LOGINดินไม่ยอมลุกจากขอบเตียงมิหนำซ้ำยังกดรับสายต่อหน้าและเมื่อฉันรู้ว่าใครเป็นคนโทรมาตอนเขาเปิดลำโพงหัวใจก็พลอยแป้วไปด้วย เธอคือพี่ดาวแม่ของเขาเอง
“ครับแม่”
สองคนแม่ลูกคุยกันและถามว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ฉันจึงกระซิบบอกว่าพักบ้านเพื่อน ดินพูดตามโดยไม่ขัดข้องพี่ดาวเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอค่อนข้างยืดหยุ่นกับการเลี้ยงลูกเพียงลำพังและเป็นแบบนี้มานานแล้ว เรื่องนั้นฉันรู้ดีเพราะผู้ชายที่นั่งข้างๆ ฉันก็มีโอกาสได้ช่วยเธอดูแล พอดินโตเป็นหนุ่มพี่ดาวงานเยอะจึงไม่ค่อยได้ไปไหนมาไหนกับเราบ่อยๆ และฉันยินดีที่ได้มีโอกาสอยู่กับดินตามลำพัง
ความจริงลึกๆ แล้วฉันก็หนักใจว่าเธอจะคิดยังไง จะรังเกียจกันไหมหากรู้ว่าฉันกับดินมีความสัมพันธ์ลึกซึ้ง ความคิดของฉันวนเวียนอยู่แบบนั้น เราคุยกันจนรู้ว่าดินห่างหายจากเรื่องเซ็กซ์เพราะคิดถึงฉัน ก็ไม่รู้หรอกเขาจะพูดจริงไหมแต่ฉันสัมผัสได้ว่ามันจริง
ดินไม่เคยอิดออดเลยเวลาฉันเรียกหรือชวนไปไหนแล้วยังคอยวิดีโอคอลหาฉันอยู่บ่อยๆ ส่วนเรื่องพี่ดาวแม่ของเขา ดินบอกว่าจะเป็นคนคุยเองแถมยังทำท่าทางน่ารักน่าชังใส่ฉันตอนเขาบอกไม่อยากเรียกน้า
เหตุผลของฉันมีร้อยแปดพันเก้าที่จะไม่อนุญาตให้เขาเรียกแบบที่เขาต้องการแต่มันก็ดูไร้สาระเกินไป หลักๆ ที่ยกมามีเพียงข้อเดียวคือป้องกันความอึดอัดในที่ทำงานและนั่นมันก็เพื่อตัวเขาเองดินยังหนุ่มยังแน่นฉันไม่อยากให้เขาปิดกั้นตัวเองเพื่อฉันหรือถูกบดบังโอกาสที่จะได้เจอคนอื่นเพราะฉัน
ใช่ฉันรู้ว่าใจตัวเองชอบเขามากแต่อนาคตเป็นเรื่องไม่แน่นอน ฉันถามเรื่องความต่างของอายุเขาจะรังเกียจหรือเปล่าหากวันข้างหน้าฉันแก่ขึ้นแล้วเราต้องเดินด้วยกัน ดินเองไม่อยากนึกถึงเขาบอกว่าขอแค่ตอนนี้เรามีกันและกันก็พอแล้วคนส่งของก็มา ดินจึงเดินออกไปรับเองไม่นานก็เดินกลับเข้ามาในห้องพร้อมกับสีหน้างุนงง
“ทำไมสั่งมาสองกล่องล่ะครับ” เขาถามหลังจากเห็นถุงยางอนามัยที่ฉันสั่งมา เพราะไม่รู้ขนาดจึงสั่งเผื่อ
“กะไม่ให้นอนเลยเหรอครับ” ชายที่อยู่ตรงปลายเตียงมองฉันด้วยหางตายิ้มกรุ้มกริ่มก่อนจะเดินมาเปิดผ้าห่มแล้วมุดเข้ามาจากนั้นก็ค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นจนโผล่อยู่เหนือเนินนม บอกไม่ถูกเลยว่าตอนนี้ตัวเองยิ้มกว้างแค่ไหน
“แล้วแต่ดินเลย พรุ่งนี้วันหยุดถึงเช้าก็ได้นะ คิก แต่ว่าตอนนี้ตรงนั้นบวมฉึ่งเลย” ฉันแกล้งเย้าทว่ามันบวมจริงนั่นแหละเพราะไม่ได้เล่นบทรักแบบหนักๆ มานานมากแล้ว และแม้จะบอกว่าบวมมือของฉันก็ยังคงคลึงบนเป้ากางเกงของเขา
“บวมจริงหรือเปล่าไหนดูซิ”
“อ่ะ อา” เราเคล้าคลึงกันและกันถามไถ่พูดคุยสองสามประโยคก่อนที่เขาจะประกบปากแลกลิ้น เขาซุกมือเข้าใต้ยกทรงบีบนวดและโน้มหน้าดูดกิน ส่วนอีกข้างที่ว่างเว้นก็ถูไถอยู่ใต้กางเกงในตัวจิ๋ว ฉันฉีกถุงยางกล่องที่เขาสุ่มหยิบออกมาซึ่งมันเป็นไซซ์หกสิบใส่ไว้ในปากดันเขาลงแล้วโน้มตาม
หลังสวมใส่จนเรียบร้อยก็ยันกายลุกขึ้นเช็ดริมฝีปากสบตาเขาที่มองมาตาปรือจากนั้นก็วาดขาขึ้นคร่อมขยับหาตำแหน่งให้ได้ที่อย่างพอเหมาะขณะที่มือขวากำสิ่งนั้นพอหลวมขยับหมุนขึ้นลงเบาๆ และมือซ้ายก็เกี่ยวกางเกงในไปด้านข้างโยกเอวเบียดร่องแคมผิวอ่อนลงบนท่อนเนื้อที่สัมผัสนุ่มมือแต่ช่างตั้งแข็งตรงตึงทั้งลำ
“อา ซี๊ด ชอบจัง ใส่พอดีใช่ไหม”
“ครับไม่เจ็บ ไม่แน่นเลย”
สิ้นเสียงตอบเมื่อส่วนปลายจ่ออยู่ทางเข้าอุโมงค์ผ่านสู่สวรรค์ ฉันก็กดตัวเองลงโยกเบาๆ ต่อด้วยส่ายบดแล้วตามติดด้วยขย่มแท่งรักอยู่เหนือร่างที่มีมัดกล้ามสวยไม่พัก เสียงครางสองเราผสานเครือไปทั่วห้องนอนที่ยังเปิดไฟสว่างจ้า ยังดีที่บ้านค่อนข้างจะเก็บเสียงตัวบ้านห่างจากกำแพงบ้านพอสมควร ขย่มไปได้สักพักร่างกายที่ผ่อนคลายก็เริ่มซ่านซึมด้วยอารมณ์ทุกอณู
“อ่ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อืม อา” ฉันถึงรอบแรกของยกสองน้ำอุ่นๆ ไร้สีไร้กลิ่นไหลออกจากตัวขณะที่ยกสะโพกออกดีดเด้งอยู่เหนือแท่งเนื้อยาวขาวอวบ ภายในช่องรักกระตุกบีบรัดตัวเองในขณะที่เขายังตั้งโด่เด่ เห็นแบบนั้นใครมันจะไปอดใจไหวล่ะ
“อึ อือ อา” ฉันกลั้นเสียงแหลมเล็กของตัวเองเอาไว้ไม่ได้เมื่อลำเอ็นอุ่นเคลื่อนผ่านแทรกช่องแคบเข้าไปในร่าง
“อื้ออย่าเพิ่งถึงนะดิน อ๊า อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” ทั้งที่เป็นคนพูดออกมาแบบนั้นแท้ๆ แม้ยังพูดไม่จบดี ตัวฉันก็พยศกับวาจาน้ำทะลักคุกเข่าดีดดิ้นอยู่เหนือตัวเขาเมื่อถึงสวรรค์อีกรอบภายในการกระแทกแค่ไม่กี่ครั้ง ฉันดึงผ้าเช็ดตัวที่พาดอยู่เก้าอี้หน้าโต๊ะคอมข้างเตียงมาเช็ดหน้าท้องที่เผยเส้นเลือดนูนจากข้างเอวพาดยาวไปจนถึงฐานแท่งนำทางสวรรค์ ก่อนจะขยับชันขาเปลี่ยนเป็นท่านั่งยองๆ กระแทกซ้ำลงไปอีกจนตัวชายหนุ่มที่นอนแผ่หลาอยู่ใต้ก้นฉันสะเทือนสั่นไปพร้อมกับที่นอน
“อ๊า ดิน อ๊ะ” ฉันทนไม่ไหวจริงๆ และถึงจุดสุดยอดอีกครั้ง สั่นเทาไปทั้งตัวหายใจเหนื่อยหอบล้มลงทาบทับแผ่นอกแน่น
“เหนื่อยแล้วเหรอครับ”
“อื้อ ทำเองไม่ไหวแล้ว”
“งั้นผมจัดต่อนะ” สิ้นประโยคชายที่ฉันล่อมาพักค้างอ้างแรมด้วยก็กระแทกอัดจากด้านล่างทันที
“อื้อ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ดิน อ๊ะ ลึกมาก อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ ทนไม่ไหวอีกแล้ว อ๊ะ อ๊า อา ฮา อา”
รู้สึกว่าร่างกายของฉันสั่นไปหมดน้องสาวโอบรัดลำเนื้อแน่นกระตุกตอดหนึบหนับ ฝ่ามืออุ่นเลื่อนมาปลดตะขอเสื้อชั้นในถอดโยนลงข้างเตียงแล้วดันฉันให้ลุกนั่ง ดินลุกตามมาโอบเอวฉันเอาไว้เบียดใส่นุ่มนวล
เราต่างแลกลิ้นและลมหายใจกัน ก่อนเขาจะดันฉันให้นอนหงายหันหัวลงไปทางปลายเตียงจากนั้นดินของฉันก็โยกบั้นท้ายแน่นเบียดบดขยี้ลงปากทางรักซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เราก็ยังไม่รู้จักพอแม้ร่างกายจะล้าเต็มทน
วันไปส่งดินขึ้นเครื่อง เราสองคนต่างล่ำลาและพยายามสะกดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน หลังเขาไปฉันกับแม่เขาต้องกลับด้วยกันฉันต้องไปส่งเธอ และเมื่ออยู่ในรถสองคนกับพี่ดาวเราก็ได้เปิดใจพูดคุย เธอบอกว่าไม่ได้รังเกียจที่ฉันกับลูกชายของเธอจะคบหากัน แต่ก็พูดเป็นนัยให้ฉันทำใจเพราะดินไปอยู่ที่นั่นโอกาสเจอคนอื่นมีมากมาย“ยุ้ยคงไม่เสียใจและคิดโทษลูกชายพี่นะถ้าเกิดว่าใจเขาไม่มั่นคงและมีคนอื่น”“ยุ้ยเข้าใจค่ะพี่ดาว ยุ้ยพยายามบอกเขาหลายครั้งแต่ดินไม่ฟัง พี่ดาวไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องนั้นยุ้ยทำใจไว้แล้ว”เธอคงเห็นว่าฉันเศร้าผ่านสีหน้ากับเสียงที่สั่นเครือจางๆ จึงยื่นมือมาจับแขนฉันบีบเบาๆ เอ่ยคำที่ง่ายน่าฟังและเป็นกลางที่สุดเท่าที่แม่และเพื่อนคนหนึ่งจะให้ฉันได้“ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์นะ”“ขอบคุณค่ะพี่ดาว”หลังจากวันนั้นฉันไปมาหาสู่บ้านพี่ดาวเรื่อยๆ ปีแรกดินพยายามติดต่อฉันทุกวันพอเข้าปีที่สองก็เริ่มห่าง เขาให้เหตุผลว่างานยุ่งมากโปรเจกต์เยอะไปหมด และดินก็ติดต่อกลับมาบ้างตามโอกาส มีบ้างบางครั้งที่ฉันทนคิดถึงไม่ไหวพยายามโทรหา เขารับนะแต่เสียงก็ค่อนข้างเจี๊ยวจ๊าว เวลากลางวันกับกลางคืนก็ไม่ตรงกันและเริ่มติดต่อยากข
สิบเอ็ดโมงครึ่งของวันอาทิตย์เราขึ้นเรือเพื่อนั่งข้ามฟากไปเกาะเสม็ดหลังจากหาที่ฝากรถได้ เมื่อถึงที่พักก็สั่งอาหารเที่ยงมากินนอนพักกันสองสามชั่วโมงก่อนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เราเดินไปเรื่อยจนเจอจุดลับตาคนไร้ร่องรอยการมาถึงของมนุษย์ ด้านหลังมีผาหินสูงต้นไม้ขึ้นรกก้อนหินใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่สี่ก้อนสูงท่วมหัวและไต่ระดับความใหญ่ เราจูงมือมองความงามตามธรรมชาติของมันจนดินหยุดกึกก่อนถึงก้อนสุดท้าย“มีอะไรเหรอ” เขาหันมาอมยิ้มมองฉันอย่างมีเลศนัยจูงมือเดินต่อจนพ้นก้อนใหญ่แล้วดึงมือฉันเดินกลับทันที“อะไรกันดิน” ฉันตกใจชักสีหน้านึกว่าเขาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอแต่เขาหยุดตรงที่หยุดในตอนแรกหันซ้ายแลขวาแล้วโน้มลงกระซิบข้างหู“ผมอยากแล้วล่ะ” เสียงเขาแหบพร่าเจือปนไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่“หา แต่ว่า”“ที่รักดูตรงนั้นสิ” เขาชี้ไปด้านหลังเพียงแค่หันมองตามฉันก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนผ่าวและแดงเป็นลูกตำลึงยกมือขึ้นทัดหูเมื่อลมชายหาดพัดขึ้นฝั่งแรงจนผมปลิวก่อนหันมาอมยิ้มมองเขาอย่างเอียงอาย“เขินเหรอครับ” เขาถามอย่างรู้ทัน ฉันพยักหน้าอมยิ้มตอบ“เข้าไปกันเถอะผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ดึงมือฉั
หลังจากวันนั้นในที่ทำงานตัวเราแทบจะติดกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนเริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาแต่เขาไม่สนใจและเราไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินงาม นอกจากใช้ทุกนาทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำดีต่อกันทุกๆ วันให้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดจวบจนวันที่เขาสิ้นสุดการเป็นพนักงาน“พี่ยุ้ย” น้องผู้จัดการที่ทำงานในฝ่ายเดียวกันและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกจนฉันหันตาม เธอกับฉันนับว่าสนิทในระดับหนึ่งจนกล้าถามเรื่องส่วนตัวของกันและกันในบางครั้ง ทั้งยังไว้วางใจฝากฝังงานทำหน้าที่แทนได้ด้วย“ว่าไงริสา” เธอหันซ้ายแลขวาเมื่อแน่ใจว่าอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพังจึงเอ่ยถาม“น้องดินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า” ฉันสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออกเบาๆ“ถ้าเป็นที่นี่คงไม่มา”“ทำไมล่ะคะ พี่ก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอ”“เขาไปเรียนริสา อนาคตเขาสำคัญกว่า”“พี่ยุ้ย” เธอลากเสียง“แล้วน้องจะเดินทางเมื่อไหร่” เธอถามต่อ“คงอาทิตย์หน้าช่วงนี้เขาคงพักผ่อน กลับบ้านกันเถอะเลิกงานแล้ว” ฉันตัดบทเธอพยักหน้าแต่ก็บอกว่าต้องเคลียร์เอกสารนิดหน่อยเลยนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเธอก่อนดินจะส่งข้อความมาบอกให้ไปรับที่บ้านตอนหกโมงครึ่งเพราะนี่ก็วันเสาร์พอดี“อ่อ จริงสิร
หลังจากเราสามคนตกลงกันได้ ดินก็งอนฉันยกใหญ่ทั้งงอนแม่ตัวเองแต่พี่ดาวก็เอาแต่หัวเราะขบขันท่าทีของลูกชาย เธอบอกว่าดินต้องเรียนภาษาหลังเลิกงานสามเดือนและต้องเริ่มกลางเดือนนี้ซึ่งนับเวลาแล้วก็เหลืออีกไม่กี่วันเธอจัดแจงเรื่องโรงเรียนไว้แล้วระหว่างรอใบตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยกับรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายรวมถึงที่พัก ดินต้องไปทำพาสปอร์ตพี่ดาวจึงสั่งให้หาวันลางานเพื่อไปจัดการให้แล้วเสร็จ เมื่อได้ใบตอบรับหรือที่เขาเรียกกันว่าใบออฟเฟอร์แล้วถึงจะไปทำวีซ่านักศึกษา ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจเรียนภาษาเพิ่มเติมไว้ก่อนวันศุกร์ที่สามของเดือนหลังจากเขาทำพาสปอร์ตเสร็จก็มาหาฉันที่บริษัทจนหลายคนสงสัยและถามไถ่ว่าเหตุใดเขาถึงมารอฉันอยู่หน้าออฟฟิศตอนใกล้เลิกงาน มันผิดวิสัยพนักงานทั่วไป ถามว่าเราแอบไปคบหากันตอนไหน ฉันก็ได้แต่บอกไปตามตรงว่าความจริงแล้วแม่เขากับฉันรู้จักกันและเขาจะไปเรียนภาษาตอนหกโมงเย็นเลยแวะมาที่นี่ก่อนคงมาเคลียร์งานด้วยเล็กน้อย ตึกที่เขาเรียนฉันต้องผ่านพอดีเลยจะขอติดรถไปด้วยถึงอย่างไรการบอกออกไปแบบนั้นก็ไม่ใช่การโกหกแค่บอกไม่หมดเฉยๆ ใครจะคิดยังไงก็ช่างอย่างน้อยดินก็ได้บอกที่แผนกไว้เรียบ
ตลอดการขับรถอ้อมมาเข้าถนนเส้นหน้าหมู่บ้านฉันก็ยังคิดวกไปวนมาจวบจนรถยนต์จอดสนิท“ทำไมย้อนกลับมาล่ะครับ” ดินกระซิบถามเมื่อวิ่งออกมารับเหมือนตอนเด็กๆ ฉันชะงักกึกใบหน้าของฉันคงแสดงออกถึงความหนักใจทำเขาพลอยหุบยิ้มบางๆ นั้นไปด้วย“พี่ดาวเรียกน้ากลับมาน่ะ”“เอ๋ ทำไมล่ะครับ”“แม่ยังไม่บอกดินเหรอ”“เปล่า มีเรื่องอะไรเหรอครับ” สีหน้าของเขาทั้งดูแปลกใจและร้อนรนขึ้นทันที“ดินน้าขออะไรอย่างได้ไหม” ชายหนุ่มตรงหน้าดูลังเลแต่ก็ไม่คัดค้านโดยไม่ทันฟังคำขอและไม่ได้ตกลงในทันทีเช่นกัน“น้ายุ้ยพูดมาได้เลยครับถ้าผมทำให้ได้ผมจะทำ”“ดิน เด็กดี ถ้าแม่อยากให้ดินทำอะไรดินต้องทำนะ”“ที่รักนี่มันเรื่องอะไรกัน” ฉันส่ายหน้าไม่อยากให้เขาเรียกตัวเองแบบนั้นแม้ว่าตอนนี้ฉันจะต้องการเป็นที่รักของเขาแล้วก็ตาม“เชื่อน้านะ”“แต่ว่า”“ดิน...” เขาเงียบปากถอนหายใจคลายความหนักอก“เราเข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวแม่ดินจะผิดสังเกต” เขาพยักหน้าเดินตามหลังจนเข้าด้านในทันใดกลิ่นอาหารก็ลอยกระทบจมูกฉันรู้ทันทีว่าเธออยู่ในครัวจึงวางกระเป๋าไว้โซฟาแล้วรีบเข้าไปช่วย“มีอะไรให้ช่วยไหมคะพี่ดาว”“อ้าวยุ้ย พี่ทำเสร็จแล้วล่ะ ดินไปไหนล่ะทำไมเขาไม่มาช่วย
บ่ายคล้อยของวันอาทิตย์ฉันไปส่งเขาที่บ้าน ดินงอแงกว่าตอนเป็นเด็กนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเขาแกล้งทำหรือไม่อยากกลับจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมถึงอย่างไรก็ต้องให้กลับไม่เช่นนั้นเช้าวันจันทร์คงไปทำงานไม่ไหวแน่เพราะมัวแต่คุยหยอกล้อกันฉันจึงขับรถลืมตัวเผลอไปจอดเทียบหน้าประตู แล้วพี่ดาวดันยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน ความโบ๊ะบ๊ะของฉันที่หันไปสบตาเธอเข้าปลายเท้าก็แตะคันเร่งอัตโนมัติทั้งที่ลูกชายของเธอยังคงนั่งอยู่ด้านใน“เอ๊า!!! ที่รักครับทำไมขับเลยบ้านแม่ล่ะ” ฉันใจสั่นนะที่เขาเรียกแบบนั้นแต่ว่าฉันกลัวเขาหลุดปากเรียกต่อหน้าคนอื่น“ดิน อย่าเรียกแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็เผลอเรียกต่อหน้าแม่กับเพื่อนร่วมงานหรอก” ฉันบอกเขาแต่สายตากลับสนใจมองกลับไปด้านหลังเมื่อจอดรถเลยบ้านพี่ดาวถึงห้าร้อยเมตรดีที่เธอไม่เดินออกมาดูแต่คนข้างๆ นี่สิงอนแล้ว“ก็ได้ครับ” เสียงเขาเศร้าลงฉันจึงรีบจับหน้าเขาหันมาจูบ“อย่าน้อยใจนะตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าพี่ดาวจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าเราสองคนมีอะไรกันเธออาจจะเกลียดน้าเลยก็ได้” เขาพยักหน้าก้มมองมือตัวเอง ให้ตายสิฉันอ่านความคิดเด็กคนนี้ไม่ออกเลย“ดินอย่าว่าน้านะ น้าอายพี่ดาวมากคงไม่กล้ามองหน้าเธอ เมื่อกี้พ
“อ่ะ อ๊ะ” น้องสาวของฉันกำลังรับศึกหนัก เขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะขนาดยังไม่ได้ดื่มน้ำหวานเลย ฉันอุตส่าห์สั่งมาเพื่อให้เขาดื่มฟื้นฟูพละกำลังแต่ฉันยังไม่เห็นเขายกมันมาดื่มสักอึกตรงกันข้ามกลับเอาแต่โก่งเอวกระดกก้นเหน็บเข้าตัวฉันหนัก“อ๊ะ ดิน อ๊ะ” สองขาของฉันถูกจับถ่างกว้าง สองมือเขาดันหัวเข่าฉันเอ
รสจูบของเขาช่างแสนอ่อนหวานและอ่อนโยน ลมหายใจของเขาที่รดลงต้นคอช่างอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ร้อนแรงราวกับเก็บกดมาเนิ่นนาน ชายที่ทาบทับบนตัวฉันค่อยๆ ซุกไซ้ตั้งแต่ใต้ปลายคางถูไถสันจมูกคมและริมฝีปากชุ่มชื้นไปจนถึงหัวไหล่ ไล่ลงเนินหน้าอกอวบที่ฉันภาคภูมิใจกับสิ่งที่แม่ให้มามือใหญ่คู่นั้นเปิดผ้าที่ปิดไว้
ก่อนพักเที่ยงขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ เสียงเตือนและข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นหน้าจอ ฉันไม่ทันได้มองว่าใครส่งเรื่องอะไรจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดดู แล้วก็พบว่ามันเป็นข้อความจากดิน เมื่อเห็นดังนั้นจึงวางนิ้วบนปุ่มกดเปิดเข้าไปอ่านแล้วก็ต้องแปลกใจ“ผมอยากมีแฟน”อะไรกันเด็กคนนี้อยากมีแฟนทำไมต้องมาบอกทา
ฉันรู้จักพี่ดาวแม่ของเขาตั้งแต่เราเป็นสาวรุ่น ตอนนั้นตาดินเล็กมากๆ ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะเรื่องการเรียนนานๆ ครั้ง ฉันถึงมีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวกับลูก พอตาดินสามขวบฉันถูกส่งไปเรียนไกลบ้านมาก กลับมาอีกทีเขาก็อายุสิบสามขวบแล้วและฉันก็ได้งานทำพอทำงานก็มีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวบ่อยครั้ง เวลาตาดินปิด





![บ่วงรักรอยบาป [NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

