Masuk“อาจารย์ยินดีกับพวกเราทั้งสามคนด้วยนะ...”
อาจารย์ดอกไม้เอ่ยกับลูกศิษย์ สีหน้าของเธอเปิดเผยถึงความปีติยินดีชัดเจน จนเด็กทั้งสามต้องยิ้มตามอัตโนมัติ ก่อนที่แก้วหลายใบจะยกขึ้นกระทบกันเพื่อเปิดงานเลี้ยงเล็ก ๆ นี้อย่างเป็นทางการ
“ขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนนะคะ...”
นักศึกษาที่ได้ทุนแลกเปลี่ยนกล่าวขอบคุณอาจารย์ทีละคนอย่างจริงใจ คำพูดที่ดูโตขึ้น ทำให้อาจารย์ดอกไม้รู้สึกคิดถูกที่เลือกพวกเธอเพื่อเข้าร่วมโครงการในครั้งนี้
“ดาว”
“หืม ?”
จอยเอ่ยเรียกเบา ๆ พร้อมทั้งขยับเข้าใกล้ราวกับมีเรื่องที่ต้องคุยกันเพียงสองคน ฝ่ามือเล็กยกขึ้นป้องใบหูจนทัดดาวต้องวางช้อนรอฟังอย่างตั้งใจ เพราะคาดว่าคงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก
“มึง... เจอพี่เตรึยัง”
“ฮะ ? อ๋อเจอแล้ว ๆ”
หญิงสาวถึงกับเลิกคิ้วมองหน้าคนถาม เธอไม่คิดว่าอาการอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนจะเกี่ยวข้องกับแฟนเก่าของตน ไม่ใช่เรื่องความเป็นอยู่หรือการเรียนของเธอในต่างประเทศ
“แล้ว... คืนดีกันแล้วเหรอ”
คราวนี้ไม่ใช่แค่ตัว จอยถึงกับขยับเก้าอี้ให้ติดกับเธอ ตาโตเบิกกว้างเฝ้ารอคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ จนทัดดาวรู้สึกอึดอัดต้องขยับเก้าอี้ถอยห่าง
“ไม่เป็นไรนะ เดี๋ยวกูไปช่วยอธิบาย”
ยังไม่รอให้ตอบ เพื่อนร่วมคณะก็ตีความไปก่อนพร้อมทั้งยื่นมือเข้าช่วยเหลือ หากแต่ความหวังดีนั้นทัดดาวกลับไม่รู้สึกถึงความจริงใจเลยแม้แต่น้อย ราวกับมีความนัยแอบแฝง
งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา หลังจากเคลียร์บิลเรียบร้อย ผู้หลักผู้ใหญ่ก็แยกย้ายกลับ เหลือเพียงจอยกับอาจารย์ผู้เป็นแม่ของเธอ
“บายนะมึง วันไหนไปหาพี่เตบอกกูนะ เดี๋ยวกูไปเป็นเพื่อน”
“อ๋ออืม บ๊ายบาย”
ทัดดาวโบกมือลาเพื่อนพร้อมรอยยิ้มเหยเก สัมผัสที่หกบอกเธอว่ามีอะไรบางอย่างแปลก ๆ กับเพื่อนคนนี้ เพราะไม่ได้เจอกันนานตั้งหนึ่งปี แทนที่จอยจะเอ่ยถามถึงสารทุกข์สุกดิบเธอบ้าง กลับเอาแต่พูดถึงแฟนเก่าของเธอไม่ขาดปาก
“คงเพราะมันรู้สึกผิดแหละมั้ง”
หญิงสาวยังคงแก้ตัวให้เพื่อน เพราะไม่อยากให้ตัวเองรู้สึกไม่ดีไปมากกว่านี้ หากเท้าความถึงเรื่องราวเมื่อปีก่อน ก็เป็นเพราะจอย เธอจึงเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น
หนึ่งปีที่แล้ว
“ดาวเร็ว”
“เดี๋ยวดิจอย พี่เตบอกอยู่ไหนนะ”
เด็กปีหนึ่งวิ่งฝ่าฝูงชนมุ่งสู่สนามกีฬาใจกลางคณะนิเทศศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องจากจอยได้รับไหว้วานจากแฟนของเพื่อนให้ช่วยนัดอีกฝ่ายมาพบกันที่นี่ในช่วงเย็น
“สนามบาสข้างนอก”
“มึงวิ่งช้า ๆ หน่อย”
“ช้าว่ะดาว เดี๋ยวไม่ทัน !”
ปาจารีย์ไม่พูดเปล่ายังคว้าเรียวแขนทัดดาววิ่งออกจากตึกคณะเพื่อไปสถานที่นัดหมาย ช่วงเย็นเช่นนี้มักมีหนุ่มสาวมาออกกำลังกาย ทำให้สนามคึกคักเป็นพิเศษ
“เฮือก ! เหนื่อย ! เขามุงอะไรกันอะ”
แต่เมื่อมาถึงจุดนัดพบ ดาวกลับเห็นเพียงแผ่นหลังของชายหญิงหลายคนยืนเรียงแถวเป็นแนวยาวขวางอยู่ เธอพยายามกวาดสายตามองหาแฟนหนุ่มไปทั่วด้วยความตื่นเต้น ทว่ากลับไม่เห็นแม้เงา
“มานี่สิ”
จอยลากแขนเพื่อนฝ่าแนวผู้คนไปข้างหน้า ทันทีที่เงาร่างของชายหญิงคู่หนึ่งเริ่มปรากฏอยู่กลางวง ในอกก็สั่นไหวหัวใจเต้นแรงจนรู้สึกเจ็บจุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกย่างก้าวหน่วงหนักเหมือนกำลังห้ามไม่ให้เธอเข้าไปใกล้มากกว่านั้น
“พี่เต...”
แฟนหนุ่มที่เธอตามหากำลังยืนกอดกับดาวมหาวิทยาลัย ในมือเขายังถือดอกไม้ช่อใหญ่ราวกับเตรียมมาเพื่อสารภาพรักกับผู้หญิงคนนั้นโดยเฉพาะ
“พี่นัดดาว... เพื่อมาดูพี่กอดกับคนอื่นเนี่ยเหรอ”
ตาดวงกลมแดงก่ำ เม็ดน้ำตาใสร่วงเผาะลงพื้น ดาวพยายามกัดฟันกลั้นสุดขีดทว่าภาพตรงหน้าที่ชัดเจนเกินบรรยายทำให้เธอไม่สามารถควบคุมตัวเองได้
หัวใจดวงน้อยแหลกละเอียดชั่วพริบตา สนามกีฬาที่คึกคักไม่สนุกอย่างที่เคย เส้นขาวแบ่งเขตราวกับกำลังกีดกันเขาและเธอออกจากกันโดยสิ้นเชิง ดาวไม่สามารถทนมองพวกเขาได้อีกแม้เพียงเสี้ยวนาที เธอหมุนตัวหันหลังกลับทางเดิมพร้อมสีหน้าที่เปลี่ยนไป
สถานการณ์เมื่อครู่เธอไม่เคยคาดคิดมาก่อน เขาช่างซ่อนกรงเล็บไว้มิดชิดเสียจนหลงเชื่อว่าเสือร้ายยอมสลัดเขี้ยวคม กลายเป็นลูกแมวน้อยคอยออดอ้อนเอาใจเธอทุกวัน
ทุกอย่างเป็นเพียงภาพมายาเท่านั้น...
ความเจ็บปวดค่อย ๆ ทวีขึ้นเรื่อย ๆ ในอกรู้สึกขมขื่นอัดแน่นจวนจะหายใจไม่ออก เสียงสะอื้นไห้แผ่วเบาได้ยินเพียงตัวเองสะท้อนความจริงอันโหดร้าย
เขาโหดเหี้ยมราวสัตว์ป่า ไร้ปรานีเหมือนนักล่า ทำร้ายหัวใจเธอให้แหลกคามืออย่างอำมหิต ราวกับต้องการสังหารเธอให้ตายเดี๋ยวนั้น
เวลาเกือบปีที่ทั้งสองคบกัน เธอไม่เคยรู้สึกเลยว่าจะมีวันนี้ เขาแสดงออกว่ารัก ทะนุถนอมเธอดุจเจ้าหญิง แต่กลับมีราชินีตัวจริงซ่อนไว้อยู่
“ฮึกฮือ~”
เมื่อหลบเข้ามุมลับสายตาคน น้ำใสที่กลั้นไว้ก็ล้นเอ่อปานเขื่อนแตก สีหน้าที่เคยสดใสคลุ้มคลั่งด้วยความเจ็บปวด กำปั้นเล็กทุบกลางอกเบา ๆ ราวกับกำลังทำโทษตัวเองที่มอบทั้งใจให้เขาทำร้าย
“มึง... โอเคไหม กูว่าอาจจะไม่มีอะไรก็ได้ คะ... แค่กอดกัน อาจจะกอดแบบเพื่อนไง”
ปาจารีย์ลูบแผ่นหลังแบบบางปลอบโยนพร้อมหาข้อแก้ตัวแทนแฟนเพื่อน น้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความเป็นห่วงจากคนรอบข้างยิ่งทำให้ทัดดาวรู้สึกเจ็บหนักกว่าเดิมหลายเท่า
ราวกับกำลังตอกย้ำความโง่ของตนเองที่เลือกเขา...
“มะรืนกูจะบินนะ ไว้เจอกันปีหน้าเลยแล้วกัน ไปละ”
เธอเช็ดน้ำตาบอกลาเพื่อนคนเดียวในคณะ ก่อนจะเดินออกจากตรงนั้นกลับบ้านเพื่อเตรียมเอกสาร เหตุการณ์นี้ทำให้หญิงสาวที่ลังเลมาตลอดตัดสินใจไปแลกเปลี่ยนที่ประเทศอเมริกาเป็นเวลาหนึ่งปี
บางครั้งการหนี ไม่ได้หมายความว่าไม่รัก...
แต่เพราะรัก จนทนมองเขารักคนใหม่ไม่ไหวแล้ว...
เสียงคลื่นซัดเข้ากระทบชายหาดดังก้องหู คู่รักข้าวใหม่ปลามันเดินออกจากโรงแรมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความสุข“เชี่ยอะไรวะเนี่ย !”ริทเอ่ยทักเมื่อทั้งสองมาถึง เขาแปลกใจที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม แถมทั้งสองยังจูงมือกันเดิมมาราวกับว่าเป็นแฟนกัน..“ขอแนะนำหน่อย.. ฟางข้าว แฟนกู”พรู้ดดดด ! แอลกอฮอล์สีทองฟองสีขาวพุ่งออกจากปากริททันทีที่ได้ฟังประโยคนั้น เขารีบเช็ดปากหันกลับมามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกับต้นอ้อและพริก“คือ.. ยังไงวะ”พริกกลืนลูกชิ้นทั้งที่ยังไม่ทันเคี้ยวลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วชี้สาดไปทางพวกเขา เพื่อขอคำอธิบาย“ก็.. แบบนี้แหละ คบกันแล้ว”คราวนี้ฟางข้าวเอ่ยตอบอย่างเขินอาย แก้มซาลาเปาขาวอวบแดงระเรื่อเมื่อต้องบอกเพื่อน ๆ ถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอ“อีเหี้ย ! แอบกินกันเนียนเลยนะ”“ไอ้ตงมึงล่อลวงมันเปล่า?”“ฟางล่อลวงกูต่างหาก”ผู้มาใหม่นั่งลงพลางเอ่ยอธิบาย หากจะว่ากันตามตรงก็อาจจะเป็นดั่งเช่นเขาว่า เพราะคืนนั้นหากเธอไม่เกิดอารมณ์ตอนเมาจนแอบมานั่งดูหนังโป๊กลางห้อง พวกเขาทั้งสองคงไม่เลยเถิดจนเกินความสัมพันธ์เพื่อน“มิน่า.. ไอ้ห่านี่ตึงใส่กูทั้งวัน”
“จะไปไหน มาขึ้นให้กู”“ตงกูไม่เคย”เธอยังไม่ทันไปไหนก็ถูกรั้งไว้ก่อน เขาไม่สนใจฟังคำทัดทานของเจ้าหล่อน ประคองท่อนเอ็นของตนตั้งชันขึ้นจากนั้นกดก้นงอนลงสวมทับท่อนเอ็นเนื้อเข้ากับความเป็นสาวโพรงเนื้อฉ่ำแฉะกำลังครอบเอาปลายดุ้นเข้าในร่างกายจนสุดความยาว ความรู้สึกจุกแน่นทำให้ร่างบางบิดเร้าอย่างห้ามไม่ได้“จุก ! อ่าห์ ท่านี้เข้าลึกจัง”หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยด้วยความไม่เคยทำมาก่อน แต่ทว่าความไร้เดียงสานั้นกลับทำให้อีกฝ่ายจวนจะบ้า“บดเอวลงใส่ค_xxกู.. ซี้ด”แค่เขาออกคำสั่งพร้อมกับฝ่ามือหนาช่วยกดให้จังหวะ หญิงสาวผู้ว่านอนสอนง่ายก็ทำตามได้ในทันที“ฟาง~ แค่นี้กูก็เสียวจนน้ำจะแตกอยู่แล้ว ซี้ดแม่ง ! เป็นงานฉิบหาย”เขาเอ่ยชมเสียงแตกพร่า ดวงตาเฉี่ยวคมเป็นประกายจับจ้องมองเต้าอวบใหญ่คู่สวย ด้วยท่านั่งคร่อมทำให้เขามองเห็นเรือนร่างงามชัดเจนทุกสัดส่วน อารมณ์หื่นกระหายยิ่งโหยหาบ้าคลั่ง หญิงสาวแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลยด้วยซ้ำอรดาเริ่มกระดกก้นงอนขึ้นลงเสียดสีท่อนเอ็นใหญ่กับกลีบเนื้ออวบอูม ร่างเล็กโน้มลงด้านหน้าเล็กน้อยวางมือเรียวลงบนแผงอกกำยำของชายหนุ่ม ปลายนิ้วยังสะกิดเขี่ยรอบหัวนมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเอาใ
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไป พริกและต้นอ้อต่างพากันแต่งตัวพร้อมสำหรับการเดินยั่วผู้ชายริมทะเลแล้ว มีเพียงฟางข้าวเท่านั้นที่ยังคงเล่นตัวไม่ยอมลุกไปไหน“มึงเอาได้ยัง พวกกูเสร็จแล้วนะเนี่ย !”“พวกมึงลงไปก่อนก็ได้ กูว่าจะลงไปตอนกินข้าวทีเดียว ปวดตัวอ่ะยังไม่อยากจะไปรับลม”ฟางหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ก็เพราะเรี่ยวแรงของเธอถูกใครบางคนพรากไปทุกวี่วัน แถมวันนี้ต้องเดินทางไกลอีก“โอเค รีบตามลงไปล่ะ เดี๋ยวกูถ่ายรูปผู้ชายมาฝาก”“ฮึ จ้า ๆ เอาให้ได้ผู้กลับมานะ”หลังจากที่เพื่อนสนิททั้งสองจากไปทั้งห้องก็ว่างเปล่าเหลือเพียงหญิงสาวที่นอนไถกระดานข่าวดูเรื่องราวของวันไปเรื่อยก๊อก ก๊อก ก๊อก ! “หืม ? ลืมอะไรเปล่า”ยังไม่ถึงสองนาทีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างเล็กรีบลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตูอย่างรีบร้อนไม่อยากให้เพื่อนรอนานทว่าผู้มาเยือนกลับไม่ใช่คนที่พึ่งออกไป ชายร่างสูงโปร่งสวมกางเกงขาสามส่วนเสื้อเชิ้ตขาวไม่ได้ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกกำยำ หัวนมสีชมพูโผล่เล็กน้อยเพิ่มความเซ็กซี่“ตะ.. ตง มีอะไรเหรอ ?”เธอเอ่ยถามเสียงติดขัดเมื่อรวบรวมสติได้ ทว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตอบ แต่ถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามาภาย
โรงแรมดีเห้าหลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วราวสองสัปดาห์ ไม่มีวันไหนเลยที่เพื่อนสนิททั้งสองจะไม่ได้ร่วมเตียงกัน วันนี้ก็คงไม่เว้นรถยนต์ราคาแพงเคลื่อนเข้าจอดบริเวณหน้าโรงแรมหรู วิวทิวทัศน์ทะเลสีฟ้าครามตัดกับแสงแดดสีทองทอประกายระยิบระยับชวนตื่นตานำพาให้คนทั้งห้าคล้ายกับถูกชาร์จพลังในทันใด“เออฟาง กูลืมบอกเลยว่าจองโรงแรมได้แค่สองห้องอ่ะ วันนี้วันศุกร์เต็มหมดเลย”“อ๋อ มะ.. ไม่เป็นไร” มั้ง..ต้นอ้อยิ้มหน้าเจื่อนรู้สึกผิด สำหรับฟางเองไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าวอยู่ตงคว้ากระเป๋าสัมภาระของตนเดินลิ่วนำเข้าโรงแรมอย่างไม่รอเพื่อน สีหน้าบึ้งตึงราวกับอมทุกข์มาแรมเดือน ฟางข้าวได้แต่มองตามแผ่นหลังคุ้นเคยตาละห้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน“แล้วไอ้ตงมันรีบไปไหนของมัน หน้าบูดขนาดนั้นหรือมันไม่อยากมา”“มึงก็พูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยมัน มันเคยยิ้มให้ใครบ้าง เห็นฟันมันแต่ละทีแทบอยากถ่ายรูปอัดกรอบ”ริทเอ่ยตอบพริกแกมแซวเพื่อนชายคนสนิทของตน เขาเข้าใจว่าด้วยนิสัยพื้นเพเดิมของตงแล้วมักจะเย็นชาเช่นนี้อยู่ตลอดไม่น่าแปลกใจอะไร“นั่นน่ะสิ มันก็เป็นแบบนั้นของมันนั่นแหละ” ต้นอ้อห
รุ่งสางของวันถัดมา ตงขับรถออกจากบ้านเพื่อนสนิทตั้งแต่เช้าตรู่ แต่การกระทำนี้เป็นเพียงการตบตาเพื่อนทั้งสามเท่านั้น เขาส่งข้อความบอกเจ้าของบ้านให้รอตนมารับเพื่อไปมหาวิทยาลัยพร้อมกันและเมื่อเห็นว่ารถริทขับออกจากบ้านไปไกลแล้ว ชายหนุ่มก็วนกลับมาทันที ด้วยความที่ไม่มีใครอยู่บ้านเขาจึงเดินตรงมายังห้องนอนของเพื่อนสนิทอย่างถือวิสาสะร่างแบบบางขาวนวลเนียนกำลังนั่งแต่งตัวอยู่หน้าตู้กระจกโดยที่ยังไม่สวมชุดนักศึกษา มีเพียงผ้าขนหนูสีสะอาดพันรอบกายไว้อย่างหมิ่นเหม่“ตง ! มึงเป็นแมวรึไงย่องมาไม่ให้สุ้มให้เสียง”เธอยกมือขึ้นปิดหน้าอกของตนแล้วจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้ ทว่ายังไม่ทันได้ขยับตัวผู้บุกรุกก็เดินเข้ามาใกล้แล้วกดหัวไหล่เล็กไว้ไม่ให้ลุกไปไหน“วันนี้ไปสายหน่อยก็ไม่เป็นไรมั้ง ? มึงมีของเล่น.. ใช่ไหมฟาง”เขาเลิกคิ้วถามถึงสองประโยคพร้อมกัน รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากทำให้ฟางรู้ดีว่าคำถามสุดท้ายหมายถึงอะไรเขารู้ได้อย่างไรว่าเธอมีของพรรค์นั้น..“ถามทำไม ?”“แค่อยากรู้” “ไม่ใช่เรื่องของมึง”อรดาเบี่ยงเบนไม่ยอมตอบ สำหรับหญิงสาวมองว่าเป็นเรื่องน่าอายไม่ใช่เรื่องที่ต้องเอามาพูด จากนั้นจึงแกล้งทำเป
“ฟาง พริกมันจะเปิดประตูเข้ามาในห้องรับแขกอยู่แล้วนะ”ตงโน้มลงกระซิบด้วยเสียงแหบพร่า ฟางรีบเงยหน้ามองอีกครั้งด้วยความตกใจ เจ้าหล่อนหลงมัวเมากับคนด้านหลังจนลืมดูเพื่อนไปเลย“พะ.. พริก กูกำลังคุยโทรศัพท์กับแม่อยู่ อ๊ะ ! เดี๋ยวคุยเสร็จแล้วกูจะรีบขึ้นไป”ฟางตะโกนเสียงกระท่อนกระแทนติดขัดแม้จะพยายามปรับโทนเสียงให้เป็นปกติแล้วแต่เพราคนด้านหลังไม่ยอมหยุดจึงเป็นอย่างที่เห็น“ฮึ นึกว่าจะบอกว่าโดนไอ้เหี้ยตงเน้ดอยู่”เขาเหมือนกำลังสนุกกับการกลั่นแกล้งเธออย่างไรอย่างนั้น แถมยังเร่งเร้าจังหวะตอกอัดเข้าออกเน้น ๆ จนฟางควบคุมเสียงครวญครางของตนเองไม่ได้“อ๋อโอเค ว่าแต่มึงโอเคไหม ทำไมเสียงสั่นแปลก ๆ”พริกยังไม่หมดความสงสัย น้ำเสียงสั่นเครือของเพื่อนคล้ายกับทรมานมาก จึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม“ไม่ได้ อื้ออุบ ! มะ.. ไม่เป็นอะไร”“ไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้ามีอะไรก็เรียกกูนะ” พริกพูดทั้งที่ยังสงสัยเจ้าหล่อนเงี่ยงหูอย่างรอฟังคำตอบ“อื้ม ใกล้เสร็จแล้ว เดี๋ยวรีบตามขึ้นไป อื้ออ..” คนทรมานพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติกลั้นเสียงครวญครางสุดกำลังเท่าที่จะทำได้“เออ ๆ งั้นก็รีบตามขึ้นไปนะ รีบนอนพรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้าด







