Masukสามารถอ่านบทสรุปเรื่องราวความรักของทั้งสองได้ใน ตามดวงใจหวนคืน
วันไปส่งดินขึ้นเครื่อง เราสองคนต่างล่ำลาและพยายามสะกดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน หลังเขาไปฉันกับแม่เขาต้องกลับด้วยกันฉันต้องไปส่งเธอ และเมื่ออยู่ในรถสองคนกับพี่ดาวเราก็ได้เปิดใจพูดคุย เธอบอกว่าไม่ได้รังเกียจที่ฉันกับลูกชายของเธอจะคบหากัน แต่ก็พูดเป็นนัยให้ฉันทำใจเพราะดินไปอยู่ที่นั่นโอกาสเจอคนอื่นมีมากมาย“ยุ้ยคงไม่เสียใจและคิดโทษลูกชายพี่นะถ้าเกิดว่าใจเขาไม่มั่นคงและมีคนอื่น”“ยุ้ยเข้าใจค่ะพี่ดาว ยุ้ยพยายามบอกเขาหลายครั้งแต่ดินไม่ฟัง พี่ดาวไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องนั้นยุ้ยทำใจไว้แล้ว”เธอคงเห็นว่าฉันเศร้าผ่านสีหน้ากับเสียงที่สั่นเครือจางๆ จึงยื่นมือมาจับแขนฉันบีบเบาๆ เอ่ยคำที่ง่ายน่าฟังและเป็นกลางที่สุดเท่าที่แม่และเพื่อนคนหนึ่งจะให้ฉันได้“ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์นะ”“ขอบคุณค่ะพี่ดาว”หลังจากวันนั้นฉันไปมาหาสู่บ้านพี่ดาวเรื่อยๆ ปีแรกดินพยายามติดต่อฉันทุกวันพอเข้าปีที่สองก็เริ่มห่าง เขาให้เหตุผลว่างานยุ่งมากโปรเจกต์เยอะไปหมด และดินก็ติดต่อกลับมาบ้างตามโอกาส มีบ้างบางครั้งที่ฉันทนคิดถึงไม่ไหวพยายามโทรหา เขารับนะแต่เสียงก็ค่อนข้างเจี๊ยวจ๊าว เวลากลางวันกับกลางคืนก็ไม่ตรงกันและเริ่มติดต่อยากข
สิบเอ็ดโมงครึ่งของวันอาทิตย์เราขึ้นเรือเพื่อนั่งข้ามฟากไปเกาะเสม็ดหลังจากหาที่ฝากรถได้ เมื่อถึงที่พักก็สั่งอาหารเที่ยงมากินนอนพักกันสองสามชั่วโมงก่อนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เราเดินไปเรื่อยจนเจอจุดลับตาคนไร้ร่องรอยการมาถึงของมนุษย์ ด้านหลังมีผาหินสูงต้นไม้ขึ้นรกก้อนหินใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่สี่ก้อนสูงท่วมหัวและไต่ระดับความใหญ่ เราจูงมือมองความงามตามธรรมชาติของมันจนดินหยุดกึกก่อนถึงก้อนสุดท้าย“มีอะไรเหรอ” เขาหันมาอมยิ้มมองฉันอย่างมีเลศนัยจูงมือเดินต่อจนพ้นก้อนใหญ่แล้วดึงมือฉันเดินกลับทันที“อะไรกันดิน” ฉันตกใจชักสีหน้านึกว่าเขาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอแต่เขาหยุดตรงที่หยุดในตอนแรกหันซ้ายแลขวาแล้วโน้มลงกระซิบข้างหู“ผมอยากแล้วล่ะ” เสียงเขาแหบพร่าเจือปนไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่“หา แต่ว่า”“ที่รักดูตรงนั้นสิ” เขาชี้ไปด้านหลังเพียงแค่หันมองตามฉันก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนผ่าวและแดงเป็นลูกตำลึงยกมือขึ้นทัดหูเมื่อลมชายหาดพัดขึ้นฝั่งแรงจนผมปลิวก่อนหันมาอมยิ้มมองเขาอย่างเอียงอาย“เขินเหรอครับ” เขาถามอย่างรู้ทัน ฉันพยักหน้าอมยิ้มตอบ“เข้าไปกันเถอะผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ดึงมือฉั
หลังจากวันนั้นในที่ทำงานตัวเราแทบจะติดกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนเริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาแต่เขาไม่สนใจและเราไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินงาม นอกจากใช้ทุกนาทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำดีต่อกันทุกๆ วันให้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดจวบจนวันที่เขาสิ้นสุดการเป็นพนักงาน“พี่ยุ้ย” น้องผู้จัดการที่ทำงานในฝ่ายเดียวกันและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกจนฉันหันตาม เธอกับฉันนับว่าสนิทในระดับหนึ่งจนกล้าถามเรื่องส่วนตัวของกันและกันในบางครั้ง ทั้งยังไว้วางใจฝากฝังงานทำหน้าที่แทนได้ด้วย“ว่าไงริสา” เธอหันซ้ายแลขวาเมื่อแน่ใจว่าอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพังจึงเอ่ยถาม“น้องดินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า” ฉันสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออกเบาๆ“ถ้าเป็นที่นี่คงไม่มา”“ทำไมล่ะคะ พี่ก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอ”“เขาไปเรียนริสา อนาคตเขาสำคัญกว่า”“พี่ยุ้ย” เธอลากเสียง“แล้วน้องจะเดินทางเมื่อไหร่” เธอถามต่อ“คงอาทิตย์หน้าช่วงนี้เขาคงพักผ่อน กลับบ้านกันเถอะเลิกงานแล้ว” ฉันตัดบทเธอพยักหน้าแต่ก็บอกว่าต้องเคลียร์เอกสารนิดหน่อยเลยนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเธอก่อนดินจะส่งข้อความมาบอกให้ไปรับที่บ้านตอนหกโมงครึ่งเพราะนี่ก็วันเสาร์พอดี“อ่อ จริงสิร
หลังจากเราสามคนตกลงกันได้ ดินก็งอนฉันยกใหญ่ทั้งงอนแม่ตัวเองแต่พี่ดาวก็เอาแต่หัวเราะขบขันท่าทีของลูกชาย เธอบอกว่าดินต้องเรียนภาษาหลังเลิกงานสามเดือนและต้องเริ่มกลางเดือนนี้ซึ่งนับเวลาแล้วก็เหลืออีกไม่กี่วันเธอจัดแจงเรื่องโรงเรียนไว้แล้วระหว่างรอใบตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยกับรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายรวมถึงที่พัก ดินต้องไปทำพาสปอร์ตพี่ดาวจึงสั่งให้หาวันลางานเพื่อไปจัดการให้แล้วเสร็จ เมื่อได้ใบตอบรับหรือที่เขาเรียกกันว่าใบออฟเฟอร์แล้วถึงจะไปทำวีซ่านักศึกษา ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจเรียนภาษาเพิ่มเติมไว้ก่อนวันศุกร์ที่สามของเดือนหลังจากเขาทำพาสปอร์ตเสร็จก็มาหาฉันที่บริษัทจนหลายคนสงสัยและถามไถ่ว่าเหตุใดเขาถึงมารอฉันอยู่หน้าออฟฟิศตอนใกล้เลิกงาน มันผิดวิสัยพนักงานทั่วไป ถามว่าเราแอบไปคบหากันตอนไหน ฉันก็ได้แต่บอกไปตามตรงว่าความจริงแล้วแม่เขากับฉันรู้จักกันและเขาจะไปเรียนภาษาตอนหกโมงเย็นเลยแวะมาที่นี่ก่อนคงมาเคลียร์งานด้วยเล็กน้อย ตึกที่เขาเรียนฉันต้องผ่านพอดีเลยจะขอติดรถไปด้วยถึงอย่างไรการบอกออกไปแบบนั้นก็ไม่ใช่การโกหกแค่บอกไม่หมดเฉยๆ ใครจะคิดยังไงก็ช่างอย่างน้อยดินก็ได้บอกที่แผนกไว้เรียบ
ตลอดการขับรถอ้อมมาเข้าถนนเส้นหน้าหมู่บ้านฉันก็ยังคิดวกไปวนมาจวบจนรถยนต์จอดสนิท“ทำไมย้อนกลับมาล่ะครับ” ดินกระซิบถามเมื่อวิ่งออกมารับเหมือนตอนเด็กๆ ฉันชะงักกึกใบหน้าของฉันคงแสดงออกถึงความหนักใจทำเขาพลอยหุบยิ้มบางๆ นั้นไปด้วย“พี่ดาวเรียกน้ากลับมาน่ะ”“เอ๋ ทำไมล่ะครับ”“แม่ยังไม่บอกดินเหรอ”“เปล่า มีเรื่องอะไรเหรอครับ” สีหน้าของเขาทั้งดูแปลกใจและร้อนรนขึ้นทันที“ดินน้าขออะไรอย่างได้ไหม” ชายหนุ่มตรงหน้าดูลังเลแต่ก็ไม่คัดค้านโดยไม่ทันฟังคำขอและไม่ได้ตกลงในทันทีเช่นกัน“น้ายุ้ยพูดมาได้เลยครับถ้าผมทำให้ได้ผมจะทำ”“ดิน เด็กดี ถ้าแม่อยากให้ดินทำอะไรดินต้องทำนะ”“ที่รักนี่มันเรื่องอะไรกัน” ฉันส่ายหน้าไม่อยากให้เขาเรียกตัวเองแบบนั้นแม้ว่าตอนนี้ฉันจะต้องการเป็นที่รักของเขาแล้วก็ตาม“เชื่อน้านะ”“แต่ว่า”“ดิน...” เขาเงียบปากถอนหายใจคลายความหนักอก“เราเข้าบ้านกันเถอะเดี๋ยวแม่ดินจะผิดสังเกต” เขาพยักหน้าเดินตามหลังจนเข้าด้านในทันใดกลิ่นอาหารก็ลอยกระทบจมูกฉันรู้ทันทีว่าเธออยู่ในครัวจึงวางกระเป๋าไว้โซฟาแล้วรีบเข้าไปช่วย“มีอะไรให้ช่วยไหมคะพี่ดาว”“อ้าวยุ้ย พี่ทำเสร็จแล้วล่ะ ดินไปไหนล่ะทำไมเขาไม่มาช่วย
บ่ายคล้อยของวันอาทิตย์ฉันไปส่งเขาที่บ้าน ดินงอแงกว่าตอนเป็นเด็กนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเขาแกล้งทำหรือไม่อยากกลับจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมถึงอย่างไรก็ต้องให้กลับไม่เช่นนั้นเช้าวันจันทร์คงไปทำงานไม่ไหวแน่เพราะมัวแต่คุยหยอกล้อกันฉันจึงขับรถลืมตัวเผลอไปจอดเทียบหน้าประตู แล้วพี่ดาวดันยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน ความโบ๊ะบ๊ะของฉันที่หันไปสบตาเธอเข้าปลายเท้าก็แตะคันเร่งอัตโนมัติทั้งที่ลูกชายของเธอยังคงนั่งอยู่ด้านใน“เอ๊า!!! ที่รักครับทำไมขับเลยบ้านแม่ล่ะ” ฉันใจสั่นนะที่เขาเรียกแบบนั้นแต่ว่าฉันกลัวเขาหลุดปากเรียกต่อหน้าคนอื่น“ดิน อย่าเรียกแบบนั้นสิ เดี๋ยวก็เผลอเรียกต่อหน้าแม่กับเพื่อนร่วมงานหรอก” ฉันบอกเขาแต่สายตากลับสนใจมองกลับไปด้านหลังเมื่อจอดรถเลยบ้านพี่ดาวถึงห้าร้อยเมตรดีที่เธอไม่เดินออกมาดูแต่คนข้างๆ นี่สิงอนแล้ว“ก็ได้ครับ” เสียงเขาเศร้าลงฉันจึงรีบจับหน้าเขาหันมาจูบ“อย่าน้อยใจนะตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าพี่ดาวจะคิดยังไงถ้ารู้ว่าเราสองคนมีอะไรกันเธออาจจะเกลียดน้าเลยก็ได้” เขาพยักหน้าก้มมองมือตัวเอง ให้ตายสิฉันอ่านความคิดเด็กคนนี้ไม่ออกเลย“ดินอย่าว่าน้านะ น้าอายพี่ดาวมากคงไม่กล้ามองหน้าเธอ เมื่อกี้พ
นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันหลับไปเพราะร่างกายอ่อนเพลียอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับแล้วจับไปทุกสัดส่วน สัมผัสนั้นทำให้รู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวจะว่าเหมือนฝันไปก็ไม่ใช่ และตรงนั้นน้องสาวของฉันกำลังมีบางอย่างเคลื่อนผ่านเข้าไป ทำไมกันนะผีอำฉันหรือไรทั้งที่ยังเหนื่อยแต่ทำไมเสียวน้องสาวขนาดนี้ เสียวล
“อ่ะ อ๊ะ” น้องสาวของฉันกำลังรับศึกหนัก เขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะขนาดยังไม่ได้ดื่มน้ำหวานเลย ฉันอุตส่าห์สั่งมาเพื่อให้เขาดื่มฟื้นฟูพละกำลังแต่ฉันยังไม่เห็นเขายกมันมาดื่มสักอึกตรงกันข้ามกลับเอาแต่โก่งเอวกระดกก้นเหน็บเข้าตัวฉันหนัก“อ๊ะ ดิน อ๊ะ” สองขาของฉันถูกจับถ่างกว้าง สองมือเขาดันหัวเข่าฉันเอ







