เข้าสู่ระบบกลับไป XXX ไม่ได้กลับไปรัก “อย่าลืมว่าเธอเป็นแค่แฟนเก่า !” “แฟนเก่าคนโปรดของพี่น่ะเหรอคะ”
ดูเพิ่มเติมหลงเหลี่ยมเตชินทร์
“ร้อยคนทัก รักคนเก่า”
นิยายเซต หลงเหลี่ยมวิศวะ
ลีลาว้ากวิศวะ
หลงเหลี่ยมหทัยกรณ์
หลงเหลี่ยมเตชินทร์
หลงเหลี่ยมเหมันต์
“คิดถึง”
“แต่พี่ไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้ว !”
เต เตชินทร์ ภูสิริรักษ์
22Y 75/184 เลขมงคล 62
ว้ากสาขาวิศวกรรมโลหการ ปี 4
เคร่งขรึม พูดน้อย เย็นชา เก็บตัวและปิดใจ
เข้าหายากโลกส่วนตัวสูง
ทัดดาว ชรินทร์ดา วิระโภคิน
21Y 49/458 Cup D
นักศึกษาคณะนิเทศศาสตร์ ปี 3
น่ารัก สดใส ร่าเริง ยิ้มหวานแต่บ่น้ำตาตื้น
มองโลกในแง่ดี และมีความหวังสนามบิน - ประเทศญี่ปุ่น
คนกลุ่มหนึ่งนั่งรอขึ้นเครื่องบินกลับประเทศตามเวลาที่จองตั๋วไว้ ด้วยความที่แผนการเที่ยวแน่นเสียยิ่งกว่าเมล็ดข้าวในชาม ทำให้ทุกคนเหนื่อยล้าต้องหลับตาพักผ่อนเอาแรง
ยกเว้นก็แต่หนุ่มแว่นประธานรุ่น เขาลอบมองนาฬิกาข้อมืออยู่บ่อยครั้งราวกับว่ากำลังรออะไรอยู่ ท่าทางกระวนกระวายเสียจนคนที่นอนหลับอยู่ด้านข้างเกิดความสงสัยแกมรำคาญ
“มึงเป็นอะไร”
เสียงนิ่งเรียบเอ่ยถามเพื่อนสนิทอย่างไม่สบอารมณ์เท่าไรนัก คิ้วดกดำขมวดมุ่น ขณะที่สายตาคมกริบสาดมองฝ่ายตรงข้ามคาดคั้นเอาคำตอบ
เต เตชินทร์ ภูสิริรักษ์ หนุ่มหล่อมาดนิ่งผู้มีโลกส่วนตัวสูง ด้วยความเคร่งขรึมเข้าหายาก ทำให้เขาเป็นที่ต้องตาต้องใจในหมู่หญิงสาว ราวกับเป็นของแรร์หายาก
“เปล่า”
หากแต่คำถามของเขาไม่ได้รับคำตอบที่จริงใจเท่าไรนัก แต่กระนั้นเขาเองก็ไม่ได้อยากรู้เช่นเดียวกัน จึงเลือกที่จะสวมหูฟังหลับตาลงอยู่ในโลกของตนต่อ
ไม่นานนักก็ถึงเวลาที่กำหนด เสียงหวานใสของแอร์โฮสเตสสาวดังเจื้อยแจ้วกล่าวต้อนรับคลอกับเสียงลากกระเป๋าครืดเบา ๆ อากาศเย็นลงกะทันหันเมื่อก้าวเข้าสู่ห้องโดยสาร พร้อมกับกลิ่นหอมอ่อน ๆ ช่วยผ่อนคลาย
ทั้งหกแยกย้ายนั่งประจำที่ตามที่จองไว้ก่อนหน้า ด้วยความที่ไม่อยากใกล้ชิดกับบุคคลอื่นเท่าไรนัก เตจึงเลือกที่จะนั่งริมหน้าต่างอย่างที่ทำประจำ
“ทำไมไม่นั่งสามสามวะ”
แต่คนขี้สงสัยเช่นเหมันต์ก็อดไม่ได้ที่จะถาม ทั้งที่พวกเขามากันทั้งหมดหกคนกลับแยกกันนั่งเป็นคู่แล้วเว้นไว้หนึ่งที่ทั้งสามแถว
“มันอยากล้วงกันมั้ง”
เตชินทร์โพล่งตอบให้จบ ๆ ไป ก่อนจะหันออกนอกหน้าต่างอย่างไม่สนใจเพื่อน สายตาว่างเปล่าทอดมองวิวประเทศแดนปลาดิบอีกครั้งก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา
ขณะที่เขาเหม่อลอยอยู่กับสิ่งสวยงามด้านนอก ความเย็นยะเยือกปริศนาก็ลุกลามเข้าเกาะกุมก้อนดวงใจ ภายในรู้สึกแปลก ๆ ขนอ่อนลุกเกลียวราวกับเตือนว่า มีบางอย่างที่มีอิทธิพลต่อเขามากกำลังจะเกิดขึ้น
มันกระวนกระวายและเจ็บปวดในเวลาเดียวกัน...
“สวัสดีค่ะ ยินดีต้อนรับค่ะ”
“สวัสดีค่ะ”
เสียงใสเอ่ยทักทายพนักงานต้อนรับพร้อมรอยยิ้มหวานเชื่อม ตากลมโตสาดมองหาโซนที่นั่งของตนเองด้วยความกระตือรือร้น
ทัดดาว ชรินทร์ดา วิระโภคิน สาวน้อยผู้มาพร้อมรอยยิ้มสดใสแววตาประกายความมุ่งมั่น ดีกรีนักเรียนแลกเปลี่ยนประเทศสหรัฐอเมริกาของคณะนิเทศศาสตร์
“ฮื่อ !”
เสียงถอนหายใจดังแผ่วเบาด้วยความเหนื่อยล้า เธอที่เพิ่งลงจากเครื่องหนึ่งแล้วรีบวิ่งมาต่ออีกเครื่องเพื่อกลับประเทศบ้านเกิดสภาพแทบดูไม่ได้ เหงื่อไคลเปียกโชกจนผิวใสมันแผล็บ
ตึกตัก ตึกตัก ! คลื่นหัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เท้าเล็กสั่นไหวไม่มั่นคงนัก เหงื่อเย็น ๆ แตกพลั่ก ทว่าทั้งหมดทั้งมวลนี้ไม่ใช่เพราะเหนื่อย แต่เพราะเธอรู้ว่าการกลับไปครั้งนี้ต้องเจอกับใครบางคน
ที่ตนเฝ้าคิดถึงมาตลอดหนึ่งปี...
กึก ! เมื่อถึงที่นั่ง ปลายเท้าก็หยุดลงอัตโนมัติ ดวงตากลมเบิกกว้างผงะกับภาพตรงหน้า ชายหนุ่มที่ตนคะนึงหามาตลอดนั่งอยู่ในแถวเดียวกัน มีเพียงที่นั่งเดียวคั่นกลางอยู่
“เชี่ย !”
ไม่ใช่แค่ทัดดาวที่ตกใจ เพราะเหมันต์ก็ถึงกับนั่งไม่ติดเบาะเมื่อเห็นคนคุ้นเคย จนต้องรีบสะกิดคนข้าง ๆ ให้ออกจากโลกส่วนตัวของเขาชั่วคราว
“อะไร !”
เตชินทร์สบถใส่เพื่อนเบา ๆ ด้วยความหงุดหงิดที่ถูกก่อกวน ใบหน้าคมคายหันมองตามสายตาเพื่อน คิ้วหนาขมวดโค้งขึ้นนูนบริเวณสันจมูกบ่งบอกว่าไม่พอใจอย่างมาก
หากแต่เมื่อสายตากระทบเข้ากับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มของหญิงสาวผู้มาเยือนสีหน้าก็เปลี่ยนไปทันที ดวงตาคมสะท้อนความคิดหลากหลายคาดเดาไม่ได้ออกมา ใจดวงแกร่งวูบโหวงรู้สึกจุกแน่นอยู่กลางอกจนหายใจลำบาก
บรรยากาศรอบตัวเย็นเยียบ ความเงียบงันเข้าปกคลุมเครื่องบินลำใหญ่ ช่องว่างระหว่างคนทั้งสอง ห่างเหินราวกับว่าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“คุณผู้โดยสารคะ...”
“คะ คะ...”
แอร์โฮสเตสสะกิดเรียกสาวน้อยด้วยความสุภาพ เพราะเจ้าหล่อนยืนขวางจนผู้โดยสารท่านอื่นไม่สามารถเข้าที่นั่งของตัวเองได้
ชรินทร์ดายกกระเป๋าลากใบเล็กขึ้นวางด้วยความยากลำบาก ก่อนที่จะนั่งลงประจำที่ของตน ปลายหางตาแอบชำเลืองมองชายหนุ่มอดีตคนรักที่นั่งอยู่ปลายแถวอีกฝั่ง เขายังคงนิ่งเฉยหันออกนอกหน้าต่างราวกับปลีกตัวออกจากโลกอันวุ่นวาย
“เชี่ยเอ๊ย ! เหมือนกูเป็นขี้เลยแม่ง !”
ต่างจากเหมที่นั่งคั่นกลางระหว่างพวกเขา เพียงแค่ไม่กี่นาทีก็ทำเอาชายหนุ่มหายใจลำบาก ราวกับมีเศษก้างปลาจากแดนปลาดิบปักอยู่กลางลำคอ
“ไอ้เหี้ยเต เปลี่ยนที่กันดิ๊ !”
เหมันต์ไม่รอช้ารีบสะกิดเพื่อนพร้อมกระซิบบอกสิ่งที่ตนต้องการ ทว่าท่าทางของอีกฝ่ายกลับไม่ได้ยินดีทำในสิ่งที่เขาร้องขอเลยแม้แต่น้อย
“ไม่ !”
เตชินทร์ปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะสวมหูฟังกลับแล้วหันหน้าออกนอกหน้าต่างดังเดิม การกระทำอันเด็ดขาดถือตัวของเขาทำเอาเหมหงุดหงิด
“เปลี่ยนเถอะไอ้สัตว์ กูกับน้องไม่รู้จักกัน แต่มึง...”
“กูก็ไม่รู้จัก !”
ยังไม่ทันที่เพื่อนจะว่าจบ เตก็แค่นเสียงขัดไว้ก่อน สายตาคมเข้มปรามเขาว่าอย่าพูดอะไรที่ไม่เข้าหูออกมาอย่างไม่คิด จนเหมต้องสงบปากสงบคำลงก่อนจะมีมวยเกิดขึ้น
บทสนทนาของทั้งสองทัดดาวได้ยินชัดทุกประโยค คนที่เคยร่าเริงบัดนี้เศร้าสลดลง ความหวังที่หอบมาเต็มอกลดลงไปเกือบครึ่ง
เธอเป็นเพียงคนที่เขาไม่อยากรู้จัก...
เจ้าหล่อนเข้าใจดีว่า ตอนนี้กะทันหันเกินไปที่ทั้งสองคนจะใกล้ชิดกันอีกครั้ง แต่ก็ไม่คิดว่าเขาจะใช้คำพูดรุนแรงเช่นนี้ แม้จะไม่ได้พูดกับเธอโดยตรงก็เถอะ
“ขอโทษนะคะ พอจะเปลี่ยนที่นั่งได้ไหมคะ”
เธอเรียกพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินพร้อมเอ่ยถามเสียงผะแผ่ว รอยยิ้มฝืน ๆ มาพร้อมกับดวงตาแดงก่ำ คล้ายกับกำลังกลั้นอารมณ์ข้างใน
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ เที่ยวบินนี้เต็มหมดเลยค่ะ”
“อ๋อ ไม่เป็นไรค่ะ”
เธอพยักหน้าเข้าใจความลำบากของพนักงาน สาวน้อยลอบถอนหายใจไร้ทางออก เห็นทีสองคนข้างกันต้องอดทนกับเธอไปอีกหลายชั่วโมง
“วุ่นวาย !”
เตชินทร์สบถเสียงแข็งราวกับต้องการให้เธอได้ยิน ร่างสูงหยัดกายขึ้นยืนพร้อมส่ายหน้าส่งสัญญาณให้เพื่อนสลับที่นั่งกับตนโดยเร็ว ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนใจ
ชายหนุ่มบอกกับพนักงานบนเครื่องอย่างสุภาพเรื่องการสลับตำแหน่ง เพราะไม่อยากให้เกิดความวุ่นวายตามมาทีหลัง ก่อนจะเอนกายอิงเบาะหลับตาปลีกตัวออกจากโลกภายนอกอีกครั้ง
แม้ท่าทางที่แสดงออกจะเย็นชาไร้เยื่อใย ทว่าในหัวสมองกลับคิดเผื่อไว้ทุกด้าน เขารู้ว่าเธอเป็นคนหลับง่ายเวลานั่งรถ คาดว่าเครื่องบินก็คงไม่ต่างกัน ทุกครั้งที่หลับมักจะทิ้งตัวซบคนด้านข้างอย่างไม่รู้ตัว
เขาแค่เป็นห่วงเพื่อนหรอกนะ...
บรรยากาศภายในห้องโดยสารราวกับถูกแช่แข็ง ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศต่ำกว่าปกติ คนคุ้นเคยทั้งสองนั่งหันหน้าไปคนละทางไม่มีแม้แต่ประโยคทักทายราวกับว่าเป็นคนแปลกหน้า
เตชินทร์เบนสายตาออกนอกหน้าต่าง มองปีกเครื่องบินเคลื่อนผ่านแนวเมฆขาวสลับฟ้า เปลือกตาค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับเสียงเพลงจากหูฟังที่เพิ่มขึ้น
ใบหน้าสวยค่อย ๆ เอียงมองคนด้านข้าง สายตาประกายอาบเคลือบความคิดถึงอยู่เต็มอกทอดมองใบหน้าคุ้นเคยอีกครั้งอย่างตั้งใจ เขายังคงหล่อเหลาเช่นเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ทว่าแววตาที่เคยอบอุ่นบัดนี้ว่างเปล่าเย็นชาไร้เยื่อใย
ขณะที่เธอบรรจงมองเขาอยู่นั้น ลืมสังเกตว่ามีอีกคนนั่งอยู่แถวเดียวกัน สายตาจ้องจับผิดของเพื่อนสนิทเขา ทำเอาเธอเก้อเขินต้องรีบหันหน้าหลบหนีสายตา
ปัก ! “อะไร !”
เตชินทร์หลุดออกจากภวังค์เมื่อถูกศอกแหลมของเพื่อนสนิทกระทุ้งครึ่งแรงบริเวณข้างลำตัว สุ้มเสียงหงุดหงิดเอ่ยถามเพื่อนด้วยความไม่พอใจเมื่อถูกรบกวน
“ทำเก๊กสัตว์ !”
“ฮื่อ !”
ความฉุนเฉียวแสดงออกผ่านทางสีหน้าชัดเจน เสียงถอนหายใจดังแรงจนคนรอบข้างได้ยิน ก่อนที่เขาจะหลับตาพาตัวเองเข้าสู่โหมดส่วนตัวอีกครั้ง
เครื่องโดยสารทางอากาศขับเคลื่อนผ่านหมู่เมฆสีขาวสลับครามภายใต้การควบคุมของนักบิน และการดูแลจากแอร์โฮสเตสภายในเที่ยวบินนั้น
กึก กึก ! กระแสลมที่เปลี่ยนทิศอย่างกะทันหัน ทำให้เครื่องบินสั่นสะเทือนขาดความมั่นคงชั่วคราว ผู้โดยสารทั้งลำรู้สึกเหมือนว่า ลอยขึ้นแล้วหล่นตุบลงกลางอากาศ
“กรี๊ด !” หมับ !
เสียงกรีดร้องดังขึ้นพร้อมกันจากหลายโซน ชรินทร์ดาเองก็เป็นหนึ่งในนั้น สาวน้อยกางแขนออกกว้าง ไขว่คว้าหาที่มั่นคงเพื่อยึดเกาะ
มือข้างหนึ่งกำพนักวางแขนแน่น หากแต่มืออีกข้างดันเลยเป้าหมายคว้ากำอะไรบางอย่าง ลักษณะไม่แข็งมาก และเหมือนจะสามารถยืดหยุ่นได้ เธอรับรู้ได้ว่ามันกำลังกระตุกสู้มือราวกับกำลังประท้วง
ทัดดาวหันขวับมองมือเจ้ากรรม ก่อนจะไล่สายตาขึ้นสบสายตากับเจ้าของร่างที่เธอกำอยู่ ใบหน้าสวยขึ้นซับสีระเรื่อ ดวงตากลมโตสั่นระริกฉายแววความรู้สึกผิดแกมเขินอาย ทว่ากลับไม่ยอมปล่อยส่วนแข็งขืนที่ตนกำอยู่
“มะ... ไม่เจอกันนาน ยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ”
น้ำเสียงติดขัดพร้อมรอยยิ้มเหยเกเอ่ยทักทายอดีตแฟนหนุ่ม เจ้าหล่อนลอบกลืนน้ำลายเหนียวอึกใหญ่อย่างจนปัญญา เหงื่อเย็นผุดตามกรอบใบหน้าไม่รู้ว่าต้องแสร้งทำเช่นไรถึงจะหลบพ้นความผิดนี้ได้
เจอกันวันแรกเธอก็ทำเรื่องน่าอายเสียแล้ว...
ฝ่ามือใหญ่กำข้อมือเล็กหลวม ๆ ก่อนจะสลัดมือเจ้าหล่อนออกจากลูกรักที่กำลังพองขยายอยู่ภายใต้กางเกงตัวหนา เขารู้ดีว่าตอนนี้มันถูกปลุกด้วยน้ำมืออดีตคนรักเรียบร้อยแล้ว
เตชินทร์รีบหันมองเพื่อนสนิทด้านข้างทันทีที่เจ้าหล่อนปล่อยให้ตนเป็นอิสระ ยังดีที่เขาใส่ผ้าปิดตาและหลับไปแล้ว คาดว่าคงไม่ได้เห็นภาพบัดสีเมื่อครู่
ชายหนุ่มพยายามนั่งให้เป็นปกติที่สุด หากแต่ตอนนี้มังกรลำเขื่องตั้งชันไม่ยอมหลับจนต้องเอามือกุมปิดบังไว้ แถมยังกระตุกดิ้นจนปวดหนึบไม่สามารถนั่งนิ่งอย่างเคย
‘ฉิบหายเถอะ !’
ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มกลั้นอารมณ์ ความคิดโสมมเกิดขึ้นในหัวอย่างที่ไม่เคยเป็นมานับปี มือน้อยนุ่ม ๆ บวกกลิ่นกายหอม ๆ ของคนข้างกายทำสติเขาแทบหลุด
เขาต้องทนกับเธอไปถึงไหนกัน...เสียงคลื่นซัดเข้ากระทบชายหาดดังก้องหู คู่รักข้าวใหม่ปลามันเดินออกจากโรงแรมด้วยรอยยิ้มเปี่ยมไปด้วยความสุข“เชี่ยอะไรวะเนี่ย !”ริทเอ่ยทักเมื่อทั้งสองมาถึง เขาแปลกใจที่เห็นใบหน้าเย็นชาของเพื่อนสนิทมีรอยยิ้ม แถมทั้งสองยังจูงมือกันเดิมมาราวกับว่าเป็นแฟนกัน..“ขอแนะนำหน่อย.. ฟางข้าว แฟนกู”พรู้ดดดด ! แอลกอฮอล์สีทองฟองสีขาวพุ่งออกจากปากริททันทีที่ได้ฟังประโยคนั้น เขารีบเช็ดปากหันกลับมามองเพื่อนทั้งสองด้วยสายตาไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกับต้นอ้อและพริก“คือ.. ยังไงวะ”พริกกลืนลูกชิ้นทั้งที่ยังไม่ทันเคี้ยวลงคออย่างยากลำบาก ปลายนิ้วชี้สาดไปทางพวกเขา เพื่อขอคำอธิบาย“ก็.. แบบนี้แหละ คบกันแล้ว”คราวนี้ฟางข้าวเอ่ยตอบอย่างเขินอาย แก้มซาลาเปาขาวอวบแดงระเรื่อเมื่อต้องบอกเพื่อน ๆ ถึงความสัมพันธ์ของพวกเธอ“อีเหี้ย ! แอบกินกันเนียนเลยนะ”“ไอ้ตงมึงล่อลวงมันเปล่า?”“ฟางล่อลวงกูต่างหาก”ผู้มาใหม่นั่งลงพลางเอ่ยอธิบาย หากจะว่ากันตามตรงก็อาจจะเป็นดั่งเช่นเขาว่า เพราะคืนนั้นหากเธอไม่เกิดอารมณ์ตอนเมาจนแอบมานั่งดูหนังโป๊กลางห้อง พวกเขาทั้งสองคงไม่เลยเถิดจนเกินความสัมพันธ์เพื่อน“มิน่า.. ไอ้ห่านี่ตึงใส่กูทั้งวัน”
“จะไปไหน มาขึ้นให้กู”“ตงกูไม่เคย”เธอยังไม่ทันไปไหนก็ถูกรั้งไว้ก่อน เขาไม่สนใจฟังคำทัดทานของเจ้าหล่อน ประคองท่อนเอ็นของตนตั้งชันขึ้นจากนั้นกดก้นงอนลงสวมทับท่อนเอ็นเนื้อเข้ากับความเป็นสาวโพรงเนื้อฉ่ำแฉะกำลังครอบเอาปลายดุ้นเข้าในร่างกายจนสุดความยาว ความรู้สึกจุกแน่นทำให้ร่างบางบิดเร้าอย่างห้ามไม่ได้“จุก ! อ่าห์ ท่านี้เข้าลึกจัง”หญิงสาวรู้สึกประหม่าเล็กน้อยด้วยความไม่เคยทำมาก่อน แต่ทว่าความไร้เดียงสานั้นกลับทำให้อีกฝ่ายจวนจะบ้า“บดเอวลงใส่ค_xxกู.. ซี้ด”แค่เขาออกคำสั่งพร้อมกับฝ่ามือหนาช่วยกดให้จังหวะ หญิงสาวผู้ว่านอนสอนง่ายก็ทำตามได้ในทันที“ฟาง~ แค่นี้กูก็เสียวจนน้ำจะแตกอยู่แล้ว ซี้ดแม่ง ! เป็นงานฉิบหาย”เขาเอ่ยชมเสียงแตกพร่า ดวงตาเฉี่ยวคมเป็นประกายจับจ้องมองเต้าอวบใหญ่คู่สวย ด้วยท่านั่งคร่อมทำให้เขามองเห็นเรือนร่างงามชัดเจนทุกสัดส่วน อารมณ์หื่นกระหายยิ่งโหยหาบ้าคลั่ง หญิงสาวแทบไม่ต้องออกแรงอะไรเลยด้วยซ้ำอรดาเริ่มกระดกก้นงอนขึ้นลงเสียดสีท่อนเอ็นใหญ่กับกลีบเนื้ออวบอูม ร่างเล็กโน้มลงด้านหน้าเล็กน้อยวางมือเรียวลงบนแผงอกกำยำของชายหนุ่ม ปลายนิ้วยังสะกิดเขี่ยรอบหัวนมสีน้ำตาลอ่อนอย่างเอาใ
ราวหนึ่งชั่วโมงผ่านไป พริกและต้นอ้อต่างพากันแต่งตัวพร้อมสำหรับการเดินยั่วผู้ชายริมทะเลแล้ว มีเพียงฟางข้าวเท่านั้นที่ยังคงเล่นตัวไม่ยอมลุกไปไหน“มึงเอาได้ยัง พวกกูเสร็จแล้วนะเนี่ย !”“พวกมึงลงไปก่อนก็ได้ กูว่าจะลงไปตอนกินข้าวทีเดียว ปวดตัวอ่ะยังไม่อยากจะไปรับลม”ฟางหันไปบอกเพื่อนทั้งสองคนด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า ก็เพราะเรี่ยวแรงของเธอถูกใครบางคนพรากไปทุกวี่วัน แถมวันนี้ต้องเดินทางไกลอีก“โอเค รีบตามลงไปล่ะ เดี๋ยวกูถ่ายรูปผู้ชายมาฝาก”“ฮึ จ้า ๆ เอาให้ได้ผู้กลับมานะ”หลังจากที่เพื่อนสนิททั้งสองจากไปทั้งห้องก็ว่างเปล่าเหลือเพียงหญิงสาวที่นอนไถกระดานข่าวดูเรื่องราวของวันไปเรื่อยก๊อก ก๊อก ก๊อก ! “หืม ? ลืมอะไรเปล่า”ยังไม่ถึงสองนาทีเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น ร่างเล็กรีบลุกขึ้นจากเตียงไปเปิดประตูอย่างรีบร้อนไม่อยากให้เพื่อนรอนานทว่าผู้มาเยือนกลับไม่ใช่คนที่พึ่งออกไป ชายร่างสูงโปร่งสวมกางเกงขาสามส่วนเสื้อเชิ้ตขาวไม่ได้ติดกระดุมเผยให้เห็นแผงอกกำยำ หัวนมสีชมพูโผล่เล็กน้อยเพิ่มความเซ็กซี่“ตะ.. ตง มีอะไรเหรอ ?”เธอเอ่ยถามเสียงติดขัดเมื่อรวบรวมสติได้ ทว่าคนตรงหน้าไม่ได้ตอบ แต่ถือวิสาสะแทรกตัวเข้ามาภาย
โรงแรมดีเห้าหลังจากวันนั้นก็ผ่านมาแล้วราวสองสัปดาห์ ไม่มีวันไหนเลยที่เพื่อนสนิททั้งสองจะไม่ได้ร่วมเตียงกัน วันนี้ก็คงไม่เว้นรถยนต์ราคาแพงเคลื่อนเข้าจอดบริเวณหน้าโรงแรมหรู วิวทิวทัศน์ทะเลสีฟ้าครามตัดกับแสงแดดสีทองทอประกายระยิบระยับชวนตื่นตานำพาให้คนทั้งห้าคล้ายกับถูกชาร์จพลังในทันใด“เออฟาง กูลืมบอกเลยว่าจองโรงแรมได้แค่สองห้องอ่ะ วันนี้วันศุกร์เต็มหมดเลย”“อ๋อ มะ.. ไม่เป็นไร” มั้ง..ต้นอ้อยิ้มหน้าเจื่อนรู้สึกผิด สำหรับฟางเองไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ดูเหมือนจะมีคนไม่พอใจกับคำพูดดังกล่าวอยู่ตงคว้ากระเป๋าสัมภาระของตนเดินลิ่วนำเข้าโรงแรมอย่างไม่รอเพื่อน สีหน้าบึ้งตึงราวกับอมทุกข์มาแรมเดือน ฟางข้าวได้แต่มองตามแผ่นหลังคุ้นเคยตาละห้อยแต่ก็ไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรเช่นกัน“แล้วไอ้ตงมันรีบไปไหนของมัน หน้าบูดขนาดนั้นหรือมันไม่อยากมา”“มึงก็พูดเหมือนไม่รู้จักนิสัยมัน มันเคยยิ้มให้ใครบ้าง เห็นฟันมันแต่ละทีแทบอยากถ่ายรูปอัดกรอบ”ริทเอ่ยตอบพริกแกมแซวเพื่อนชายคนสนิทของตน เขาเข้าใจว่าด้วยนิสัยพื้นเพเดิมของตงแล้วมักจะเย็นชาเช่นนี้อยู่ตลอดไม่น่าแปลกใจอะไร“นั่นน่ะสิ มันก็เป็นแบบนั้นของมันนั่นแหละ” ต้นอ้อห