Se connecterA episode 1
มังกร (ไม่) อ่อนโยน โดย Ginoichi 🎶🎶🎶🎶🎶 เสียงร้องเพลงขณะวิ่งของกลุ่มทหารใหม่ดังก้อง มาพร้อมกับเสียงน้ำหนักฝีเท้ากระทบกับพื้นถนนดังกึกๆ หากเป็นในยามปกติ แบม หรือบราลี คงรู้สึกสดชื่นคึกคัก จนต้องรีบลุกตาลีตาเหลือกออกไปสอดส่อง กล้ามอกขาวๆ เหมือนทุกที ต่างเพียงวันนี้ ใจมันอยากลุกแค่ไหน แต่ร่างกายมันคงไม่สู้ เนื่องด้วยเจ้าตัวเพิ่งจะได้งีบหลับไปไม่ถึงสองชั่วโมง ใบหน้าหวานบูดบึ้ง ไม่ต่างจากสภาพร่างกายที่ดูไม่ได้ ผมเฝ้ากระเซอะกระเซิง จน บอล หรือ บดินทร์ น้องชาย ที่รับอาสาเข้ามาเรียกถึงกับส่ายหัว "เวรกรรมใครน้อ จะได้ลูกขี้เมาของพ่อไปดูแลต่อ" เสียงทุ้ม เอ่ยไม่เบา จน จ่าประสิทธิ์ ที่เดินผ่านต้องผลุบตัวเข้ามาดู ชายสูงวัยเบ้หน้า ทันทีที่ผลุบเข้าห้อง "มันกินรึมันอาบมาวะ ตายๆ ถ้าแม่มึงมาเจอ เดี้ยวบ้านแตก ไปๆ ช่วยกันลากไอ้แบมขึ้นมา" จบประโยคคำสั่งจากคนเป็นพ่อ บอลรีบคว้าร่างพี่สาวหิ้วปีกร่องแร่ง เข้าห้องน้ำ ตามมาด้วยจ่าประสิทธิ์ ที่บ่นตามหลังมาไม่หยุด "ใครว่ามีลูกสาวโชคดี ไม่มีดื้อ ละเว้นกูใว้คนนึงเลย ไม่รู้มันไปแหกคอกไหนมาเกิด ถึงได้ผ่าเหล่าผ่ากอนัก" ปากก็ก่นด่า มือก็เขย่าเรียก หากแต่คนถูกปลุก กลับทำตัวเหมือนตายไปแล้วมากกว่า ชนิดที่ว่า คนปลุกไม่ท้อ คนถูกปลุกก็เอาแต่ทิ้ง จ่าประสิทธิ์ถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะใช้ไม้ตายสุดท้าย ที่เจ้าตัวนึกออกแม้จะไม่ชอบใจเท่าไรก็เถอะ "ถ้าเองไม่ลุกตอนนี้ ผู้กองคนดีของเอง ต้องกินข้าวโรงเลี้ยงนะ" ขาดคำที่เหมือนประกาศิต ร่างร่องแร่งราวคนไร้วิญญาณเมื่อครู่ ดีดผึ่งลุกขึ้นมาราวกับเป็นคนละคน บราลี โดดพรวด เข้าห้องน้ำด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่ไม่กี่นาทีต่อมา จักรยานคู่ใจ จะถูกถอยออกจากโรงจอดรถ จ่าประสิทธิ์มองตามถูกสาวพรางส่ายหัวอย่างระอา "พ่อมันเรียกไม่มีคะขา แต่ผู้ชายสบตาแข้งขามันอ่อน กรรมของกู มีลูกขี้เมา ที่ชอบตามเฝ้าผู้ชาย" "วันนี้ ทางมันโล่งแปลกๆไหมวะ" หมวด ศิระ เปรยขึ้นเบาๆ ก่อนจะเบนสายตาไปหา ผู้บังคับบัญชาหนุ่ม ที่วันนี้ ใบหน้าเรียบนิ่ง ถูกประดับใว้ด้วยหัวคิ้วหนาที่ขมวดมุ่นจนชิดบ่งบอกว่าเจ้าตัวอารมณ์ไม่สู้จะดีนัก "ก็เด็กผู้กองไม่ออกมารอไง แบมอ่ะ น้องแบม" นายทหารหนุ่มอีกคนเสริมทัพด้วยคำพูดทีเล่นทีจริง หากแต่คนที่หงุดหงิดเป็นทุนเดิม กลับไม่อยากจะเล่นด้วย ร่างสูงโปร่ง ลดฝีเท้าจากวิ่งเหยาะๆลงเป็นค่อยๆเดินในความเร็วปกติ เสียงขรึมตะโกนก้อง "ว่างกันนักใช่ไหม!" หมวดศิระสดุ้งเฮือก ร่างกายหดเกร็งอัตโนมัติ เตรียมพร้อมสำหรับคำสั่งต่อไปที่เขามั่นใจ ว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องดี "ผมถาม ว่าพวกคุณ ว่างกันนักใช่ไหม!" "ตอบ!" คราวนี้เสียงขรึมเพิ่มความเข้มอีกหนึ่งระดับ จนเหล่าทหารใหม่ ร้อนรนรีบขานรับ "ไม่ว่างครับ!" เสียงทุ้มตะโกนสอดประสานในขณะที่ท้าวยังคงวิ่งต่อไม่หยุด "แถวหยุด!" สิ้นคำสั่ง ฝ่าเท้าทั้งหลายหยุดกึก เป็นจังหว่ะเดียวกัน กับบราลี ที่ขี่จักรยานผ่านมา ร่างเล็กสวมเพียงเสื้อยืดรัดติ้ว กับกางเกงยีนส์ขาสั้นสีซีด อวดต้นขาขาวเนียน จนพลทหารหลายนายเผลอใจสั่น ดวงตากลมโตกวาดมองข้างทางจนทั่วเมื่อพบกับเป้าหมายที่ตามหา มือเรียวเล็กก็กำแฮนด์จักยานจนแน่น เอี๊ยดด! เสียงล้อจักยานบดถนนจนได้กลิ่นยางใหม้ลอยมาจางๆ ผู้กองชวินเหลือบตาขึ้นมอง เมื่อเห็นว่าเป็นใคร ใบหน้าหล่อร้ายก็เริ่มชักสีหน้าหงุดหงิด บราลี เทียบจอดจักรยานจนเรียบร้อย มือคู่เล็กจึงฉวยคว้าเอาตระกล้าขนาดกลางวิ่งหน้าตั้งเข้าไปยังกลุ่มเป้าหมาย ด้วยรอยยิ้มหวาน "โน้น มาแล้ว พูดยังไม่ทันขาดคำ" หมวดศิระ ขยิบตายิบๆ ให้เหล่าทหารไหม ไม่ได้สนใจคนที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้างๆเลยสักนิด เป็นผู้กองอคินณ์เสียอีก ที่ทนฟังคำล้อเลียนไม่ไหว จนต้องขยับกายออกห่าง "ผู้กองใจร้ายอ่ะ ผ่านบ้านแบมมา ไม่เรียกแบมสักคำ" ใบหน้าหวานย่นยู่ ขณะเดียวกันก็สะบัดตัว ดุ้กดิ้ก สื่อให้อีกฝ่ายรู้ ' ว่าเธองอนอยู่ งอนมากนะ แล้วก็..อยากให้เขาง้อด้วย' "ไปไกลๆไปคนยิ่งร้อนๆอยู่" เพล้ง! ไม่ใช่กระจกที่ไหนแตก ไม่ใช่รถที่ไหนชน หน้าค่ะ หน้าฉันเอง แตกละเอียด แตกจนป่นปี้ "ผู้กองอ่ะ แบมงอนแล้ว เอ้า! เอาไปเลย" มือขาวนุ่มยัดตระกล้าใส่มือหนาก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกไปตามประสาคนถูกตามใจจนชิน ผู้กองอคินณ์ มองตามหลังคนที่เดินสะบัดก้นออกไปนิ่งๆ ไม่กี่นาที ก่อนจะหลุบตาลงมองตระกล้าในมือ ถึงแม้ว่าเขาจะรำคารเธอมากแค่ไหนเขาก็ไม่เคยใจร้ายทิ้งตะกล้าเธอลงสักที เพราะแบบนี้แหละมั้ง เด็กนั้นถึงวอแวเขาไม่เลิกหัวคิ้วหนาขมวดมุ่น ก่อนจะเดินกลับไปรวมกลุ่มกับเหล่าทหารที่รออยู่ "แหม ผู้กอง ข้าวน้ำไม่ขาดเลยนะครับ คราวนี้น้องแบมคนสวย ทำอะไรมาบูชาผู้กองครับ" หมวดศิระ แซวเสียงดัง ตามมาด้วยเสียงวิ้ดวิ้วเกรียวกราว ผู้กอง อคินณ์เลิกคิ้ว ก่อนจะตอบเสียงทุ้ม "ไม่รู้ " "เอาอะไรมาให้ ก็กินอันนั้น" "ปกติก็ไม่ใช่คนเลือกกิน" คนพูดน้อย เอ่ยออกมาราบเรียบ ไม่มีความรู้สึกพิเศษแฝงอยู่ในคำพูดนั้น จนเหล่าคนที่รอลุ้นคำตอบ เซ็งเป็นแถบๆ "โถ่! ผู้กอง ลองแกล้งๆหน่อย แกล้งสนใจหน่อย สวยที่สุดในค่ายเลยนะนั่น" หมวดศิระ ยังอวยซ้ำ ราวบุคคลที่กล่าวถึงติดสินบนเขาใว้ไม่น้อย "ก็อวยเกิน" "ทำไม อยากกินข้าวฟรีเหมือนกู?" คราวนี้เสียงขรึมดูเข้มขึ้น หากแต่หน้าตาคนพูดกลับไม่ได้จริงจังขนาดนั้น "ได้ก็ดีสิครับ ถ้าน้องแบมเปลี่ยนใจเซมาซบอกผมเมื่อไร ผมจะถวายให้หมดหน้าตัก" "มีบ้านขายบ้าน มีรถขายรถ ขายจนหมดให้น้องแบมคนเดียวเลยครับ!" หมวดศิระพูดจบก็ตบอกปึกๆ! ด้วยความฮึกเหิม ใบหน้าหล่อร้ายยกยิ้มมุมปาก เขารู้ดีอยู่กว่าใคร ว่าแบม หรือบราลี ที่อีกฝ่ายพูดถึง ไม่มีทางเปลี่ยนใจไปหาชายอื่น นอกจาก...เขา ช่วงเที่ยงของวันเดียวกัน ร่างเล็กสาระวนตักอาหารให้เหล่าทหารด้วยความคล่องแคล่ว บ้านของเธอนั้นนอกจากจะประกอบธุรกิจผูกขาดเป็นร้านชำร้านเดียวในค่าย แล้วยังพ่วงท้าย ด้วยแม่ครัวโรงเลี้ยง หน้าที่ประจำวันของเธอตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อสาวจนบัดนี้อายุเหยียบย่างเข้า22ปี จึงหนีไม่พ้น คนตักอาหารดีเด่น ดวงตากลมโตกวาดมองหา บุคคลที่เธอหลงนักหลงหนา จนคอแทบจะยาวเท่ายีราฟ นานเข้าเมื่อไม่เห็นเขาเข้ามาสักที ใบหน้าสวยก็เริ่มย่นยู่ "ก็เก็บอาการหน่อย เข้ารู้กันเป็นสิบเป็นร้อยซอยแล้วว่าชอบ" บอลบ่นพี่สาวพึมพำ ก่อนที่จะถูกคนสวยชักสีหน้าใส่ "ไม่ช่วยหา ก็อย่ามาพูด " "คนยิ่งหงุดหงิดอยู่ ตักเข้าไปข้าวหน่ะ" ปากก็บ่นน้อง ตาก็มองหา จนได้สบสายตากับร่างสูงโปร่ง ที่เดินเข้ามาใหม่ ใบหน้าหวานคลี่ยิ้ม กว้าง "ระริกระรี้ ยิ่งกว่าปลากระดี่ได้น้ำ แบบผู้กอง เขาไม่ชอบคนแรดแบบพี่หลอก โน่น เขามากับครูขวัญโน่น" บราลี หุบยิ้มทันทีที่ฟังจบประโยค เธอมัวแต่มองเขา จนไม่ทันได้มองดีๆ กว่าหลังแผ่นหลังกว้างนั่นมีใครอีกคนตามมา 'เพียงขวัญ ครูประจำศูนย์เด็กเล็กในค่าย คนที่ไม่ได้ด้อยกว่าเธอสักอย่าง เผลอ ภาษีอาจจะดีมากกว่าเธอด้วยซ้ำ'A episode 17eb โดย Ginoichi"ข้าวไหมผู้กอง?"หมวดศิระ ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่ชวนเขามากินข้าวยังคงนั่งนิ่ง ซ้ำยังกอดอกทำหน้าถมึงทึง ไม่มีท่าทีว่าจะลุกไปไหน"หมวดจะกินอะไรก็กิน ผมขอนั่งสักหน่อย!"น้ำเสียงขรึมเจือไปด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ทำเอาหมวดศิระต้องขมวดคิ้ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบซักถาม จึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาแม่ค้าสาวตรงหน้าแบบที่เคยทำ"เหลืออะไรบ้างครับ"หมวดศิระ ถามเสียงเรียบ "ตอนนี้ข้าวหมดแล้วค่ะ ถ้าหมวดจะเอาเป็นขนมจีนแทนก็ได้ค่ะ กับข้าวมีแกงเขียวหวานไก่ กับเเพนงเนื้อ""งั้นเอาเขียวหวานหนึ่ง แพนงหนึ่งครับ "บราลีพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบจัดอาหารให้ตามคำขอ เพียงชั่วครู่ถาดอาหาร2ถาดก็ถูกยื่นออกไปให้ชายตรงหน้าและนั่น ทำให้หมวดศิระต้องขมวดคิ้วซ้ำอีกรอบ นายทหารหนุ่ม เบนสายตาไปหาผู้บังคับบัญชาที แม่ค้าสาวตรงหน้าทีด้วยความแปลกใจ'แปลก...มันแปลกไปหมด''ไม่ได้คิดไปเองแน่ มันต้องมีอะไร'หมวดศิระคิดในใจพรางคว้าเอาถาดอาหารเดินดุ่มๆกลับมาที่โต้ะ เมื่อมาถึง จากตัวเขาเองบ่นมาทั้งทางว่าหิวนักหิวหนา เมื่อเจอสถานการณ์ต
A episode 16eb โดย Ginoichiเหมือนทุกที หากแต่วันนี้มันต่างออกไป จ่าประสิทธิ์ที่เคยมือเท้าไว วันนี้กลับประสาทไม่สั่งงานเสียอย่างนั้น มือหนาตบลงบนไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะคว้าบุหรี่ ที่นานๆทีจะหยิบยกมันออกมาสูบ และแน่นอน คนบ้านนี้รู้กันดี ว่าจ่าประสิทธิ์คนนี้ จะใช้มันยามที่เครียดจริงๆเท่านั้นเด็กหนุ่ม หน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากจะพูดมานานให้คนเป็นพ่อได้รับรู้ แม้มันอาจจะไม่ถูกใจผู้เป็นพี่เลยสักนิด"ว่ากันตามจริง...บอลก็แอบดีใจ ที่เจ้ กับผู้กองทะเลาะกันแบบนี้""ดีกว่าเห็นเจ้ไปไล่ตามเขา"จ่าประสิทธิ์ เหลือบมองหน้าลูกชายชั่วครู่ แม้จะไม่มีคำพูดไดๆหลุดจากปาก แต่ทว่าสีหน้าแววตาของพ่อ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองลูกชายเลยสักนิด จ่าประสิทธิ์ ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ชั่งใจอยู่นาน จนเมื่อเห็นสมควร ร่างอ้วนท้วนจึงเดินตรงออกไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง มือหนาแตะลงกลางลาดไหล่ของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับเอ่ยออกมาแผ่วเบา"ลูกเอ๋ย ใช่ว่าจะรักเขาไม่ได้ ลูกยังรักเขาได้เช่นเดิม เพียงแต่ลูกอย่าลืมไป ว
A episode 15eb โดย Ginoichi"คุณนิ่งแบบนี้...ผมทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน...หรือผมทำอะไร ให้คุณไม่พอใจอีก"ดูเอาเถอะ คนพูดน้อยวันนี้ กลับขยันพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เล่นเอาบราลีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก'เธอจะกล้าพูดมันออกไปได้อย่างไร..ว่าเธอหึงเขา หึงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน'"ปะ..ปล่าว...แบมปล่าว""ถ้าผู้กองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..แบมขอตัวก่อนแล้วกัน"ร่างเล็กกล่าวจบก็หันหลังไม่รีรอเอาคำตอบ ผู้กองอคินณ์ในวันนี้กลายเป็นของร้อนสำหรับเธอ เลี่ยงได้เธอต้องเลี่ยง หลบได้ต้องหลบก่อนการกระทำเช่นนั้นของบราลีเล่นเอาคนที่เพิ่งกระทำการอุกอาจถึงกับแสดงสีหน้าฉงน"เธอพูดว่าไม่มีอะไรพิเศษ...ทั้งที่เราเพิ่งจะจูบกัน""แบม..."ขาเรียวสั่นระริก หยุดก้าวแบบอัตโนมัติ ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่อยากหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ"แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ตั้งใจ""แบมจะไม่เก็บมาคิดมาก""แบมจะไม่เก็บมาพูดในคราวหลังแน่นอนค่ะ"เสียงหวานหม่นลง ตั้งใจจะสาวเท้าเดินต่อ เพียงแต่ช้ากว่าคนข้างหลัง ที่ก้าวยาวๆเพียงสองก้าวมาดักหน้าเธอใ
A episode 14eb โดย Ginoichi"บอล ขอโทษนะเจ้ แต่บอลก็ต้องเอาตัวรอด""ได้เงินมาตั้งสองร้อย ลาภปากไอ้บอลจริงๆ"บดินทร์ ยิ้มร่า พรางยกเงินมาจูบเสียยกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพียงแค่ถอยมานั่งหน้าบ้าน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สอดส่อง ไม่ให้คนเข้าไปทำให้การใหญ่ ข้างในร้าน ที่ผู้กองกำลังจะทำมันเสีย บดินทร์ถือคติที่ว่า'รับเงินเขามา ต้องทำงานให้คุ้ม'ทางด้านบราลี ที่นั่งอยู่นาน จนงานตรงหน้าเสร็จ ร่างเพรียวระหงษ์ ลุกขึ้นช้าๆ ทันทีที่จะก้าวไปข้างหน้า ร่างเล็กกับถูกรั้งกลับเข้าไปหาคนที่เฝ้าดูเธออยู่ก่อนแล้วใบหน้าหวานชนประทะเข้ากับหน้าอกแกร่งในทันที แม้จะเจ็บไม่มาก แต่ความน้อยใจ ที่มีอยู่ก่อน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งความโมโหได้ชั้นดีเชียว"ปล่อยแบม!""อย่ามาจับ"น้ำเสียง ที่เเข็งกร้าว มาพร้อมกับแรงขัดขืนที่ไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับแรงชายชาติทหาร แบบเขา ดูทีรึ ว่าเธอจะสู้ได้"ขู่เหมือนแมว""แต่แรงเท่ามด"เสียงขรึมเอ่ยไม่จริงจัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จนร่างเล็กของคนตรงหน้าเซถลาเข้ามาอิงซบเขาทั้งร่าง
A episode 13ep โดย Ginoichiเพียงขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำและมันนับเป็นครั้งแรกที่ผู้กองอคินณ์ รู้สึกขนลุกชันไปแทบทั้งตัวตั้งแต่เกิดเป็นชาย เขาเคยได้ยินแต่สุภาษิตไทยที่ว่า 'มารยาแห่งหญิง มีห้าร้อยเล่มเกวียน 'เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตัวเองชัดๆก็วันนี้"คุณขวัญ คงเข้าใจความหมายของคำว่าใจร้ายผิดไป""เชื่อผมเถอะครับ...คุณไม่อยากรู้หลอก ว่าไอ้ที่เรียกว่าใจร้ายจริงๆเป็นยังไง""หากยังพอจะเดินได้ ก็เดินเลี่ยงไปพักข้างหน้าก่อนเถอะครับ หรือหากว่ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมจะกรุณาเรียกหน่วยแพทย์ทหารมาให้""และแน่นอน..ถ้าพวกเขามา คุณจะรู้ความหมายของคำว่าใจร้ายจริงๆ อย่างดีเชียว"คำพูดราบเรียบที่แฝงไปด้วยความกดดันอยู่ในที ทำเอาคนแกล้งป่วย เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ครูสาวก็ยังคงควบคุมกิริยา ใบหน้าหวาน คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆคลายมีออกจากลำแขนแกร่งช้าๆ "มีหลายคนเคยบอกขวัญว่าผู้กองปากร้าย ขวัญไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง"เมื่อรออยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้
A episode 12 ep โดย Ginoichiเมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก'ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ 'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!'ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม"มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?"มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ"ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร""แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก"เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่







