INICIAR SESIÓNชรินทร์ดาไม่ลืมที่จะโอนเงินให้ไรเดอร์พร้อมกับกดยกเลิกการเรียกรถเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเสียเวลา สาวน้อยวางโทรศัพท์ลงบนตักก่อนจะชำเลืองมองคนพี่ที่ตั้งหน้าตั้งตาขับรถไม่สนใจอะไร
ตาดวงกลมสาดมองภายในห้องโดยสาร กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่คุ้นเคยว่ายวนในอากาศ รอยยิ้มเล็ก ๆ เผยอขึ้นที่จุดมุมปาก ดีใจที่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
เหมือนตอนที่ทั้งสองคบกัน...
“พี่จะไปไหนคะ”
เธอเอ่ยถามเขาด้วยความอยากรู้ ทว่าผลที่ได้กลับมีเพียงความว่าง เขายังคงนิ่งขรึม ไม่แม้แต่จะหันมองหน้าเธอด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าจะตอบคำถาม
สายตาคมกริบทอดมองถนนข้างหน้า เขายังมั่นคงไม่สั่นไหวแม้เพียงน้อย ต่อให้เสียงของคนข้างกายจะรบกวนการขับรถก็ตาม เขาเพียงรู้สึกว่าไม่มีความจำเป็นต้องคุยอะไรกันให้มาก อย่างไรเขาและเธอก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว
“พี่จะไปมอเหรอคะ” หากแต่เจ้าหล่อนที่มีความมุ่งมั่นสูงยังไม่หยุดแค่นั้น เอ่ยถามต่อราวกับว่าหากไม่ได้คำตอบเธอก็จะเปลี่ยนคำถามไปเรื่อย ๆ
“เปล่า แค่รำคาญพี่ชายเธอ แล้วก็... ทางผ่านพอดี”
เขาว่าพร้อมหมุนพวงมาลัยรถหักเลี้ยวไปตามเส้นทาง สายตายังคงจับจ้องอยู่กับถนนข้างหน้า โดยไม่สนใจว่า คำพูดกระดากหูเมื่อครู่จะกระแทกใจคนจนเจ็บปวดเพียงไร
ท่าทางเย็นชาไร้ความรู้สึกต่างไปจากพี่เตชินทร์ที่เธอเคยรู้จัก สรรพนามที่ใช้เรียกห่างเหินราวกับไม่เคยรักกันอย่างไรอย่างนั้น
ชรินทร์ดาเบนสายตาออกนอกตัวรถ เหม่อมองเส้นทางที่ยานพาหนะเคลื่อนผ่าน ดวงเนตรกลมเคลือบไปด้วยมวลน้ำใสคลอหน่วยจวนจะเอ่อล้น จนเธอไม่กล้าหันกลับไปมองเขา
ความเงียบเย็นเยียบเข้าปกคลุมตัวรถทันที ปลายหางตาคมกริบชำเลืองมองคนตัวเล็กด้านข้างด้วยความสงสัย เธอที่ปกติช่างพูดช่างจากลับเงียบเป็นเป่าสาก
“จะไปไหน”
สันกรามแกร่งขบแน่นเข้าหากัน ก่อนจะผ่อนคลายลงแล้วเอ่ยถามด้วยเสียงแข็งกระด้างกระเดื่องราวกับฝืนใจหนักหนาที่ต้องพูด
“ตึกคณะค่ะ”
ชรินทร์ดาเอ่ยตอบคนพี่แผ่วเบา ขณะที่สายตายังคงจรดอยู่กับข้างทางไม่สบตาคู่สนทนา การกระทำของเธอทำเอาชายหนุ่มรู้สึกร้อนรุ่มแปลก ๆ ขึ้นในใจ
รนยนต์คันหรูเคลื่อนเข้าจอดหน้าตึกคณะนิเทศศาสตร์ ทัดดาวสูดหายใจเข้าเต็มปอดปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุด ก่อนจะหันมาทางพลขับแล้วกล่าวคำขอบคุณอย่างจริงใจ แต่ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ เพราะอีกฝ่ายไม่แม้แต่จะมองเธอด้วยซ้ำ
ปัง ! เสียงปิดประตูรถเรียกสายตาคนเป็นเจ้าของ เขามองตามคนตัวเล็กที่เดินจากไปด้วยแววตาเปื้อนความรู้สึกหลากหลาย เขารับรู้ได้ว่า ตอนที่เธอมองมามันเต็มไปด้วยความคิดถึงและรู้สึกผิด
แต่ก็ไม่มากพอสำหรับหนึ่งปีที่เธอทิ้งเขาไปอยู่ดี...
ทัดดาวเดินเข้าตึกคณะด้วยรอยยิ้มเป็นมิตรสไตล์เธอ คำพูดหวานหูเอ่ยทักทายทุกคนไม่เว้นกระทั่งแม่บ้าน เธอยังคงปฏิบัติเช่นเดิมไม่เคยถือตัวหรือแบ่งแยกชนชั้น
ก๊อก ก๊อก ก๊อก “อาจารย์คะ”
มือเล็กเคาะประตูที่เปิดอยู่ก่อนแล้วตามมารยาท ก่อนจะถูกเชิญนั่งจากเป็นอาจารย์ที่ปรึกษา รวมทั้งเป็นคนผลักดันเรื่องทุนแลกเปลี่ยนของเธอด้วย
“เป็นยังไงบ้าง ปรับตัวได้รึยัง”
“โอเคดีค่ะ ต่างก็แต่ประเทศเราร้อนไปหน่อย”
เสียงกลั้วหัวเราะคุยอย่างเป็นกันเองกับที่ปรึกษา ใบหน้าเหี่ยวย่นเล็กน้อยประดับรอยยิ้มเอ็นดูของอาจารย์มากวัยทำเอาเธออุ่นใจไม่น้อย
“อะ มาพอดีเลย”
“สวัสดีค่ะอาจารย์”
นักศึกษาแลกเปลี่ยนอีกสองคนเดินเข้ามาพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสี่คนจะย้ายสถานที่ไปยังร้านอาหารใกล้มหาวิทยาลัย เพื่อเลี้ยงต้อนรับการกลับมาอย่างปลอดภัยของนักศึกษา
ร้านอาหารท่ามกลางสวนดอกไม้นานาพรรณ กลิ่นหอมของน้ำตกเล็ก ๆ อบอวลชวนให้ผู้คนที่เข้าใช้บริการผ่อนคลายเบิกบานใจในเวลาเดียวกัน
“จองไว้ชื่ออาจารย์ดอกไม้ค่ะ”
“เชิญทางนี้ค่ะ”
พนักงานต้อนรับผายมือนำทั้งสี่คนไปยังโซนที่จองไว้ เครื่องดื่มบางอย่างถูกจัดเตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงย่อมในวันนี้ ขวดแอลกอฮอล์สีเข้มทำเอาเด็กวัยรุ่นตาเป็นประกาย
“มาถึงนานรึยังคะอาจารย์”
ไม่นานนักอาจารย์อีกสองท่านก็มาถึง นักศึกษาทั้งสามยกมือไหว้ตามมารยาทที่ควรจะเป็น ทว่าที่ทัดดาวแปลกใจเลยก็คือเพื่อนของเธอเองก็มาด้วย
“ดาว ได้เพื่อนใหม่แล้วลืมเพื่อนเก่าเลยนะ”
จอยนั่งลงที่ว่างข้างกันกับเธอ แขนเล็กตวัดโอบกอดแน่นราวกับว่าคิดถึงหนักหนา หากแต่ประโยคแรกที่ทักทายกันทำเอาทัดดาวหน้าเจื่อน รวมถึงเพื่อนอีกสองคนก็ด้วย
“อะไร ก็เพื่อนกันทั้งนั้นนั่นแหละ”
ชรินทร์ดาแค่นหัวเราะเอ่ยตอบตะกุกตะกักเล็กน้อย มุมปากของเธอคลี่ยิ้มทว่าไปไม่ถึงดวงตา รู้สึกแปลก ๆ กับคำพูดเมื่อครู่ของเพื่อนร่วมคณะ แต่กระนั้นก็เลือกที่จะไม่พูดออกมา
เสียงคลื่นซัดเข้ากระทบชายหาดดังก้องหู คู่รักข้าวใหม่ปลามันเดินออกจากโรงแรมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความสุข“เชี่ยอะไรวะเนี่ย !”ริทเอ่ยทักเมื่อทั้งสองมาถึง เขาแปลกใจที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม แถมทั้งสองยังจูงมือกันเดิมมาราวกับว่าเป็นแฟนกัน..“ขอแนะนำหน่อย.. ฟางข้าว แฟนกู”พรู้ดดดด ! แอลกอฮอล์สีทองฟองสีขาวพุ่งออกจากปากริททันทีที่ได้ฟังประโยคนั้น เขารีบเช็ดปากหันกลับมามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกับต้นอ้อและพริก“คือ.. ยังไงวะ”พริกกลืนลูกชิ้นทั้งที่ยังไม่ทันเคี้ยวลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วชี้สาดไปทางพวกเขา เพื่อขอคำอธิบาย“ก็.. แบบนี้แหละ คบกันแล้ว”คราวนี้ฟางข้าวเอ่ยตอบอย่างเขินอาย แก้มซาลาเปาขาวอวบแดงระเรื่อเมื่อต้องบอกเพื่อน ๆ ถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอ“อีเหี้ย ! แอบกินกันเนียนเลยนะ”“ไอ้ตงมึงล่อลวงมันเปล่า?”“ฟางล่อลวงกูต่างหาก”ผู้มาใหม่นั่งลงพลางเอ่ยอธิบาย หากจะว่ากันตามตรงก็อาจจะเป็นดั่งเช่นเขาว่า เพราะคืนนั้นหากเธอไม่เกิดอารมณ์ตอนเมาจนแอบมานั่งดูหนังโป๊กลางห้อง พวกเขาทั้งสองคงไม่เลยเถิดจนเกินความสัมพันธ์เพื่อน“มิน่า.. ไอ้ห่านี่ตึงใส่กูทั้งวัน”
“จะไปไหน มาขึ้นให้กู”“ตงกูไม่เคย”เธอยังไม่ทันไปไหนก็ถูกรั้งไว้ก่อน เขาไม่สนใจฟังคำทัดทานของเจ้าหล่อน ประคองท่อนเอ็นของตนตั้งชันขึ้นจากนั้นกดก้นงอนลงสวมทับท่อนเอ็นเนื้อเข้ากับความเป็นสาวโพรงเนื้อฉ่ำแฉะกำลังครอบเอาปลายดุ้นเข้าในร่างกายจนสุดความยาว ความรู้สึกจุกแน่นทำให้ร่างบางบิดเร้าอย่างห้ามไม่ได้“จุก ! อ่าห์ ท่านี้เข้าลึกจัง”หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยด้วยความไม่เคยทำมาก่อน แต่ทว่าความไร้เดียงสานั้นกลับทำให้อีกฝ่ายจวนจะบ้า“บดเอวลงใส่ค_xxกู.. ซี้ด”แค่เขาออกคำสั่งพร้อมกับฝ่ามือหนาช่วยกดให้จังหวะ หญิงสาวผู้ว่านอนสอนง่ายก็ทำตามได้ในทันที“ฟาง~ แค่นี้กูก็เสียวจนน้ำจะแตกอยู่แล้ว ซี้ดแม่ง ! เป็นงานฉิบหาย”เขาเอ่ยชมเสียงแตกพร่า ดวงตาเฉี่ยวคมเป็นประกายจับจ้องมองเต้าอวบใหญ่คู่สวย ด้วยท่านั่งคร่อมทำให้เขามองเห็นเรือนร่างงามชัดเจนทุกสัดส่วน อารมณ์หื่นกระหายยิ่งโหยหาบ้าคลั่ง หญิงสาวแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลยด้วยซ้ำอรดาเริ่มกระดกก้นงอนขึ้นลงเสียดสีท่อนเอ็นใหญ่กับกลีบเนื้ออวบอูม ร่างเล็กโน้มลงด้านหน้าเล็กน้อยวางมือเรียวลงบนแผงอกกำยำของชายหนุ่ม ปลายนิ้วยังสะกิดเขี่ยรอบหัวนมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเอาใ
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไป พริกและต้นอ้อต่างพากันแต่งตัวพร้อมสำหรับการเดินยั่วผู้ชายริมทะเลแล้ว มีเพียงฟางข้าวเท่านั้นที่ยังคงเล่นตัวไม่ยอมลุกไปไหน“มึงเอาได้ยัง พวกกูเสร็จแล้วนะเนี่ย !”“พวกมึงลงไปก่อนก็ได้ กูว่าจะลงไปตอนกินข้าวทีเดียว ปวดตัวอ่ะยังไม่อยากจะไปรับลม”ฟางหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ก็เพราะเรี่ยวแรงของเธอถูกใครบางคนพรากไปทุกวี่วัน แถมวันนี้ต้องเดินทางไกลอีก“โอเค รีบตามลงไปล่ะ เดี๋ยวกูถ่ายรูปผู้ชายมาฝาก”“ฮึ จ้า ๆ เอาให้ได้ผู้กลับมานะ”หลังจากที่เพื่อนสนิททั้งสองจากไปทั้งห้องก็ว่างเปล่าเหลือเพียงหญิงสาวที่นอนไถกระดานข่าวดูเรื่องราวของวันไปเรื่อยก๊อก ก๊อก ก๊อก ! “หืม ? ลืมอะไรเปล่า”ยังไม่ถึงสองนาทีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างเล็กรีบลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตูอย่างรีบร้อนไม่อยากให้เพื่อนรอนานทว่าผู้มาเยือนกลับไม่ใช่คนที่พึ่งออกไป ชายร่างสูงโปร่งสวมกางเกงขาสามส่วนเสื้อเชิ้ตขาวไม่ได้ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกกำยำ หัวนมสีชมพูโผล่เล็กน้อยเพิ่มความเซ็กซี่“ตะ.. ตง มีอะไรเหรอ ?”เธอเอ่ยถามเสียงติดขัดเมื่อรวบรวมสติได้ ทว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตอบ แต่ถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามาภาย
โรงแรมดีเห้าหลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วราวสองสัปดาห์ ไม่มีวันไหนเลยที่เพื่อนสนิททั้งสองจะไม่ได้ร่วมเตียงกัน วันนี้ก็คงไม่เว้นรถยนต์ราคาแพงเคลื่อนเข้าจอดบริเวณหน้าโรงแรมหรู วิวทิวทัศน์ทะเลสีฟ้าครามตัดกับแสงแดดสีทองทอประกายระยิบระยับชวนตื่นตานำพาให้คนทั้งห้าคล้ายกับถูกชาร์จพลังในทันใด“เออฟาง กูลืมบอกเลยว่าจองโรงแรมได้แค่สองห้องอ่ะ วันนี้วันศุกร์เต็มหมดเลย”“อ๋อ มะ.. ไม่เป็นไร” มั้ง..ต้นอ้อยิ้มหน้าเจื่อนรู้สึกผิด สำหรับฟางเองไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าวอยู่ตงคว้ากระเป๋าสัมภาระของตนเดินลิ่วนำเข้าโรงแรมอย่างไม่รอเพื่อน สีหน้าบึ้งตึงราวกับอมทุกข์มาแรมเดือน ฟางข้าวได้แต่มองตามแผ่นหลังคุ้นเคยตาละห้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน“แล้วไอ้ตงมันรีบไปไหนของมัน หน้าบูดขนาดนั้นหรือมันไม่อยากมา”“มึงก็พูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยมัน มันเคยยิ้มให้ใครบ้าง เห็นฟันมันแต่ละทีแทบอยากถ่ายรูปอัดกรอบ”ริทเอ่ยตอบพริกแกมแซวเพื่อนชายคนสนิทของตน เขาเข้าใจว่าด้วยนิสัยพื้นเพเดิมของตงแล้วมักจะเย็นชาเช่นนี้อยู่ตลอดไม่น่าแปลกใจอะไร“นั่นน่ะสิ มันก็เป็นแบบนั้นของมันนั่นแหละ” ต้นอ้อห
รุ่งสางของวันถัดมา ตงขับรถออกจากบ้านเพื่อนสนิทตั้งแต่เช้าตรู่ แต่การกระทำนี้เป็นเพียงการตบตาเพื่อนทั้งสามเท่านั้น เขาส่งข้อความบอกเจ้าของบ้านให้รอตนมารับเพื่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกันและเมื่อเห็นว่ารถริทขับออกจากบ้านไปไกลแล้ว ชายหนุ่มก็วนกลับมาทันที ด้วยความที่ไม่มีใครอยู่บ้านเขาจึงเดินตรงมายังห้องนอนของเพื่อนสนิทอย่างถือวิสาสะร่างแบบบางขาวนวลเนียนกำลังนั่งแต่งตัวอยู่หน้าตู้กระจกโดยที่ยังไม่สวมชุดนักศึกษา มีเพียงผ้าขนหนูสีสะอาดพันรอบกายไว้อย่างหมิ่นเหม่“ตง ! มึงเป็นแมวรึไงย่องมาไม่ให้สุ้มให้เสียง”เธอยกมือขึ้นปิดหน้าอกของตนแล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวผู้บุกรุกก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกดหัวไหล่เล็กไว้ไม่ให้ลุกไปไหน“วันนี้ไปสายหน่อยก็ไม่เป็นไรมั้ง ? มึงมีของเล่น.. ใช่ไหมฟาง”เขาเลิกคิ้วถามถึงสองประโยคพร้อมกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากทำให้ฟางรู้ดีว่าคำถามสุดท้ายหมายถึงอะไรเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีของพรรค์นั้น..“ถามทำไม ?”“แค่อยากรู้” “ไม่ใช่เรื่องของมึง”อรดาเบี่ยงเบนไม่ยอมตอบ สำหรับหญิงสาวมองว่าเป็นเรื่องน่าอายไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาพูด จากนั้นจึงแกล้งทำเป
“ฟาง พริกมันจะเปิดประตูเข้ามาในห้องรับแขกอยู่แล้วนะ”ตงโน้มลงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ฟางรีบเงยหน้ามองอีกครั้งด้วยความตกใจ เจ้าหล่อนหลงมัวเมากับคนด้านหลังจนลืมดูเพื่อนไปเลย“พะ.. พริก กูกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ อ๊ะ ! เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วกูจะรีบขึ้นไป”ฟางตะโกนเสียงกระท่อนกระแทนติดขัดแม้จะพยายามปรับโทนเสียงให้เป็นปกติแล้วแต่เพราคนด้านหลังไม่ยอมหยุดจึงเป็นอย่างที่เห็น“ฮึ นึกว่าจะบอกว่าโดนไอ้เหี้ยตงเน้ดอยู่”เขาเหมือนกำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งเธออย่างไรอย่างนั้น แถมยังเร่งเร้าจังหวะตอกอัดเข้าออกเน้น ๆ จนฟางควบคุมเสียงครวญครางของตนเองไม่ได้“อ๋อโอเค ว่าแต่มึงโอเคไหม ทำไมเสียงสั่นแปลก ๆ”พริกยังไม่หมดความสงสัย น้ำเสียงสั่นเครือของเพื่อนคล้ายกับทรมานมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ไม่ได้ อื้ออุบ ! มะ.. ไม่เป็นอะไร”“ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรก็เรียกกูนะ” พริกพูดทั้งที่ยังสงสัยเจ้าหล่อนเงี่ยงหูอย่างรอฟังคำตอบ“อื้ม ใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวรีบตามขึ้นไป อื้ออ..” คนทรมานพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติกลั้นเสียงครวญครางสุดกำลังเท่าที่จะทำได้“เออ ๆ งั้นก็รีบตามขึ้นไปนะ รีบนอนพรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าด







