Share

แรกตั้งใจรัก

last update Tanggal publikasi: 2025-05-12 14:06:24

"เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)

"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)

"หือ!!!"

ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้

"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)

"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่

"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ

"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)

"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน

"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)

"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)

ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรกฉันไม่อยากดึงเขาเข้ามาเป็นตัวช่วยเพื่อให้ตัวเองดีขึ้น แต่ตอนนี้เขาถามฉันอีกครั้ง แม้ปากจะบอกว่าไม่ชอบ...แต่ทำไมมันช่างสวนทางกับใจที่เต้นรัวราวกับว่ากำลังดีใจที่มีเขา และสมองมันก็สั่งให้ฉันตอบตกลงกลับไป

"ก็ได้"

ยิ้มดีใจเผยขึ้นที่มุมปากทันทีพร้อมกับดวงตาเป็นประกาย

"แต่..." รอยยิ้มที่หายไปทันในทันตาเมื่อฉันมีข้แม้

"ห้ามบอกคนอื่น...เรไม่อยากเป็นขี้ปากชาวบ้าน"

"ครับ อ้ายเชื่อฟังเรทุกอย่าง"(ครับ พี่เชื่อฟังเรทุกอย่าง)

ฉันยอมรับเลยว่าแพ้ลูกอ้อนและความเอาใจใส่ของพี่แคน ไม่ใช่แต่เอาใจใส่ฉันแต่ยังรวมไปถึงคนรอบข้าง

"ขับรถกลับบ้านดี ๆ เด้อ"(ขับรถกลับบ้านดี ๆ นะ)

"เร...ขอหอมอีกแน"(เร...ขอหอมอีกทีได้ไหม)

"ได้คืบเอาศอก"

"บ่เอาศอกครับ อยากหอมแก้ม"(ไม่ได้เอาศอก อยากหอมแก้มครับ)

ไม่พูดเปล่าเขายังโน้มตัวข้ามเบาะมาหอมเข้าที่แก้มของฉันจริง ๆ

"ฝันดีครับ เมีย..."

"ไผเป็นเมียเจ้า"(ใครเป็นเมียพี่กัน)

"มื้อนี้บ่ทันเป็น มื้อหน้ากะต้องเป็นคือเก่า"(วันนี้ไม่เป็นวันหน้าก็ต้องเป็นอยู่ดี)

"เรบ่เว้านำอ้ายแล้ว"(เรไม่พูดกับพี่แล้ว)

ฉันรีบเปิดประตูลงจากรถเขาไปก่อนที่จะเปลืองตัวไปมากกว่านี้ ขนาดยังไม่ทันได้เป็นอะไรกันก็โดนทั้งหมอ ทั้งจูบ แถมกอดอีก หลังเป็นแฟนต้องโดนอะไรบ้างเนี่ย

[แคน talk]

หลายปีก่อนหน้า

ผมเคยมีแฟนช่วงที่เรียนอยู่ม.ปลาย เธอเข้าไปเรียนต่อมหาลัยในกรุงเทพส่วนผมเรียนเทคโนในตัวจังหวัด และเคยสัญญากันว่าจะแต่งงานหลังจากที่เธอเรียนจบ แต่วันหนึ่งผมเดินทางไปหาเธอที่กรุงเทพก็พบว่าเธอได้ปันใจให้ชายอื่นไปแล้ว ผมกลับมาที่บ้านแบบคนไร้วิญญาณเลยก็ว่าได้ กลายเป็นคนไม่เอางานไม่เอาการ กินเหล้าเมานอนข้างถนนไม่สนใจใคร จนมากวันหนึ่ง...

ป่ากล้วยข้างทางที่เชื่อมต่อจากหมู่บ้านไปทุ่งนา ชายหนุ่มอายุ 22 ปี สวมเสื้อยืดสีดำที่เปื้อนดินเปื้อนหญ้า กับกางเกงยีนสีเข้ม นอนกอดขวดเหล้าอยู่ข้างถนน ปากก็พร่ำเพ้อพูดจาไม่รู้เรื่อง สาวน้อยเข็นรถไสกลับมาจากรดน้ำผัก ยืนมองเขาด้วยสายตาระอา

"จั่งแม่นเจ้าเฮ็ดตัวบ่มีประโยชน์คักเนาะอ้ายแคน พ่อแม่กะมีหน้ามีตาเจ้าละขี้เหล้าขี้ยาอยู่ จังแม่นข่อยงึดเจ้า"(ทำไมทำตัวไร้ประโยชน์ขนาดนี้ห้ะพี่แคน พ่อแม่ก็เป็นคนมีหน้ามีตาพี่กลับมาทำตัวเป็นคนขี้เหล้าแบบนี้ ฉันไม่อยากจะเชื่อเลยจริง ๆ)

เธอว่าก่อนจะวางรถที่เข็นมาไว้และเดินมาดึงแขนเขาให้ลุกขึ้น

"ปล่อย! บ่ต้องมายุ่ง!"(ปล่อย! ไม่ต้องมายุ่ง!)

"ฮ่วยถ้าข่อยบ่เห็นแก่หน้าครูข่อยบ่มาสนใจเจ้าดอกเด้อ"(ถ้าฉันไม่เห็นแก่หน้าพ่อพี่ฉันไม่มายุ่งหรอก)

เธอว่าออกมาแบบนั้นเพราะพ่อของแคนนั้นเป็นอาจารย์ประจำชั้นของเธอ คนตัวเล็กพยายามดึงร่างสูงใหญ่ด้วยความทุกลักทุเล จนขึ้นรถได้สำเร็จ ก่อนเข็นเขากลับมาในหมู่บ้านเพื่อตั้งใจจะเอาไปส่งไว้ที่บ้าน แต่คนเมาก็เอาแต่พูดพร่ำเพ้อ

"ผู้หญิงมันกะเป็นคือกันทุกคนนั่นแหละ บ่รู้จักพอ!!"(ผู้หญิงมันก็เป็นเหมือนกันทุกคนนั่นแหละ ไม่รู้จักพอ)

"ฮ่วย! ๆ คือเว้าหมา ๆ แบบนี้ ยู้ลงห้วยเด้"(อ้าว! ทำไมพูดหมา ๆ แบบนี้ล่ะ เดี๋ยวปล่อยลงคลองเลยนี่)

"มันบ่เคยฮักไผจริง"(มันไม่เคยรักใครจริงหรอก)

เรไรกัดฟันอยากทำอยากที่พูดจริง ๆ แต่ใจหนึ่งก็เข้าใจคนเสียใจเลยได้แต่อดทนไว้ แต่สิ่งที่อดทนไม่ได้คือคำบ่นที่กำลังจะออกมาจากปากเธอ

"ประสาผู้หญิงคนเดียวกะสิเป็นสิตาย เฮ็ดปานบ่มีปัญญาหาใหม่ จังแม่นซั่วโพด"(แค่ผู้หญิงคนเดียวก็จะเป็นจะตาย ไม่มีปัญญาหาใหม่หรือไง ทำไมทำตัวโง่ขนาดนี้)

"อีเร มึงบ่เคยมีความฮักสิไปฮู้อิหยัง"(มึงไม่เคยรักใครจะไปรู้อะไร)

"โอ๊ย!! ถ้ามีแล้วเฮ็ดโตโง่คือเจ้าข่อยกะบ่อยากมีดอก"โอ๊ย! ถ้ามีแล้วโง่เหมือนพี่ฉันก็ไม่อยากมีหรอก...)

เรไรไม่ยอมที่ให้คนเมาว่าเธอได้ฝ่ายเดียวแต่กลับกันเธอกลับเป็นฝ่ายด่าเขามากกว่า

หน้าบ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ด้วยความที่พ่อแม่ของแคนรับราชการทั้งคู่ก็เลยค่อนข้างที่จะมีฐานะระดับหนึ่งในหมู่บ้านนี้

"อ้ายแคน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(พี่แคนลุก ถึงบ้านพี่แล้ว)

"อือ" เหมือนเขาจะหลุดไปอยู่อีกโลกแล้ว เรไรได้แต่ยืนเท้าสะเอวมองอย่างเหนื่อยหน่าย สายตาสอดส่ายสายตามองซ้ายขว่ก่อนจะเห็นถังและก๊อกน้ำ ใบหน้าสวยยกยิ้มขึ้นมาอย่างมีแผน

ฉ่าา!!!

แค่ก แค่ก

น้ำครึ่งถังสาดเข้าที่ตัวคนนอนอยู่ในรถเข็นนั้นจนหมด เขาได้สติตื่นขึ้นมาพร้อมกับสำลักไอค่อกแค่ก มือลูบหน้าลูบตาตัวเองมองซ้ายขวาก่อนจะเจอเรไรที่ยืนเท้าเอวอยู่

"อีเร"

"ตื่นได้แล้วบ่ ลุกเข้าไปหาอาบน้ำอาบท่า ไปกินข้าวกินน้ำ เฮ็ดตัวใหม่ได้แล้ว อย่ามาหาเฮ็ดตัวปัญญาอ่อนสิตายแต่นำของบ่คืออยู่นี้ พ่อแม่เลี้ยงมาให้เป็นคนบ่แม่นให้เป็นควาย"(ตื่นได้หรือยัง ลุกไปอาบน้ำอาบท่า กินข้าวกินน้ำ ทำตัวใหม่ได้แล้ว อย่ามาทำตัวปัญญาอ่อนเพราะอะไรที่มันไร้ค่าแบบนั้น พ่อแม่เลี้ยงมาให้เป็นคนไม่ใช่ควาย)

คำบ่นปนด่าออกมายาวเหยียดอันที่จริงเธอก็ไม่ได้อยากมาด่าเขาแบบนี้หรอกแต่เพราะเขาเป็นแบบนี้มาหลายวันแล้วเห็นแล้วมันขัดลูกตา

"มึง" เขาชี้หน้าเธออย่างคาดโทษแต่ไม่ทันที่จะได้ต่อว่าสาวน้อยก็สวนกลับอีกครั้ง

"ข่อยเว้าบ่ทันจบ หน้าตากะผู้จบผู้หล่อบ่มีปัญญาหาใหม่บ่ เอาให้ดีให้งามกว่าคนเก่าสิบเทือกะได้ตัวะ สิไปสนใจหยังของส่ำนั้น ไผเว้าหยังเจ้ากะบ่ฟังยังมาเฮ็ดตัวสัมเลเทเมาอยู่ บ่อยากอายหมาบ่"(ฉันยังพูดไม่ทันจบ พี่นะหน้าตาก็ดีไม่มีปัญญาหาใหม่เหรอ เอาให้ดีกว่าคนเดิมสิบเท่าเลยก็ยังได้ จะไปสนใจอะไรของพันนั้นใครพูดอะไรพี่ก็ไม่ฟ้ง เอาแต่ทำตัวสัมเลเทเมาอยู่ได้ ไม่อายหมาหรือไง)

หมาอีแดงที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็มองมาที่คนสองคนตาปริบๆ คนตัวสูงอ้าปากค้างทั้งเจ็บใจที่ถูกเด็กด่าแบบนี้ แต่ที่เธอพูดมาก็ไม่ผิด

"ลุกได้แล้ว อย่ามานั่งหลับตามิบ ๆ อยู่นี่ บ่แม่นเด็กน้อย"(ลุกได้แล้ว มานั่งทำตาปริบ ๆ ไม่ใช่เด็ก ๆ แล้ว)

ว่าเธอก็เดินเข้าไปพยุงร่างสูงให้ลุกขึ้นและพาเขาเข้าไปในบ้าน

"ครูขา ครู มีคนอยู่ไหมคะ"

"เขาบ่อยู่ดอก"(ไม่มีคนอยู่หรอก)

"อ้ายอยู่คนเดียวติ"(พี่อยู่คนเดียวเหรอ)

เขาพยักหน้าหงึกหงักตอบเธอ เรไรตัดสินใจเปิดประตูบ้านพาเขาเข้าไปด้านใน

"ส่งอ้ายไว้นี่ละ"(ส่งพี่ไว้ตรงนี้แหละ)

"อย่าให้เห็นว่าเป็นแบบนี้อีกนะ เฮ็ดโตให้มันสมหน้าสมตาพ่อแม่เจ้าแหน่"(อย่าให้ฉันเห็นว่าพี่เป็นแบบเดิมนะ ทำตัวให้สมกับที่พ่อแม่เลี้ยงมาหน่อย)

ขนาดเดินออกไปแล้วก็ยังทิ้งท้ายคำบ่นเอาไว้ และไม่ลืมที่จะหันมามองเขาอย่างคาดโทษอีกด้วย

เสียงไก่ขันในยามเช้าตรู่ปลุกเขาให้ตื่นขึ้นมารับวันใหม่ ชายหนุ่มตัวสูงเดินออกมาที่หน้าบ้านมองชาวบ้านที่ไล่ต้อนวัวควายออกไปเลี้ยงที่ไร่นา พอดีกับมีจักรยานของสาวน้อยที่ซ้อนท้ายกันมาสองคนมาจอดที่หน้าบ้าน

"เมาอยู่ติ"(เมาหรือเปล่า)

คำแรกที่เธอเอ่ยถามเขา คำที่เธอกร่นด่าเมื่อวานยังดังก้องในความรู้สึก เอาซะสำนึกแทบไม่ทันเลย

"บ่ได้เมา หัวกะตื่น"(ไม่ได้เมา พึ่งตื่น)

สภาพหัวที่ยังฟู และก็ยังอยู่ในชุดกีฬาที่ใส่นอนก็เป็นการตรวจคำตอบแล้วว่าเขาพูดจริง

"นี่ ซื้อมาฝาก" มือเล็ก ๆ หยิบของบางอย่างออกมาจากหน้าตะแกรงรถยื่นมาตรงหน้า พอรับมาถึงรู้ว่ามันคือน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋ รอยยิ้มบาง ๆ ก็ผุดขึ้นที่มุมปากทันที

#จื่อบ่555 อีเรสวดยับ

ที่มาของหลงเสียงเรไร

ร้องเพลงเพราะ=ผิด

ด่าเก่ง บ่นเก่ง=ถูก

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลงเสียงเรไร   พี่เฝ้ารอมาตั้ง12ปี

    "ไม่ได้ อุ้บ!!" เขาจัดการปิดปากเธอด้วยปากหยัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างอรชรทำให้กำหนัดในตัวของเขาเพิ่มพูนตั้งแต่เข้าใกล้ ขมเม้มปากกระจับด้วยความละมุน เมื่อเธอเผยอปากเขาก็จัดการสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงนุ่ม ๆ นั้นทันที ร่างหนาขยับคร่อมพร้อมกับบดจูบอยู่นาน ความคิดถึงและความเสน่หาแสดงออกมาเป็นการกระทำที่เร่าร้อน เสียงหายใจติดขัดจากคนด้านล่างทำให้เขาถอนจูบนั้นออกมาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอขาว"อื้อ อ้ายแคน" เธอประคองใบหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเข้าไปในม่านตาดำสนิทด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง"เรว่ามันเร็วเกินไป""อ้ายเฝ้าเรมาตั้งสิบปี ตั้งแต่ที่เรดึงอ้ายออกมาจากป่ากล้วย""แต่ว่า...""อ้ายขอได้บ่ครับ..." ลมหายใจอุ่นร้อนขณะที่ปากพูดจรดลงตามข้างแก้มใบหน้าหล่อคลอเคลียร์ไม่ห่างชวนให้อารมณ์เคลิ้มไปได้อย่างง่าย ปากหยักได้รูปพรมจูบลงมาตามซอกคอ ใบหน้าหวานเอียงเอียงรับสัมผัสและไม่ปฏิเสธยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจ ทุกครั้งที่ปากหยักกดจูบขนบางก็ชูชันจนทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมือใหญ่กอบกุมเต้าอวบทำเอา

  • หลงเสียงเรไร   ความคิดถึง

    พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ฝูงวัวควายถูกต้อนกลับจากนาเดินเต็มถนนบรรยากาศที่คุ้นเคยในหมู่บ้านเหมือนทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัส สองสาวขับรถมอเตอร์ไซด์ลากพ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกผักกลับเข้ามาเฉกเช่นทุกวัน มีทั้งออเดอร์จากตลาดและที่วัด สองคนต้องเก็บมากกว่าปกติ"ลำดวนไปอาบน้ำก่อนจะได้ออกไปวัด""แล้วพี่เรไม่ไปเหรอ""ไปแต่เอ็งอาบก่อนพี่จะแบ่งผักรอ อาบเสร็จพี่จะได้ไปอาบต่อ" คนพี่ว่าพร้อมกับยกตะกร้าผักลงจากรถเข็นและแบ่งแยกออกว่าตัวไหนเอาไปส่งตลาดตัวไหนเอาไปส่งวัด ไม่นานคนเป็นน้องก็อาบเสร็จพอดี เธอจึงเดินไปหยิบผ้าถุงที่ตากอยู่ข้างบ้านเข้าห้องน้ำไปไฟที่เปิดให้แสงสว่างจนทั่วบริเวณวัดมันเลยไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับทุกวัน แถมผู้คนก็ยังเดินพลุกพล่านทั้งคนที่คุ้นหน้าและคนที่ไม่คุ้นหน้า คณะของนักเรียนและครูที่มาถึงเมื่อตอนบ่ายก็เปลี่ยนชุดนุ่งขาวห่มขาวกันจนละลานตาไปหมดและกำลังทยอยเข้าไปทำวัดเย็นในศาลา"เอาผักมาส่งจ้า""เออ ๆ วางไว้นั่นแหละจักบาทล่ะ"(เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทั้งหมดเท่าไหร่)"สองร้อยจ้ะ" ผักสามตะกร้าราคาแค่นี้ถือว่าถูกมาก

  • หลงเสียงเรไร   รู้ชัดถึงความรู้สึกที่มี

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างปลุกฉันให้รีบตื่นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมไปวัดในวันพระใหญ่ ในฤดูหนาวแบบนี้ทำเอาไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลย"พี่เร ตื่นหรือยัง""อือ" ฉันตอบน้องสาวพลางหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมออกมาสวมใส่ เราสองคนเดินลงมาจากบนบ้านและช่วยกันทำกับข้าวมือเป็นระวิง กว่าจะเสร็จฟ้าก็ทอแสงรำไรแล้ว ม่านหมอกหนาบดบังทิวทัศน์ของทุ่งนาที่เหลืองอร่ามให้เห็นเป็นเลือนราง"เสร็จแล้วฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ" ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเพื่อรอคิวอาบต่อ ดีที่พี่แคนมาทำห้องน้ำและติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใหม่เลยทำให้การอาบน้ำสะดวกขึ้นฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย พอคิดถึงชายคนที่ครอบครองดวงใจรอยยิ้มหวานก็ปรากฏบนใบหน้าทันที ฉันหยิบเสื้อพื้นเมืองสีชมพูกับผ้าถุงลายหยาดฝนที่แม่ทอให้ออกมาสวมและสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกที ก่อนจะรีบออกมารอลำดวนที่ด้านล่าง ไม่นานนางก็เดินลงมาด้วยชุดที่คล้ายกันกับของฉันเราสองคนพี่น้องขับรถออกมาตามทางตรงไปที่วัดโดยใช้ทางลัดตามคันนา แสงรุ่งอรุณตกกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นแสงระยิบระยับชวนมองกลิ่นอายของต้นข้าวยามถูกหมอกโชยเข้าจมูกช่างเป็น

  • หลงเสียงเรไร   พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

    แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า..."อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจั

  • หลงเสียงเรไร   คนที่ไม่อยากเจอ

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชาวบ้านก็เริ่มไล่วัวควายออกไปเลี้ยงตามวิถีชีวิตชนบท บางคนก็ออกไปไร่ไปนาเพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว"พี่เร...รอด้วยฉันเสร็จแล้ว" ลำดวนรีบแต่งตัวตามพี่สาวออกมาหมายจะออกไปช่วยขายผักที่ตลาด"อยู่นี่แหละรอทำกับข้าวให้พ่อกับแม่""บ่ ๆพ่อกับแม่บ่อยากดอก พากันออกไปส่อยกันโลด"(ไม่ต้อง ๆ พ่อกับแม่อยู่กันได้ เอ็งสองคนพสกันออกไปช่วยกันเถอะ)คนเป็นแม่ว่าขึ้นเพราะลำพังอยู่สองตายายกินอะไรก็ได้อยากให้ลูกออกไปช่วยกันมากกว่า"งั้นเดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ"สองสาวพี่น้องซ้อนท้ายกับออกมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันตลาดเช้า ผักช่วงนี้ออกเยอะจนล้นตลาดทำให้ต้องไปนั่งขายเอง หมดล็อตนี้ก็ว่าจะกลับไปปลูกพริกกับมะเขือเหมือนเดิมดีกว่า"ลำดวน ไม่ต้องช่วยพี่หรอก เอาผักกาดกับกะหล่ำอย่างละร้อยไปส่งร้านขนมจีนเจ้น้อยให้พี่ไป""จ้ะ" ว่าแล้วลำดวนก็หยิบผักกาดขาวและกะหล่ำใส่ตะกร้าเท่าจำนวนที่สาวบอกและขับมอไซด์ออกไปที่ร้านขนมจีนหน้าโรงพยาบาลเหลือเพียงเรไรที่กำลังตั้งแผงขายผักที่เหลืออยู่"ผักจ้าผัก สด ๆ จากสวน ปลอดสารพิษนะจ๊ะ" เสี

  • หลงเสียงเรไร   แรกตั้งใจรัก

    "เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)"หือ!!!"ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรก

  • หลงเสียงเรไร   เมื่อไหร่จะยอมเป็นแฟนพี่สักที

    ร่างอรชรในชุดเสื้อกล้ามสีชมพูสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวไหมพรมกางเกงวอมสีเทาเดินลงมาจากบนบ้านก็เห็นว่าพ่อแม่และน้องสาวกำลังจัดแต่งสำรับเย็น แต่ไร้ความหิวสำหรับเธอ"กินข้าวก่อนเลยเด้อ สิออกไปนั่งเล่นอยู่ร้านยายวาด"(กินกันได้เลยนะ จะออกไปนั่งเล่นที่ร้านองพี่วาด""ข่อยไปนำ"(หนูไปด้วย)

  • หลงเสียงเรไร   อยู่คนเดียวก็ไม่ตาย

    แสงแดดจ้าในตอนกลางวันช่วงหน้าหนาวไม่ได้ให้ความรู้สึกร้อนอย่างที่ควรจะเป็นแต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้จากอุณหภูมิที่ต่ำแบบนี้ด้วย สองพี่น้องที่ช่วยกันถอนหญ้าจากแปลงกะหล่ำและต้นหอม พลางเปิดเพลงจากลำโพงบลูธูทขนาดเล็กที่ลำดวนนั้นพกมาด้วยจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ เข้าหน้าหนาวแบบนี้พริกปลูกยากเป็นโรคแล้วก็ไม่

  • หลงเสียงเรไร   เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร

    [แคน talk]หลังจากที่ผมเห็นเหตุการณ์ที่ตลาดวันนั้นก็รู้ได้แล้วว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว อันที่จริงผมเห็นไอ้ห้อยกับสีทำอะไรลับหลังเรไรแบบนี้หลายครั้งแล้วแหละ บอกผ่านวาสนาไปแต่เรไรนั้น ปักใจเชื่อมาตลอดว่าห้อยรักเธอ ผมเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เธอได้เห็นด้วยตาเนื้อของตัวเองเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

  • หลงเสียงเรไร   ตอนที่ 2 ยังฮักไปอีกได้บ่

    แคนตั้งใจจะโทรไปชวนเรไรมาเที่ยวงานเพราะไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวและคิดถึงเรื่องที่ทำให้บั่นทอนจิตใจ คราแรกเธอก็มีท่าทีปฏิเสธทว่าเขาก็หาทางตะล่อมจนหญิงสาวนั้นตกลงชายหนุ่มลูกชายคนโตของบ้าน พ่อแม่ต่างเป็นข้าราชการครูเกษียณ น้องชาย 'คราม' ก็เป็นถึง ส.อบต. เรียกได้ว่าบ้านก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะใน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status