登入นี่สินะความสุขที่แท้จริงของการเสพสังวาส
“ดาว หล่อนช่างดีเหลือเกิน” คำพูดแสนหวานหลุดออกจากปากพ่อหมอหนุ่ม ไม่เคยมีสักครั้งที่เขาจะเอ่ยชื่อคู่นอนเยี่ยงนี้
“ฉันจะแตกแล้ว” พ่อหมอหนุ่มยังกระเด้าเอวเข้าหาคนบนร่างไม่หยุดและเพียงไม่นานความสุขสมก็แตกกระจายเข้าสู่โพรงไหมแสนนุ่มลื่น
อา…ดีมาก ดีเหลือเกิน
คุณศรัณย์หายใจหอบกระเส่าเพราะความสุขสมที่รุนแรง ผีสาวก็เช่นกันหล่อนเองก็หอบอยู่บนกายเขา ร่างอวบอิ่มนอนทอดกายอยู่บนกายแกร่ง
ท่อนเนื้อที่อ่อนตัวเล็กน้อยยังคงปักคาในกายหล่อน ดาวสั่นสะท้านทุกครั้งที่เจ้าท่อนเนื้อนั้นกระตุกในกาย พ่อหมอหนุ่มเองก็ซี้ดปากทุกครั้งที่หล่อนตอดรัด
เสียวจนเขาต้องเกร็งสะโพก ทั้ง ๆ ที่เพิ่งเสร็จสมแต่เวลาโดนหล่อนตอดรัดเช่นนี้เขาเริ่มแข็งและอยากทำรักครั้งที่สองกับหล่อน
คงเพราะถอดจิตออกมาใช่หรือไม่นะ ที่ทำให้เขามีพละกำลังเหลือเฟือเช่นนี้
“หล่อนอยากดูดาวหรือไม่” เขาเอ่ยถามคนบนร่าง ลูบไล้ผิวกายตั้งแต่แผ่นหลังเนียนจนถึงแก้มก้นนุ่ม
“ดูที่ไหนจ๊ะ”
“ชานเรือน” คำว่าชานเรือนนั่นทำให้ผีสาวแก้มร้อน คนไม่เห็นหล่อนกับเขาเสพสังวาสกันแต่ผีบ้านผีเรือน เจ้าที่ เทวดานางฟ้าคงเห็นกันหมด
“น้องอาย คนไม่เห็นเรา แต่ผีตนอื่นเล่า” หล่อนบอกความกังวลกับเขา
“บนเรือนฉัน ไม่มีสิ่งใดมองเข้ามาได้” เพราะเกราะกำบังที่ปิดตาทั้งเหล่าภูตผี เจ้าที่เจ้าทางหรือแม้แต่เทวดานางฟ้าก็ไม่อาจมองเข้ามาได้
“อย่างนั้นหรือจ๊ะ”
“อืม ไปดูดาวกัน” ร่างสูงใหญ่ลุกขึ้นยืนและเดินผ่านบานประตูไปยังชานเรือนที่เวลานี้มองเห็นดาวบนท้องฟ้าได้ชัดเจน
เสากลางชานเป็นที่ยึดจับของผีสาว เวลานี้หล่อนใช้สองมือจับเสาไว้แน่น ในขณะที่ส่วนลำตัวกำลังก้มโค้งให้คนด้านหลังตอกอัดเข้ามา ท่านี้คุณศรัณย์บอกว่าเป็นท่าหมา เขาอยากลองแต่ยังไม่เคยได้ทำ ความคิดประหลาดของพ่อหมอหนุ่มช่างน่ากระดากอาย แต่เมื่อโดนเขาแทงเข้าลึกกว่าทุกท่าที่หล่อนโดนตอกมานั้น ดาวก็ได้แต่บอกกับตนเองว่า
ท่านี้สุดยอด มิน่าเล่า เดือนสิบสองหมามันจึงร้องหาคู่ไม่หยุด เพราะมันเสียวจนสุขอย่างนี้นี่เอง จากท่าหมาคุณศรัณย์บอกว่าอยากได้ท่าที่เขาอุ้มหล่อนบ้าง
อุ้มอย่างไรกันเล่า หล่อนไม่ใคร่จะเข้าใจ แต่เมื่อเขาช้อนอุ้มหล่อนไว้ด้านหน้าจากนั้นก็ยกตัวหล่อนขึ้นลงและขึ้นลงเท่านั้น หล่อนรู้แล้วว่าท่าอุ้มนี่ก็ดีเหลือเกิน น้ำรักของหล่อนไหลอาบสองขาของคุณศรัณย์ หล่อนกรีดร้องหนักขึ้นเมื่อเขาดูดยอดอกและกัดเม้มมันอย่างเอร็ดอร่อยในขณะที่ส่วนล่างยังคงตอกเข้าหาหล่อน
สุขสม สั่นระริกและแตกกระจาย ผีสาวคิดว่าคงหมดเท่านี้สำหรับค่ำคืนนี้เมื่อเขาพ่นน้ำในโพรงหล่อนถึงสามครั้ง แต่พ่อหมอผู้ทรงพลังยังคงไม่หมดกำลังโดยง่าย จากนั้นเขาก็ชวนหล่อนนั่งชมดาว เขานั่งบนเก้าอี้หวายรองด้วยเบาะนุ่ม ส่วนหล่อนนั้นนั่งบนตักแกร่ง หล่อนกับเขาหันหน้าไปทางเดียวกันเพื่อเอนหลังชมดาว
มันเป็นการชมดาวที่หล่อนแทบมองไม่เห็นดาว เพราะความเสียวเล่นงานหล่อนอีกคราเมื่อเขาเสียบดุ้นใหญ่ยาวในร่องรักแสนหวาน
จากนั้นเขาก็โยกเก้าอี้หวายไปมา ทุกจังหวะที่เก้าอี้โยก ท่อนเนื้อของเขาจะปักในกายหล่อนลึกขึ้น
“อ้าขาออก วางบนนี้” เขาออกคำสั่งให้หล่อนอ้าขาออกกว้างและวางสองขาไว้บนที่พักแขน หล่อนพิงอกกว้างหลับตาด้วยความเขินอาย เวลานี้กลีบสาวของหล่อนแหวกอ้าโดยที่มีท่อนเนื้อเขาปักคาไว้
“ตรงนี้เสียวไหม”
“อ๊ะ!” แทนคำตอบของหล่อนคือเสียงครางและแรงสะดุ้ง
“บี้ตรงนี้จะสุขมาก” เขากระซิบข้างหู จากนั้นก็บี้ตรงติ่งเนื้อ หล่อนไม่เคยรับรู้เลยว่าเจ้าติ่งเนื้อเต่งนั่นจะสร้างความหรรษาได้เพียงนี้
“อา…เสียวค่ะ น้องเสียว” เสียงหวานครางเรียกเขาราวกับว่าหล่อนเป็นเมียของเขา
“เสียวมากไหมจ๊ะดาว” คำจ๊ะจ๋าที่หมอผีหนุ่มไม่เคยพูดมาก่อนเวลานี้เขาอยากจะพูดเอาใจคนที่เสียวจนร้องครางไม่เป็นภาษา ยิ่งหล่อนเสียวเขายิ่งสุขตาม ความอุ่นวาบจากน้ำรักนั่นยิ่งทำให้อารมณ์ใคร่ราคะลุกโชน
“เสียวมากค่ะ น้องเสียวเหลือเกิน” ผีสาวไม่เคยคิดมาก่อนว่าคำพูดน่าอายเช่นนี้จะหลุดจากปากของสตรีเช่นหล่อน
ผู้หญิงที่เป็นกุลสตรีแม้แต่มือชายหล่อนยังไม่เคยแตะต้องหากแต่เวลานี้หล่อนกำลังแหกขา อ้ากลีบสาวให้ชายคนหนึ่งร่วมสังวาสราวกับสตรีร่านร้อน ราวกับสัตว์ที่สมสู่กัน
แม้จะน่าอายหากแต่ว่าความสุขที่ได้รับนั้นมากมาย หล่อนไม่เคยได้สัมผัสความสุขเช่นนี้มาก่อน ความสุขระหว่างชายหญิง เพียงแค่เปลี่ยนท่วงท่าความสุขก็มากล้นอย่างไม่อาจห้ามร่างกายให้ปล่อยน้ำรักไหลฉีดพุ่งอย่างน่าอายในท่านี้
ผีสาวยกมือขึ้นปิดใบหน้างามเมื่อเห็นว่าน้ำรักของตนเองครั้งนี้ฉีดพุ่งไกลราวกับว่าหล่อนกำลังฉี่ราด
“อ๊า!!!” ยกมือปิดหน้าด้วยความอาย หากแต่คุณศรัณย์กลับหัวเราะชอบใจ เขากระเด้าเอ็นขึ้นแทงแรงกว่าเดิม คำรามเสียงดัง บีบเคล้นหน้าอกหล่อนอย่างหยาบโลน
“ลูกสาวเจ้าค่ะ คุณหลวง” หมอตำแยรีบออกมาบอกผู้เป็นพ่อที่เพิ่งเดินขึ้นเรือนมาด้วยความร้อนอกร้อนใจ“เป็นอย่างไรบ้าง”“ดีเลยเจ้าค่ะ น่าชังยิ่งนัก” หมอตำแยรีบบอก คุณหลวงถอนหายใจอย่างโล่งอกโล่งใจเช้าวันต่อมาคุณหลวงรีบเร่งไปวัดใกล้บ้านเพื่อหารือเรื่องลูกและดวงเกิดของลูกสาว“ชื่อเพราะ เอาตามที่โยมว่านั่นแหละ ชื่อเป็นมงคลดีแล้ว” หลวงพ่อชราเอ่ยกับคนตรงหน้า พระท่านถอนหายใจครั้งหนึ่งก่อนจะพูดต่อ“ลูกคนนี้มีดวงอุปถัมภ์ค้ำจุนครอบครัวและคนรอบข้าง แต่มีบางสิ่งที่ต้องระวัง” คำของหลวงพ่อทำให้สีหน้าของผู้เป็นพ่อจืดเจื่อนไปถนัดตา“ต้องระวังสิ่งใดขอรับ”“คืนก่อนเป็นคืนราหูทั้งที่มิควรเป็น คืนที่พระจันทร์งดงามเช่นนี้กลับกลายเป็นคืนราหู” คำบอกเล่าของหลวงพ่อตรงหน้าทำให้หลวงพิชิตยิ่งงงเป็นไก่ตาแตก เข้าใจเพียงครึ่งที่หลวงพ่อพูด“อย่างไรหรือขอรับ” สุดท้ายในเมื่อไม่เข้าใจ หลวงพิชิตก็เก็บความฉงนไว้ไม่ได้เอ่ยถามออกไป“เป็นคนดวงแข็ง เกิดในคืนราหูอมจันทร์นั่นเท่ากับว่าดวงของลูกโยมมีพลังแห่งเงาและความมืด เป็นพลังที่คนชั่วอยากได้นักแล”“อยากได้ไปทำไมขอรับ” หลวงพิชิตเอ่ยถามอย่างเป็นกังวล“เอาไปทำสิ่งไม่ดี เอ็งอย่าอยาก
“ยังไงวะ สอนข้าหน่อย” ไอ้ชดขยับเข้ามาอีกหน่อยเพราะเรื่องนี้ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่พูดเสียงดังกันได้“ตอนที่น้ำกำลังจะพุ่งมึงต้องเอาออกมาพุ่งด้านนอก” คำสอนของไอ้กล้าทำคนฟังชะงักไปนิดพลางคิดในใจว่า กูจะชักออกอย่างไรให้ทัน“มันทำได้เหรอวะ เวลานั้นกูไม่อยากเอาออกมาเลย” ไอ้ชดเอ่ยแย้ง เขาอยากกดแช่ไว้แล้วพุ่งในตัวเมียมากกว่าดึงออก“กูถึงบอกว่ามันต้องฝึกไง ไม่งั้นมึงก็หายาต้มมาให้เมียมึงกิน” ไอ้กินยาต้มนี้ไอ้ชดก็ให้เมียกินเช่นกัน แต่เมียเขามันบอกว่ามึนหัวเวลากิน ไอ้ชดเลยไม่อยากให้กินบ่อย“เอาออกมาแล้วมันจะพุ่งเหรอวะกล้า”“มึงก็เอามือรูด ๆ แรง ๆ เดี๋ยวก็พุ่งออกมา”“ไม่ท้องแน่นะ”“มันก็อยู่ที่ความสามารถของมึงไอ้ชด” กล้ายกยิ้มอย่างเป็นต่อ เพราะเขาเป็นผู้ใช้วิธีนี้ได้ผล อยากเสพสุขกับเมียเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกังวลใจว่าจะมีลูกหลายเดือนผ่านไปใบหน้าของชดแช่มชื่นเพราะอารมณ์คั่งค้างได้ปลดปล่อยทุกคืนและวิธีที่ไอ้กล้าบอกก็ได้ผลนักแล“เป็นอะไรอารมณ์ดีเชียว” ศรัณย์ถามลูกน้องคนสนิท“ไอ้ชดไม่มีลูกเพิ่มแล้วนะครับ”“เหรอ ทำไมล่ะมีเพิ่มก็ได้นี่จะได้ช่วยกันทำงาน ที่นี่มีงานให้ทำอีกเยอะ” ศรัณย์พูดถึงโรงสีข้าวขนาด
“อา...อ๊ะ ดาวพี่เสียว” เวลาร่วมรักศรัณย์จะร่ายอาคมครอบกระท่อมไว้ ฤทธิ์เดชของมนตร์นั้นทำให้คนหรือแม้แต่ผีสางเทวดาก็มองไม่เห็นว่ายามนี้เขากับดุจดารากำลังขย่มกันชานกระท่อมแทบพัง“เสียวจัง อา...อา ดาวเสียวจังค่ะ” หล่อนครางบอกเขา สายตาหล่อนปรือหวานด้วยความรัญจวนที่ได้รับเกินกว่าจะห้ามกิริยาไว้ได้“พี่ก็เสียว น้องตอดพี่ตุบ ๆ เลย” ศรัณย์เองเวลานี้เขาเองก็ไม่หลงเหลืออากัปกิริยาของสุภาพบุรุษ เวลาเช่นนี้ความเร้าใจ ความดิบเถื่อนเท่านั้นที่พวกเขาต้องการศรัณย์นอนลงโดยที่ดุจดาราล้มตัวลงทาบอยู่บนอกแกร่งจากนั้นชายหนุ่มก็ทำให้หล่อนรู้ว่าสุขจนตาลอยน้ำตาไหลอาบแก้มเป็นเช่นไร เมื่อเขากระแทกจากด้านล่างทำให้ร่างบางบนอกกรีดร้องด้วยความสุขเสียวเขาเองก็ครางราวกับสัตว์ป่ากำลังโดนทำร้าย หากแต่ความจริงเขากำลังเป็นสัตว์ป่าที่กำลังเมามันในกามาที่แสนสุข“พร้อมกันดาว” เมื่อคำสั่งของเขาดังขึ้นร่างบางก็กระตุกรับความอุ่นวาบที่ไหลเข้าสู่กายสาว ใบหน้างามร้อนด้วยพิษรักแนบกับอกแกร่งหล่อนยังเสียวและกระตุกตอดเขาไม่หยุด ทั้งสองกดกายแช่ไว้ในกันและกันด้วยรู้ว่าบทรักรอบเดียวไม่เพียงพอทั้งเขาและหล่อนบทรักรอบสองเกิดขึ้นเมื่อเขา
ตอนพิเศษ 1 ทำด้วยกันได้แล้วหลังกลับจากวัดสองคนผัวเมียนั่งอยู่ที่กระท่อมชายทุ่ง ดุจดารายิ้มกับแสงแดดและสายลม“ยิ้มอะไรรึ” ศรัณย์ช้อนร่างบางของเมียรักขึ้นนั่งบนตัก กดจมูกหอมแก้มหล่อนฟอดใหญ่ วันนี้เมียรักเขาอารมณ์ชื่นบานนัก ไม่รู้ว่ายิ้มกับสิ่งใด“ก็วันนี้ดาวมีลูกให้พี่ได้ ไปวัดกับพี่ได้ บอกกับคนอื่นได้ว่าเป็นเมียพี่ศรัณย์”“พี่ขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะพูดเช่นนั้นกับน้อง เวลานั้นพี่ต้องทำให้น้องเกลียดพี่และยอมไปจากพี่” นึกถึงคำพูดนั้นทีไรหัวใจของศรัณย์ก็ปวดร้าวทุกครา“ดาวไม่ได้โกรธแล้ว อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิคะ เพราะคำพูดวันนั้นทำให้เรามีวันนี้อย่างไรคะ” ดุจดารายิ้มหวานให้เจ้าของตักและอ้อมกอดอบอุ่น หล่อนซุกหน้าลงบนอกกว้าง“จำได้หรือไหมว่าตรงนี้เราทำอะไรกัน” ชานกระท่อมที่ไม่มีฝาไม้ไผ่ปิดบังสายตาผู้คน คำถามนั้นทำให้ดุจดาราหน้าร้อนถ้าเขาถามอย่างนี้จะมีอะไรเล่าที่เราทำร่วมกันบนกระท่อมปลายนาเช่นนี้“น้องอายนะคะ” ปากบอกว่าอายแต่มือกลับไม่ปัดป้องยามมือใหญ่หนาลูบไล้เนินนางใต้กระโปรงและกางเกงชั้นใน“หันหน้ามาทางพี่ คร่อมพี่ไว้ ไม่ต้องอายไม่มีใครเห็น”“ตอนเป็นวิญญาณรู้ว่าไม่มีใครเห็น แต่ยามนี้น้องเป็นค
เรื่องมาลากับสมหมายผ่านไปเพียงไม่นาน ไอ้กล้าก็คลานเข่าเข้ามาหาศรัณย์ในตอนที่ชายหนุ่มอยู่ตามลำพัง ไร้เงาเมียเจ้านายและไอ้ชดคนติดเจ้านาย“มีอะไรกล้า”“คุณศรัณย์ไปขอสาวให้ผมหน่อยครับ” ขอสาว คำนี้ศรัณย์ต้องขมวดคิ้วอย่างไม่อยากเชื่อ เขาไม่เคยได้ยินว่าไอ้กล้าจะชอบพอใคร“ใครรึ”“คนไม่ไกลนี่แหละครับ” ได้ยินมันบอกเช่นนั้นศรัณย์ยิ่งสนใจใคร่รู้ว่าคนไม่ไกลที่มันหมายถึงคือใคร“จะบอกได้หรือยัง เดี๋ยวกูก็ไม่ไปขอให้หรอก”“บอกแล้วครับบอกแล้ว นังสร้อยนะครับ” ไอ้กล้าตอบพร้อมทั้งบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย ศรัณย์เบิกตากว้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่าไอ้กล้าจะถูกใจสาวที่เจอหน้ากันทีไรก็มักจะวิวาทะกันเสมอ“มันอย่างไรวะไอ้กล้า ข้าไม่อยากเชื่อ” ศรัณย์ถามอย่างปรีดา ในช่วงเวลานั้นเองที่ดุจดารากับสร้อยก็เดินขึ้นเรือนมาพอดี“น้องดาวมานี่เร็ว” ดุจดาราเร่งจังหวะฝีเท้าขึ้นเมื่อผู้เป็นผัวเร่งเร้า หล่อนเดินไปยังตั่งที่สามีนั่ง หย่อนกายลงนั่งข้างกันบนตั่งไม้สักที่อยู่มุมหนึ่งของเรือน ข้างหน้าเห็นว่าไอ้กล้านั่งเหงื่อตกอยู่“มีอะไรหรือคะ” ดุจดาราเอ่ยถาม มองหน้าคนข้างกาย รอฟังสิ่งที่เขาจะเล่า“ไอ้กล้ามันให้พี่เป็นเถ้าแก่”“เป็น
“อ้าว มาลามาได้อย่างไร แล้วใครดูร้านรึ” คุณหญิงไพลินตกใจเมื่อเห็นว่ามาลา ผู้เป็นน้องสาวมาปรากฏที่ห้องนั่งเล่นของเรือนที่บางปะอินแทนที่จะอยู่ที่พระนครเพื่อดูแลร้าน“เอ่อ...เอ่อ” มาลาอ้ำอึ้ง มือวางบนหน้าขาตัวเองขย้ำกระโปรงสีหวานไปมา มาลาเป็นคนสวย แต่งตัวราวสาวสมัยใหม่ด้วยเพราะต้องดูแลร้านตัดเสื้อของพี่สาวเพราะความงามทำให้ในวัยสาวหล่อนพลาดพลั้งเผลอใจกับคู่หมั้นหนุ่ม แต่เมื่อเขาได้เชยชมสมใจกลับไม่ยอมแต่งงานอย่างที่ตกลงกันไว้ แม้จะได้ของหมั้นมาทั้งหมดแต่มาลาก็อับอายจนไม่กล้ารักใคร่ผู้ใดอีก“มีอะไรรึ อ้ำอึ้งอยู่ได้” คุณหญิงไพลินใจคอไม่ดีจึงเอ่ยถามน้องสาวอย่างอยากรู้ อาการเช่นนี้และพาตัวเองมาถึงบางปะอินคงไม่ใช่เรื่องขี้ปะติ๋วเป็นแน่“ฮือ...ฮือ ฉันท้องจ้ะพี่ไพลิน” คำตอบของมาลาทำให้คุณหญิงไพลินและดุจดาราเบิกตากว้างด้วยไม่อยากเชื่อว่ามาลาจะท้อง ในเมื่อหล่อนไม่มีคนรักหรือสามี จะท้องได้อย่างไร“ท้อง!!!” คุณหญิงไพลินลุกขึ้นยืนกำมือแน่นด้วยความโมโห“ฮือ ๆ” มาลาร้องไห้ตัวโยน น้ำตาของหล่อนไหลอาบทั้งสองแก้ม ดุจดาราจำต้องรีบเข้าไปโอบกอดผู้เป็นน้าไว้แน่น“ใจเย็นก่อนค่ะแม่” ดุจดาราผู้ไม่เคยเห็นแม่ของหล่







