ログインฉันเห็นและช่วยเพื่อนรุ่นพี่ดูแลเอาใจใส่เขาตั้งแต่ยังเล็ก ไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันนี้
もっと見るฉันรู้จักพี่ดาวแม่ของเขาตั้งแต่เราเป็นสาวรุ่น ตอนนั้นตาดินเล็กมากๆ ยังจำความไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะเรื่องการเรียนนานๆ ครั้ง ฉันถึงมีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวกับลูก พอตาดินสามขวบฉันถูกส่งไปเรียนไกลบ้านมาก กลับมาอีกทีเขาก็อายุสิบสามขวบแล้วและฉันก็ได้งานทำ
พอทำงานก็มีโอกาสไปเยี่ยมพี่ดาวบ่อยครั้ง เวลาตาดินปิดเทอมก็พาไปไหนมาไหนด้วยอยู่บ่อยๆ เอ็นดูเหมือนหลาน ดินเองก็น่ารักไม่ดื้อไม่ซน เพราะความผิดพลาดในช่วงวัยรุ่นตาดินจึงห่างฉันสิบปีและตอนนี้ฉันอยู่ในวัยสาวเต็มตัวโสดสนิทไม่รู้ว่าเพราะฉันไม่อยากมีใครหรือเพราะฉันรอเขา
ช่วงที่ฉันเริ่มระหองระแหงกับแฟนเก่าบอกเลยว่าพี่ดาวกับลูกชายฮีลใจฉันได้มากโดยเฉพาะตาดินที่ทำให้ฉันยิ้มได้เสมอ เวลาพี่ดาวไม่ว่างพาลูกไปกินอาหารนอกบ้านฉันก็มักอาสาพาไปเอง พอตาดินอายุสิบห้าฉันได้พบรักครั้งใหม่ คบกันได้เพียงสองปีก็ต้องเลิกรา คราวนี้ไม่ได้บอกใครได้แต่อมทุกข์อยู่คนเดียว ทว่าความทุกข์ก็อยู่กับฉันได้ไม่นานเพราะมีเพื่อนและลูกชายเพื่อนที่ดีทั้งเริ่มแตกเนื้อหนุ่ม
ช่วงเลิกกับแฟนเหมือนตาดินจะรู้ว่าฉันเหงา เขาอาสาไปเป็นเพื่อนตลอดเวลาฉันบ่นอยากกินนั่นนี่ตามภาษาผู้หญิงแต่พี่ดาวไม่ค่อยว่างเพราะงานเยอะ เธอเก่งมากเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยวที่แข็งแกร่งคำว่าเข้มแข็งคงไม่พอสำหรับเธอ เวลาฉันชวนไปไหนมาไหนเธอมักบอกว่าติดงาน ต้องรีวิวสินค้าต้องไลฟ์สดขายของ ทุกอย่างที่มีทั้งบ้านและรถพี่ดาวสร้างมันขึ้นมาเอง เธอบอกว่าทั้งหมดที่ทำก็เพื่อลูกชายที่กำลังอยู่ในวัยเรียนจึงมักส่งตาดินไปแทนประจำจนเคยชิน กระทั่งตาดินสอบติดและเข้ามหาวิทยาลัยเราเลยต้องห่างกันด้วยความจำเป็น
ฉันคอยบอกคอยแนะนำเขาเรื่องการดูแลรูปร่างตลอด และเพราะแบบนั้นถึงได้เผลอกัดริมฝีปากตัวเองเสมอเวลาเห็นเขาถอดเสื้อเดินตอนปิดเทอมในวัยสิบเก้าย่างยี่สิบปี ดินเป็นคนตัวสูงตอนเขาอายุสิบหกก็สูงร้อยแปดสิบบวกแล้ว และด้วยวัยกับร่างกายที่ใช้พลังงานเยอะจากกิจกรรมตามแบบผู้ชายทำให้เขาดูผอมไปจึงได้แต่แนะนำว่าต้องทำอะไรกินอะไรออกกำลังกายแบบไหนถึงจะได้หุ่นที่สาวชอบ สุดท้ายกลายเป็นฉันที่ชอบแบบนั้นเสียเอง
เราสองคนติดต่อกันผ่านสื่อโซเชียลตลอด บางครั้งก็มีการวิดีโอคอลหากันบ้างในช่วงกลางคืนหรือวันหยุด แล้วเจ้าเด็กบ้านั่นก็ชอบยั่วกันด้วยการถอดเสื้อเปลือยท่อนบนนอนคุยกับฉันบนเตียงไม่ว่าจะในหอพักมหาวิทยาลัยหรือเตียงนอนที่บ้าน ส่วนใหญ่แล้วเขามักโทรมาตอนเดินถอดเสื้อขึ้นเตียงดึงผ้าห่มมาคลุมแผ่นอก
ดินมักปล่อยให้ฉันเห็นแค่หน้ากับหัวไหล่ แต่บางทีก็นอนคว่ำให้เห็นแผ่นหลังเลยไปถึงขอบหัวกางเกง บางทีก็เป็นผ้ายีนบางคราวก็กางเกงผ้าวอร์มและมักจะมีหัวกางเกงในชายหรือบ๊อกเซอร์โผล่เสมอ เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นหลายครั้งจนฉันเริ่มสงสัย เขาทำเพื่ออะไรหรือจงใจอ่อยกัน
เมื่อดินเรียนจบฉันกับพี่ดาวแม่ของเขาได้ไปแสดงความยินดีและถ่ายรูปร่วมกันเรื่องน่าแปลกคือเขาไม่มีแฟนสาวเลยทั้งที่ดินเป็นคนสูงรูปร่างหน้าตาดี นิสัยก็ดีจนบางทีฉันยังแอบสงสัยว่าเขาคงสาวเยอะแน่เลย เพียงคิดเช่นนั้นก็ปวดจี๊ด อารมณ์แบบนี้ทำให้ต้องถามตัวเองว่าในใจลึกๆ แล้วชอบเขาหรือเปล่าและยังคอยหักห้ามความรู้สึกเรื่อยมา
ดินหางานไม่นานนักจะนับว่าโชคดีไหมเขาได้งานที่เดียวกันกับฉัน แต่พูดได้เลยว่า ฉันดีใจมากนะถึงจะไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเขาก็ตาม เพราะว่ามันทำให้ฉันมีโอกาสและแล้วตอนนี้ก็ถึงวันที่ฉันรอคอยและเฝ้าหวังให้มันเกิดขึ้นจริงๆ
วันไปส่งดินขึ้นเครื่อง เราสองคนต่างล่ำลาและพยายามสะกดกั้นน้ำตาไม่ให้ไหลริน หลังเขาไปฉันกับแม่เขาต้องกลับด้วยกันฉันต้องไปส่งเธอ และเมื่ออยู่ในรถสองคนกับพี่ดาวเราก็ได้เปิดใจพูดคุย เธอบอกว่าไม่ได้รังเกียจที่ฉันกับลูกชายของเธอจะคบหากัน แต่ก็พูดเป็นนัยให้ฉันทำใจเพราะดินไปอยู่ที่นั่นโอกาสเจอคนอื่นมีมากมาย“ยุ้ยคงไม่เสียใจและคิดโทษลูกชายพี่นะถ้าเกิดว่าใจเขาไม่มั่นคงและมีคนอื่น”“ยุ้ยเข้าใจค่ะพี่ดาว ยุ้ยพยายามบอกเขาหลายครั้งแต่ดินไม่ฟัง พี่ดาวไม่ต้องห่วงนะคะเรื่องนั้นยุ้ยทำใจไว้แล้ว”เธอคงเห็นว่าฉันเศร้าผ่านสีหน้ากับเสียงที่สั่นเครือจางๆ จึงยื่นมือมาจับแขนฉันบีบเบาๆ เอ่ยคำที่ง่ายน่าฟังและเป็นกลางที่สุดเท่าที่แม่และเพื่อนคนหนึ่งจะให้ฉันได้“ปล่อยให้เวลาเป็นเครื่องพิสูจน์นะ”“ขอบคุณค่ะพี่ดาว”หลังจากวันนั้นฉันไปมาหาสู่บ้านพี่ดาวเรื่อยๆ ปีแรกดินพยายามติดต่อฉันทุกวันพอเข้าปีที่สองก็เริ่มห่าง เขาให้เหตุผลว่างานยุ่งมากโปรเจกต์เยอะไปหมด และดินก็ติดต่อกลับมาบ้างตามโอกาส มีบ้างบางครั้งที่ฉันทนคิดถึงไม่ไหวพยายามโทรหา เขารับนะแต่เสียงก็ค่อนข้างเจี๊ยวจ๊าว เวลากลางวันกับกลางคืนก็ไม่ตรงกันและเริ่มติดต่อยากข
สิบเอ็ดโมงครึ่งของวันอาทิตย์เราขึ้นเรือเพื่อนั่งข้ามฟากไปเกาะเสม็ดหลังจากหาที่ฝากรถได้ เมื่อถึงที่พักก็สั่งอาหารเที่ยงมากินนอนพักกันสองสามชั่วโมงก่อนออกไปเดินเล่นชมวิวทิวทัศน์เราเดินไปเรื่อยจนเจอจุดลับตาคนไร้ร่องรอยการมาถึงของมนุษย์ ด้านหลังมีผาหินสูงต้นไม้ขึ้นรกก้อนหินใหญ่ตั้งเรียงรายกันอยู่สี่ก้อนสูงท่วมหัวและไต่ระดับความใหญ่ เราจูงมือมองความงามตามธรรมชาติของมันจนดินหยุดกึกก่อนถึงก้อนสุดท้าย“มีอะไรเหรอ” เขาหันมาอมยิ้มมองฉันอย่างมีเลศนัยจูงมือเดินต่อจนพ้นก้อนใหญ่แล้วดึงมือฉันเดินกลับทันที“อะไรกันดิน” ฉันตกใจชักสีหน้านึกว่าเขาเจอเรื่องที่ไม่ควรเจอแต่เขาหยุดตรงที่หยุดในตอนแรกหันซ้ายแลขวาแล้วโน้มลงกระซิบข้างหู“ผมอยากแล้วล่ะ” เสียงเขาแหบพร่าเจือปนไปด้วยอารมณ์แห่งความใคร่“หา แต่ว่า”“ที่รักดูตรงนั้นสิ” เขาชี้ไปด้านหลังเพียงแค่หันมองตามฉันก็รู้สึกว่าหน้าตัวเองกำลังร้อนผ่าวและแดงเป็นลูกตำลึงยกมือขึ้นทัดหูเมื่อลมชายหาดพัดขึ้นฝั่งแรงจนผมปลิวก่อนหันมาอมยิ้มมองเขาอย่างเอียงอาย“เขินเหรอครับ” เขาถามอย่างรู้ทัน ฉันพยักหน้าอมยิ้มตอบ“เข้าไปกันเถอะผมแทบจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว” ว่าแล้วเขาก็ดึงมือฉั
หลังจากวันนั้นในที่ทำงานตัวเราแทบจะติดกันทุกครั้งที่มีโอกาส จนเริ่มมีเสียงซุบซิบนินทาแต่เขาไม่สนใจและเราไม่ได้ทำอะไรที่มันเกินงาม นอกจากใช้ทุกนาทีทุกครั้งที่มีโอกาสทำดีต่อกันทุกๆ วันให้เป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดจวบจนวันที่เขาสิ้นสุดการเป็นพนักงาน“พี่ยุ้ย” น้องผู้จัดการที่ทำงานในฝ่ายเดียวกันและเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเรียกจนฉันหันตาม เธอกับฉันนับว่าสนิทในระดับหนึ่งจนกล้าถามเรื่องส่วนตัวของกันและกันในบางครั้ง ทั้งยังไว้วางใจฝากฝังงานทำหน้าที่แทนได้ด้วย“ว่าไงริสา” เธอหันซ้ายแลขวาเมื่อแน่ใจว่าอยู่ในออฟฟิศเพียงลำพังจึงเอ่ยถาม“น้องดินจะกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า” ฉันสูดหายใจเข้าลึกและแอบถอนออกเบาๆ“ถ้าเป็นที่นี่คงไม่มา”“ทำไมล่ะคะ พี่ก็ยังอยู่ที่นี่ แล้วพี่ไม่เสียใจเหรอ”“เขาไปเรียนริสา อนาคตเขาสำคัญกว่า”“พี่ยุ้ย” เธอลากเสียง“แล้วน้องจะเดินทางเมื่อไหร่” เธอถามต่อ“คงอาทิตย์หน้าช่วงนี้เขาคงพักผ่อน กลับบ้านกันเถอะเลิกงานแล้ว” ฉันตัดบทเธอพยักหน้าแต่ก็บอกว่าต้องเคลียร์เอกสารนิดหน่อยเลยนั่งเล่นเกมเป็นเพื่อนเธอก่อนดินจะส่งข้อความมาบอกให้ไปรับที่บ้านตอนหกโมงครึ่งเพราะนี่ก็วันเสาร์พอดี“อ่อ จริงสิร
หลังจากเราสามคนตกลงกันได้ ดินก็งอนฉันยกใหญ่ทั้งงอนแม่ตัวเองแต่พี่ดาวก็เอาแต่หัวเราะขบขันท่าทีของลูกชาย เธอบอกว่าดินต้องเรียนภาษาหลังเลิกงานสามเดือนและต้องเริ่มกลางเดือนนี้ซึ่งนับเวลาแล้วก็เหลืออีกไม่กี่วันเธอจัดแจงเรื่องโรงเรียนไว้แล้วระหว่างรอใบตอบรับจากทางมหาวิทยาลัยกับรายละเอียดเรื่องค่าใช้จ่ายรวมถึงที่พัก ดินต้องไปทำพาสปอร์ตพี่ดาวจึงสั่งให้หาวันลางานเพื่อไปจัดการให้แล้วเสร็จ เมื่อได้ใบตอบรับหรือที่เขาเรียกกันว่าใบออฟเฟอร์แล้วถึงจะไปทำวีซ่านักศึกษา ระหว่างนี้ก็เตรียมตัวเตรียมใจเรียนภาษาเพิ่มเติมไว้ก่อนวันศุกร์ที่สามของเดือนหลังจากเขาทำพาสปอร์ตเสร็จก็มาหาฉันที่บริษัทจนหลายคนสงสัยและถามไถ่ว่าเหตุใดเขาถึงมารอฉันอยู่หน้าออฟฟิศตอนใกล้เลิกงาน มันผิดวิสัยพนักงานทั่วไป ถามว่าเราแอบไปคบหากันตอนไหน ฉันก็ได้แต่บอกไปตามตรงว่าความจริงแล้วแม่เขากับฉันรู้จักกันและเขาจะไปเรียนภาษาตอนหกโมงเย็นเลยแวะมาที่นี่ก่อนคงมาเคลียร์งานด้วยเล็กน้อย ตึกที่เขาเรียนฉันต้องผ่านพอดีเลยจะขอติดรถไปด้วยถึงอย่างไรการบอกออกไปแบบนั้นก็ไม่ใช่การโกหกแค่บอกไม่หมดเฉยๆ ใครจะคิดยังไงก็ช่างอย่างน้อยดินก็ได้บอกที่แผนกไว้เรียบ
ตลอดการขับรถอ้อมมาเข้าถนนเส้นหน้าหมู่บ้านฉันก็ยังคิดวกไปวนมาจวบจนรถยนต์จอดสนิท“ทำไมย้อนกลับมาล่ะครับ” ดินกระซิบถามเมื่อวิ่งออกมารับเหมือนตอนเด็กๆ ฉันชะงักกึกใบหน้าของฉันคงแสดงออกถึงความหนักใจทำเขาพลอยหุบยิ้มบางๆ นั้นไปด้วย“พี่ดาวเรียกน้ากลับมาน่ะ”“เอ๋ ทำไมล่ะครับ”“แม่ยังไม่บอกดินเหรอ”“เปล่า มี
บ่ายคล้อยของวันอาทิตย์ฉันไปส่งเขาที่บ้าน ดินงอแงกว่าตอนเป็นเด็กนิดหน่อย ไม่รู้ว่าเขาแกล้งทำหรือไม่อยากกลับจริงๆ แต่ฉันไม่ยอมถึงอย่างไรก็ต้องให้กลับไม่เช่นนั้นเช้าวันจันทร์คงไปทำงานไม่ไหวแน่เพราะมัวแต่คุยหยอกล้อกันฉันจึงขับรถลืมตัวเผลอไปจอดเทียบหน้าประตู แล้วพี่ดาวดันยืนคุยโทรศัพท์อยู่หน้าบ้าน ความ
นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่ฉันหลับไปเพราะร่างกายอ่อนเพลียอยู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ มาทับแล้วจับไปทุกสัดส่วน สัมผัสนั้นทำให้รู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัวจะว่าเหมือนฝันไปก็ไม่ใช่ และตรงนั้นน้องสาวของฉันกำลังมีบางอย่างเคลื่อนผ่านเข้าไป ทำไมกันนะผีอำฉันหรือไรทั้งที่ยังเหนื่อยแต่ทำไมเสียวน้องสาวขนาดนี้ เสียวล
“อ่ะ อ๊ะ” น้องสาวของฉันกำลังรับศึกหนัก เขาไปเอาเรี่ยวแรงมาจากไหนกันนะขนาดยังไม่ได้ดื่มน้ำหวานเลย ฉันอุตส่าห์สั่งมาเพื่อให้เขาดื่มฟื้นฟูพละกำลังแต่ฉันยังไม่เห็นเขายกมันมาดื่มสักอึกตรงกันข้ามกลับเอาแต่โก่งเอวกระดกก้นเหน็บเข้าตัวฉันหนัก“อ๊ะ ดิน อ๊ะ” สองขาของฉันถูกจับถ่างกว้าง สองมือเขาดันหัวเข่าฉันเอ





