Beranda / โรแมนติก / หลงเสียงเรไร / พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

Share

พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

last update Tanggal publikasi: 2025-05-14 08:07:00

แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า...

"อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)

"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)

"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)

"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)

แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต

"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)

"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจังมันพุ่นไปเอาอีสีลูกพ่อใหญ่จ่อยคุ้มวัดพุ่น"(บ้านมันจนขนาดนั้นไอ้ห้อยมันไม่เอาหรอก คนขี้เกียจแบบมันโน่นไปเอาอีสีลูกตาจ่อยบ้านคุ้มวัดโน่น)

กลุ่มผู้หญิงวัยกลางคนหยิบเรื่องมาพูดอย่างสนุกปาก

ตาสิทธิ์ยืนฟังอยู่นานสุดท้ายก็ตัดสินใจหันหลังกลับ หัวใจเจ็บแปลบจากคำพูดพวกนั้น ได้แต่ขบกรามแน่นข่มอารมณ์ขุ่นมัวค่อยเดินกลับมายังบ้านของตัวเอง ดวงตาที่เริ่มฟ้าฟางมองบ้านหลังเก่าทรุดโทรมอย่างทรมานใจ

"อีเรเอ้ย พ่อขอโทษที่บ่มีปัญญา บ่มีมูลมังอิหยังให้มึง จังเฮ็ดให้คนเขาดูถูกครอบครัวเฮาแบบนี้"(เรไรเอ้ย พ่อขอโทษนะลูกที่ไม่มีปัญญา ไม่มีทรัพย์สมบัติอะไรให้เอ็ง ถึงทำให้คนเขาดูถูกครอบครัวเราแบบนี้)

หยดน้ำตาไหลอาบลงช้า ๆ ทว่าไม่ได้อาบลงมาที่ใบหน้าแต่อาบลงที่หัวใจที่เจ็บปวด เสียงมอเตอร์ไซด์คันเก่าที่ใช้มาหลายสิบปีดังแว่วเข้ามาในหูเป็นสัญญาณบอกว่าลูกสาวทั้งสองได้กลับมาจากขายผักแล้ว ชายแก่เก็บสิ่งที่ได้ยินเอาไว้ ปรับสีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหันไปมอง เรไรขับรถเลยเข้าไปจอดในบ้านก่อนที่จะเดินออกมาชะเง้อคอมองตามสายตาของพ่อตน

"มองอะไร"

"รังนก ลูกมันตกลงมา"

ว่าแล้วตาสิทธิ์ก็ยื่นลูกนกในกำมือให้ลูกสาวดู มันยังเป็นลูกป้อนอยู่เลย ขนก็ยังไม่ขึ้นส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ มองแล้วช่างน่าสงสาร

"เร ให้พ่อถามสูคำหนึ่ง"(เร...พ่อขอถามเอ็งหนึ่งคำ)

"ว่ามา"

หญิงสาวเอาลูกนกมือถือไว้มองมันอย่างเอ็นดู และคิดว่ากำลังจะเลี้ยงเอาไว้ หากจะเอาขึ้นไปไว้บนรังดังเดิมต้นไม้ก็สูงเกินกว่าที่จะปีนได้

"กับทิศแคน สูมักมันบ่"(เอ็งคิดชอบทิศแคนไหม"

หญิงสาวชะงักเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาสนทนากับพ่อ สายตาของเธอยังอยู่ที่ลูกนกตัวนั้น

"ถ้ามันมักสูแท้ พ่อกะบ่ว่า แต่..."(ถ้ามันรักเอ็งจริงพ่อก็ไม่ว่า)

"ไปได้ยินอิหยังที่บ่สำบายใจมาอีกแล้วติ"(ไปได้ยินอะไรไม่สบายใจมาอีกแล้วใช่ไหม)

เธอมองหน้าพ่อพร้อมกับถามออกมาอย่างรู้ทัน ตาสิทธิ์มองหน้าลูกสาวอีกครั้งพลางถอนหายใจ

"พ่อย่านเขามาตั๋วมึง"(พ่อแค่กลัวว่าเขาจะมาหลอกเอ็ง)

ถ้าเขามาหลอกเธอจริงก็คงทำสำเร็จแล้วล่ะ เพราะตอนนี้เธอติดกับของเขาแล้วเต็ม ๆ

"มันไม่มีอะไรหรอกพ่อ ชาวบ้านก็ลืมไปอย่างนั้นแหละอย่าไปใส่ใจเลย"(มันไม่มีอะไรหรอกพ่อ อย่าไปใส่ใจคำชาวบ้านเลย)

ตาสิทธิ์มองตามหลังลูกสาวที่เดินเข้าบ้านไป และสัมผัสได้ทันทีว่าลูกสาวตนนั้นรู้สึกกับชายหนุ่มยังไง

พ่อย่านเขามาตั๋วมึง...

คำพูดของพ่อวนอยู่ในความคิดของฉันมาหลายวัน จนพานให้ฉันสร้างกำแพงในใจขึ้นมาอีกครั้ง ไม่รับสายหรือตอบข้อความของพี่แคนเลยและเขาก็หายหน้าไปหลายวันแล้ว

สายลมเอื่อย ๆ พัดกระทบร่างในยามบ่ายแก่ เถียงนาน้อยกลางผืนท้องนากว้างที่เงียบสงบ พอให้ใจได้พักจากสิ่งที่กลัดกลุ้ม ฉันวางทุกอย่างเอาไว้สูดเอากลิ่นหอมของต้นข้าวที่พัดโชยมาเข้าจมูกจนเต็มปอด นั่งพิงเสาร์ไม้หลับตาพริ้มให้สายลมกระทบใบหน้าหวังผ่อนคลาย ทว่า...

หมับ!

สัมผัสนี้ทำฉันเด้งตัวลุกด้วยความตกใจ รีบหันมองสิ่งที่เกิดขึ้น หัวใจก็เต้นตึกตักด้วยความกลัว

"ตกใจหมด มาไม่ให้ซุ่มให้เสียง" ยกมือขึ้นทาบอกพลางว่าให้คนที่เป็นต้นเหตุ ฉันตกอยู่ในอ้อมแขนแกร่งและดูเหมือนอีกคนไม่มีท่าทีจะยอมปล่อยง่าย

"ปล่อย! เดี๋ยวมีคนมาเห็น"

"มาเห็นกะดี เขาสิได้รู้ว่าเฮาสองคนเป็นอิหยังกัน"(เห็นก็ดี เขาจะได้รู้ว่าเราสองคนเป็นอะไรกัน)

"แค่แฟน"

แต่แค่นี้คนก็เอาไปโจทจรรจนทั่วหมู่บ้านแล้ว จนทำให้พ่อกับแม่ฉันไม่สบายใจตามไปด้วย

"เลื่อนสถานะมื้อนี้เลยได้บ่ครับ อ้ายบ่อยากรอแล้ว"(เลื่อนสถานะเลยได้ไหมครับ พี่ไม่อยากรอแล้ว

"หนูไม่น่าใจอ่อนให้พี่เลย"

สายตาอ้อน ๆ นี่ส่งมาให้ทีไร ก้อนเนื้อด้านในมันหวั่นไหวทุกทีผู้ชายอะไรตาสวยยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก

"อิหล่าใจอ่อนก็ดีแล้วครับ ปล่อยให้หน้าที่แข็งเป็นของอ้าย"(หนูอ่อนก็ดีแล้วครับ ปล่อยให้หน้าที่แข็งเป็นของพี่)

ฉันพยายามดันตัวออกห่างเพราะเขาเอาแต่พูดใกล้ แถมมือยังไม่อยู่นิ่งลูบไล้อยู่ที่บั้นท้ายของฉันแต่ยิ่งดิ้นก็เหมือนยิ่งแน่น

"เป็นหยังคือบ่ตอบแชทบ่รับสาย ฮู้บ่ว่าอ้ายใจสิขาด"(ทำไมถึงไม่รับสาย  รู้ไหมว่าพี่ใจแทบขาด)

"ทนไม่ได้ก็ตายไปเลย"

ฟอด~~

"อื้อ"

"ปากดีแท้ฮึ จับจูบจักบาดสะเป็นหยัง"(ปากดี ๆ แบบนี้มันน่าจับจูบให้เข็ด)

"อย่านะ!"

ฉันยกมือขึ้นมาปิดปาดเอาไว้พร้อมกับหันหน้าหนี ได้ยินแต่เสียงหัวเราะต่ำ ๆ ในลำคอเหมือนกำลังขำฉันอยู่

"คิดฮอดแฮง"(คิดถึงมาก)

ว่าแล้วก็หอมลงที่ไหล่และต้นคอทำเอาขนลุกขนชันไปหมดทั้งร่าง

"พี่แคน มันจะมากเกินไปแล้วนะ เรแค่ตกลงเป็นแฟนไม่ใช่เมียพี่อย่ามาทำรุ่มร่าม อื้อ!!!"

แขนแกร่งกระชับกอดแน่นจนตัวฉันติดกับเขาแนบชิด ปากจมูกโด่งและปากหยักกดลงที่แก้มนวลแรง ๆ ราวกับกำลังมันเขี้ยวและฟัดขยี้จนเจ็บไปหมด

"คนอิหยังหอมไปหมด หอมคัก"(หอม หอมไปหมด หอมตรงไหนก็หอม)

เขายังไม่หยด ยังหอมอีกซ้ำ ๆ หลาย ๆ ทีจนฉันต้องหัวเราะออกมาเพราะรู้สึกจั้กจี้

"พอแล้ว อายคน"

"อายไผครับตอนนี้มีแค่อ้ายกับอิหล่าสองคน"(อายใครครับ ตอนนี้มีแค่พี่กับหนูสองคน)

"ปล่อยเลย คนฉวยโอกาส"

"ให้เฮ็ดคืนกะได้อะ"(ให้ทำคืนอะ)

เขาว่าแล้วก็ยื่นหน้าเอียงแก้มมาให้จนมันแทบจะชนกับปลายจมูกของฉันอยู่แล้ว

"เลิกแกล้งได้แล้ว มาหาถึงที่นี่มีอะไร" มือเล็กทุบลงที่หน้าอกเบา ๆ เป็นการปรามแต่อ้อมแขนนั้นก็ยังไม่ยอมผละออก

"มาหาอิหล่าครับ อยากกอดอยากจูบ อยาก..."(ตั้งใจมาหาหนูครับ อยากกอด อยากจูบ อยาก...)

เพียะ!!

ฝ่ามือเล็กฟาดลงที่ข้างแก้มอย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็พอที่จะทำให้คนถูกตีรู้สึกแสบ ๆ

"จังไลไฟไหมคัก"(ทะลึ่งตึงตัง)

"ขอแนได้บ่ครับ อิหล่าใจอ่อนแล้วแต่อันนั้นอ้ายมันแข็ง"(ขอหน่อยได้ไหมครับ ถึงหนูใจอ่อนแต่ตรงนั้นของพี่มันแข็ง)

"หน้าไม่อาย เรพึ่งรู้ว่าพี่เป็นคนทะลึ่งขนาดนี้ จะมาขอนั้นขอนี่เรเป็นลูกมีพ่อมีแม่นะ แค่ให้พี่กอดอยู่แบบนี้มันก็มากพอแล้ว ยังจะมาขอ...กลางวันแสก ๆ ไม่อายฟ้าอายดิน อายนกกาบ้างหรือไง"

รอยยิ้มบนใบหน้าแสดงออกมาราวดีใจที่เห็นฉันบ่นยาว สายตาหวานจ้องมาทำเอาใบหน้าร้อนผ่าวและอดไม่ได้ที่จะมองริมฝีปากชมพูคล้ำเล็กน้อยของผู้ชายผิวแทน

"แนมแบบนี้อยากจูบบ่ครับ"(มองแบบนี้อยากจูบไหมครับ)

อึก!

ฉันดึงสติกลับมาอีกครั้งเมื่อถูกจับได้ว่ามองเขาและพยายามจะดันตัวให้หลุดจากอ้อมแขนอีกครั้ง และครั้งนี้เขาก็ยอมปล่อยให้ฉันได้เป็นอิสระ ฉันรีบถอยห่างเขาออกมาด้วยหัวใจที่เต้นระรัว

"เร"

ทันทีที่หันตามเสียงเรียกก็ถูกเขาฉกจูบลงมาแบบกระทันหันชนิดที่หลบเลี่ยงไม่ทัน ซึ่งทุกอย่างมันอยู่ในการคำนวณของเขาทั้งสิ้น...

ฝากไว้ก่อนเถอะอย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ...

#ไปไหนมากลับมารอบบนี้ทำไมดูหิว ๆ น้องจิแล่นหนีเด้ ย่าน

คอมเม้นท์เป็นกำลังใจให้ได้นะคะ

!!อย่าลืมกดหัวใจหรือเพิ่มเข้าชั้นเพื่อที่จะไม่พลาดเวลาอัพเดทเด้อ!!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลงเสียงเรไร   พี่เฝ้ารอมาตั้ง12ปี

    "ไม่ได้ อุ้บ!!" เขาจัดการปิดปากเธอด้วยปากหยัก กลิ่นหอมอ่อน ๆ จากเรือนร่างอรชรทำให้กำหนัดในตัวของเขาเพิ่มพูนตั้งแต่เข้าใกล้ ขมเม้มปากกระจับด้วยความละมุน เมื่อเธอเผยอปากเขาก็จัดการสอดแทรกลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานในโพรงนุ่ม ๆ นั้นทันที ร่างหนาขยับคร่อมพร้อมกับบดจูบอยู่นาน ความคิดถึงและความเสน่หาแสดงออกมาเป็นการกระทำที่เร่าร้อน เสียงหายใจติดขัดจากคนด้านล่างทำให้เขาถอนจูบนั้นออกมาซุกไซ้ใบหน้าเข้าที่ลำคอขาว"อื้อ อ้ายแคน" เธอประคองใบหน้าเขาขึ้นมาก่อนจะจ้องมองเข้าไปในม่านตาดำสนิทด้วยหัวใจที่เต้นแรงกว่าทุกครั้ง"เรว่ามันเร็วเกินไป""อ้ายเฝ้าเรมาตั้งสิบปี ตั้งแต่ที่เรดึงอ้ายออกมาจากป่ากล้วย""แต่ว่า...""อ้ายขอได้บ่ครับ..." ลมหายใจอุ่นร้อนขณะที่ปากพูดจรดลงตามข้างแก้มใบหน้าหล่อคลอเคลียร์ไม่ห่างชวนให้อารมณ์เคลิ้มไปได้อย่างง่าย ปากหยักได้รูปพรมจูบลงมาตามซอกคอ ใบหน้าหวานเอียงเอียงรับสัมผัสและไม่ปฏิเสธยิ่งทำให้คนตัวโตได้ใจ ทุกครั้งที่ปากหยักกดจูบขนบางก็ชูชันจนทั่วร่าง ความรู้สึกตื่นเต้นแปลกใหม่เกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมือใหญ่กอบกุมเต้าอวบทำเอา

  • หลงเสียงเรไร   ความคิดถึง

    พระอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ฝูงวัวควายถูกต้อนกลับจากนาเดินเต็มถนนบรรยากาศที่คุ้นเคยในหมู่บ้านเหมือนทุก ๆ วันเป็นสิ่งที่คนเมืองกรุงไม่มีโอกาสได้สัมผัส สองสาวขับรถมอเตอร์ไซด์ลากพ่วงรถเข็นด้านหลังบรรทุกผักกลับเข้ามาเฉกเช่นทุกวัน มีทั้งออเดอร์จากตลาดและที่วัด สองคนต้องเก็บมากกว่าปกติ"ลำดวนไปอาบน้ำก่อนจะได้ออกไปวัด""แล้วพี่เรไม่ไปเหรอ""ไปแต่เอ็งอาบก่อนพี่จะแบ่งผักรอ อาบเสร็จพี่จะได้ไปอาบต่อ" คนพี่ว่าพร้อมกับยกตะกร้าผักลงจากรถเข็นและแบ่งแยกออกว่าตัวไหนเอาไปส่งตลาดตัวไหนเอาไปส่งวัด ไม่นานคนเป็นน้องก็อาบเสร็จพอดี เธอจึงเดินไปหยิบผ้าถุงที่ตากอยู่ข้างบ้านเข้าห้องน้ำไปไฟที่เปิดให้แสงสว่างจนทั่วบริเวณวัดมันเลยไม่ค่อยน่ากลัวเหมือนกับทุกวัน แถมผู้คนก็ยังเดินพลุกพล่านทั้งคนที่คุ้นหน้าและคนที่ไม่คุ้นหน้า คณะของนักเรียนและครูที่มาถึงเมื่อตอนบ่ายก็เปลี่ยนชุดนุ่งขาวห่มขาวกันจนละลานตาไปหมดและกำลังทยอยเข้าไปทำวัดเย็นในศาลา"เอาผักมาส่งจ้า""เออ ๆ วางไว้นั่นแหละจักบาทล่ะ"(เอาวางไว้ตรงนั้นแหละ ทั้งหมดเท่าไหร่)"สองร้อยจ้ะ" ผักสามตะกร้าราคาแค่นี้ถือว่าถูกมาก

  • หลงเสียงเรไร   รู้ชัดถึงความรู้สึกที่มี

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างปลุกฉันให้รีบตื่นมาทำกับข้าวเพื่อเตรียมไปวัดในวันพระใหญ่ ในฤดูหนาวแบบนี้ทำเอาไม่อยากจะออกจากผ้าห่มเลย"พี่เร ตื่นหรือยัง""อือ" ฉันตอบน้องสาวพลางหยิบเสื้อแขนยาวไหมพรมออกมาสวมใส่ เราสองคนเดินลงมาจากบนบ้านและช่วยกันทำกับข้าวมือเป็นระวิง กว่าจะเสร็จฟ้าก็ทอแสงรำไรแล้ว ม่านหมอกหนาบดบังทิวทัศน์ของทุ่งนาที่เหลืองอร่ามให้เห็นเป็นเลือนราง"เสร็จแล้วฉันไปอาบน้ำก่อนนะจ๊ะ" ฉันพยักหน้าตอบก่อนจะขึ้นไปเอาเสื้อผ้าเพื่อรอคิวอาบต่อ ดีที่พี่แคนมาทำห้องน้ำและติดเครื่องทำน้ำอุ่นให้ใหม่เลยทำให้การอาบน้ำสะดวกขึ้นฉันยังไม่ได้ขอบคุณเขาเลย พอคิดถึงชายคนที่ครอบครองดวงใจรอยยิ้มหวานก็ปรากฏบนใบหน้าทันที ฉันหยิบเสื้อพื้นเมืองสีชมพูกับผ้าถุงลายหยาดฝนที่แม่ทอให้ออกมาสวมและสวมทับด้วยเสื้อกันหนาวไหมพรมอีกที ก่อนจะรีบออกมารอลำดวนที่ด้านล่าง ไม่นานนางก็เดินลงมาด้วยชุดที่คล้ายกันกับของฉันเราสองคนพี่น้องขับรถออกมาตามทางตรงไปที่วัดโดยใช้ทางลัดตามคันนา แสงรุ่งอรุณตกกระทบน้ำค้างบนยอดหญ้าจนเป็นแสงระยิบระยับชวนมองกลิ่นอายของต้นข้าวยามถูกหมอกโชยเข้าจมูกช่างเป็น

  • หลงเสียงเรไร   พ่อกลัวเขาจะมาหลอกเอง

    แสงแดดยามเช้าทำให้รู้สึกรื่นรมณ์ใจสงบผ่อนคลายไม่น้อย สองขาที่ผอมแห้งของตาสิทธิ์ก้าวเดินฉับ ๆ มาที่ร้านค้าเพื่อซื้อเครื่องปรุงตามที่คนเป็นเมียบอก แต่มันจะดีกว่านี้ถ้าหากว่าไม่ได้ยินบทสนทนาจากคนที่อยู่ร้านค้า..."อิหลีตั้วะ มื้อวานนี้ยืนกอดกันอยู่ตลาด ทิศแคนหอมแก้มมันกะบ่ขัดบ่ขืนเลยเด้ จังแม่นบ่อยากอายคน คือสิอยากได้เขาคัก"(จริง ๆ นะเมื่อวานนี้เห็นยืนกอดกันอยู่ที่ตลาด ถูกทิศแคนหอมแก้มมันยังไม่ขัดขืนเลย ช่างไม่อายคนคงจะอยากได้เขาจนตัวสั่น)"เจ้าจำคนผิดบ่"(แกจำผิดคนหรือเปล่า)"บ่ ๆ อีเรไรนี่แหละ ข่อยเห็นมากับสองตา"(ไม่ ๆ ฉันมั่นใจเห็นมากับสองตา)"แต่พักหลัง ๆ มานี้กะเห็นทิศแคนเข้าออกบ้านพ่อใหญ่สิทธิ์ดุอยู่ สิมาวนอีเรอิหลีล่ะ"(แต่พักหลังมานี้ก็เห็นทิศแคนเข้าออกที่บ้านตาสิทธิ์บ่อยอยู่นะ คงจะมาติดพันเรไรจริง ๆ นั่นแหละ)แม่ค้าตอบกลับมาเป็นความคิดเห็นเท่านั้น เพราะเธอเองก็เห็นแต่ก็ไม่ได้เก็บมาใส่ใจมากนักเพราะต่างคนต่างใช้ชีวิต"ไสว่ามันสิเอากับบักห้อย"(แต่ไหนว่ามันกับไอ้ห้อยจะเอากันเป็นมั่นเหมาะ)"โอ๊ย! ทุกปานนี้บักห้อยมันบ่เอาดอก คนขี้ค้านจั

  • หลงเสียงเรไร   คนที่ไม่อยากเจอ

    เสียงไก่โห่ตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง ชาวบ้านก็เริ่มไล่วัวควายออกไปเลี้ยงตามวิถีชีวิตชนบท บางคนก็ออกไปไร่ไปนาเพราะใกล้ฤดูเก็บเกี่ยวแล้ว"พี่เร...รอด้วยฉันเสร็จแล้ว" ลำดวนรีบแต่งตัวตามพี่สาวออกมาหมายจะออกไปช่วยขายผักที่ตลาด"อยู่นี่แหละรอทำกับข้าวให้พ่อกับแม่""บ่ ๆพ่อกับแม่บ่อยากดอก พากันออกไปส่อยกันโลด"(ไม่ต้อง ๆ พ่อกับแม่อยู่กันได้ เอ็งสองคนพสกันออกไปช่วยกันเถอะ)คนเป็นแม่ว่าขึ้นเพราะลำพังอยู่สองตายายกินอะไรก็ได้อยากให้ลูกออกไปช่วยกันมากกว่า"งั้นเดี๋ยวฉันรีบกลับมานะ"สองสาวพี่น้องซ้อนท้ายกับออกมาตั้งแต่เช้ามืดเพื่อไปให้ทันตลาดเช้า ผักช่วงนี้ออกเยอะจนล้นตลาดทำให้ต้องไปนั่งขายเอง หมดล็อตนี้ก็ว่าจะกลับไปปลูกพริกกับมะเขือเหมือนเดิมดีกว่า"ลำดวน ไม่ต้องช่วยพี่หรอก เอาผักกาดกับกะหล่ำอย่างละร้อยไปส่งร้านขนมจีนเจ้น้อยให้พี่ไป""จ้ะ" ว่าแล้วลำดวนก็หยิบผักกาดขาวและกะหล่ำใส่ตะกร้าเท่าจำนวนที่สาวบอกและขับมอไซด์ออกไปที่ร้านขนมจีนหน้าโรงพยาบาลเหลือเพียงเรไรที่กำลังตั้งแผงขายผักที่เหลืออยู่"ผักจ้าผัก สด ๆ จากสวน ปลอดสารพิษนะจ๊ะ" เสี

  • หลงเสียงเรไร   แรกตั้งใจรัก

    "เอ้าสูสองคนคือมานำกัน"(อ้าว ทำไมสองคนนี้มาด้วยกัน)"กูย่างเลาะมาพ้อผู้สาวกำลังยืนงง ๆ อยู่ข้างห้องน้ำกำลังว่าสิลักพาตัว"(กูเดินมาเจอสาวสวยคนนี้กำลังยืนงง ๆ อยู่ข้าง ๆ ห้องน้ำเลยว่าจะลักพาตัวสักหน่อย)"หือ!!!"ฉันเงยหน้ามองคนด้านข้างและพยายามจะดึงมือออกจากเนื้อมือของเขาที่จับรั้งฉันเอาไว้"อีลำดวนกลับบ้าน"(ลำดวนไป...กลับบ้าน)"ฮะ อือ ๆ" ลำดวนก็เมาไม่ต่างจากฉันสักเท่าไหร่ แต่ฉันตกใจสิ่งที่พี่แคนทำจนหายเมาแล้วล่ะ เหลือแค่มึนนิดหน่อย ทีแรกกะจะกลับมากินต่อแหละ แต่ไม่ดีกว่าเดี๋ยวเตลิดเปิดเปิงไปกันใหญ่"ยกรถจักรยานขึ้นรถให้ด้วย" ฉันบอก...ไม่สิฉันสั่งเขา! และเดินมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ข้าง ๆ ร้านพี่วาสนาราวกับเป็นรถของตัวเอง ส่วนลำดวนขึ้นรถมาได้ก็นอนราบไปที่เบาะหลังและเหมือนจะหลับจนได้ยินเสียงกรนออกมาเบา ๆ"อีลำดวน ลุกฮอดบ้านแล้ว"(ลำดวนลุกถึงบ้านแล้ว)"อือ ฮะ อือ" น้องสาวคนเล็กลุกขึ้นงัวเงียก่อนจะเปิดประตูรถลงไปก่อน"ขอบคุณเด้อที่มาส่ง"(ขอบคุณนะที่มาส่ง)"เร...เป็นแฟนกับอ้ายเนาะ"(เร...เป็นแฟนกับพี่เถอะนะ)ตั้งแต่ฉันผิดหวังจากไอ้ห้อยนี่เป็นครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ที่พี่แคนของฉันเป็นแฟน ในคราแรก

  • หลงเสียงเรไร   เมื่อไหร่จะยอมเป็นแฟนพี่สักที

    ร่างอรชรในชุดเสื้อกล้ามสีชมพูสวมทับด้วยเสื้อแขนยาวไหมพรมกางเกงวอมสีเทาเดินลงมาจากบนบ้านก็เห็นว่าพ่อแม่และน้องสาวกำลังจัดแต่งสำรับเย็น แต่ไร้ความหิวสำหรับเธอ"กินข้าวก่อนเลยเด้อ สิออกไปนั่งเล่นอยู่ร้านยายวาด"(กินกันได้เลยนะ จะออกไปนั่งเล่นที่ร้านองพี่วาด""ข่อยไปนำ"(หนูไปด้วย)

  • หลงเสียงเรไร   อยู่คนเดียวก็ไม่ตาย

    แสงแดดจ้าในตอนกลางวันช่วงหน้าหนาวไม่ได้ให้ความรู้สึกร้อนอย่างที่ควรจะเป็นแต่ยังเพิ่มความอบอุ่นให้จากอุณหภูมิที่ต่ำแบบนี้ด้วย สองพี่น้องที่ช่วยกันถอนหญ้าจากแปลงกะหล่ำและต้นหอม พลางเปิดเพลงจากลำโพงบลูธูทขนาดเล็กที่ลำดวนนั้นพกมาด้วยจนเสียงดังไปทั่วบริเวณ เข้าหน้าหนาวแบบนี้พริกปลูกยากเป็นโรคแล้วก็ไม่

  • หลงเสียงเรไร   เรไม่ต้องการให้ใครมาสงสาร

    [แคน talk]หลังจากที่ผมเห็นเหตุการณ์ที่ตลาดวันนั้นก็รู้ได้แล้วว่าโอกาสของตัวเองมาถึงแล้ว อันที่จริงผมเห็นไอ้ห้อยกับสีทำอะไรลับหลังเรไรแบบนี้หลายครั้งแล้วแหละ บอกผ่านวาสนาไปแต่เรไรนั้น ปักใจเชื่อมาตลอดว่าห้อยรักเธอ ผมเลยทำอะไรไม่ได้นอกจากทำให้เธอได้เห็นด้วยตาเนื้อของตัวเองเป็นเวลากว่าหนึ่งเดือนแล้ว

  • หลงเสียงเรไร   ตอนที่ 2 ยังฮักไปอีกได้บ่

    แคนตั้งใจจะโทรไปชวนเรไรมาเที่ยวงานเพราะไม่อยากให้เธออยู่คนเดียวและคิดถึงเรื่องที่ทำให้บั่นทอนจิตใจ คราแรกเธอก็มีท่าทีปฏิเสธทว่าเขาก็หาทางตะล่อมจนหญิงสาวนั้นตกลงชายหนุ่มลูกชายคนโตของบ้าน พ่อแม่ต่างเป็นข้าราชการครูเกษียณ น้องชาย 'คราม' ก็เป็นถึง ส.อบต. เรียกได้ว่าบ้านก็ค่อนข้างที่จะมีฐานะใน

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status