LOGINกอหญ้า: คุณตำรวจฉันขอแจ้งความค่ะ ฉันถูกละเมิดสิทธิของการเป็นประชาชน นายคนนี้ลวนลามฉันค่ะ ตำรวจ: เดี๋ยวคุณใจเย็นๆก่อนนะครับ กอหญ้า: ทำไมค่ะ หวังว่าคุณตำรวจคงจะไม่ปฎิบัติหน้าที่สองมาตราฐานหรอกนะค่ะ ฉันเป็นประชาชนที่เสียภาษีคนหนึ่งฉันมีสิทธิ เสรีภาพ ที่จะเข้าแจ้งความจับนายคนนี้ ขอหาลวนลามฉันค่ะ ตำรวจ: OK ครับ ผมจะลงบันทึกประจำวัน รบกวนคุณผู้หญิงให้รายละเอียดด้วยครับว่า ผู้ชายคนนี้ลวนลามคุณยังไง? กอหญ้า:ลวนลามค่ะ ก็คือลวนลาม ตำรวจ: ผมต้องขอรายละเอียดที่มากกว่านี่ครับ กอหญ้า: เอ่อ!!! มัน มัน จูบฉันค่ะ!!!!! ตำรวจ: ครับ จูบนะครับ จูบตรงไหนครับ? กอหญ้า: คุณตำรวจค่ะ มันต้องละเอียดแค่ไหนค่ะ คริสต์ที่นั่งเงียบมาตลอด รอยยิ้มเกิดขึ้นบนใบหน้าทันทีพร้อมกับสายตาเหลือบมองกอหญ้าที่ตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำ ตำรวจ: ต้องระเอียดครับ ผมต้องลงบันทึกประจำวัน และต่อจากนั้นต้องสืบพยานและหลักฐานต่อนะครับ กอหญ้า:เอ่อ คริสต์:ให้ผมช่วยบอกรายละเอียดให้ก็ได้ครับ ว่าผมจูบเธอยังไง ตรงไหน และใช้เวลาจูบเธอนานแค่ไหน กอหญ้าหันไปมองคริสต์ด้วยดวงตาที่โตมากกว่าเดิม
View More‘... วันประชุมของสถานีโทรทัศน์...’
‘...เช้าตรู่...ณ ห้องชุดคอนโด ชั้นสูงสุด ย่านริมแม่น้ำเจ้าพระยา กรุงเทพมหานคร’
ร่างเปลือยเปล่าของชายและหญิงที่ร่วมมือรวมร่างดั่งเสมือนเป็นคนคนเดียวกัน ของกิจกรรมสร้างความหวาบหวามให้กันและกัน
“อ้าร์ส...อ้าร์ส...” เสียงครางของริต้าดังออกมาไม่ขาด เมื่อเธอเป็นฝ่ายรับอารมณ์ความรุนแรงของคริสต์ที่ทุ่มแรงไม่มีกักเก็บไว้ให้กับริต้า ที่ปล่อยเสียงครางออกมาบ่งบอกถึงความสุขกายที่ได้รับอย่างล้นเหลือ ริต้าปฎิเสธไม่ได้ว่า เธอหลงใหลการเสพเซ็กส์ของชายผู้นี้เหลือเกิน
คริสต์ยังคงมอบพลังความต้องการของตนเองให้กับเธอผู้นี้ ตอบสนองให้กับเธอต้องการอย่างถึงใจ เป็นการหยุดและปิดฉากความสัมพันธ์ระหว่างเขาและเธอเป็นการถาวร เพราะนี้จะเป็นช่วงเวลาสุดท้ายของผู้หญิงคนนี้ คนในอดีตที่ผู้ชายแบบเขาคิดว่า เขา‘รัก’เธอ...
“คริสต์ ถ้าคุณรักฉันจริง! คุณก็ควรจะปล่อยฉันไป ให้ฉันไปมีชีวิตที่ดีกว่า” คำพูดสุดท้ายของริต้า ที่ทิ้งเขาไปตอนที่เขายังเรียนปริญญาโทที่อเมริกา
“อืมมมม....” เสียงครางในคอของคริสต์ที่ดังออกมาในที่สุด เมื่อถึงจุดปลดปล่อย คริสต์ถอดถอนแก่นกายที่ยังคงความแข็งแรงสมชายด้วยวัยเพียงสามสิบหมาดๆ มือใหญ่ดึงเครื่องป้องกันออกจากความแข็งแรงทิ้งลงถังขยะ และเดินเข้าห้องน้ำไปทันที โดยที่ไม่หันมามองริต้าที่นอนหอบหายใจหมดแรงอยู่บนเตียงใหญ่ของเขา...
ยี่สิบนาทีต่อมา คริสต์เดินออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เขาชำระร่างกายของตัวเองแล้ว เขาสวมเพียงเสื้อคลุมที่ห่อหุ้มร่างกายไว้ และเดินไปเปิดลิ้นชักเล็กที่หัวเตียงและหยิบบางอย่างออกมา...
“รับเงินนี้ไป...และไม่ต้องกลับมาทีนี้อีก” คริสต์โยนเงินสดที่เป็นแบ้งค์พันจำนวนสองปึกให้กับริต้าที่ยังคงนอนหอบหายใจบนเตียงใหญ่ที่มีผ้าห่มคลุมร่างเปลือยเปล่าอยู่
“อะ...อะไรคะ...คริสต์...ริต้าไม่เข้าใจ” ริต้าที่สายตามองเงินสดบนเตียงกับชายตรงหน้าสลับกัน
“เวลาของเธอหมดแล้ว...มันถึงเวลาที่เธอต้องออกไปจากชีวิตฉัน...อย่างถาวร...” คริสต์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
“คริสต์!...”
“ออ!...เธอมีเวลาหนึ่งชั่วโมง...เพราะเดี๋ยวแม่บ้านจะมาทำความสะอาดและรื้อเตียงเซตนี้ออกจากที่นี่”
“คริสต์!....ไม่จริงใช่มั้ย...ก็เราสองคนเข้าใจกันแล้วไม่ใช่เหรอคะ?...” ริต้าที่ช็อคกับสถานการณ์ปัจจุบัน พูดด้วยเสียงที่สั่นเครือ เพราะสถานการณ์ตอนนี้ของเธอไม่ได้แตกต่างกับหญิงสาวที่ผ่านๆมาของชายตรงหน้าเลย
“ถูก!...ฉันเข้าใจเธอเป็นอย่างดี...แต่เราสองคนก็จบกันเพียงเท่านี้...ฉันก็ทำตามข้อเสนอของเธอไงว่า ‘ลอง’ ให้โอกาสเธอ...และฉันก็ให้แล้ว...แต่สุดท้ายเราสองคนก็ไปต่อกันไม่ได้...”
“ไม่จริง!!!...คุณแก้แค้นริต้าใช่มั้ยคะ...ที่ริต้าเคยทิ้งคุณไป” ริต้าพยายามเอาน้ำเย็นเข้าลูบ ถึงแม้เธอจะรับรู้ได้ว่าชายตรงหน้าเปลี่ยนไป จาก ‘ผม’ เป็น ‘ฉัน’ จาก ‘คุณ’ เป็น ‘เธอ’ สรรพนามที่ใช้ก็ห่างเหินและไม่มีให้เกียรติเธอเลย เพียงแค่ช่วงเวลายี่สิบนาทีที่เขาเข้าห้องน้ำและกลับมาเขากลายเป็น คริสต์อีกคนที่เธอไม่เคยรู้จัก
“ฉันไม่ได้แก้แค้นอะไรทั้งนั้น...อย่าสำคัญตัวเองมากไป...ผู้หญิงหิวเงินอย่างเธอไม่มีความหมายกับฉันเลยสักนิด” คริสต์โกหกคำโตกับหญิงสาวตรงหน้า เพราะตลอดเวลาสองสัปดาห์ที่ผ่านมาที่เขา ‘ลอง’ ให้โอกาสเธอนั้น ก็เพราะว่าเขาต้องการเอาคืนเธอที่’ทิ้ง’เขาไปหาผู้ชายคนอื่นที่เธอคิดว่ามีมากกว่าเขา สุดท้ายธาตุแท้ของผู้ชายคนนั้นก็ออกมา....ทำให้ริต้าต้องกลับเมืองไทยและพบกับความจริงว่า แท้จริงแล้วเขาเป็นใคร เพราะตลอดเวลาที่เขาได้รู้จักและคบเธอเขาไม่เคยบอกว่าตัวเองเป็นใคร
“คริสต์!!!...คุณเลวมาก!!...สักวันหนึ่งคุณจะต้องเสียใจที่วันนี้คุณทำกับ ริต้าแบบนี้...” ริต้าเสียใจและคาดไม่ถึงว่าชายตรงหน้าจะใช้วาจาหยามเธอได้ถึงเพียงนี้
“เสียใจ!...ฮึม!...เธอคงลืมไปว่าฉันผ่านและมาไกลความรู้สึกนั้นแล้ว...กับผู้หญิงแบบเธอฉันไม่มีทางให้มันเกิดขึ้นกับฉันแน่ๆ...” คริสต์พูดพร้อมด้วยรอยยิ้ม สายตามองริต้าอย่างที่เขาไม่เคยให้มันกับใครมาก่อน ผู้หญิงคนนี้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาไม่ไว้วางใจผู้หญิงคนไหนอีกเลย ยกเว้นแม่เขาเพียงคนเดียว
“ฮือ ฮือ ฮือ....” ริต้าได้แต่ร้องไห้ฟูมฟาย เพราะสำหรับเธอทำได้เพียงเท่านี้ เธอเป็นใคร แล้วเขาเป็นใคร ตอนนี้ก็ชัดเจนแล้ว
คริสต์แสยะยิ้มมองหญิงสาวที่ก้มหน้าร้องไห้กับหมอนที่เธอหนุนนอน ก่อนที่จะเดินไปเพื่อแต่งตัว เพราะวันนี้เขามีประชุมกับทีมงานที่เกี่ยวข้องที่ทางช่องของแม่เขาจะนำนวนิยายที่กำลังเป็นที่ต้องการของช่องต่างๆที่จะนำไปทำเป็นละคร รวมถึงเจ้าของบทประพันธ์ที่ยินยอมเพียงสี่สิบเปอร์เซ็นต์ที่ช่องของแม่เขาจะได้บทประพันธ์เรื่อง ‘พ่ายกลซาตาน’ มาร่วมเข้าประชุม เพื่อขอดูตัวนักแสดงและรับฟังแนวทางของผู้กำกับ
“ก็ตอนนั้นพี่ไม่อยากโดนปฎิเสธ...แต่ เอ๊ะ!!! หญ้าพูดเหมือนรู้อยู่แล้วว่าเป็นเรื่องที่พี่แต่งขึ้น” “ใช่...และหญ้าก็ไม่คิดจะปฎิเสธพี่คริสต์ในคืนนั้นด้วย” คริสต์ยิ้มออกมา ดึงกอหญ้าเข้ามาใกล้ และจุมพิตแผ่วเบาที่หน้าผากนั้นอย่างอ่อนโยน “ดีใจจัง!...” คริสต์ยิ้มออกมา และมองเข้าไปในดวงตาของกอหญ้า “หญ้ารักพี่คริสต์นะคะ...ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้” “พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันนะ” กอหญ้ายิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ย... “หญ้าคิดว่าพี่คริสต์จะขอ หรือชวนหญ้าแต่งงานกันเสียอีก”
++ ตอนพิเศษ ++‘งานรับปริญญา’ “ยิ้มหน่อยซิค่ะ....” กอหญ้ากระซิบบอกคริสต์ ตั้งแต่เหตุการณ์ที่ริต้าพยายามจะขับรถชนกอหญ้าครั้งนั้น ทำให้คริสต์ที่ถูกคืนความทรงจำวัยเด็ก รอยยิ้มของเขาก็มักจะเกิดขึ้นน้อย แต่เขาจะยิ้มออกมาทุกครั้งที่กอหญ้าเอ่ยขอ และเรียกร้องจากเขา ‘รอยยิ้ม’ พิศาลทำหน้าที่เป็นตากล้อง กอหญ้ามีความสุขเพราะวันนี้ไม่ใช่เป็นเพียงวันรับพระราชทานปริญญาบัตร แต่วันที่ครอบครัวของเธอพร้อมหน้า แม่ของเธอมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอในฐานะแม่ อันโตนิโอยิ้มเมื่อตากล้องนับสามภาพถ่ายพ่อแม่ลูกภาพถ่ายใบแรกที่กอหญ้าก็มีในที่สุด “...แค่นี้พอแล้วค่ะ” กอหญ้าพึมพำกับอันโต ที่มีแต่คนเป็นพ่อเท่านั้นที่เข้าใจประโยคนั้นของกอหญ้า “...พ่อไม่ต้องทำอะไรที่มากกว่าที่ทำอยู่ เท่านี
“พี่ดีใจ ที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้ได้หญ้ามาเป็นของพี่คนเดียว ทั้งตัวและหัวใจ...พี่ควรขอบคุณหญ้าที่มีงานเขียน ‘พ่ายกลซาตาน’ เพราะงานเขียนชิ้นนี้ทำให้เราสองคนได้เจอกัน” “และหญ้าก็พ่ายแพ้กับซาตานตนนี้ ที่ทำทุกอย่างให้ร่างกายนี้เป็นของซาตานตนนี้” “และตอนนี้ก็กำลังจะเกิดขึ้นเพราะพี่อยากทำอะไรกับร่างกายนี้เหลือเกิน” กอหญ้ายิ้ม และโอบรอบคอแข็งแรงนั้น แนบกายเปลืือยเปล่ากับกายเปลือยเปล่าที่ร้อนลุ่มของคริสต์ “หญ้าต้องการพี่คริสต์ค่ะ” “คนเดียว” “ค่
กอหญ้าขับรถกลับคอนโดไปเงียบๆ โดยมีคริสต์นั่งเคียงข้างอยู่ เขายอมทำตามที่เธอบอกว่า “เราควรกลับได้แล้วค่ะ” คริสต์ไม่ได้ขับรถมา นั้นเป็นสิ่งที่ดีที่คริสต์ควรปฎิบัติ เมื่อสภาวะจิตของเขายังไม่ได้รับการรับรองจากแพทย์ว่าเขาเป็นปกติแล้ว กอหญ้าไม่ได้กลัวเขา แต่ห้าวันที่เขาและเธอต้องห่างกันโดยมีปัจจัยเหตุผลที่ต่างรู้ดี มาขวางกั้นเธอกับเขาไว้ คริสต์ที่ถึงแม้จะนั่งเงียบๆ แต่คริสต์รู้สึกไม่พอใจที่กอหญ้าปฎิบัติกับเขาเหมือนกับว่าเขาป่วย เป็นพวกจิตไม่ปกติ โดยที่คริสต์หลงลืมไปว่าตัวเองเป็นฝ่ายสร้างกำแพงขวางกั้นกอหญ้าก่อนต่างหาก“พี่คาดว่าจะเจออันโต” “พ่อกลับมิลานแล้วเมื่อเช้านี้” “ระวังตัวจังเลยนะ” คริสต์เหน็บแนมกอหญ้า เมื่อเขากับเธอยืนห่างกันหลายเมต