Accueil / โรแมนติก / หลงเสียงเรไร / ตอนที่ 2 ยังฮักไปอีกได้บ่

Partager

ตอนที่ 2 ยังฮักไปอีกได้บ่

last update Date de publication: 2025-05-03 07:00:11

แคนตั้งใจจะโทรไปชวนเรไรมาเที่ยวงานเพราะไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวและคิดถึงเรื่องที่ทำให้บั่นทอนจิตใจ คราแรกเธอก็มีท่าทีปฏิเสธทว่าเขาก็หาทางตะล่อมจนหญิงสาวนั้นตกลง

ชายหนุ่มลูกชายคนโตของบ้าน พ่อแม่ต่างเป็นข้าราชการครูเกษียณ น้องชาย 'คราม' ก็เป็นถึง ส.อบต. เรียกได้ว่าบ้านก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะในหมู่บ้าน แต่เขาที่ไม่ชอบอยู่ใต้บังคับบัญชาใครเลยไม่เดินสายนี้

เดิมทีเขาควรจะแต่งงานออกเรือนไปตั้งนานแล้วด้วยอายุที่ย่างเข้ามาถึงเลขสาม พ่อแม่เทียวติดต่อหาสาวๆที่เป็นลูกข้าราชการเหมือนกันมาให้แต่แคนเองก็ไม่เคยที่จะแลตามอง

ผมจะรอเรไรคนเดียวเท่านั้นกี่ปีก็จะรอ...

งานของดีอำเภอ

ณ ที่ว่าการ ถนนทางเข้าสองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าร้านขายของกินของที่ระลึก มีโซนเสื้อผ้าร้านขายผ้าไหมพื้นเมืองที่ทอโดยฝีมือของผู้เฒ่าผู้แก่ และโซนของเล่นมากมาย แต่สิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลเข้ามาในงานได้มากมายขนาดนี้เห็นคงจะเป็นหมอลำคณะใหญ่ที่ตั้งเวทีเด่นตระหง่านเต็มไปด้วยแสงไฟละลานตา ไฟส่องฟ้าวิบวับและเสียงบรรเลงเพลงจากเครื่องเสียงจนดังอึกกระทึกไปทั่วบริเวณ

"พี่เรเข้าไปดูหมอลำกัน"

"ไปก็ไป พี่แคนถ้าเบื่อก็ไปเดินเล่นได้เลยนะ เดี๋ยวฉันจะพาอีลำดวนเข้าไปดูหมอลำ"

"ครับ เดี๋ยวอ้ายตามเข้าไป"(เดี๋ยวพี่ตามเข้าไป) ชายหนุ่มบอกกับคนตรงหน้าก่อนที่เธอจะเดินเข้าไปยังทางเข้าในส่วนของเวทีหมอลำ

ผ่านไปครู่ใหญ่

แคนเดินเข้ามาหยุดที่ทางเข้าหันหน้าเข้าหาเวที พลางชะเง้อคอมองหาคนตัวเล็ก แล้วคนเยอะขนาดนี้จะหาเจอได้ยังไง โทรไปหลายสายก็ไม่มีท่าทีว่าเรไรนั้นจะรับสาย คงไม่ได้ยินเสียง

เมื่อคิดไปแบบนั้นแคนก็ใช้สัญชาตญาณตัวเองเดินเข้าไปที่ลำโพงฝั่งซ้ายมือ เดินเข้ามาแค่นิดเดียวก็เจอคนที่ตามหา แต่ไม่ทันที่จะได้ถึงเธอคนตัวเล็ก

"อ้ายแคน"(พี่แคน)

"สร้อย" ลูกสาวผู้ใหญ่บ้านที่เธอนั้นมีใจชอบพอในตัวแคนอยู่พอสมควร

"อ้ายแคนมากับไผ"(พี่แคนมากับใคร)

"เรไร"

"อีเร ลูกสาวตาสิทธิ์นั้นบ่"(เรลูกตาสิทธิ์น่ะเหรอ)แคนพยักหน้าพลางมองไปยังคนตัวเล็กที่นั่งหัวเราะอยู่เพราะบนเวทีเป็นช่วงที่แสดงตลกพอดี เขาเห็นเธอยิ้มได้แบบนี้ก็พลอยยิ้มตามไปด้วย

"เดี๋ยวอ้ายไปก่อนเด้อ"(พี่ไปก่อนนะ)

"อ้ายแคน...ขอสร้อยไปนั่งนำได้บ่ สร้อยกะมาคนเดียว"(พี่แคน...ขอสร้อยไปนั่งด้วยได้ไหม สร้อยก็มาคนเดียวเหมือนกัน) แต่แคนรู้ดีว่าสร้อยนั้นไม่ได้มาคนเดียว และช่วงนี้เขาก็อยากทำคะแนนกับเรไร ไม่อยากให้เธอเห็นเขาใกล้ชิดกับผู้หญิงคนอื่น เขาจึงปฏิเสธสร้อยไปนั่นทำให้สร้อยไม่พอใจ

"อ้ายซื้อมาให้"(พี่ซื้อมาให้) ชายหนุ่มยื่นถุงของกินที่เขาซื้อมาให้ทั้งลูกชิ้นน้ำดื่ม และขนมขบเขี้ยวอีกหลายอย่าง

"ซื้อมาทำไมเยอะแยะ กินข้าวมาจากบ้านแล้ว สิ้นเปลืองเงินกว่าจะหามาได้แต่ละบาท"

"พี่เร..." ลำดวนเห็นพี่สาวเผลอตัวบ่นออกมาก็สะกิดขาและส่ายหน้าปรามเบาๆ พอหันมาที่ชายหนุ่มด้านข้างเขาก็เอาแต่ยิ้ม

"อ้ายแคนก็อีกคน ยิ้มเป้ยๆคือจั่งมักหลายเวลามันจ่ม"(พี่แคนก็อีกคน ยิ้มอยู่ได้อย่างกับชอบอย่างนั้นแหละ)

"อ้ายมักเวลาเรจ่ม ตาฮักบักคัก"(พี่ชอบเวลาเรบ่น น่ารักจัง) ได้ยินเช่นนั้นลำดวนก็ถึงกับกลอกตามองบนเลย ส่วนเรไรก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจเพราะแคนนั้นมักจะพูดชมเธอแบบนี้บ่อย

หรือนี่จะเป็นที่มาของ 'หลงเสียงเรไร'

เวลาอย่างเข้ามาสี่ทุ่มกว่าๆ เรไรที่เห็นว่าดึกแล้วจึงเอ่ยชวนกลับเพราะว่าพรุ่งนี้เธอต้องตื่นไปขายพริกที่ตลาดแต่เช้ามืดอีก นี่ก็เหมือนจะไม่สบายตั้งแต่กลางวันแต่ที่ยอมมาก็เพราะลำดวนมันอยากมาหรอก

"เดี๋ยวแวะไปหายายวาดก่อน" ทั้งสามเดินตรงมาที่ซุ้มยาดองของวาสนาพี่สาวคนโต ที่มี อบต.หนุ่มอยู่ด้วย ผู้คนแวะเวียนมาซื้อเข้าไปกินที่หน้าเวทีหมอลำ ส่วนมากก็จะเป็นคนที่มีอายุหน่อย วัยรุ่นก็จะกินเบียร์กินอะไรกันไป

"จะกลับแล้วเหรอ" เรไรพยักหน้าก่อนจะถามกลับ

"ขายดีบ่"(ขายดีไหม) 

"พอได้ กินอะไรกันมาหรือยัง หิวไหม"

"อิ่มแปล้เลยจ้ะพี่วาด พี่แคนซื้อลูกชิ้นปิ้งกับน้ำมะพร้าวปั่นมาให้กิน" วาสนาไม่ได้แปลกใจเพราะรู้อยู่แล้วว่าแคนนั้นชอบพอน้องสาวของตน ซึ่งตนก็แล้วแต่คนสองคน หากน้องสาวตนไม่ชอบก็ทำอะไรไม่ได้...

"เอามาจักกรึบแนยายพอนอนหลับ"(เอามาสักแก้วสิยาย พอให้กระชุ่มกระชวย) วาสนามองค้อนน้องสาวเล็กน้อยแต่ก็ใช้กระบวยไม้ไผ่ตักเหล้าในไหนั้นขึ้นมาให้อยู่ดี

พรวด!

"อ่า ข่า~~~" พอน้ำสีแดงไหลเข้าปากผ่านลำคอลงท้องไป คนตัวเล็กก็ทำเสียงพร้อมกับพ่นลมร้อนออกมาทางปาก

"พอแล้ว วันไหนไม่ได้ไปขายของค่อยไปที่ร้านพี่ให้กินเต็มที่เลย" วาสนาดักคอไว้เมื่อน้องสาวยื่นแก้วมาตรงหน้าอีกครั้งทำให้เรไรแสดงสีหน้าง้ำงอนออกมา

"กลับก่อนเด้อซั่น"(กลับก่อนนะงั้น) ว่าแล้วเธอก็เดินไปโดยไม่รอคนด้านหลังที่ยืนยิ้มอยู่

"อ้ายกลับก่อนเด้อ ครามมึงอย่าลืมไปส่งวาสนาเด้อ"(พี่กลับก่อนนะ ครามอย่าลืมไปส่งวาสนานะ)

"กูบ่ลืมดอก สิส่งให้ฮอดหม่องเลย"(กูไม่ลืมหรอกเดี๋ยวส่งให้ถึงที่เลย) วาสนาหันมามองค้อนคนด้านหลังเพราะรู้ทันถึงความหมายของเขา 

เดินออกมายังไม่ทันได้ถึงรถของแคน หญิงสาวก็ต้องหยุดเดินตัวนิ่งอยู่กับที่จนลำดวนกับแคนที่เดินตามมาแปลกใจ แต่เมื่อมองไปตามสายตาของเธอเขาก็พอที่จะเข้าใจ

มือใหญ่คว้าจับมือของเธอเอาไว้แน่น ใบหน้าสวยหันมามองพร้อมกับแววตาสั่นระริก เพราะเห็นชายหนุ่มอดีตคนรักที่ควงคู่มากับสาวที่เคยเป็นเพื่อนสนิทเธอ

"กูคือคันแข่วสองคนนี้แท้วะ จักบาทก่อนนา"(หมั่นไส้สองคนนี้ว่ะ สักทีดีไหม) ลำดวนที่เป็นคนนิสัยตรงๆ ทำท่าจะปรี่เข้าไปที่สองคนตรงหน้าทว่าเรไรนั้นดึงตัวเอาไว้เสียก่อน

"ช่างเขาเถอะ กลับบ้านกัน" น้ำเสียงของเรไรนั้นทำให้คนฟังปวดใจ

ตลอดทางสิบห้ากิโลเมตรเรไรเอาแต่นั่งนิ่งไม่พูดไม่จา ต่างจากนิสัยของเธอที่เป็น จนรถมาจอดถึงบ้านลำดวนนั้นลงจากรถไปแล้วแต่เรไรก็เอาแต่เหม่อจนชายหนุ่มต้องสะกิดเธอ

"ฮอดแล้ว"(ถึงแล้ว)

"อ้อจ้ะ! ขอบคุณนะจ๊ะ"

"เดี๋ยว!" มือหนาคว้าแขนเอาไว้ไม่ให้เธอได้ลงจากรถ ความมืดที่อยู่รอบตัวทำให้เธอไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ชัด

"อ้ายขอถามเรคำหนึ่ง"(พี่ขอถามเรสักคำ) เมื่อไม่เห็นหญิงสาวตอบเขาจึงถามออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม

"ยังฮักไผอีกได้บ่"(ยังรักใครได้อีกไหม)

"อ้ายแคนเร"(พี่แคนเร)

"อย่าฟ้าวตอบตอนนี้กะได้แต่อ้ายอยากให้เรฮู้ว่า อ้ายฮักเร ฮักอิหลี แล้วกะฮักมาดนแล้ว"(อย่าพึ่งตอบตอนนี้ก็ได้ แต่พี่อยากให้เรรู้ไว้ว่า 'พี่รักเร' รักจริงๆ และรักมานานแล้ว)

"อ้ายแคน"(พี่แคน) เรไรรู้สึกหวั่นไหวขึ้นมากับคำพูดที่ดูจริงจังและน้ำเสียงที่ละมุนของอีกฝ่าย

ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นมาเกลี่ยไล้ที่พวงแก้มเนียนแผ่วเบาด้วยความถะนุถะนอม

"แก้มเนียนๆนี้ อ้ายบ่อยากให้มันเปื้อนน้ำตา"(แก้มเนียนๆนี้พี่ไม่อยากให้มันเปื้อนน้ำตา)

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลงเสียงเรไร   พี่เฝ้ารอมาตั้ง12ปี

    "ไม่ได้ อุ้บ!!" เขาจัดการปิดปากเธอด้วยปากหยัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างอรชรทำให้กำหนัดในตัวของเขาเพิ่มพูนตั้งแต่เข้าใกล้ ขมเม้มปากกระจับด้วยความละมุน เมื่อเธอเผยอปากเขาก็จัดการสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงนุ่ม ๆ นั้นทันที ร่างหนาขยับคร่อมพร้อมกับบดจูบอยู่นาน ความคิดถึงและความเสน่หาแสดงออกมาเป็นการกระทำที่เร่าร้อน เสียงหายใจติดขัดจากคนด้านล่างทำให้เขาถอนจูบนั้นออกมาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอขาว"อื้อ อ้ายแคน" เธอประคองใบหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเข้าไปในม่านตาดำสนิทด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง"เรว่ามันเร็วเกินไป""อ้ายเฝ้าเรมาตั้งสิบปี ตั้งแต่ที่เรดึงอ้ายออกมาจากป่ากล้วย""แต่ว่า...""อ้ายขอได้บ่ครับ..." ลมหายใจอุ่นร้อนขณะที่ปากพูดจรดลงตามข้างแก้มใบหน้าหล่อคลอเคลียร์ไม่ห่างชวนให้อารมณ์เคลิ้มไปได้อย่างง่าย ปากหยักได้รูปพรมจูบลงมาตามซอกคอ ใบหน้าหวานเอียงเอียงรับสัมผัสและไม่ปฏิเสธยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจ ทุกครั้งที่ปากหยักกดจูบขนบางก็ชูชันจนทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมือใหญ่กอบกุมเต้าอวบทำเอา

  • หลงเสียงเรไร   ความคิดถึง

    พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ฝูงวัวควายถูกต้อนกลับจากนาเดินเต็มถนนบรรยากาศที่คุ้นเคยในหมู่บ้านเหมือนทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัส สองสาวขับรถมอเตอร์ไซด์ลากพ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกผักกลับเข้ามาเฉกเช่นทุกวัน มีทั้งออเดอร์จากตลาดและที่วัด สองคนต้องเก็บมากกว่าปกติ"ลำดวนไปอาบน้ำก่อนจะได้ออกไปวัด""แล้วพี่เรไม่ไปเหรอ""ไปแต่เอ็งอาบก่อนพี่จะแบ่งผักรอ อาบเสร็จพี่จะได้ไปอาบต่อ" คนพี่ว่าพร้อมกับยกตะกร้าผักลงจากรถเข็นและแบ่งแยกออกว่าตัวไหนเอาไปส่งตลาดตัวไหนเอาไปส่งวัด ไม่นานคนเป็นน้องก็อาบเสร็จพอดี เธอจึงเดินไปหยิบผ้าถุงที่ตากอยู่ข้างบ้านเข้าห้องน้ำไปไฟที่เปิดให้แสงสว่างจนทั่วบริเวณวัดมันเลยไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับทุกวัน แถมผู้คนก็ยังเดินพลุกพล่านทั้งคนที่คุ้นหน้าและคนที่ไม่คุ้นหน้า คณะของนักเรียนและครูที่มาถึงเมื่อตอนบ่ายก็เปลี่ยนชุดนุ่งขาวห่มขาวกันจนละลานตาไปหมดและกำลังทยอยเข้าไปทำวัดเย็นในศาลา"เอาผักมาส่งจ้า""เออ ๆ วางไว้นั่นแหละจักบาทล่ะ"(เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทั้งหมดเท่าไหร่)"สองร้อยจ้ะ" ผักสามตะกร้าราคาแค่นี้ถือว่าถูกมาก

  • หลงเสียงเรไร   รู้ชัดถึงความรู้สึกที่มี

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างปลุกฉันให้รีบตื่นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมไปวัดในวันพระใหญ่ ในฤดูหนาวแบบนี้ทำเอาไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลย"พี่เร ตื่นหรือยัง""อือ" ฉันตอบน้องสาวพลางหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมออกมาสวมใส่ เราสองคนเดินลงมาจากบนบ้านและช่วยกันทำกับข้าวมือเป็นระวิง กว่าจะเสร็จฟ้าก็ทอแสงรำไรแล้ว ม่านหมอกหนาบดบังทิวทัศน์ของทุ่งนาที่เหลืองอร่ามให้เห็นเป็นเลือนราง"เสร็จแล้วฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ" ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเพื่อรอคิวอาบต่อ ดีที่พี่แคนมาทำห้องน้ำและติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใหม่เลยทำให้การอาบน้ำสะดวกขึ้นฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย พอคิดถึงชายคนที่ครอบครองดวงใจรอยยิ้มหวานก็ปรากฏบนใบหน้าทันที ฉันหยิบเสื้อพื้นเมืองสีชมพูกับผ้าถุงลายหยาดฝนที่แม่ทอให้ออกมาสวมและสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกที ก่อนจะรีบออกมารอลำดวนที่ด้านล่าง ไม่นานนางก็เดินลงมาด้วยชุดที่คล้ายกันกับของฉันเราสองคนพี่น้องขับรถออกมาตามทางตรงไปที่วัดโดยใช้ทางลัดตามคันนา แสงรุ่งอรุณตกกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นแสงระยิบระยับชวนมองกลิ่นอายของต้นข้าวยามถูกหมอกโชยเข้าจมูกช่างเป็น

  • หลงเสียงเรไร   พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

    แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า..."อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจั

  • หลงเสียงเรไร   คนที่ไม่อยากเจอ

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชาวบ้านก็เริ่มไล่วัวควายออกไปเลี้ยงตามวิถีชีวิตชนบท บางคนก็ออกไปไร่ไปนาเพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว"พี่เร...รอด้วยฉันเสร็จแล้ว" ลำดวนรีบแต่งตัวตามพี่สาวออกมาหมายจะออกไปช่วยขายผักที่ตลาด"อยู่นี่แหละรอทำกับข้าวให้พ่อกับแม่""บ่ ๆพ่อกับแม่บ่อยากดอก พากันออกไปส่อยกันโลด"(ไม่ต้อง ๆ พ่อกับแม่อยู่กันได้ เอ็งสองคนพสกันออกไปช่วยกันเถอะ)คนเป็นแม่ว่าขึ้นเพราะลำพังอยู่สองตายายกินอะไรก็ได้อยากให้ลูกออกไปช่วยกันมากกว่า"งั้นเดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ"สองสาวพี่น้องซ้อนท้ายกับออกมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันตลาดเช้า ผักช่วงนี้ออกเยอะจนล้นตลาดทำให้ต้องไปนั่งขายเอง หมดล็อตนี้ก็ว่าจะกลับไปปลูกพริกกับมะเขือเหมือนเดิมดีกว่า"ลำดวน ไม่ต้องช่วยพี่หรอก เอาผักกาดกับกะหล่ำอย่างละร้อยไปส่งร้านขนมจีนเจ้น้อยให้พี่ไป""จ้ะ" ว่าแล้วลำดวนก็หยิบผักกาดขาวและกะหล่ำใส่ตะกร้าเท่าจำนวนที่สาวบอกและขับมอไซด์ออกไปที่ร้านขนมจีนหน้าโรงพยาบาลเหลือเพียงเรไรที่กำลังตั้งแผงขายผักที่เหลืออยู่"ผักจ้าผัก สด ๆ จากสวน ปลอดสารพิษนะจ๊ะ" เสี

  • หลงเสียงเรไร   แรกตั้งใจรัก

    "เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)"หือ!!!"ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรก

  • หลงเสียงเรไร   อารัมภบท

    แนะนำตัวละคร1.เรไร นางเอก2.แคน พระเอกตลาดสดในตัวอำเภอในยามสายหลังจากที่ขายพริกหมดกำลังจะเก็บของกลับบ้านฉันก็บังเอิญเจอเข้ากับสองคนที่ฉันรู้จักดี ใจดวงน้อยสั่นระรัวขึ้นทันที พร้อมกับความจุกแน่นที่ดันขึ้นมากองอยู่ลิ้นปี่“อ้ายเห็นโตเป็นแค่น้องสาวคนหนึ่ง” (พี่เห็นเธอเป็นเพียงน้องสาว) “น้องสาวบ่ เ

  • หลงเสียงเรไร   เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร

    [แคน talk]หลังจากที่ผมเห็นเหตุการณ์ที่ตลาดวันนั้นก็รู้ได้แล้วว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว อันที่จริงผมเห็นไอ้ห้อยกับสีทำอะไรลับหลังเรไรแบบนี้หลายครั้งแล้วแหละ บอกผ่านวาสนาไปแต่เรไรนั้น ปักใจเชื่อมาตลอดว่าห้อยรักเธอ ผมเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เธอได้เห็นด้วยตาเนื้อของตัวเองเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

  • หลงเสียงเรไร   เมื่อไหร่จะยอมเป็นแฟนพี่สักที

    ร่างอรชรในชุดเสื้อกล้ามสีชมพูสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวไหมพรมกางเกงวอมสีเทาเดินลงมาจากบนบ้านก็เห็นว่าพ่อแม่และน้องสาวกำลังจัดแต่งสำรับเย็น แต่ไร้ความหิวสำหรับเธอ"กินข้าวก่อนเลยเด้อ สิออกไปนั่งเล่นอยู่ร้านยายวาด"(กินกันได้เลยนะ จะออกไปนั่งเล่นที่ร้านองพี่วาด""ข่อยไปนำ"(หนูไปด้วย)

  • หลงเสียงเรไร   อยู่คนเดียวก็ไม่ตาย

    แสงแดดจ้าในตอนกลางวันช่วงหน้าหนาวไม่ได้ให้ความรู้สึกร้อนอย่างที่ควรจะเป็นแต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้จากอุณหภูมิที่ต่ำแบบนี้ด้วย สองพี่น้องที่ช่วยกันถอนหญ้าจากแปลงกะหล่ำและต้นหอม พลางเปิดเพลงจากลำโพงบลูธูทขนาดเล็กที่ลำดวนนั้นพกมาด้วยจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ เข้าหน้าหนาวแบบนี้พริกปลูกยากเป็นโรคแล้วก็ไม่

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status