Se connecterA episode 15eb
โดย Ginoichi "คุณนิ่งแบบนี้...ผมทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน...หรือผมทำอะไร ให้คุณไม่พอใจอีก" ดูเอาเถอะ คนพูดน้อยวันนี้ กลับขยันพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เล่นเอาบราลีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก 'เธอจะกล้าพูดมันออกไปได้อย่างไร..ว่าเธอหึงเขา หึงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน' "ปะ..ปล่าว...แบมปล่าว" "ถ้าผู้กองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..แบมขอตัวก่อนแล้วกัน" ร่างเล็กกล่าวจบก็หันหลังไม่รีรอเอาคำตอบ ผู้กองอคินณ์ในวันนี้กลายเป็นของร้อนสำหรับเธอ เลี่ยงได้เธอต้องเลี่ยง หลบได้ต้องหลบก่อน การกระทำเช่นนั้นของบราลีเล่นเอาคนที่เพิ่งกระทำการอุกอาจถึงกับแสดงสีหน้าฉงน "เธอพูดว่าไม่มีอะไรพิเศษ...ทั้งที่เราเพิ่งจะจูบกัน" "แบม..." ขาเรียวสั่นระริก หยุดก้าวแบบอัตโนมัติ ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่อยากหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ "แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ตั้งใจ" "แบมจะไม่เก็บมาคิดมาก" "แบมจะไม่เก็บมาพูดในคราวหลังแน่นอนค่ะ" เสียงหวานหม่นลง ตั้งใจจะสาวเท้าเดินต่อ เพียงแต่ช้ากว่าคนข้างหลัง ที่ก้าวยาวๆเพียงสองก้าวมาดักหน้าเธอใว้ ลมหายใจที่อุ่นร้อน จากคนด้านบน ผสานกับความรู้สึกบางอย่าง ที่บราลี สำผัสได้จากตัวเขา ทำเอาเธอขนลุกเกรียว บางอย่างกำลังร้องเตือนเธอว่า 'อันตราย' ร่างเล็กผละออกหมายใจจะเลี่ยงหนี แต่ก็ช้าไป ผู้กองหนุ่ม คว้าเอาเธอขึ้นพาดบ่า เขาเดินดุ่มๆ เข้าไปยังห้องพักชั้นล่าง ที่จำได้ดี ว่าเคยเห็นเธอเดินเข้าๆออกๆจากห้องนี้อยู่หลายครั้ง ความหงุดหงิดจากคนที่ถูกเขาแบกประเดประดัง จนคนที่เคยมีสติยั้งคิดมากกว่าใครหูดับ สมองราวกับถูกแช่เเข็ง 'ใช่แล้ว..ใช้คำนี้ไม่ผิดเลย' 'ในหัวเขาตอนนี้ขาวโพลนไปหมด....ตอนนี้ที่คิดได้มีเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือทำอย่างไร ให้บราลี กลับมาปฏิบัติตัวกับเขาเฉกเช่นเธอคนเดิม ไม่หมางเมินเหินห่างกันแบบนี้' 'เขาผิดใช่สิ..เขายอมรับ' 'แต่ก็เป็นเขาที่ง้อเธอก่อน' 'ไม่สิ...เขาจูบเธอด้วยซ้ำ' อารามแรกเขานึกว่าเธอจะตื่นเต้นดีใจ ที่ไหนได้ นอกจากเจ้าตัวจะนิ่ง ซ้ำยังออกปากให้เขาลืมเลือนมันเสียได้...เขาไม่เข้าใจเลยจริงๆ 'ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด!' ฝ่าเท้าหนา เตะเข้าไปที่ประตูไม้เบาๆ มันก็เปิดออกอย่างง่ายดาย ถึงแม้ร่างเล็กที่ถูกเขาอุ้ม จะแสดงอาการขัดขืนเขาพร้อมกับร้องทักท้วงไม่หยุด ก็ไม่อาจจะรั้งสติที่ไกล้มืดบอดเต็มทีของเขาได้ บราลีหน้าซีดตัวสั่น ทันที ที่เขาทุ่มเธอลงเตียง 'ใช้คำว่าทุ่มไม่ผิดเลยสักนิด ร่างเล็กตัวงอด้วยความจุก แต่ถึงอย่างนั้น คนถูกโยนก็ไม่ปริปากส่งเสียงร้องออกมาสักแอะ ยิ่งไปกว่านั้น แม่สาวเคยใจกล้ายังแสดงท่าทีลนลานเขยิบกายหนีไปเสียจนสุดขอบเตียง ราวกับรังเกียจเดียดฉันท์เขาเสียเต็มประดา' ท่าทางที่เธอกระทำ ยิ่งสร้างความว้าวุ่นในใจของเขาเป็นเท่าตัว ผู้กองอคินณ์ยีหัวด้วยความหงุดหงิด นับตั้งแต่ก้าวเท้าเข้าห้องของเธอมา เขาไม่มีเวลาจะมองสำรวจความเป็นอยู่รอบตัวเลยด้วยซ้ำ ตาของเขามันมองแค่เธอ แค่เธอนั่นแหละ 'จะให้ยอมรับออกมาเลยตรงนี้เลยก็ได้ ว่าตัวเขาเองไม่รู้ว่าควรปฏิบัติตัวเช่นไร กับสถานการณ์ที่แสนจะครุมเครือนี้ เขาไม่รู้ และยิ่งไม่เคยคิดมาก่อนว่าต้องรู้' "แบม" "มาคุยกันดีๆ" ผู้กองหนุ่มข่มใจเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ ขณะเดียวกันบราลีที่ถูกเขากล่าวถึงกลับมีท่าทีเรียบนิ่ง ไม่เหมือนกับเธอคนเดิมเลยสักนิด "แบม...." "แบมเข้าใจแล้ว" "แบมเห็นทุกอย่างหมดแล้ว" "ที่ผ่านมา...ใช่ว่าแบมไม่รู้...ว่าผู้กองคิดยังไงกับแบม" บราลี กลืนก้อนแข็งลงคอด้วยความยากรำบาก แววตาที่เคยขี้เล่นซุกซนบัดนี้เศร้าสร้อย เหมือนเด็กน้อยหลงทางไม่มีผิด "เข้าใจ....เข้าใจว่าอะไร" หัวคิ้วหนาชนกันจนยุ่งเหยิง ขณะเดียวกัน ในใจที่เคยนิ่งสงบอยู่ดีๆกลับวูบโหวงขึ้นมาจนเกิดความรู้สึกเจ็บแปลบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 'เขากำลังกลัว' 'กลัวสิ่งที่กำลังจะหลุดออกมาจากปากเธอ' บราลีสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่ ใบหน้างามช้อนขึ้นมองสบตาผู้กองหนุ่ม มันหน้าแปลกตรงที่ครั้งนี้เธอไม่เขินอายยามมองหน้าเขา ไม่มีสักเสี้ยวความรู้สึก ที่เคยตื่นเต้นดีใจยามได้พบหน้า คล้ายกับว่าในความรู้สึกนึกคิดของเธอมันตกตะกอนจนถ้วนถี่ ตลอดเวลาหลายปีที่เธอตามวอแวเขา จะว่านาน...มันก็นาน นับเป็นเวลาไม่น้อยเลย ในหัวเธอในตอนนี้มีเพียงหนึ่งประโยคที่ผุดออกมาให้เห็นจนเด่นชัด คำว่า 'หากมันจะใช่...มันคงใช่ตั้งนานแล้ว' "แบม.....แบมขอโทษที่เข้าไปวุ่นวายกับชีวิตของผู้กอง" "พอมาคิดดูดีๆแล้ว ถ้าแบมไม่ดิ้นรนจะไปเจอหน้า ก็ไม่มีทีท่าว่าผู้กองจะผ่านมาให้แบมเห็นแม้แต่ปลายเส้นผมด้วยซ้ำ" "แบมว่าแบมควรพอ" "ควรพอจริงๆ" แม้น้ำเสียงหวานนุ่ม แต่ละประโยคที่เธอพูดนั้นกับบาดลึก จนคนที่ตัวโตกว่าแบบเขา แทบจะซวนเซ ผู้กองอคินณ์หูอื้อตาลาย คล้ายกับสติหลุดไปชั่วขณะหนึ่ง ไม่มีประโยคไหนหลุดออกมาจากปากเขา มีเพียงสองเท้าที่ก้าวออกเดินออกมา อย่างคนเลื่อนลอย กว่าจะรู้ตัวอีกที สองเท้านี้ก็พาเขาออกมาไกลแล้ว 'ไกลจากห้องเธอ' 'จากบ้านเธอ' 'และ..ใจของเธอ' ประตูสีมอซอถูกเปิดออกเบาๆ เขาก้าวเข้าบ้านมาอย่างคนคิดไม่ตก สร้างความฉงนใจให้เจ้าแมวอ้วน ที่มีใครบางคนมาฝากใว้ และยังให้คำมั่นจะจะเลี้ยงมันกับเขาตลอดไป "ฮึ! ตลอดไปกับผีสิ!" ผู้กองอคินณ์เเค่นหัวเราะ พรางเทอาหารใส่ถาดให้แมวเจ้าปัญหาเหมือนเช่นเคย อาจจะมีบางครั้งที่เขาอยากจะง้างขาเตะมันนัก แต่เมื่อนึกถึงเจ้าของมันก็ทำไม่ลง อย่าว่าแต่เตะมันเลย ดุมันสักที เขายังไม่เคยทำด้วยซ้ำ ย้อนว่ากลัวมันน้อยใจเเล้วเก็บผ้าหนีไปกับเจ้าของ! " อุส่าห์ไม่ทุบไม่ตี ขนาดเจ้าของเองพูดไม่เข้าที ข้ายังไม่ตีเองเลย" "เหมียววว" เจ้าเเมวจุ้มเหม่งคำรามเบาๆ มันไม่แตะอาหารเลยสักนิด แต่กับพาร่างกลมปุ๊ก เยื้องย่างขึ้นไปนั่งบนตักแกร่ง ราวกับว่ามันรับรู้ความรู้สึกที่แปลกไปของผู้เป็นนายได้ หัวกลมๆที่อุดมไปด้วยขนนุ่มฟูถูไถลงที่แขนผู้กองหนุ่มเบาๆ จนคนที่เคยออกปากลั่นวาจาว่าจะไม่เลี้ยง ยังนึกเอ็นดูมัน "อย่ามาสอพลอ" "ต่อไปก็ทำตัวดีๆ ไม่ช้าก็เร็ว แม่แกคงมารับ" "แม่แก เขาไม่อยากมาที่นี่อีกแล้ว" เสียงขรึมเอ่ยขึ้นแผ่วเบา คล้ายกับตกอยู่ในภวังค์ ไม่ต่างจากบราลี ที่นั่งเศร้าซึม จนบดินทร์ที่เพิ่งกับเข้ามาเห็น ยังแอบถอนหายใจทิ้งไปหลายรอบ "พี่เอ็ง มันเป็นอะไรอีก" จ่าประสิทธิ์ถามลูกชายคนเล็ก ขณะเดียวกันดวงตาที่อ่อนล้าลงตามวัยก็จับจ้องไปที่ลูกสาวคนโตด้วยความอ่อนโยน "ทะเลาะกันกับผู้กอง" "อย่าถามบอลนะว่าทะเลาะอะไร บอลไม่รู้ ถ้าจ่าอยากรู้ เรียนเชิญเดินต่อไปอีกสามเก้า แล้วเลี้ยวขวา ถามคนตรงหน้าเอา" บดินทร์ ตอบกลับติดตลก หวังจะกู้สถานการณ์ตรงหน้าให้ครื้นเครงA episode 17eb โดย Ginoichi"ข้าวไหมผู้กอง?"หมวดศิระ ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่ชวนเขามากินข้าวยังคงนั่งนิ่ง ซ้ำยังกอดอกทำหน้าถมึงทึง ไม่มีท่าทีว่าจะลุกไปไหน"หมวดจะกินอะไรก็กิน ผมขอนั่งสักหน่อย!"น้ำเสียงขรึมเจือไปด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ทำเอาหมวดศิระต้องขมวดคิ้ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบซักถาม จึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาแม่ค้าสาวตรงหน้าแบบที่เคยทำ"เหลืออะไรบ้างครับ"หมวดศิระ ถามเสียงเรียบ "ตอนนี้ข้าวหมดแล้วค่ะ ถ้าหมวดจะเอาเป็นขนมจีนแทนก็ได้ค่ะ กับข้าวมีแกงเขียวหวานไก่ กับเเพนงเนื้อ""งั้นเอาเขียวหวานหนึ่ง แพนงหนึ่งครับ "บราลีพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบจัดอาหารให้ตามคำขอ เพียงชั่วครู่ถาดอาหาร2ถาดก็ถูกยื่นออกไปให้ชายตรงหน้าและนั่น ทำให้หมวดศิระต้องขมวดคิ้วซ้ำอีกรอบ นายทหารหนุ่ม เบนสายตาไปหาผู้บังคับบัญชาที แม่ค้าสาวตรงหน้าทีด้วยความแปลกใจ'แปลก...มันแปลกไปหมด''ไม่ได้คิดไปเองแน่ มันต้องมีอะไร'หมวดศิระคิดในใจพรางคว้าเอาถาดอาหารเดินดุ่มๆกลับมาที่โต้ะ เมื่อมาถึง จากตัวเขาเองบ่นมาทั้งทางว่าหิวนักหิวหนา เมื่อเจอสถานการณ์ต
A episode 16eb โดย Ginoichiเหมือนทุกที หากแต่วันนี้มันต่างออกไป จ่าประสิทธิ์ที่เคยมือเท้าไว วันนี้กลับประสาทไม่สั่งงานเสียอย่างนั้น มือหนาตบลงบนไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะคว้าบุหรี่ ที่นานๆทีจะหยิบยกมันออกมาสูบ และแน่นอน คนบ้านนี้รู้กันดี ว่าจ่าประสิทธิ์คนนี้ จะใช้มันยามที่เครียดจริงๆเท่านั้นเด็กหนุ่ม หน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากจะพูดมานานให้คนเป็นพ่อได้รับรู้ แม้มันอาจจะไม่ถูกใจผู้เป็นพี่เลยสักนิด"ว่ากันตามจริง...บอลก็แอบดีใจ ที่เจ้ กับผู้กองทะเลาะกันแบบนี้""ดีกว่าเห็นเจ้ไปไล่ตามเขา"จ่าประสิทธิ์ เหลือบมองหน้าลูกชายชั่วครู่ แม้จะไม่มีคำพูดไดๆหลุดจากปาก แต่ทว่าสีหน้าแววตาของพ่อ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองลูกชายเลยสักนิด จ่าประสิทธิ์ ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ชั่งใจอยู่นาน จนเมื่อเห็นสมควร ร่างอ้วนท้วนจึงเดินตรงออกไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง มือหนาแตะลงกลางลาดไหล่ของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับเอ่ยออกมาแผ่วเบา"ลูกเอ๋ย ใช่ว่าจะรักเขาไม่ได้ ลูกยังรักเขาได้เช่นเดิม เพียงแต่ลูกอย่าลืมไป ว
A episode 15eb โดย Ginoichi"คุณนิ่งแบบนี้...ผมทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน...หรือผมทำอะไร ให้คุณไม่พอใจอีก"ดูเอาเถอะ คนพูดน้อยวันนี้ กลับขยันพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เล่นเอาบราลีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก'เธอจะกล้าพูดมันออกไปได้อย่างไร..ว่าเธอหึงเขา หึงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน'"ปะ..ปล่าว...แบมปล่าว""ถ้าผู้กองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..แบมขอตัวก่อนแล้วกัน"ร่างเล็กกล่าวจบก็หันหลังไม่รีรอเอาคำตอบ ผู้กองอคินณ์ในวันนี้กลายเป็นของร้อนสำหรับเธอ เลี่ยงได้เธอต้องเลี่ยง หลบได้ต้องหลบก่อนการกระทำเช่นนั้นของบราลีเล่นเอาคนที่เพิ่งกระทำการอุกอาจถึงกับแสดงสีหน้าฉงน"เธอพูดว่าไม่มีอะไรพิเศษ...ทั้งที่เราเพิ่งจะจูบกัน""แบม..."ขาเรียวสั่นระริก หยุดก้าวแบบอัตโนมัติ ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่อยากหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ"แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ตั้งใจ""แบมจะไม่เก็บมาคิดมาก""แบมจะไม่เก็บมาพูดในคราวหลังแน่นอนค่ะ"เสียงหวานหม่นลง ตั้งใจจะสาวเท้าเดินต่อ เพียงแต่ช้ากว่าคนข้างหลัง ที่ก้าวยาวๆเพียงสองก้าวมาดักหน้าเธอใ
A episode 14eb โดย Ginoichi"บอล ขอโทษนะเจ้ แต่บอลก็ต้องเอาตัวรอด""ได้เงินมาตั้งสองร้อย ลาภปากไอ้บอลจริงๆ"บดินทร์ ยิ้มร่า พรางยกเงินมาจูบเสียยกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพียงแค่ถอยมานั่งหน้าบ้าน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สอดส่อง ไม่ให้คนเข้าไปทำให้การใหญ่ ข้างในร้าน ที่ผู้กองกำลังจะทำมันเสีย บดินทร์ถือคติที่ว่า'รับเงินเขามา ต้องทำงานให้คุ้ม'ทางด้านบราลี ที่นั่งอยู่นาน จนงานตรงหน้าเสร็จ ร่างเพรียวระหงษ์ ลุกขึ้นช้าๆ ทันทีที่จะก้าวไปข้างหน้า ร่างเล็กกับถูกรั้งกลับเข้าไปหาคนที่เฝ้าดูเธออยู่ก่อนแล้วใบหน้าหวานชนประทะเข้ากับหน้าอกแกร่งในทันที แม้จะเจ็บไม่มาก แต่ความน้อยใจ ที่มีอยู่ก่อน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งความโมโหได้ชั้นดีเชียว"ปล่อยแบม!""อย่ามาจับ"น้ำเสียง ที่เเข็งกร้าว มาพร้อมกับแรงขัดขืนที่ไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับแรงชายชาติทหาร แบบเขา ดูทีรึ ว่าเธอจะสู้ได้"ขู่เหมือนแมว""แต่แรงเท่ามด"เสียงขรึมเอ่ยไม่จริงจัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จนร่างเล็กของคนตรงหน้าเซถลาเข้ามาอิงซบเขาทั้งร่าง
A episode 13ep โดย Ginoichiเพียงขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำและมันนับเป็นครั้งแรกที่ผู้กองอคินณ์ รู้สึกขนลุกชันไปแทบทั้งตัวตั้งแต่เกิดเป็นชาย เขาเคยได้ยินแต่สุภาษิตไทยที่ว่า 'มารยาแห่งหญิง มีห้าร้อยเล่มเกวียน 'เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตัวเองชัดๆก็วันนี้"คุณขวัญ คงเข้าใจความหมายของคำว่าใจร้ายผิดไป""เชื่อผมเถอะครับ...คุณไม่อยากรู้หลอก ว่าไอ้ที่เรียกว่าใจร้ายจริงๆเป็นยังไง""หากยังพอจะเดินได้ ก็เดินเลี่ยงไปพักข้างหน้าก่อนเถอะครับ หรือหากว่ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมจะกรุณาเรียกหน่วยแพทย์ทหารมาให้""และแน่นอน..ถ้าพวกเขามา คุณจะรู้ความหมายของคำว่าใจร้ายจริงๆ อย่างดีเชียว"คำพูดราบเรียบที่แฝงไปด้วยความกดดันอยู่ในที ทำเอาคนแกล้งป่วย เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ครูสาวก็ยังคงควบคุมกิริยา ใบหน้าหวาน คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆคลายมีออกจากลำแขนแกร่งช้าๆ "มีหลายคนเคยบอกขวัญว่าผู้กองปากร้าย ขวัญไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง"เมื่อรออยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้
A episode 12 ep โดย Ginoichiเมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก'ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ 'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!'ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม"มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?"มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ"ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร""แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก"เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่







