로그인A episode 12 ep
โดย Ginoichi เมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม 'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก' ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ 'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!' ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม "มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?" มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ "ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร" "แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก" เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่ได้ต่อประโยคให้มันยืดเยื้อ เมื่อเขาเสนอ แต่อีกฝ่ายไม่รับความช่วยเหลือ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเร้าหรืออีกต่อไป ร่วมสามชั่วโมง ที่ผู้กองหนุ่ม นั่งแช่อยู่แบบนั้น จวบจนกระดาษแผ่นสุดท้ายถูกจัดเรียงเข้าแฟ้ม ร่างสูงจึงถอนหายใจออกมาเบาๆ ร่างกำยำเอนกายพิงพนักเก้าอี้ก่อนจะหลับตาพริ้มลง พร้อมกับยกผ่ามือขึ้นมานวดครึงเปลือกตาด้วยความอ่อนล้า ในหัวครุ่นคิด ถึงคำพูดของแม่สาวตัวเล็กเมื่อตอนบ่าย ที่รบกวนใจเขาไม่หยุด 'ไม่ใช่เขา ก็ใช่ว่าเธอจะไปไม่ได้?' บราลีเป็นคนแสบสัน ที่เขาเองก็รู้ดีพอๆกับใครหลายคน หากเพียงแต่ประโยคที่หลุดออกมาจากปากเจ้าหล่อนวันนี้ มันทำเขาไม่สบอารมณ์กว่าที่เคย 'อาจเป็นเพราะเจ้าหล่อนไม่เคยแสดงกิริยาเช่นนี้ต่อเขา' 'หรือไม่บางดี บราลีอาจจะหมดความสนใจในตัวเขาแล้ว ก็เป็นได้ หากเป็นเช่นนั้นไม่ว่าข้อไหน มันก็เป็นประโยชน์ต่อเขาทั้งนั้น ทั้งที่เขาควรจะดีใจแท้ๆ แต่กลับกัน มันกลับสร้างความรู้สึกโหวงๆในใจแปลกๆ' หลังจากที่นั่งตรึกตรองอยู่นาน ก็ได้คำตอบที่ว่า 'ต้องไปดูให้รู้ ถึงจะเห็น ในสิ่งที่อยากเห็น' แม่จะรู้สึกว่าเสียฟอร์มไปบ้าง แต่ความอยากรู้ที่มีอยู่จนคับอกคับใจ บังคับให้ฝ่าเท้าหนา พาตัวเขามายังซอยบ้านเธอจนได้สิ! "ผู้กองคะ! ผู้กอง รอขวัญก่อนค่ะ" ร่างสูงตระหง่าน จำต้องหยุดชะงักค้าง เมื่อได้ยินเสียงหวานนุ่มที่คุ้นเคย ของ ขวัญ หรือครูขวัญ สาวสวยอีกคนประจำค่าย ใบหน้าคมกริบ ฉายแววรำบากใจอยู่ไม่น้อย เมื่อก้าวเท้าอีกเพียงไม่กี่ก้าวก็จะถึงจุดหมายปลายทางที่เขาอุส่าห์รีบถ่อมา อีกทั้งเขายังจำปฏิกิริยาของบราลี เมื่อครั้งก่อนนั้นยามที่เห็นเขา กับครูขวัญได้ดี แววตาที่เคยสุกใสคู่นั้น มันทำเขาใจหายไม่ใช่น้อยเลย "ผู้กองคะ...ได้ยินขวัญไหม?" เพียงขวัญเเสร้งเอ่ยย้ำพร้อมกับแตะปลายนิ้วลงที่หลังมือหนา เบาๆ ผู้กองอคินณ์ชะงักกึก ดวงตาคมกริบหลุบลงมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ก่อนจะเคลื่อนฝ่ามือมากุมกันใว้ อย่างเป็นธรรมชาติ หากแต่อีกฝ่ายยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น เพียงขวัญที่ได้ที จึงแสร้งซวนเซ ป่ายข้อมือเล็กมาคล้องแขนผู้กองหนุ่มจนแน่น เป็นจังหวะเดียวกับบราลี ที่เดินออกมารับลูกค้าหน้าร้าน "เคล้ง!" ถาดในมือถูกทิ้งลงพื้น เสียงดังราวกับต้องการเรียกสติ ของชายหญิง ที่มาจู๋จี๋กันอยู่ตรงหน้า ใบหน้าเรียวเล็กที่เคยสดใจ บัดนี้ซีดเผือด ใจดวงเล็กเต้นโครมคราม ราวกับจะทะลุออกมา นอกอก ขอบตาร้อน จนเจ้าตัวต้องเงยหน้า ย้อนว่ากลัวน้ำตาหยดแล้วหยดเล่าจะไหลปริ่มออกมาต่อหน้าเขา "แบม" เสียงขรึมรีบเอ่ยเมื่อเห็นท่าทีของอีกฝ่าย เพียงขวัญที่มองอยู่ก็ไม่ยอมปล่อยโอกาสแบบนี้ไปเช่นกัน รำแขนเรียว นอกจากไม่คิดจะปล่อย ยังล้อคชายหนุ่มตรงข้างใว้จนแน่น พร้อมกันนั้น ยังส่งรอยยิ้มพิมพ์ใจ ไปให้แม่สาวตัวร้ายที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ในทำนองที่ว่า ฉันเหนือกว่า บราลี ทอดสายตามองอีกฝ่ายนิ่งๆ แม้ในใจอยากจะวิ่งไปดึงรั้งเพียงขวัญออกมาสักแค่ไหน แต่ในความเป็นจริงแล้ว เธอทำได้เพียงแค่มองดูอีกฝ่ายเฉยๆก็เท่านั้น 'ไม่ใช่ว่าเธอไม่รัก .....รักสิ เธอรักของเธอมาก' 'ไม่ใช่ไม่หวง....ถ้าเขาเป็นของเธอ..เธอจะนิ่งเป็นหินแบบนี้อยู่ได้อย่างไร' 'หากแต่ความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ มันตีแสกหน้าเธออยู่ทุกวัน..ว่าเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ใช่ของเธอ...' เมื่อรู้ตัวว่าเสียอาการไปแล้ว ร่างเล็กจึงก้มลงเก็บถาดเหล็กที่ถูกทิ้งลงก่อนหน้า ดวงตากลมโต หลุบลงต่ำ ไม่มองไปยังเขาที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีก ความสงสัยที่มีในใจถูกไขกระจ่างด้วยภาพตรงหน้าเพียงฉากเดียว ความจริงที่ว่า 'ไม่ใช่ว่าเขาไม่ว่าง...เพียงแต่เขาไม่อยาก ไปกับเธอ' ผู้กองอคินณ์ที่เห็นบราลี แสดงท่าทีแบบนั้น ออกมา จากที่ก่อนหน้าคิดใว้ว่าจะเดินเข้าไปหา ก็พลันเปลี่ยนใจ เขาเป็นคนมีเหตุผลและหากว่า บราลี และเขาเป็นอะไรที่มากกว่านี้ เธอเอง ก็ย่อมต้องเป็นคนเช่นเดียวกัน เพราะถ้าไม่แบบนั้น เขาและเธอจะอยู่ร่วมกันได้อย่างไร ผู้กองหนุ่มถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ย้อนว่าเขารู้ตัวดี ว่านอกจากอีกฝ่ายจะไม่มีเหตุผลแล้ว แม่ตัวดียังขยันทึกทักคิดเองเออเองเก่งกว่าใคร ยามนี้ยังไม่ได้เป็นอะไรกันยังขยันหาเรื่องมาให้เขาได้ตรึกตรองครุ่นคิดไม่เว้นว่าง หากวันไหนที่ความสัมพันธ์ของเขาและเธอมันจริงจัง เขาไม่อยากจะคิดเลย ว่ามันจะเป็นอย่างไร หรือจะเป็นเขาเองที่วิ่งตามเธอต้อยๆ สลับกันกับตอนนี้รึป่าว ยิ่งมีคำที่ว่า เด็กๆ รักง่ายหน่ายเร็ว บราลีเอง ก็อาจจะเข้าข่ายเป็นหนึ่งในนั้นไหม เขาเองก็สุดจะรู้.... เพียงขวัญ ที่จับสังเกตุท่าทางของผู้กองหนุ่มตรงหน้าได้ ในใจก็เริ่มร้อนรุ่ม แรกเริ่มเดิมที เขาและเธอดูมีทีท่าว่าจะเข้ากันได้ ต่างจากบราลี ที่ก่อนหน้านี้ ผู้กองหนุ่ม แสดงออกชัดเจนว่าไม่ชอบใจอีกฝ่ายเสียเต็มประดา แต่พอมาวันนี้อาการที่ผู้กองหนุ่มแสดงผ่านทางสายตาสีดำสนิทคู่นั้น ทำเอาเธอนึกหงุดหงิดขึ้นมาไม่น้อย ทำไมเธอจะดูไม่ออก ว่าผู้กองหนุ่มไขว้เขวไปทางบราลี! "ผู้กองคะ ช่วยพยุงขวัญที" เพียงขวัญข่มใจที่คุกรุ่นเอ่ยออกมาด้วยเสียงหวานนุ่ม ในขณะที่ผู้กองหนุ่มเริ่มเปลี่ยนท่าทีจนเธอนึกใจหาย "ปล่อยก่อนเถอะครับ " "ใครมาเห็น มันจะดูไม่ดี" เสียงขรึมที่ติดเข้มขึ้นบางส่วนเอ่ยออกมาราบเรียบ รับกับใบหน้าหล่อที่ดูสุขุมจนคนมองรู้สึกเย็นวาบ ใช่ว่าเขาไม่รู้ ใช่ว่าจะดูไม่ออก เพียงขวัญเม้มปากแน่น 'ทำไมเธอจะไม่รู้ ว่า ...ใคร..ที่เขาหมายถึงก็คงไม่แคล้วจะเป็นแม่สาวขายกับข้าวลูกเจ้าของร้านตรงหน้า 'แต่แล้วไง ในเมื่อเธอ ก็จะเอาเขาเช่นกัน' "ใจร้ายกับขวัญจังเลยนะคะ ผู้กอง รู้ทั้งรู้ ก็เห็นอยู่ ว่าขวัญอาการไม่ค่อยดี"A episode 17eb โดย Ginoichi"ข้าวไหมผู้กอง?"หมวดศิระ ถามขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่ชวนเขามากินข้าวยังคงนั่งนิ่ง ซ้ำยังกอดอกทำหน้าถมึงทึง ไม่มีท่าทีว่าจะลุกไปไหน"หมวดจะกินอะไรก็กิน ผมขอนั่งสักหน่อย!"น้ำเสียงขรึมเจือไปด้วยความหงุดหงิดไม่น้อย ทำเอาหมวดศิระต้องขมวดคิ้ว เพียงแต่เขาเองก็ไม่ใช่คนที่ชอบซักถาม จึงพยักหน้ารับ ก่อนจะเดินไปหาแม่ค้าสาวตรงหน้าแบบที่เคยทำ"เหลืออะไรบ้างครับ"หมวดศิระ ถามเสียงเรียบ "ตอนนี้ข้าวหมดแล้วค่ะ ถ้าหมวดจะเอาเป็นขนมจีนแทนก็ได้ค่ะ กับข้าวมีแกงเขียวหวานไก่ กับเเพนงเนื้อ""งั้นเอาเขียวหวานหนึ่ง แพนงหนึ่งครับ "บราลีพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะรีบจัดอาหารให้ตามคำขอ เพียงชั่วครู่ถาดอาหาร2ถาดก็ถูกยื่นออกไปให้ชายตรงหน้าและนั่น ทำให้หมวดศิระต้องขมวดคิ้วซ้ำอีกรอบ นายทหารหนุ่ม เบนสายตาไปหาผู้บังคับบัญชาที แม่ค้าสาวตรงหน้าทีด้วยความแปลกใจ'แปลก...มันแปลกไปหมด''ไม่ได้คิดไปเองแน่ มันต้องมีอะไร'หมวดศิระคิดในใจพรางคว้าเอาถาดอาหารเดินดุ่มๆกลับมาที่โต้ะ เมื่อมาถึง จากตัวเขาเองบ่นมาทั้งทางว่าหิวนักหิวหนา เมื่อเจอสถานการณ์ต
A episode 16eb โดย Ginoichiเหมือนทุกที หากแต่วันนี้มันต่างออกไป จ่าประสิทธิ์ที่เคยมือเท้าไว วันนี้กลับประสาทไม่สั่งงานเสียอย่างนั้น มือหนาตบลงบนไหล่ลูกชายเบาๆ ก่อนจะคว้าบุหรี่ ที่นานๆทีจะหยิบยกมันออกมาสูบ และแน่นอน คนบ้านนี้รู้กันดี ว่าจ่าประสิทธิ์คนนี้ จะใช้มันยามที่เครียดจริงๆเท่านั้นเด็กหนุ่ม หน้าเคร่งขรึมลงเล็กน้อย เขาครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยประโยคที่อยากจะพูดมานานให้คนเป็นพ่อได้รับรู้ แม้มันอาจจะไม่ถูกใจผู้เป็นพี่เลยสักนิด"ว่ากันตามจริง...บอลก็แอบดีใจ ที่เจ้ กับผู้กองทะเลาะกันแบบนี้""ดีกว่าเห็นเจ้ไปไล่ตามเขา"จ่าประสิทธิ์ เหลือบมองหน้าลูกชายชั่วครู่ แม้จะไม่มีคำพูดไดๆหลุดจากปาก แต่ทว่าสีหน้าแววตาของพ่อ ก็ไม่มีท่าทีว่าจะขุ่นเคืองลูกชายเลยสักนิด จ่าประสิทธิ์ ถอนหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ ชั่งใจอยู่นาน จนเมื่อเห็นสมควร ร่างอ้วนท้วนจึงเดินตรงออกไปข้างหน้าช้าๆ ด้วยความรู้สึกที่มั่นคง มือหนาแตะลงกลางลาดไหล่ของผู้เป็นลูกสาว พร้อมกับเอ่ยออกมาแผ่วเบา"ลูกเอ๋ย ใช่ว่าจะรักเขาไม่ได้ ลูกยังรักเขาได้เช่นเดิม เพียงแต่ลูกอย่าลืมไป ว
A episode 15eb โดย Ginoichi"คุณนิ่งแบบนี้...ผมทำตัวไม่ถูกอยู่เหมือนกัน...หรือผมทำอะไร ให้คุณไม่พอใจอีก"ดูเอาเถอะ คนพูดน้อยวันนี้ กลับขยันพูดขึ้นมาเสียอย่างนั้น แล้วแต่ละประโยคที่หลุดออกมาจากปากเขา ก็เล่นเอาบราลีกลืนไม่เข้าคายไม่ออก'เธอจะกล้าพูดมันออกไปได้อย่างไร..ว่าเธอหึงเขา หึงทั้งที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน'"ปะ..ปล่าว...แบมปล่าว""ถ้าผู้กองไม่มีอะไรเป็นพิเศษ..แบมขอตัวก่อนแล้วกัน"ร่างเล็กกล่าวจบก็หันหลังไม่รีรอเอาคำตอบ ผู้กองอคินณ์ในวันนี้กลายเป็นของร้อนสำหรับเธอ เลี่ยงได้เธอต้องเลี่ยง หลบได้ต้องหลบก่อนการกระทำเช่นนั้นของบราลีเล่นเอาคนที่เพิ่งกระทำการอุกอาจถึงกับแสดงสีหน้าฉงน"เธอพูดว่าไม่มีอะไรพิเศษ...ทั้งที่เราเพิ่งจะจูบกัน""แบม..."ขาเรียวสั่นระริก หยุดก้าวแบบอัตโนมัติ ใบหน้างามซีดลงเล็กน้อย หากแต่ก็ยังไม่อยากหันไปเผชิญหน้ากับเขาตรงๆ"แบมรู้...ว่าผู้กองไม่ตั้งใจ""แบมจะไม่เก็บมาคิดมาก""แบมจะไม่เก็บมาพูดในคราวหลังแน่นอนค่ะ"เสียงหวานหม่นลง ตั้งใจจะสาวเท้าเดินต่อ เพียงแต่ช้ากว่าคนข้างหลัง ที่ก้าวยาวๆเพียงสองก้าวมาดักหน้าเธอใ
A episode 14eb โดย Ginoichi"บอล ขอโทษนะเจ้ แต่บอลก็ต้องเอาตัวรอด""ได้เงินมาตั้งสองร้อย ลาภปากไอ้บอลจริงๆ"บดินทร์ ยิ้มร่า พรางยกเงินมาจูบเสียยกใหญ่ แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ไปไหนไกล เพียงแค่ถอยมานั่งหน้าบ้าน หรือที่เรียกอีกอย่างว่า สอดส่อง ไม่ให้คนเข้าไปทำให้การใหญ่ ข้างในร้าน ที่ผู้กองกำลังจะทำมันเสีย บดินทร์ถือคติที่ว่า'รับเงินเขามา ต้องทำงานให้คุ้ม'ทางด้านบราลี ที่นั่งอยู่นาน จนงานตรงหน้าเสร็จ ร่างเพรียวระหงษ์ ลุกขึ้นช้าๆ ทันทีที่จะก้าวไปข้างหน้า ร่างเล็กกับถูกรั้งกลับเข้าไปหาคนที่เฝ้าดูเธออยู่ก่อนแล้วใบหน้าหวานชนประทะเข้ากับหน้าอกแกร่งในทันที แม้จะเจ็บไม่มาก แต่ความน้อยใจ ที่มีอยู่ก่อน เป็นตัวเร่งปฏิกิริยาแห่งความโมโหได้ชั้นดีเชียว"ปล่อยแบม!""อย่ามาจับ"น้ำเสียง ที่เเข็งกร้าว มาพร้อมกับแรงขัดขืนที่ไม่น้อยเลย แต่เมื่อเทียบกับแรงชายชาติทหาร แบบเขา ดูทีรึ ว่าเธอจะสู้ได้"ขู่เหมือนแมว""แต่แรงเท่ามด"เสียงขรึมเอ่ยไม่จริงจัง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น จนร่างเล็กของคนตรงหน้าเซถลาเข้ามาอิงซบเขาทั้งร่าง
A episode 13ep โดย Ginoichiเพียงขวัญตอบกลับด้วยน้ำเสียงหวานนุ่ม ประดับไปด้วยรอยยิ้มซื่อๆ แบบที่เจ้าตัวชอบทำและมันนับเป็นครั้งแรกที่ผู้กองอคินณ์ รู้สึกขนลุกชันไปแทบทั้งตัวตั้งแต่เกิดเป็นชาย เขาเคยได้ยินแต่สุภาษิตไทยที่ว่า 'มารยาแห่งหญิง มีห้าร้อยเล่มเกวียน 'เขาเพิ่งจะเห็นกับตาตัวเองชัดๆก็วันนี้"คุณขวัญ คงเข้าใจความหมายของคำว่าใจร้ายผิดไป""เชื่อผมเถอะครับ...คุณไม่อยากรู้หลอก ว่าไอ้ที่เรียกว่าใจร้ายจริงๆเป็นยังไง""หากยังพอจะเดินได้ ก็เดินเลี่ยงไปพักข้างหน้าก่อนเถอะครับ หรือหากว่ามันไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวผมจะกรุณาเรียกหน่วยแพทย์ทหารมาให้""และแน่นอน..ถ้าพวกเขามา คุณจะรู้ความหมายของคำว่าใจร้ายจริงๆ อย่างดีเชียว"คำพูดราบเรียบที่แฝงไปด้วยความกดดันอยู่ในที ทำเอาคนแกล้งป่วย เริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นมาแบบไม่ทราบสาเหตุ แต่ถึงอย่างนั้น ครูสาวก็ยังคงควบคุมกิริยา ใบหน้าหวาน คลี่ยิ้มบางๆ ก่อนจะค่อยๆคลายมีออกจากลำแขนแกร่งช้าๆ "มีหลายคนเคยบอกขวัญว่าผู้กองปากร้าย ขวัญไม่คิดว่าจะได้เห็นมันกับตาตัวเอง"เมื่อรออยู่นาน ก็ไม่มีท่าทีว่าอีกฝ่ายจะโต้แย้
A episode 12 ep โดย Ginoichiเมื่อได้ฟังคำที่ผู้เป็นภรรยาพูด จ่าประสิทธิ์ยิ่งขมวดคิ้วมุ่นด้วยความสงสัย ในใจก็ครุ่นคิดตาม'คนแบบผู้กองอคินณ์หน่ะหรือ จะมีเนื้อคู่เป็นลูกสาวตน หากไม่ใช่เพราะบุญทำกรรมแต่ง มันคงเป็นเรื่องที่ยากแสนยาก'ยิ่งกับบราลีด้วยแล้ว คนเป็นพ่อแบบเขายังมองไม่เห็นทางเลยด้วยซ้ำ 'ไม่ใช่ว่าลูกสาวตัวเองไม่ดี แต่ไอ้คนที่ลูกสาวริจะไปคว้ามา มันดันดีเกินไปนี่สิ!'ช่วงเย็นของวันเดียวกัน คนที่เคยเอ่ยบอกใว้ว่าไม่ว่างกลับรีบเร่งงานที่คั่งค้าง ให้เสร็จสิ้น ดวงตาคมกริบเหลือบมองนาฬิกาเรือนหรูที่ข้อมืออยู่หลายหน จนหมวดศิระที่สงสัยอดไม่ได้ต้องร้องถาม"มีธุระหรอครับผู้กอง หรือไม่อย่างนั้น ให้ผมรับเวรแทนไหม?"มือหนาที่กำลงจรดปรายปากกาชะงักค้าง เมื่อได้ยินเพื่อนร่วมงานคนข้างๆเอ่ยขึ้น ใบหน้าหล่อเหลือบขึ้นมองอีกฝ่ายชั่วครู่ ก่อนจะข่มใจลง เซนต์เอกสารตรงหน้าต่อ"ก็ไม่ใช่ธุระสำคัญอะไร""แค่เรื่องไร้สาระของเด็ก"เสียงขรึมเอ่ยขึ้นราบเรียบหากแต่ท้ายประโยคกลับเบาหวิว ราวกับต้องการได้ยินมันเพียงคนเดียว หมวดศิระที่ได้ยินดังนั้นจึงพยักหน้ารับ ไม่







