Accueil / โรแมนติก / หลงเสียงเรไร / เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร

Partager

เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร

last update Date de publication: 2025-05-05 10:43:29

[แคน talk]

หลังจากที่ผมเห็นเหตุการณ์ที่ตลาดวันนั้นก็รู้ได้แล้วว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว อันที่จริงผมเห็นไอ้ห้อยกับสีทำอะไรลับหลังเรไรแบบนี้หลายครั้งแล้วแหละ บอกผ่านวาสนาไปแต่เรไรนั้น ปักใจเชื่อมาตลอดว่าห้อยรักเธอ ผมเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เธอได้เห็นด้วยตาเนื้อของตัวเอง

เป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้วที่ผมเฝ้าตาเรไร จนชาวบ้านเอาไปลือต่างๆ นานา ตอนนี้เรไรเองก็เหมือนจะทำใจได้บ้างแล้ว ผมคิดว่าเธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าผมกำลังจีบและเร่งทำคะแนน บางครั้งที่ถูกหยอดมุกไปก็มีเขินจนหน้าแดง...

เวลาย่ำค่ำพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้ารำไร สายลมเย็นๆในช่วงหน้าหนาวพัดผ่านกายจนเย็นสะท้านในบางครา บ้านไม้ยกสูงที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน มองจากไกล ๆ สองพี่น้องกำลังช่วยกันแต่งสำรับกับข้าว โดยที่พ่อแม่ที่แก่ชรากำลังนั่งรอ ไม่รอช้าผมขับรถเข้าไปจอดที่หน้าบ้านและเดินลงไปพร้อมกับของในมือที่ซื้อมาจากในเมือง

"ทิศแคน มาตะไสละค่ำมืด"(แคนไปไหนมาค่ำมืด)

พอเดินลงจากรถตาสิทธิ์ก็ทักทายทันที

"หัวแต่กลับมาแต่ในเมืองไปซื้ออะไหล่รถ กะเลยซื้อแนวกินมาฝาก"(พึ่งจะกลับมาจากในเมืองครับเข้าไปซื้ออะไหล่รถ เลยซื้อของกินมาฝาก)

ผมวางของกินที่ซื้อไว้บนเตียงไม้นั้น ก็มีทั้งผลไม้ ขนมหวาน กับพวกของสดที่ไว้ทำกับข้าวพวกนั่นแหละ

"ซื้อมาทำไมเยอะแยะ ที่นี่ของกินก็ใช่ว่าจะขาดแคลนสักหน่อย ไม่ต้องเอาของกินมาหลอกล่อฉันหรอกนะ ไม่ใช่เด็ก ๆ" คนตัวเล็กที่นั่งพับเพียบอยู่บนเตียงข้างยายนีแม่ของเธอว่าผมมาทันที

"แต่มื้อนี้มีเม็ดขนุนเดะ"(แต่วันนี้มีเม็ดขนุนด้วยนะ)

ผมรู้ว่าเธอนั้นชอบกินขนมไทยมากโดยเฉพาะเม็ดขนุน วาสนาบอกหน่ะ สายตาหวานนั้นเหลือบมองมายังถุงขนมแต่ก็แกล้งทำเป็นไม่สนใจ จนผมอดยิ้มเอ็นดูท่าทางของเธอไม่ได้

"มา ๆ กินข้าวนำกันสะก่อน"(งั้นก็กินข้าวด้วยกันมา)

ยายนีขยับใกล้ตาสิทธิ์พร้อมกับสะกิดขาลูกสาวให้ขยับเพื่อให้มีพื้นที่ว่างพอให้ผมได้นั่ง ไม่รอช้าผมก็เดินไปฝั่งนั้นและนั่งข้างเธอจนหัวเข่าของเราชนกัน

"ขยับไปแนสิมานั่งหยังใกล้แท้"(ถอยออกไปหน่อยนั่งใกล้เกินไปแล้ว)

แต่ผมก็แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน รับจานข้าวจากลำดวนมาวางตรงหน้า

"มากินข้าวเฮือนข่อยดุปานนี้ เจ้าสิได้มาส่อยพ่อข่อยเฮ็ดนาเด้ออ้ายแคน"(มากินข้าวที่นี่บ่อยขนาดนี้ต้องมาช่วยพ่อหนูทำนาแล้วมั้งพี่แคน)

ลำดวนมันเอ่ยแซวผม แต่ก็จริงอย่างที่มันพูดเพราะผมมากินข้าวที่บ้านนี้แทบทุกอาทิตย์เลยก็ว่าได้ อยากจะสวนมันกลับไป

ให้มาทำแทนเลยก็ได้พ่อตาจะได้ไม่ต้องเหนื่อย...

หลังจากที่ทานข้าวเสร็จยายนีกับตาสิทธิ์ก็ขึ้นบ้านนอน เหลือเพียงผมที่นั่งเล่นอยู่ใต้ถุนบ้านกับเรไร

"อ้ายขอเข้าห้องน้ำแน"(พี่ขอเข้าห้องหน่อย)

"ทางนั้น...คงไม่ต้องให้พาเดินไปหรอกเนาะ"

"พาไปแน"(พาไปหน่อย)

"โตใหญ่ปานนี้ย่านอิหยัง"(ตัวใหญ่ขนาดนี้จะกลัวอะไร)

"ก็อยากให้ไปเป็นหมู่มันมืด เผื่องูเงี้ยวเกี้ยวขอกัดอ้ายขึ้นมาไผสิส่อย"(ก็อยากให้ไปเป็นเพื่อนมันมืด เผื่องูเงี้ยวเกี้ยวขอกัดขึ้นมาใครจะช่วยพี่ได้ทัน)

เธอค้อนสายใส่ผมแต่ก็ยอมลุกขึ้นมาพาเดินไปทางหลังบ้านที่เป็นสวนของห้องน้ำ ไฟโซล่าเซลที่ให้แสงสว่างเพียงริบหรี่ ทำให้มองเห็นรอบข้างได้เพียงสลัวเท่านั้น ห้องน้ำเล็ก ๆ เก่า ๆ เป็นเพียงอิฐก่อขึ้นมายังไม่ได้ฉาบและมุงด้วยสังกะสีเก่า ๆ แถมยังมีช่องโว๋หลายช่อง น้ำในถังก็เย็นเฉียบพากันอาบไปได้ยังไง แล้วที่บ้านก็มีแต่ผู้หญิงอีกถ้ามีคนมาแอบดู... แค่คิดผมก็เป็นห่วงและอยากจะทำห้องน้ำให้ใหม่เลย

"เร หน้าหนาวอาบน้ำแบบไหนบ่หนาวติ"(หน้าหนาวอาบน้ำแบบไหน ไม่หนาวเหรอ)

"หนาวก็ต้มน้ำ ค่อยเอามาผสมอาบไง ถามทำไมอย่าบอกนะว่าจะอาบน้ำอีก กลับบ้านไปเลยนะ ฉันไม่ต้มให้หรอก" ผมแค่ถามสั้น ๆ แต่เธอใส่มาเป็นชุด แต่ผมกลับดีใจที่เธอพูดยาว ๆ แบบนี้

[จบแคน talk]

ชายหนุ่มนั่งถามไถ่เธอคุยไปเรื่อยจนเวลาเกือบสองทุ่ม สองคนจึงออกมายืนที่หน้าบ้านเพราะเขานั้นตั้งใจจะกลับ ซึ่งมันก็มืดอยู่พอสมควร อยู่ ๆ เรไรก็เงียบไป พร้อมกับมองหน้าเขาด้วยแววตาบางอย่างมันดูจริงจังจนชายหนุ่มนึกแอบหวั่นใจแปลก ๆ

"อ้ายแคน"(พี่แคน)

"ครับ"

"เรบ่ต้องการให้ไผมาสงสาร"(เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร)

"อ้ายเคยบอกเรไปแล้วว่ารู้สึกแบบไหน อ้ายกะยังยืนยันคำเดิม"(พี่เคยบอกเรไปแล้ว และพี่ก็ยังยืนยันคำเดิม)

"แต่ว่า..."

จุ๊บ!!!

ประโยคดังกล่าวเปล่งออกมาไม่สุดเสียงเพราะปากหยักได้รูปนั้นฉกจูบลงไปด้วยความเร็ว จนเธอยืนอึ้งมองหน้าเขาด้วยความตกใจ ก่อนที่จะยกมือขึ้นมาจับที่ริมฝีปากตัวเอง มันเกิดขึ้นเร็วมากจนเธอเองแทบตั้งตัวไม่ทันแต่ก็จำสัมผัสนั้นได้แม่น

"อ้ายแคน เฮ็ดอิหยังแบบนี้"(พี่แคน ทำอะไรแบบนี้)

"เห็นปากน้อย ๆ นี้จ่มดุถามดุอดบ่ได้ มันคือการลงโทษ ถ้าเรยังไล่อ้ายอีกอ้ายสิบ่เฮ็ดแค่จูบ"(ทนไม่ได้หรอกปากจิ้มลิ้มมันบ่นเก่งถามเก่งเหลือเกิน มันคือการลงโทษ แล้วถ้าเรยังไล่พี่อีกต่อไปพี่จะไม่ทำแค่จูบ)

"เรบ่เต็ม..."(แต่เรไม่...)

จุ๊บ!!!

การขโมยจูบครั้งนี้เขาไม่ได้ถอดถอนปากออกเร็วเหมือนคราแรก ดวงตาหวานเบิกกว้างก่อนจะหลับตาและใช้มือดันที่หน้าอกหวังให้ออกห่างตัวเธอ ทว่ามือหนากลับวาดกอดมาที่แผ่นหลังพร้อมกับรั้งเข้าหาตัวจนอกเบียดชิด สัมผัสอุ่นร้อนและกลิ่นกายหอม ๆ ราวดอกมะลิของเธอทำให้ชายหนุ่มแทบจะไม่อยากผละออก แต่ถ้าเขาไม่หยุดตอนนี้คนตัวเล็กมีหวังขาดอากาศหายใจเป็นแน่...

เฮือก!!

ทันทีที่เป็นอิสระ หญิงสาวก็รีบสูดหายใจเอาอากาศเข้าปอดพร้อมยกมือทาบอก มองคนตัวสูงที่ยืนยิ้มกริ่มอย่างเอาเรื่อง

"นิสัยบ่ดี"(นิสัยไม่ดี)

"แผลในใจเจ้าให้อ้ายสิเป็นคนรักษามันเอง"(แผลในใจพี่จะเป็นคนรักษาให้เอง)

"เป็นหมอสั้นเบาะ"(เป็นหมอหรือไง)

"สิเป็นหมอใจของเรคนเดียว"(จะเป็นหมอรักษาใจของเรคนเดียว)

"ไผหาตั๋วเด็กน้อยพื้น"(ไปหลอกเด็กเถอะ)

แม้จะพูดเหมือนไม่รู้สึกทว่าใบหน้าสวยนั้นเปล่งสีแดงจนเต็มสองแก้ม อีกทั้งมุมปากของเธอเองก็กำลังกลั้นยิ้มเอาไว้แต่รู้ไหมว่ามันไม่รอดสายตาเหยี่ยวของเขาไปได้

"อ้ายกลับก่อนเด้อ ฝันดีครับ คนงามของอ้าย"(พี่กลับแล้วนะ ฝันดีครับคนสวยของพี่)

ฟอด~~

"อ้ายแคน!"(พี่แคน!)

"ชื่นใจ" เขาล้อหลอกเธอ มือเล็กยกขึ้นหมายจะตีแต่ก็ไม่ได้จริงจังนักแต่เขากลับเปิดประตูขึ้นรถไปเสียก่อน

"แก้มห๊อมหอม ปากกะนุ่มคักเป็นตาจูบ"(แก้มห๊อมหอมปากก็นุ่มน่าจูบมาก) ก่อนออกไปไม่วายที่จะลดกระจกลงมาพูดคำพูดที่ชวนให้ใจสั่น ลับหลังเรไรก็เอาแต่ยิ้มพร้อมกับเดินหันหลังกลับเข้าบ้านไป พร้อมหัวใจที่เต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

อ้ายแคนได้จูบแรกไปแล้ว...

ขึ้นห้องมาก็เอาแต่คิดถึงสัมผัสนั้นจนหลับไป ใบหน้าสวยนั้นมีรอยยิ้มเปื้อนในรอบเดือนเลยก็ว่าได้

#เขินอ้ายแคน

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • หลงเสียงเรไร   พี่เฝ้ารอมาตั้ง12ปี

    "ไม่ได้ อุ้บ!!" เขาจัดการปิดปากเธอด้วยปากหยัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างอรชรทำให้กำหนัดในตัวของเขาเพิ่มพูนตั้งแต่เข้าใกล้ ขมเม้มปากกระจับด้วยความละมุน เมื่อเธอเผยอปากเขาก็จัดการสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงนุ่ม ๆ นั้นทันที ร่างหนาขยับคร่อมพร้อมกับบดจูบอยู่นาน ความคิดถึงและความเสน่หาแสดงออกมาเป็นการกระทำที่เร่าร้อน เสียงหายใจติดขัดจากคนด้านล่างทำให้เขาถอนจูบนั้นออกมาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอขาว"อื้อ อ้ายแคน" เธอประคองใบหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเข้าไปในม่านตาดำสนิทด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง"เรว่ามันเร็วเกินไป""อ้ายเฝ้าเรมาตั้งสิบปี ตั้งแต่ที่เรดึงอ้ายออกมาจากป่ากล้วย""แต่ว่า...""อ้ายขอได้บ่ครับ..." ลมหายใจอุ่นร้อนขณะที่ปากพูดจรดลงตามข้างแก้มใบหน้าหล่อคลอเคลียร์ไม่ห่างชวนให้อารมณ์เคลิ้มไปได้อย่างง่าย ปากหยักได้รูปพรมจูบลงมาตามซอกคอ ใบหน้าหวานเอียงเอียงรับสัมผัสและไม่ปฏิเสธยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจ ทุกครั้งที่ปากหยักกดจูบขนบางก็ชูชันจนทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมือใหญ่กอบกุมเต้าอวบทำเอา

  • หลงเสียงเรไร   ความคิดถึง

    พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ฝูงวัวควายถูกต้อนกลับจากนาเดินเต็มถนนบรรยากาศที่คุ้นเคยในหมู่บ้านเหมือนทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัส สองสาวขับรถมอเตอร์ไซด์ลากพ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกผักกลับเข้ามาเฉกเช่นทุกวัน มีทั้งออเดอร์จากตลาดและที่วัด สองคนต้องเก็บมากกว่าปกติ"ลำดวนไปอาบน้ำก่อนจะได้ออกไปวัด""แล้วพี่เรไม่ไปเหรอ""ไปแต่เอ็งอาบก่อนพี่จะแบ่งผักรอ อาบเสร็จพี่จะได้ไปอาบต่อ" คนพี่ว่าพร้อมกับยกตะกร้าผักลงจากรถเข็นและแบ่งแยกออกว่าตัวไหนเอาไปส่งตลาดตัวไหนเอาไปส่งวัด ไม่นานคนเป็นน้องก็อาบเสร็จพอดี เธอจึงเดินไปหยิบผ้าถุงที่ตากอยู่ข้างบ้านเข้าห้องน้ำไปไฟที่เปิดให้แสงสว่างจนทั่วบริเวณวัดมันเลยไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับทุกวัน แถมผู้คนก็ยังเดินพลุกพล่านทั้งคนที่คุ้นหน้าและคนที่ไม่คุ้นหน้า คณะของนักเรียนและครูที่มาถึงเมื่อตอนบ่ายก็เปลี่ยนชุดนุ่งขาวห่มขาวกันจนละลานตาไปหมดและกำลังทยอยเข้าไปทำวัดเย็นในศาลา"เอาผักมาส่งจ้า""เออ ๆ วางไว้นั่นแหละจักบาทล่ะ"(เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทั้งหมดเท่าไหร่)"สองร้อยจ้ะ" ผักสามตะกร้าราคาแค่นี้ถือว่าถูกมาก

  • หลงเสียงเรไร   รู้ชัดถึงความรู้สึกที่มี

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างปลุกฉันให้รีบตื่นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมไปวัดในวันพระใหญ่ ในฤดูหนาวแบบนี้ทำเอาไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลย"พี่เร ตื่นหรือยัง""อือ" ฉันตอบน้องสาวพลางหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมออกมาสวมใส่ เราสองคนเดินลงมาจากบนบ้านและช่วยกันทำกับข้าวมือเป็นระวิง กว่าจะเสร็จฟ้าก็ทอแสงรำไรแล้ว ม่านหมอกหนาบดบังทิวทัศน์ของทุ่งนาที่เหลืองอร่ามให้เห็นเป็นเลือนราง"เสร็จแล้วฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ" ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเพื่อรอคิวอาบต่อ ดีที่พี่แคนมาทำห้องน้ำและติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใหม่เลยทำให้การอาบน้ำสะดวกขึ้นฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย พอคิดถึงชายคนที่ครอบครองดวงใจรอยยิ้มหวานก็ปรากฏบนใบหน้าทันที ฉันหยิบเสื้อพื้นเมืองสีชมพูกับผ้าถุงลายหยาดฝนที่แม่ทอให้ออกมาสวมและสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกที ก่อนจะรีบออกมารอลำดวนที่ด้านล่าง ไม่นานนางก็เดินลงมาด้วยชุดที่คล้ายกันกับของฉันเราสองคนพี่น้องขับรถออกมาตามทางตรงไปที่วัดโดยใช้ทางลัดตามคันนา แสงรุ่งอรุณตกกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นแสงระยิบระยับชวนมองกลิ่นอายของต้นข้าวยามถูกหมอกโชยเข้าจมูกช่างเป็น

  • หลงเสียงเรไร   พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

    แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า..."อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจั

  • หลงเสียงเรไร   คนที่ไม่อยากเจอ

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชาวบ้านก็เริ่มไล่วัวควายออกไปเลี้ยงตามวิถีชีวิตชนบท บางคนก็ออกไปไร่ไปนาเพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว"พี่เร...รอด้วยฉันเสร็จแล้ว" ลำดวนรีบแต่งตัวตามพี่สาวออกมาหมายจะออกไปช่วยขายผักที่ตลาด"อยู่นี่แหละรอทำกับข้าวให้พ่อกับแม่""บ่ ๆพ่อกับแม่บ่อยากดอก พากันออกไปส่อยกันโลด"(ไม่ต้อง ๆ พ่อกับแม่อยู่กันได้ เอ็งสองคนพสกันออกไปช่วยกันเถอะ)คนเป็นแม่ว่าขึ้นเพราะลำพังอยู่สองตายายกินอะไรก็ได้อยากให้ลูกออกไปช่วยกันมากกว่า"งั้นเดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ"สองสาวพี่น้องซ้อนท้ายกับออกมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันตลาดเช้า ผักช่วงนี้ออกเยอะจนล้นตลาดทำให้ต้องไปนั่งขายเอง หมดล็อตนี้ก็ว่าจะกลับไปปลูกพริกกับมะเขือเหมือนเดิมดีกว่า"ลำดวน ไม่ต้องช่วยพี่หรอก เอาผักกาดกับกะหล่ำอย่างละร้อยไปส่งร้านขนมจีนเจ้น้อยให้พี่ไป""จ้ะ" ว่าแล้วลำดวนก็หยิบผักกาดขาวและกะหล่ำใส่ตะกร้าเท่าจำนวนที่สาวบอกและขับมอไซด์ออกไปที่ร้านขนมจีนหน้าโรงพยาบาลเหลือเพียงเรไรที่กำลังตั้งแผงขายผักที่เหลืออยู่"ผักจ้าผัก สด ๆ จากสวน ปลอดสารพิษนะจ๊ะ" เสี

  • หลงเสียงเรไร   แรกตั้งใจรัก

    "เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)"หือ!!!"ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรก

  • หลงเสียงเรไร   เมื่อไหร่จะยอมเป็นแฟนพี่สักที

    ร่างอรชรในชุดเสื้อกล้ามสีชมพูสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวไหมพรมกางเกงวอมสีเทาเดินลงมาจากบนบ้านก็เห็นว่าพ่อแม่และน้องสาวกำลังจัดแต่งสำรับเย็น แต่ไร้ความหิวสำหรับเธอ"กินข้าวก่อนเลยเด้อ สิออกไปนั่งเล่นอยู่ร้านยายวาด"(กินกันได้เลยนะ จะออกไปนั่งเล่นที่ร้านองพี่วาด""ข่อยไปนำ"(หนูไปด้วย)

  • หลงเสียงเรไร   อยู่คนเดียวก็ไม่ตาย

    แสงแดดจ้าในตอนกลางวันช่วงหน้าหนาวไม่ได้ให้ความรู้สึกร้อนอย่างที่ควรจะเป็นแต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้จากอุณหภูมิที่ต่ำแบบนี้ด้วย สองพี่น้องที่ช่วยกันถอนหญ้าจากแปลงกะหล่ำและต้นหอม พลางเปิดเพลงจากลำโพงบลูธูทขนาดเล็กที่ลำดวนนั้นพกมาด้วยจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ เข้าหน้าหนาวแบบนี้พริกปลูกยากเป็นโรคแล้วก็ไม่

  • หลงเสียงเรไร   ตอนที่ 2 ยังฮักไปอีกได้บ่

    แคนตั้งใจจะโทรไปชวนเรไรมาเที่ยวงานเพราะไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวและคิดถึงเรื่องที่ทำให้บั่นทอนจิตใจ คราแรกเธอก็มีท่าทีปฏิเสธทว่าเขาก็หาทางตะล่อมจนหญิงสาวนั้นตกลงชายหนุ่มลูกชายคนโตของบ้าน พ่อแม่ต่างเป็นข้าราชการครูเกษียณ น้องชาย 'คราม' ก็เป็นถึง ส.อบต. เรียกได้ว่าบ้านก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะใน

  • หลงเสียงเรไร   ตอนที่1 อีหล่างาม

    กว่าฝนจะซาก็เกือบชั่วโมงต้องนั่งหนาวอยู่แบบนั้น พี่แคนตามมาส่งถึงบ้านเลย มาถึงฉันก็รีบอาบน้ำเข้านอนเพราะต้องลุกไปส่งพริกที่ตลาดแต่เช้า ร้านป้าน้อยแม่ค้าผักเจ้าใหญ่สั่งไว้ห้าสิบกิโลครืดครืด ครืดครืดพึ่งจะทิ้งหัวลงหมอนได้ยังไม่รู้สึกว่าหลับเลยเสียงนาฬิกาปลุกจากมือถือก็ดังขึ้น

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status