั้งสองต่างก็ชี้ใส่หน้าอีกคนก่อนที่หนูปรางจะเบะเตรียมตัวจะร้องไห้อีกรอบหนึ่ง “เจเจ๊แค่ถาม ๆ ไม่ร้องไห้นะ เฮียปราณทำหนูปรางเหรอคะ” พี่คนโตเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ไม่ใช่การดุเลยสักนิด “ฮะ…เฮียไม่ได้ทำนะ!”“โอเค ๆ ไม่ได้ทำก็ไม่ได้ทำ” หนูปริมกอดปลอบน้องแฝดของตัวเอง “แล้วหนูปรางล่ะได้ทำเฮียปราณไหม”“ม่ะ…ไม่!”“ไม่ได้แกล้งกันเหรอเนี่ย… แล้วแฝดจะเสียงดังใส่กันทำไมล่ะ รู้เปล่าทุกคนตกใจกันหมดเลยนะ” เพียงแค่พี่สาวของตัวเองพูดแบบ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ5

    ตอนพิเศษ 5คุณหนูปริมเกาะกระจกแน่น ภายในห้องแห่งนั้นมีน้องแฝดของตัวเองนอนอยู่ ตัวเธอยกยิ้มดีใจก่อนที่จะหันไปมองที่พี่เลี้ยงของตัวเอง“พี่พลอย ๆ ดูน้องของหนูปริมสิ แฝดน่ารักจังเลย” “น้องชายกับน้องสาวของคุณหนูปริมน่าเกลียดน่าชังเหมือนหนูปริมเลยนะคะ”“เอ๋… น่าเกลียดน่าชังเหรอ?” คุณหนูปริมไม่เข้าใจในคำพูดของพลอย “มันเป็นคำโบราณค่ะ คนที่มีอายุมากมักจะอวยพรเด็กน้อยที่เพิ่งคลอดค่ะ” พลอยอธิบายให้กับคุณหนูของตัวเองได้ฟัง “อ๋อ… แบบนี้นี่เอง หนูปริมเข้าใจแล้วค่ะ”เพียงไม่นานนักเด็กน้อยหนูปริมก็เดินไปหาเอิงเอยที่ห้องพิเศษ พร้อมกับพี่เลี้ยงที่เดินตามหลังไม่ห่าง พลอยรับหน้าที่เคาะประตูห้องพิเศษอยู่สองสามครั้ง คนด้านในออกมาเปิดประตูซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็น ‘ปะป๊าลูกสาม’ นั่นเองตัวของปะป๊ายกยิ้มทันทีเมื่อเห็นลูกสาวคนโตของตัวเองยืนอยู่หน้าประตูห้อง “ไปหาน้องมาแล้วเหรอคะ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยถามขึ้นพร้อมกับยื่นมือไปด้านหน้าเพื่อที่จะให้ลูกสาวได้จับมือ“ไปหาน้องมาแล้วค่ะ แต่น้องกำลังหลับเลย”“ชอบน้องไหมคะ” ทั้งสองคนพ่อลูกเดินเข้าไปในห้องช้า ๆ ส่วนพลอยนั่นยืนอยู่ด้านนอกกับแทนคุณ ที่เพิ่งจะเดินม

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ4

    ตอนพิเศษ 4ณ ตอนนี้เอิงเอยกำลังตั้งครรภ์สู่เดือนที่เจ็ดแล้ว คนที่ตื่นเต้นที่สุดคงจะเป็นเจเจ๊ปริมแน่นอน ถามทุกวันทุกช่วงเวลาว่าน้องจะมาตอนไหน จะมาเมื่อไหร่เหรอ และยิ่งตื่นเต้นไปกว่านั้นอีก เพราะ… เอิงเอยได้ตั้งครรภ์ลูกแฝด เจ้าสัวปรัชกรณ์ตอนได้รับข่าวดีนี่นั้นดีใจมากนัก แต่กระนั้นก็ไม่ได้แสดงอาการอะไรมากมาย แต่เอิงเอยรับรู้ดีว่าอีกคนดีใจมากแน่ ๆ เพราะยิ้มไม่หุบนั่นแหละคืออาการดีใจของอีกคน“คุณเอยวันนี้อยากทานอะไรเป็นพิเศษไหมคะ” พลอยได้รับหน้าที่ให้เป็นคนดูแลเอิงเอยในช่วงนี้ “เอยยังไม่อยากได้อะไรเลย หนูปริมกลับกี่โมงเหรอพลอย” เอิงเอยเงยหน้าไปสบตากับพลอยเล็กน้อย ก่อนที่จะหันกลับไปสนใจที่หน้าจอโทรทัศน์เช่นเดิม วันนี้เจ้าสัวปรัชกรณ์มีคุยงานแต่เช้า ได้ก่อนที่จะออกเดินทางได้ปลุกภรรยาของตัวเองเพื่อบอกกล่าวเรียบร้อยแล้ว ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องปลุกเพราะเคยมีครั้งหนึ่งที่เจ้าสัวรีบไปคุยงานคนท้องอย่างเอิงเอยตื่นมาไม่เจอหน้าสามีก็ร้องห่มร้องไห้ใหญ่เลย จนต้องให้แม่บ้านรีบโทรหาเจ้าสัวปรัชกรณ์โดยด่วนเอิงเอยรู้สึกไม่ดีเล็กน้อยในวันนี้แทบจะไม่อยากคุยกับใครเลย แม้กระทั่งว่ากับเจ้าสัวปรัชกรณ์เองก็ตาม แต

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ3

    ตอนพิเศษ 3เอิงเอยตื่นเช้ามาพร้อมกับความหนักบริเวณช่วงเอวของตัวเอง แต่ทว่าตัวเธอกลับไม่ต้องเดาเสียให้ยุ่งยากว่าความหนักนี้มาจากอะไร เอิงเอยพลิกตะแคงข้างไปอีกฝั่งเผชิญหน้ากับอีกคนที่กำลังหลับใหลอยู่ ตัวเธอค่อย ๆ ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนที่จะถือวิสาสะเอื้อมมือไปลูบไล้ตามกรอบหน้าของอีกคน “อ๊ะ” เอิงเอยร้องเสียงหลงเพราะอยู่ดี ๆ อีกคนก็เอามือมาบีบบริเวณเอวเล็กของเธอเบา ๆ “เฮียปล่อยเอยเลยนะคะ อย่ามาบีบแบบนี้” “บีบนิดบีบหน่อยไม่ได้เลยหรือไง”“เอยเจ็บ… เมื่อคืนเอยเจ็บ” เสียงเอิงเอยบ่นออกมาเบา ๆ “ฉันขอโทษ” เจ้าสัวปรัชกรณ์เอ่ยขึ้นมาก่อนที่ขยับตัวลุกขึ้นและโน้มศีรษะไปใกล้กับหน้าผากของอีกคนก่อนที่จะจุ๊บลงเบา ๆ “เมื่อคืนฉันเอาแต่ใจไม่หน่อย ฉันขอโทษ”“เอยให้อภัยค่ะ”เอิงเอยยิ้มแย้มขึ้นมา ความจริงแล้วไม่ได้เจ็บขนาดนั้นหรอก เพียงแค่อยากแกล้งผู้เป็นสามีของตัวเองแค่นั้นเอง“ไปกันเถอะ”“เฮียยังไม่บอกเลยว่าวันนี้จะพาเอยไปไหน”“ไปเดท”“คะ…” เอิงเอยทำหน้าสงสัยใส่อีกคน “เฮียจะพาเอยไปเดทเนี่ยนะ?” เอิงเอยถามออกมาด้วยความตกใจ“ก็ใช่ ฉันจะพาเธอไปเดทแล้วมันทำไม”“ก็เฮีย.. รู้จักคำนี้ด้วยเหรอ อ๊ะโอ๊ยยย เฮียเอ

  • หลงกลรักเจ้าสัวปรัชกรณ์   ตอนพิเศษ2

    ตอนเพิเศษ 2ณ ตอนนี้ทั้งสามคนก็เดินทางมาถึงร้านอาหารเรียบร้อยแล้ว เหมือนเช่นเดิมเลยคุณหนูปริมและเอิงเอยใส่ชุดคู่กันอีกแล้ว แต่ทว่าในคราวนี้แปลกไปเพราะทางด้านของเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็ใส่ชุดเหมือนเช่นพวกเขา แต่ใช่ว่าจะใส่เหมือนกันซะแบบเป๊ะ ๆ เลย มีเพียงแค่สีชุดเหมือนกันเท่านั้นเอง เอิงเอยจับมือคุณหนูปริมเดินเข้าไปภายในร้านอาหาร ส่วนเจ้าสัวปรัชกรณ์ก็เดินตามหลังทั้งคู่ช้า ๆ คอยมองแผ่นหลังของทั้งสองคนเผลอแอบยิ้มตามไปบ้าง เพราะทั้งสองคนคือดวงใจของเขา“เฮียคะ เอยอยากไปเข้าห้องน้ำก่อน” เอิงเอยหันมาบอกกับสามีของตัวเอง ก่อนที่จะปล่อยมือของหนูปริม “งั้นเอยไปนะ”“เดี๋ยวให้คนไปเป็นเพื่อน”“เอยไปคนเดียวได้นะคะ”“ไม่ได้”จนสุดท้ายเองเอิงเอยก็พยักหน้ารับทราบทันที โดยคนที่จะไปเป็นเพื่อนเธอก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นบอดี้การ์ดประจำตัวของเธอเอง นั่นคือกานต์ “พี่กานต์ไปกันค่ะ” ณ ตอนนี้เจ้าสัวเริ่มที่จะไม่ค่อยชอบใจมากนักเวลาที่ภรรยาตัวเองเรียกบอดี้การ์ดว่า ‘พี่’ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะเอิงเอยมักจะบอกว่าเจ้าสัวไม่ยอมให้เอยสนิทกับใครเลยสินะ จนตัวเขาต้องยอมเองในที่สุดเพียงไม่นานนักเอิงเอยก็กลับเข้ามาภายในห้องอาหา

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status