LOGINรสจูบของเขาช่างแสนอ่อนหวานและอ่อนโยน ลมหายใจของเขาที่รดลงต้นคอช่างอบอุ่นแต่แฝงไว้ด้วยอารมณ์ร้อนแรงราวกับเก็บกดมาเนิ่นนาน ชายที่ทาบทับบนตัวฉันค่อยๆ ซุกไซ้ตั้งแต่ใต้ปลายคางถูไถสันจมูกคมและริมฝีปากชุ่มชื้นไปจนถึงหัวไหล่ ไล่ลงเนินหน้าอกอวบที่ฉันภาคภูมิใจกับสิ่งที่แม่ให้มา
มือใหญ่คู่นั้นเปิดผ้าที่ปิดไว้ออกอย่างใจเย็นมองเนื้อนูนอูมขาวเนียนตรงหน้า เหลือบมองฉันด้วยดวงตาชวนฝันแต่ดูล่องลอยในห้วงอารมณ์ก่อนสิบนิ้วจะกดบีบเคล้นคลึงสองเต้าฟู
“อา อา”
เขาหันมองสิ่งที่อยู่ในมือก้มลงจูบอ้าปากแลบลิ้นตวัดระริกเหนือปุ่มปทุมถันก่อนดูดมันสลับกันทั้งสองข้างจนพอใจ หัวของเขาค่อยๆ เคลื่อนที่เมื่อลามเลียต่ำลงขณะที่มือยังบีบนวดหนุบหนับอยู่สองเต้าฐานกลมส่วนยอดชี้ตั้ง ปลายนิ้วของเขาช่างซุกซนกระดิกสะกิดเขี่ยเหนือจุกทั้งสองข้างไม่หยุด ทำให้ฉันรู้สึกวาบหวามไปทั้งตัว
ปลายลิ้นของเขาดิ้นอยู่บนหน้าท้องของฉันราวกับปลาหมอที่กำลังตะเกียกตะกายหาแหล่งน้ำแห่งใหม่ในยามฝนพรำ
“อา ดิน ช่วยเลียตรงนั้นที”
ฉันบอกออกไปแบบนั้นตามสัญชาตญาณ ไร้ซึ่งการเขินอายให้เสียเวลา อายุอานามก็ไม่ใช่สาวแรกรุ่นแล้วและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกของฉันเพียงแต่มันเป็นครั้งแรกของเราสองคน ครั้งแรกระหว่างฉันกับดินชายหนุ่มที่ฉันคอยเฝ้ามองทุกการเติบโต
“อา ดิน อ่ะ อา” มันรู้สึกดีมากเมื่อปลายลิ้นอุ่นๆ ชุ่มแฉะด้วยน้ำลายตวัดรัวลงจุดกึ่งกลางขา มือของฉันแทรกไซ้เส้นผมหนาตัวกระตุกสั่นเกร็งเป็นบางครั้งเวลาที่รู้สึกเหมือนเกินจะทน
“อ่ะ อา” ฉันต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อเขากดปลายลิ้นอุ่นดุนดันสอดเข้าไปสลับกับตวัดขึ้นลง เขาสอดลิ้นเข้าไปได้ยังไงกัน
“อา ดิน อา น้าทนไม่ไหวแล้ว อืม อา” ฉันเริ่มร้องขอให้เขาจัดการกับฉันแต่ว่าคนที่อยู่ตรงนั้นก็เอาแต่แกล้ง
“อ่ะ อ๊ะ” ข้อนิ้วแข็งนั่นกระทุ้งเคลื่อนเข้าออก เขาทำส่วนนั้นของฉันร้อนผ่าวไปหมดไม่นานน้ำใสแต่ไม่ใช่ฉี่ก็พวยพุ่งออก ฉันถึงสวรรค์ทั้งที่ยังไม่ได้สอดใส่ชายทั้งแท่งเข้าไปจริงจังด้วยซ้ำ คืนนี้ต้องยาวนานแน่
“มีถุงยางไหมครับ” ฉันลังเลเล็กน้อยเมื่อเขาถามออกมาแบบนั้น แต่ทำไงได้เผื่อฉุกเฉินอะไรก็เกิดขึ้นได้จึงซื้อมันติดกระเป๋าตลอดเวลาและได้แต่ภาวนาตลอดว่าสักวันจะมีโอกาสได้ใช้กับดิน ใช่ฉันซื้อไว้ก็เพื่อเขา แต่ดูเหมือนฉันจะกะขนาดเขาผิดไปถนัดเมื่อดินบอกมันคับไปทำฉันต้องผงกหัวดู ดินสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อฉันเอื้อมมือไปจับ
“ขอบมันรัดแน่นไปตอนทำผมคงเจ็บแน่เลยครับ”
ฉันดึงมันออกทันทีเมื่อดินบอกแบบนั้น หากอาการเจ็บทำให้เขาไม่สนุกพลอยให้ฉันไม่มีความสุขไปด้วยฉันก็ไม่ยอม
“ไม่ต้องใส่หรอกน้าปลอดภัย” ฉันกล้าที่จะบอกแบบนั้นเพราะเมื่อก่อนตอนยังคบกับคนเก่าฉันใช้ถุงตลอดและฉันดีใจที่ดินบอกว่าตัวเขาเองก็ปลอดภัย
“แต่ว่า...ผมไม่อยากให้พลาดแล้วน้าท้องนะครับ” ฉันเห็นแววตาของความเป็นห่วงแฝงอยู่
“แตกในก็ได้” ฉันบอกเขาว่าจะซื้อหลั่งร่วมมาใช้เองฉันเข้าใจความรู้สึกดินไม่ว่าจะยังไงฉันก็ไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายว่าเขาคิดอะไรหรือกลัวพลาดแล้วมีผลตามมาและไม่อยากรับผิดชอบ เรื่องแค่นี้ฉันจะไม่ยอมให้มันมาขัดขวางความสุขระหว่างสองเราเป็นอันขาด จากนั้นก็ตัดสินใจคุมเกมเสียเอง
ฉันก้มหน้าลงจูบกลางลำส่วนนั้นของเขาก่อนแลบลิ้นตวัดเหนือส่วนปลายแดงระเรื่อ
“อ่ะ นะ น้ายุ้ยครับ”
“หืม”
“ไม่รังเกียจเหรอครับผมยังไม่ได้อาบน้ำเลยนะ” คำถามของเขาทำฉันยิ้ม จากนั้นฉันก็ก้มลงจัดการใส่เข้าไปเต็มปากกลืนลึกลงคอก่อนคายออกมา
“อา นะน้ายุ้ย อา” เขาเกลี่ยปอยผมออกจากหน้าเพื่อมองให้ชัดตอนฉันผงกหัวขึ้นลง ดวงตาของเขาฉ่ำเยิ้มเมื่อมองมาตอนฉันช้อนสายตาขึ้นทั้งที่ยังอ้าปากแลบลิ้นโลมเลียกลืนกินจนหนำใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขึ้นคร่อมบนหน้าตักเขาจับส่วนนั้นตั้งค่อยๆ กดตัวให้มันดันเข้าไปแล้วโยกเอวส่ายบั้นท้ายเบียด
“ถ้าน้ากินให้แล้วดินไม่ยอมจูบน้านั่นล่ะน่ารังเกียจ”
ฉันกระซิบแผ่วปนเปไปกับเสียงครางเมื่อถูกเขาที่นั่งอยู่เด้งรับมันยิ่งฝังเข้าไปในตัวลึก
“อาใหญ่จัง อา” ดินยิ้มดึงฉันเข้าไปประกบปากแลกลิ้นยาวนานก่อนผละออกมองฉันตาปรือเกลี่ยปอยผมฉันไปด้านหลัง
“หวานแบบนี้ใครจะไม่จูบล่ะครับ” ฉันยิ้มคล้องแขนเหนือหัวไหล่กว้างเบียดส่าย มันทั้งลึกและเสียวซ่านจนนั่งตัวตรงไม่ได้ สองมือใหญ่ของเขาประคองแผ่นหลังและเอวฉันเอาไว้ตอนเอนไปด้านหลังแล้วดีดเด้งใส่อย่างหนักหน่วง
“อ่ะ อา อา ใหญ่มาก อาเข้าลึกจริงๆ อา ดิน” ฉันไม่ได้พูดเอาใจผู้ชายที่ฉันกำลังแอ่นก้นโยกบดแต่มันใหญ่จริงๆ แล้วเขาก็ขอนอนที่บ้านฉันก่อนจะชมว่าฉันเด้งแรงเด้งหนัก
“ก็คนมันอยากนี่นาอยากมานานแล้วด้วย อ่ะ อา ดิน อื้อ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ”
“อา น้ายุ้ย เยี่ยมมากครับ อา อ่ะ รัดแรงมากครับ อา”เ
ขณะที่ฉันยังหอบหายใจร่างกายที่บีบเกร็งใส่เขาเริ่มผ่อนคลายลงดินก็อุ้มฉันขึ้นยืนก่อนกระแทกใส่น้องสาวฉันยับจนอดทนไว้ไม่ไหว กรีดร้องเสียงหลงเนื้อตัวกระตุกเร่าจนแทบร่วงลงพื้น เราสองคนจูบกันนัวก่อนเขาจะปล่อยฉันลงทั้งที่ปากยังประกบแล้วก็ดันร่างฉันถอยหลังไปยืนเย่อยันต่ออยู่ตรงผนังข้างประตูห้องน้ำ
เหงื่อเราสองคนท่วมตัวกลิ่นกามารมณ์คละคลุ้งไปทั่ว เมื่อถูกเหน็บในท่ายืนนั้นยิ่งเสียวลึก ฉันถูกกระแทกจนขาสั่นก่อนที่เขาจะอุ้มฉันขึ้นอีกครั้งยกร่างฉันขึ้นลงโยกบั้นท้ายบดซ้ำๆ
“อื้อ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ” รู้ตัวอีกทีตรงนั้นก็รู้สึกอุ่นเมื่อน้ำในกายพุ่งออกอีกครั้ง และอีกครั้งเมื่อเขาพาฉันเข้าไปปิดเกมในห้องน้ำ จับฉันหันหลังก่อนกระแทกอัดจนเนื้อบั้นท้ายของฉันสั่นราวถูกเขย่า
“อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ อ๊า ฮื๊อ” ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าทั้งเนื้อทั้งตัวสั่นระริกยืนแทบไม่อยู่ ร่องรักร้อนผ่าวบีบรัดจนเขาครางเครือแต่ก็ยังเบียดโยกกระตุ้นไม่หยุดก่อนจะถอยออกแล้วปล่อยน้ำขาวขุ่นลงบนบั้นท้ายของฉัน เขาไม่ได้หลั่งใน
“อาบน้ำนอนพักกันเถอะครับ” เขากระซิบบอกราวกลัวใครได้ยินประคองร่างที่สั่นเทาไปทั้งตัวขาอ่อนปวกเปียกจนแทบยืนไม่อยู่อาบน้ำฟอกสบู่ให้
“ห้าทุ่มแล้วเหรอ”
ฉันเอ่ยหลังเห็นตัวเลขเมื่อหยิบโทรศัพท์มาดูขณะที่มือก็เช็ดผมยาวเปียกชุ่มเดินไปนั่งข้างๆ เขาตรงขอบเตียงพลางไถจอกดเข้าแอปพลิเคชันรับออร์เดอร์ส่งอาหารและของกินของใช้อเนกประสงค์ สายตาก็เหลือบมองดินที่ใส่แค่บ๊อกเซอร์ผืนเดียว
“หิวเหรอครับ”
“เปล่า”
“แล้วจะสั่งอะไร”
ฉันบอกเขาว่าจะสั่งยาหลังร่วมกับถุงยางอนามัยแล้วก็น้ำหวานมาให้ดื่มด้วยนิดหน่อยเพื่อชูกำลังก่อนจะถามคนที่ฉันเพิ่งได้เป็นผัวว่าใส่ไซซ์อะไรแต่คำตอบของเขาก็เล่นเอาฉันขำพรืดเมื่อดินไม่รู้ขนาดที่แน่ชัดของตัวเอง เขาให้เหตุผลว่าไม่ได้ใช้เลยไม่ได้วัด ไม่อยากจะเชื่อเลย
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นขัดจังหวะเราและเขาก็หันมองหน้าฉันด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่ทว่าซ่อนแววตื่นกลัวที่เผยขึ้นชั่วขณะ
วันไปส่งดินขึ้นเครื่อง เราสองคนต่างล่ำลาและพยายามสะกดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน หลังเขาไปฉันกับแม่เขาต้องกลับด้วยกันฉันต้องไปส่งเธอ และเมื่ออยู่ในรถสองคนกับพี่ดาวเราก็ได้เปิดใจพูดคุย เธอบอกว่าไม่ได้รังเกียจที่ฉันกับลูกชายของเธอจะคบหากัน แต่ก็พูดเป็นนัยให้ฉันทำใจเพราะดินไปอยู่ที่นั่นโอกาสเจอคนอื่นมีมากมาย“ยุ้ยคงไม่เสียใจและคิดโทษลูกชายพี่นะถ้าเกิดว่าใจเขาไม่มั่นคงและมีคนอื่น”“ยุ้ยเข้าใจค่ะพี่ดาว ยุ้ยพยายามบอกเขาหลายครั้งแต่ดินไม่ฟัง พี่ดาวไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องนั้นยุ้ยทำใจไว้แล้ว”เธอคงเห็นว่าฉันเศร้าผ่านสีหน้ากับเสียงที่สั่นเครือจางๆ จึงยื่นมือมาจับแขนฉันบีบเบาๆ เอ่ยคำที่ง่ายน่าฟังและเป็นกลางที่สุดเท่าที่แม่และเพื่อนคนหนึ่งจะให้ฉันได้“ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์นะ”“ขอบคุณค่ะพี่ดาว”หลังจากวันนั้นฉันไปมาหาสู่บ้านพี่ดาวเรื่อยๆ ปีแรกดินพยายามติดต่อฉันทุกวันพอเข้าปีที่สองก็เริ่มห่าง เขาให้เหตุผลว่างานยุ่งมากโปรเจกต์เยอะไปหมด และดินก็ติดต่อกลับมาบ้างตามโอกาส มีบ้างบางครั้งที่ฉันทนคิดถึงไม่ไหวพยายามโทรหา เขารับนะแต่เสียงก็ค่อนข้างเจี๊ยวจ๊าว เวลากลางวันกับกลางคืนก็ไม่ตรงกันและเริ่มติดต่อยากข
สิบเอ็ดโมงครึ่งของวันอาทิตย์เราขึ้นเรือเพื่อนั่งข้ามฟากไปเกาะเสม็ดหลังจากหาที่ฝากรถได้ เมื่อถึงที่พักก็สั่งอาหารเที่ยงมากินนอนพักกันสองสามชั่วโมงก่อนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เราเดินไปเรื่อยจนเจอจุดลับตาคนไร้ร่องรอยการมาถึงของมนุษย์ ด้านหลังมีผาหินสูงต้นไม้ขึ้นรกก้อนหินใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่สี่ก้อนสูงท่วมหัวและไต่ระดับความใหญ่ เราจูงมือมองความงามตามธรรมชาติของมันจนดินหยุดกึกก่อนถึงก้อนสุดท้าย“มีอะไรเหรอ” เขาหันมาอมยิ้มมองฉันอย่างมีเลศนัยจูงมือเดินต่อจนพ้นก้อนใหญ่แล้วดึงมือฉันเดินกลับทันที“อะไรกันดิน” ฉันตกใจชักสีหน้านึกว่าเขาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอแต่เขาหยุดตรงที่หยุดในตอนแรกหันซ้ายแลขวาแล้วโน้มลงกระซิบข้างหู“ผมอยากแล้วล่ะ” เสียงเขาแหบพร่าเจือปนไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่“หา แต่ว่า”“ที่รักดูตรงนั้นสิ” เขาชี้ไปด้านหลังเพียงแค่หันมองตามฉันก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนผ่าวและแดงเป็นลูกตำลึงยกมือขึ้นทัดหูเมื่อลมชายหาดพัดขึ้นฝั่งแรงจนผมปลิวก่อนหันมาอมยิ้มมองเขาอย่างเอียงอาย“เขินเหรอครับ” เขาถามอย่างรู้ทัน ฉันพยักหน้าอมยิ้มตอบ“เข้าไปกันเถอะผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ดึงมือฉั
หลังจากวันนั้นในที่ทำงานตัวเราแทบจะติดกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนเริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาแต่เขาไม่สนใจและเราไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินงาม นอกจากใช้ทุกนาทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำดีต่อกันทุกๆ วันให้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดจวบจนวันที่เขาสิ้นสุดการเป็นพนักงาน“พี่ยุ้ย” น้องผู้จัดการที่ทำงานในฝ่ายเดียวกันและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกจนฉันหันตาม เธอกับฉันนับว่าสนิทในระดับหนึ่งจนกล้าถามเรื่องส่วนตัวของกันและกันในบางครั้ง ทั้งยังไว้วางใจฝากฝังงานทำหน้าที่แทนได้ด้วย“ว่าไงริสา” เธอหันซ้ายแลขวาเมื่อแน่ใจว่าอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพังจึงเอ่ยถาม“น้องดินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า” ฉันสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออกเบาๆ“ถ้าเป็นที่นี่คงไม่มา”“ทำไมล่ะคะ พี่ก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอ”“เขาไปเรียนริสา อนาคตเขาสำคัญกว่า”“พี่ยุ้ย” เธอลากเสียง“แล้วน้องจะเดินทางเมื่อไหร่” เธอถามต่อ“คงอาทิตย์หน้าช่วงนี้เขาคงพักผ่อน กลับบ้านกันเถอะเลิกงานแล้ว” ฉันตัดบทเธอพยักหน้าแต่ก็บอกว่าต้องเคลียร์เอกสารนิดหน่อยเลยนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเธอก่อนดินจะส่งข้อความมาบอกให้ไปรับที่บ้านตอนหกโมงครึ่งเพราะนี่ก็วันเสาร์พอดี“อ่อ จริงสิร
หลังจากเราสามคนตกลงกันได้ ดินก็งอนฉันยกใหญ่ทั้งงอนแม่ตัวเองแต่พี่ดาวก็เอาแต่หัวเราะขบขันท่าทีของลูกชาย เธอบอกว่าดินต้องเรียนภาษาหลังเลิกงานสามเดือนและต้องเริ่มกลางเดือนนี้ซึ่งนับเวลาแล้วก็เหลืออีกไม่กี่วันเธอจัดแจงเรื่องโรงเรียนไว้แล้วระหว่างรอใบตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยกับรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายรวมถึงที่พัก ดินต้องไปทำพาสปอร์ตพี่ดาวจึงสั่งให้หาวันลางานเพื่อไปจัดการให้แล้วเสร็จ เมื่อได้ใบตอบรับหรือที่เขาเรียกกันว่าใบออฟเฟอร์แล้วถึงจะไปทำวีซ่านักศึกษา ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจเรียนภาษาเพิ่มเติมไว้ก่อนวันศุกร์ที่สามของเดือนหลังจากเขาทำพาสปอร์ตเสร็จก็มาหาฉันที่บริษัทจนหลายคนสงสัยและถามไถ่ว่าเหตุใดเขาถึงมารอฉันอยู่หน้าออฟฟิศตอนใกล้เลิกงาน มันผิดวิสัยพนักงานทั่วไป ถามว่าเราแอบไปคบหากันตอนไหน ฉันก็ได้แต่บอกไปตามตรงว่าความจริงแล้วแม่เขากับฉันรู้จักกันและเขาจะไปเรียนภาษาตอนหกโมงเย็นเลยแวะมาที่นี่ก่อนคงมาเคลียร์งานด้วยเล็กน้อย ตึกที่เขาเรียนฉันต้องผ่านพอดีเลยจะขอติดรถไปด้วยถึงอย่างไรการบอกออกไปแบบนั้นก็ไม่ใช่การโกหกแค่บอกไม่หมดเฉยๆ ใครจะคิดยังไงก็ช่างอย่างน้อยดินก็ได้บอกที่แผนกไว้เรียบ
ตลอดการขับรถอ้อมมาเข้าถนนเส้นหน้าหมู่บ้านฉันก็ยังคิดวกไปวนมาจวบจนรถยนต์จอดสนิท“ทำไมย้อนกลับมาล่ะครับ” ดินกระซิบถามเมื่อวิ่งออกมารับเหมือนตอนเด็กๆ ฉันชะงักกึกใบหน้าของฉันคงแสดงออกถึงความหนักใจทำเขาพลอยหุบยิ้มบางๆ นั้นไปด้วย“พี่ดาวเรียกน้ากลับมาน่ะ”“เอ๋ ทำไมล่ะครับ”“แม่ยังไม่บอกดินเหรอ”“เปล่า มีเรื่องอะไรเหรอครับ” สีหน้าของเขาทั้งดูแปลกใจและร้อนรนขึ้นทันที“ดินน้าขออะไรอย่างได้ไหม” ชายหนุ่มตรงหน้าดูลังเลแต่ก็ไม่คัดค้านโดยไม่ทันฟังคำขอและไม่ได้ตกลงในทันทีเช่นกัน“น้ายุ้ยพูดมาได้เลยครับถ้าผมทำให้ได้ผมจะทำ”“ดิน เด็กดี ถ้าแม่อยากให้ดินทำอะไรดินต้องทำนะ”“ที่รักนี่มันเรื่องอะไรกัน” ฉันส่ายหน้าไม่อยากให้เขาเรียกตัวเองแบบนั้นแม้ว่าตอนนี้ฉันจะต้องการเป็นที่รักของเขาแล้วก็ตาม“เชื่อน้านะ”“แต่ว่า”“ดิน...” เขาเงียบปากถอนหายใจคลายความหนักอก“เราเข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวแม่ดินจะผิดสังเกต” เขาพยักหน้าเดินตามหลังจนเข้าด้านในทันใดกลิ่นอาหารก็ลอยกระทบจมูกฉันรู้ทันทีว่าเธออยู่ในครัวจึงวางกระเป๋าไว้โซฟาแล้วรีบเข้าไปช่วย“มีอะไรให้ช่วยไหมคะพี่ดาว”“อ้าวยุ้ย พี่ทำเสร็จแล้วล่ะ ดินไปไหนล่ะทำไมเขาไม่มาช่วย
บ่ายคล้อยของวันอาทิตย์ฉันไปส่งเขาที่บ้าน ดินงอแงกว่าตอนเป็นเด็กนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเขาแกล้งทำหรือไม่อยากกลับจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมถึงอย่างไรก็ต้องให้กลับไม่เช่นนั้นเช้าวันจันทร์คงไปทำงานไม่ไหวแน่เพราะมัวแต่คุยหยอกล้อกันฉันจึงขับรถลืมตัวเผลอไปจอดเทียบหน้าประตู แล้วพี่ดาวดันยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน ความโบ๊ะบ๊ะของฉันที่หันไปสบตาเธอเข้าปลายเท้าก็แตะคันเร่งอัตโนมัติทั้งที่ลูกชายของเธอยังคงนั่งอยู่ด้านใน“เอ๊า!!! ที่รักครับทำไมขับเลยบ้านแม่ล่ะ” ฉันใจสั่นนะที่เขาเรียกแบบนั้นแต่ว่าฉันกลัวเขาหลุดปากเรียกต่อหน้าคนอื่น“ดิน อย่าเรียกแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็เผลอเรียกต่อหน้าแม่กับเพื่อนร่วมงานหรอก” ฉันบอกเขาแต่สายตากลับสนใจมองกลับไปด้านหลังเมื่อจอดรถเลยบ้านพี่ดาวถึงห้าร้อยเมตรดีที่เธอไม่เดินออกมาดูแต่คนข้างๆ นี่สิงอนแล้ว“ก็ได้ครับ” เสียงเขาเศร้าลงฉันจึงรีบจับหน้าเขาหันมาจูบ“อย่าน้อยใจนะตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าพี่ดาวจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าเราสองคนมีอะไรกันเธออาจจะเกลียดน้าเลยก็ได้” เขาพยักหน้าก้มมองมือตัวเอง ให้ตายสิฉันอ่านความคิดเด็กคนนี้ไม่ออกเลย“ดินอย่าว่าน้านะ น้าอายพี่ดาวมากคงไม่กล้ามองหน้าเธอ เมื่อกี้พ
“อ่ะ อ๊ะ” น้องสาวของฉันกำลังรับศึกหนัก เขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะขนาดยังไม่ได้ดื่มน้ำหวานเลย ฉันอุตส่าห์สั่งมาเพื่อให้เขาดื่มฟื้นฟูพละกำลังแต่ฉันยังไม่เห็นเขายกมันมาดื่มสักอึกตรงกันข้ามกลับเอาแต่โก่งเอวกระดกก้นเหน็บเข้าตัวฉันหนัก“อ๊ะ ดิน อ๊ะ” สองขาของฉันถูกจับถ่างกว้าง สองมือเขาดันหัวเข่าฉันเอ
ดินไม่ยอมลุกจากขอบเตียงมิหนำซ้ำยังกดรับสายต่อหน้าและเมื่อฉันรู้ว่าใครเป็นคนโทรมาตอนเขาเปิดลำโพงหัวใจก็พลอยแป้วไปด้วย เธอคือพี่ดาวแม่ของเขาเอง“ครับแม่”สองคนแม่ลูกคุยกันและถามว่าจะกลับบ้านเมื่อไหร่ฉันจึงกระซิบบอกว่าพักบ้านเพื่อน ดินพูดตามโดยไม่ขัดข้องพี่ดาวเองก็ไม่ได้ว่าอะไร เธอค่อนข้างยืดหยุ่นกับก
ก่อนพักเที่ยงขณะที่กำลังนั่งทำงานอยู่ในออฟฟิศ เสียงเตือนและข้อความหนึ่งก็เด้งขึ้นหน้าจอ ฉันไม่ทันได้มองว่าใครส่งเรื่องอะไรจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดดู แล้วก็พบว่ามันเป็นข้อความจากดิน เมื่อเห็นดังนั้นจึงวางนิ้วบนปุ่มกดเปิดเข้าไปอ่านแล้วก็ต้องแปลกใจ“ผมอยากมีแฟน”อะไรกันเด็กคนนี้อยากมีแฟนทำไมต้องมาบอกทา
ฉันรู้จักพี่ดาวแม่ของเขาตั้งแต่เราเป็นสาวรุ่น ตอนนั้นตาดินเล็กมากๆ ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะเรื่องการเรียนนานๆ ครั้ง ฉันถึงมีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวกับลูก พอตาดินสามขวบฉันถูกส่งไปเรียนไกลบ้านมาก กลับมาอีกทีเขาก็อายุสิบสามขวบแล้วและฉันก็ได้งานทำพอทำงานก็มีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวบ่อยครั้ง เวลาตาดินปิด







