Share

บทที่ 2 ปะทะ

last update Petsa ng paglalathala: 2025-12-23 22:41:18

บทที่ 2

ท่าเรือ เวลา 02:20

ยามค่ำคืนที่ผู้คนหลับใหลมีเพียงความเงียบสงัดจนได้ยินเสียงสายลมดังหวีดหวิวหอบไอชื้นจากแม่น้ำและเสียงคลื่นซัดสาดกระทบโป๊ะเรือเบาๆ

แสงไฟสว่างจ้าจากเสาไฟสูงสาดส่องบนลานพื้นกว้างใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งเรียงรายซ้อนกันราวกำแพงขนาดยักษ์ เงาดำมืดของตู้ทับซ้อนช่วยอำพรางร่างเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังแอบสังเกตการณ์พวกมันจากมุมอับ

“พวกมันนัดที่นี่จริงๆ ด้วยผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบกระซาบบอกเมื่อเห็นแก๊งพยัคฆ์ทมิฬเดินมายังจุดนัดหมาย

คนเหล่านั้นแต่งตัวโทนดำสีเดียวกับแม่น้ำยามค่ำคืน ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ดุดัน บางคนมีรอยแผลเป็นตามตัวบ่งบอกถึงประวัติอันโชกโชนด้านอาชญากร มีปืนสั้นเหน็บด้านหลังเพิ่มความโหด

“จ่า อย่าลืมเก็บหลักฐาน” โชคดีที่พวกหล่อนมาทันเวลา

“เราควรจะโทรบอกเรื่องนี้กับสารวัตรดีไหมครับผู้กอง พวกเรามากันแค่สามคนคงสู้ไม่ไหวแน่” หมวดปัญณวิชญ์หันมามองหน้าหล่อนด้วยความกังวลฉายชัด

“ดีเหมือนกัน งั้นนายโทร.ขอกำลังเสริมจากทีมหมวดวัฒน์ทีนะ อย่าลืมเรียกทีมพยาบาลฉุกเฉินมาด้วยบอกเลยว่าด่วนมาก” มันมีกันตั้งเกือบยี่สิบคน พวกเธอมีแค่นี้คงยากที่จัดการกับพวกมันทั้งหมด

“ได้ครับ” รับคำเสร็จปัณณวิชญ์ก็ต่อสายรายงานสารวัตรภาคภูมิทันทีแม้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่โทร.ไปยังไงท่านก็ไม่รับสาย เขาเลยเปลี่ยนไปโทร.หาหมวดวัฒน์แทน โชคดีที่เพื่อนเขารับสาย

“ผู้กอง พวกมันกำลังแลกเปลี่ยนสินค้ากันแล้ว เอาไงดีครับ ถ้ารอกำลังเสริมจากหมวดวัฒน์คงไม่ทันการณ์แน่ๆ” น้ำเสียงเครียดจากจ่าวิชิตไม่ต่างจากสีหน้าผู้กอง

นารันมากนัก หล่อนขมวดคิ้วมุ่นอย่างคนสับสนและคิดอย่างหนักราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“เอางี้” หล่อนกระซิบแผนการให้จ่าวิชิต จ่าวัยกลางคนเลิกคิ้ว เบิกตามองหญิงสาว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหล่อนจะคิดอะไรแบบนี้ได้แม้ในสถานการณ์คับขัน

“เข้าใจใช่ไหมจ่า”

“เข้าใจครับ” มาถึงตอนนี้แล้ว ต้องสู้เท่านั้น ผ่านคืนนี้ไปได้ เขาจะกลับไปกอดลูกกอดเมียให้ชื่นใจหลังปฏิบัติภารกิจหนักหน่วงมาหลายคืน

“ดี”

“ผู้กองครับ หมวดวัฒน์รับปากว่าจะพาทีมกลับมาที่นี่ในอีกสามสิบนาทีครับ” เพราะเมื่อครู่สารวัตรสั่งพวกเขาต่างแยกย้ายกันไปแล้วกว่าจะเรียกรวมตัวและมาถึงที่นี่คงใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง

“นานไป แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี” หล่อนประมวลผลเวลาอย่างรวดเร็ว

“ผู้กอง พวกมันกำลังจะแยกย้ายแล้วครับ”

“ไม่มีเวลาแล้วจ่า จัดการตามแผน” นารันตัดสินใจเด็ดขาดในเสี้ยววินาที เพราะถ้าช้ากว่านี้ ทุกอย่างคงสายเกินไป

“รับทราบ” หมวดปัณณวิชญ์รับคำหนักแน่น

“หมวด ไปกับฉัน”

“ครับ”

“หยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางของกลางลงพื้น แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” เสียงห้าวหาญของผู้กองสาวในชุดปฏิบัติการดังสะท้อนก้องกลางท่าเรือ ความงามอันเด็ดเดี่ยวของเธอทำให้หลายคนตะลึง แต่คงไม่ใช่เวลานี้สำหรับพวกชายฉกรรจ์

นารันมองไปยังกลุ่มมาเฟียด้วยท่าทีนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไม่หวาดกลัวแม้คนร้ายจะมีมากกว่า พร้อมทั้งเล็งอาวุธประจำกายไปยังกลุ่มคนร้ายในระดับสายตา มือสองข้างกุมปืนไว้แน่นอย่างมั่นคง นิ้วชี้แตะเบาๆ บนไกปืน พร้อมจะเหนี่ยวไกหากสถานการณ์บีบบังคับให้หล่อนต้องยิง

“มาแค่สองคนคิดว่าพวกกูกลัวงั้นเหรอ” ฉัตรตฤน ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ใบหน้าหล่อเหลาหากถูกบดบังด้วยรอยแผลเป็นนูนทางยาวบนหน้าผากจนถึงหางคิ้ว ตะโกนด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นดูแคลนไปยังสาวสวยที่อ้างว่าเป็นตำรวจ

ฉัตรตฤนซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬเต๊าะปากเล่นอย่างยียวนชวนหาเรื่อง ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยสักนิด ส่งสัญญาณให้ลูกน้องยกมือปืนขึ้นเล็งไปยัง

นารันและปัณณวิชญ์ทันที

“ใครว่า” นารันยิ้มเยาะ ทันทีที่หล่อนพูดจบ เสียงหวอก็ดังสนั่นก้องทั่วพื้นที่ พวกคนร้ายต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัวมองหน้ากันไปมาด้วยความคาดไม่ถึง

ปัณณวิชญ์เองก็เช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่แท้จ่าวิชิตยืมโทรศัพท์มือเขาไปเพื่อสิ่งนี้นี่เอง เขาอยากถามผู้กองใจจะขาดว่าคิดแผนนี้ขึ้นมาได้ยังไง

จ่าวิชิตแม้อายุจะมากแต่ก็เชี่ยวชาญเทคโนโลยีพอๆ กับเขา จ่าจึงใช้วิธีเชื่อมโทรศัพท์กับวิทยุรถตำรวจเปิดคลิปเสียงด้วยการป้อนข้อความ

ส่วนโทรศัพท์อีกเครื่องก็เปิดคลิปเสียงสั่งการหน่วยปฏิบัติการแต่ละหน่วยที่เคยอัดเอาไว้หลอกให้เหมือนมีกำลังพลหลายนายล้อมจับไว้จริงๆ

“ทุกคนฟังให้ดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมกำลังพลไว้หมดแล้ว ไม่มีทางหนี ผมขอให้พวกคุณวางอาวุธและของกลางลง แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของจ่าวิชิตดังมาจากโทรโข่งที่ไหนสักแห่ง

“ทีมหนึ่งล้อมทางทิศใต้ ทีมสองประจำทิศเหนือ อย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว” ฉัตรตฤนยิ้มค้าง ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะพาพวกมากันมากมายขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ทำการเปลี่ยนสถานที่เพื่อหลอกล่ออีกฝ่ายแล้ว

คนร้ายชะงัก เมื่อสบสายตาเข้ากับหญิงสาวที่เปล่งประกายด้วยความกล้าหาญและความระแวดระวัง ทุกก้าวของหล่อนรอบคอบ แต่มั่นคงเพื่อรักษามุมยิงและลดช่องโหว่ในการโจมตีจากคนร้าย

สายลมพัดผ่านนำพาความเย็นเยียบ แต่เธอยังคงนิ่ง แม้สถานการณ์ตึงเครียดพร้อมปะทะได้ทุกเมื่อ

“ฉันไม่อยากใช้กำลัง วางปืนลง ทุกคนวางอาวุธเดี๋ยวนี้” เธอตะโกนสั่งเสียงหนักแน่นอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

นารันจ้องไปยังกลุ่มคนร้ายตาไม่กะพริบ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเสี้ยววินาทีต่อจากนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดขยับก่อนก็ตาม แต่ความสง่างามและท่วงท่าอันเยือกเย็น แววตากดดันของนารันทำให้พวกมันบางคนเริ่มลังเล หวั่นไหวในใจลึกๆ อยากยอมแพ้ มอบตัวเสียโดยดี

“เอาไงดีลูกพี่” หนึ่งในนั้นถามหัวหน้าเสียงเบา แววตายังคงไม่ละไปจากเรือนร่างอรชรในชุดเครื่องแบบ

“อย่าคิดนานให้เสียเวลาเลย อ้อ อีกอย่างอย่าแม้แต่จะคิดกระโดดน้ำหนีเชียวล่ะ ตำรวจบนเรือไม่ปล่อยให้พวกนายว่ายน้ำถึงฝั่งหรอก มอบตัวเสียดีกว่า” หมวดปัณณวิชญ์สมองไวเข้าใจแผนการผู้กองจึงพูดกดดันพวกมัน

“พวกมึงกลัวอะไร ยิงเลยสิ ยืนบื้ออยู่ได้” กรชิต คู่ค้าฉัตรตฤนหัวเสียไม่คิดว่าจะมาติดกับตำรวจ ตอนแรกเขานึกว่าโดนแก๊งพยัคฆ์ทมิฬหลอก แต่หลังจากพิจารณาสถานการณ์แล้วไอ้ฉัตรตฤนเองก็คงไม่รู้เรื่องนี้ก่อน

พอลูกน้องได้ยินแบบนั้นก็สาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่สองคนที่ยืนประจันหน้าทันที

ปัง เสียงปืนแหวกกลางอากาศ

เมื่อเกิดการปะทะเกิดขึ้น ฉัตรตฤนก็ถูกกันตัวไปยังที่ที่ปลอดภัย เหลือไว้เพียงลูกน้องที่ต่อสู้กับตำรวจ

นารันสบถอย่างหัวเสียเมื่อคนพวกนี้คิดต่อสู้ ในใจภาวนาให้หมวดวัฒน์พาทีมสนับสนุนมาถึงที่นี่เร็วๆ

นารันกระชากมือผู้หมวดวิ่งเข้าไปซ่อนหลังตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างหวุดหวิด

“ผู้กองเราแย่แน่ครับ” น้ำเสียงหอบเหนื่อยตามอัตราการเต้นของหัวใจ ปัณณวิชญ์ที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเอ่ยด้วยความวิตกกังวล โชคดีที่เมื่อครู่กระสุนไม่โดนตัวเขาเพราะถูกผู้กองกระชากตัวออกห่างจากวิถีกระสุนก่อน ไม่อย่างนั้นเขาเองก็ไม่อยากคิด

“เดี๋ยวหมวดวัฒน์ก็มา” ประโยคเดียวสั้นๆ ที่ทำให้คนฟังพอมีความหวังขึ้นมา ปัณณวิชญ์พยักหน้ารับ ใจที่กังวลเมื่อครู่ผ่อนคลายลงไปบ้างเล็กน้อย

ปัง ปัง

เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องท่ามกลางเมือง นารันตั้งสติ จิตใจแน่วแน่มั่นคงแม้ในยามสถานการณ์เลวร้าย หล่อนกระชับปืนในมือแน่นยิงสวน

“โอ๊ย” หนึ่งในคนร้ายผู้โชคร้ายล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเมื่อกระสุนนัดหนึ่งฝังที่ต้นขาด้านซ้าย

“เฮ้ย อยู่ไหนวะ ตำรวจที่มาล้อมพวกกู ไม่เห็นหัวสักคน ถุ้ย” ตั้งแต่เกิดเหตุปะทะเขาไม่เห็นเจ้าหน้าที่ที่ซ่อนตัวในความมืดวิ่งออกมาช่วยสักคน เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกฉัตรตฤนก็โกรธจัด กล้าดียังไงใช้เล่ห์เหลี่ยมกับแก๊งมาเฟียอย่างพวกเขา

“หมวด เราต้องแยกกัน ไม่อย่างนั้นคงได้ตายหมดแน่ ส่วนจ่าวิชิตคงเอาตัวรอดได้ หมวดช่วยยิงสกัดให้ที ฉันจะไปตามหัวหน้าพวกมัน” หลังปะทะเธอเห็นฉัตรตฤนกับ

กรชิตวิ่งหลบหนีพร้อมของกลางไปอีกทาง ถ้าหากหล่อนพลาดวันนี้ก็คงหาโอกาสจับพวกมันยากขึ้น

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   จบบริบูรณ์

    นารันเรียกพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ พูดคุยบางอย่างไม่ถึงนาที พนักงานคนนั้นมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมายังพวกเขายืนอยู่ “สวัสดีค่ะ พอดีมีโปรโมชั่นใหม่มาแนะนำสำหรับสมาชิกห้าสิบคนแรก สมัครวันนี้ลดทันที เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เมื่อครู่เธอก็แนะนำโปรโมชั่นแก่ลูกค้าสองท่านนี้ไปแล้วเพียงแต่ไม่ใช่ลดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณมุกพิชชาบอก“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ” วัฒน์กับปัณณ์หันมามองหน้ากันอย่างตกใจ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้าแทบพร้อมกันแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา“ตกลงครับ/สมัครครับ”นี่มันโชคหล่นทับกันชัดๆ ทั้งส่วนลดที่ได้มาอย่างไม่น่าเชื่อ และเจ้าของยิมที่ชื่อมุกพิชชา ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แค่การพบกันครั้งแรก แต่คล้ายกับเคยรู้จักกันมาก่อนลึกกว่านั้น ใกล้ชิดกว่านั้น ราวกับความผูกพันบางอย่างยังคงหลงเหลืออยู่ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนทุกสิ่งไปแล้วก็ตามห่างออกไปนั้น สองร่างที่ความสูงต่างกัน เดินเคียงคู่ออกมาจากยิม“เป็นยังไงบ้าง ได้เจอเพื่อนร่วมงานเก่า”ภีมวัจน์ถามเสียงเบา สายตายังคอยมองใบหน้าภรรยาไม่วาง เห็นชัดว่าห

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เหมือนจนไม่อยากจะเชื่อ

    เพราะเรื่องราวที่พ่อกำลังเล่าอย่างจริงใจคือเรื่องของเธอคือชีวิตของเธอคือความเจ็บปวดของเธอ ทั้งหมด ตรงหน้าและเขาพ่อแท้ๆ ของเธอ กำลังกอดเธออยู่แต่ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่เขาคิดว่าตายไปแล้วกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเขาเองนารันร้องไห้เงียบๆ อย่างเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะนี่เป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียว ที่เธอได้ยินคำว่าพ่อ พูดถึงเธอด้วยความรักแบบนี้คืนนั้นนารันกลับมานอนที่บ้านพ่อพร้อมภีมวัจน์ หลังจากวันที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและความจริงมากมาย เธอกลับรู้สึกเหมือนได้พักใจในที่ที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะเบาๆ ลอยมาตามลมตั้งแต่ก่อนจะก้าวเข้าประตู เพราะภีมวัจน์ให้ลูกน้องไปรับภูธเนศ พ่อของเขา และเพื่อนรักของเมธานินท์ ให้มาทานมื้อเย็นร่วมกันที่คฤหาสน์โต๊ะอาหารยาวโอ่อ่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา กลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เมื่อทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเดียวกัน กลิ่นอาหารจากครัวลอยฟุ้ง เสียงถ้วยชามสีกระทบกันดังจังหวะเบาๆ ปะปนไปกับบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาดเมธานินท์คอยตักกับข้าวให้ลูกสาวไม่ห่าง เห็นหล่อนทานได้ดี เขาก็ยิ้มได้ทั้งหน้า น้ำเสียงที่ใช้คุยกับทั้งนารันและภีมวัจน์เต็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ความลับ ความบังเอิญ โชคชะตา

    พอโตขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้ว ไม่ได้ต้องการจากพวกเขาอย่างที่เคยตัดพ้อในช่วงเด็ก” น้ำเสียงหล่อนราบเรียบไร้อารมณ์ ภีมวัจน์รับรู้ได้ทันทีว่ากว่าเธอจะเข้มแข็งได้มากขนาดนี้ เธอต้องแตกสลายไปแล้วกี่รอบ ร้องไห้ไปแล้วกี่หน เรื่องราวของเขาที่พบเจอเทียบไม่ได้กับเรื่องของเธอเลยสักนิด เขาโชคดีที่ยังมีพ่อ แต่นารันกลับมีเพียงแค่คุณยาย อยู่กันเพียงสองคนลำพัง“แล้วถ้าหากตอนนี้จู่ๆ พ่อรันโผล่มาล่ะ รันจะทำยังไง” นานกว่านาที ภีมวัจน์ถึงตัดสินใจถามคำถามนี้พร้อมกุมมือเธอเบาๆ ราวกับกำลังปลอบโยนหล่อน“คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถ้าจะมาคงโผล่มานานแล้ว คงไม่ต้องรอจนถึงป่านนี้ จะสามสิบปีแล้ว เขาคงมีลูกโตแล้วป่านนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายใดๆนารันไม่ได้คาดหวังว่าในชีวิตนี้จะได้เจอกับคนที่เป็นพ่อ เพราะหล่อนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอเขา หล่อนไม่ชอบความรู้สึกของการถูกทิ้ง ความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใครอีกแล้ว หากต้องเจอเขา ความรู้สึกนี้ก็คงวนเวียนกวนใจหล่อนไม่เลิกภีมวัจน์สังเกตภรรยาสาวแล้วก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดหรือโกรธแค้นคนเป็นบิดา แต่กว่าเธอจะเข้มแข็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ธุรกิจใหม่

    บทที่ 30หลังจากจบเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงพิธีศพของฉัตรตฤณ ฉัตรปวีย์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ หล่อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงบุตรและทายาทเท่านั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอจึงไม่ได้ถูกจับกุมใดๆ แต่ถึงอย่างนั้นสังคมกลับตราหน้าเธอ ที่หล่อนเสวยสุขมีเงินซื้อของแพงๆ ได้เพราะเงินผิดกฎหมาย เพื่อนพ้องที่เคยอ้อมล้อมต่างพากันหนีหายฉัตรปวีย์กลายเป็นไฮโซตกอับไร้มิตร แถมสภาพจิตใจก็ยังย่ำแย่ อยู่ที่นี่ต่อไม่เป็นผลดี หล่อนจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างถาวร“คุณพราวครับ คุณณิรชาขอเข้าพบครับ” บลูเดินมารายงานนายหญิงของบ้านยังห้องนั่งเล่น ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายสอบสวนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“ให้เธอเข้ามาเลยค่ะ” หลังจากจบภารกิจ เธอก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย“สวัสดีค่ะคุณพราว คือแพรมาขอลาค่ะ เพราะผู้ชายคนนั้นก็ถูกจับแล้ว” เธอไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านตัวเองเพื่อเยี่ยมยาย หลังจากผ่าตัดครั้งนั้น ทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี คุณมุกพิชชาจ้างพยาบาลส่วนตัวไปดูแลยายเธอที่บ้านให้ ขณะที่เธอต้องออกมาทำงาน ซึ่งหล่อนอยากจะขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าจนไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว“แล้วต่อ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เอาคืน

    ตอนที่เธอถูกเชือดมัดมือ นารันแก้มัดเชือกด้วยการพยายามใช้นิ้วล้วงมีดใบเล็กมาจากกางเกงขาสั้นที่หล่อนสวมไว้ด้านในชุดเดรสขณะนอนคุดคู้ในรถค่อยๆ ตัดเชือกอย่างระมัดระวัง พลางร้องไห้ ให้ชยพลตายใจวันนี้หล่อนสวมเดรสกระโปรงยาว โดยที่ข้างในมีกางเกงขาสั้น สายรัดต้นขาไว้สำหรับพกปืนสั้นเรื่องที่เธอถูกชยพลจับตัวมานั้น คือสิ่งที่หล่อนคาดการณ์ไว้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้น คนอย่างเธอจะยอมให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้จับมาง่ายๆ อย่างนั้นนะเหรอ ฝันไปเถอะ นารันยอมโดนให้มันจับ ให้มันตบก็เพื่อให้มันโผล่หัวออกมาให้เธอล้างแค้นถึงที่ก็เท่านั้นเองชยพลส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน ช่วงหลังๆ เขามักเห็นนารันราวกับภาพหลอน จนเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วและเขาไม่รู้เลยว่าภาพหลอนที่เขากลัวนักหนา กำลังหายใจอยู่ตรงนั้นจริงๆแม้แต่มุกพิชชา ผู้หญิงที่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนารันแม้แต่น้อย ยังกล้าอ้างตัวว่าหล่อนคือนารัน นั่นยิ่งซ้ำเติมสติของเขาให้แตกร้าวลงไปอีก ชยพลเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง อะไรคือภาพหลอนที่สมองเขาสร้างขึ้นเอง ความหวาดผวาแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งจนฉายชัดออกมาทางแววตาและท่าทางที่ควบคุมไม่อยู่อดีตผู้กองสาวฉ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชยพล

    “คุณยายครับผม ภูสิงห์ ภีมวัจน์นะครับ” เสียงทุ้มของเขาอ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับตั้งใจพูดให้คนที่มองไม่เห็นได้ยินอย่างชัดเจน“ตอนนี้นารันเป็นภรรยาของผมแล้ว คุณยายไม่ต้องเป็นห่วงเธออีกต่อไปนะครับ ตั้งแต่นี้ไปผมจะดูแลหลานสาวของคุณยายให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ไม่ว่าเธอจะล้มป่วย เจ็บไข้ จะชราไปตามวัย หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนไปแค่ไหน ผมก็ยังจะรัก และจะอยู่ข้างเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”เขาหยุดหายใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยคำที่หนักแน่นกว่าเดิม“ผมรักนารันนะครับคุณยาย และผมขอบคุณจากใจที่คุณยายเลี้ยงดูเธอด้วยความอดทนและความรักจนกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและงดงามขนาดนี้ ต่อไปนี้ เธอไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวอีกแล้วครับ มีอะไรให้พี่ช่วย พี่จะจัดการให้เอง”ประโยคท้ายเป็นถ้อยคำที่เขาหันมาพูดกับนารันโดยตรง น้ำเสียงเบาลงอย่างละมุนราวกับกลัวทำให้เธอร้องไห้หญิงสาวฟังแล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นทันที ความอบอุ่นจากคำของเขากลับไปแตะความฝันเล็กๆ ที่เธอเคยมีความฝันที่อยากให้มีผู้ชายสักคนเอ่ยสัญญาเช่นนี้ต่อหน้ายายในวันแต่งงาน แต่ยายจากไปก่อน และความฝันนั้นก็เลือนหายไปพร้อมกันไม่เคยคิดเล

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เธอเป็นใครกันแน่

    บทที่ 24“เป็นอะไร ทำหน้าซึมเหมือนหมาป่วย” ฉัตรตฤณทักขึ้น เมื่อเห็นน้องสาวนั่งกินข้าวด้วยใบหน้าบูดบึ้ง“อย่ายุ่งได้ป่ะ” เธอขมวดคิ้วขวางใส่พี่ชาย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหากับชยพล เพราะถ้ารู้มีหวังได้ช้ำใจยิ่งกว่าเดิม ไม่ปลอบไม่ว่า แต่คงซ้ำเติมให้เจ็บหนักแน่ ไม่มีทาง เธอไม่มีวันบอกเด็ดขาด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ต่างจังหวัดด้วยกัน

    ส่วนคนที่แกล้งหลับนั้นพยายามหรี่ตาขึ้นมามองชายหนุ่มด้วยความสงสัยว่าหมอนี่เป็นอะไรนั่งขำอยู่คนเดียว แต่ก็ไม่เห็นต้นเหตุจึงเดาว่าเขาก็คงเมาไม่น้อย ทว่าทั้งๆ ที่ตั้งใจแกล้งหลับ แต่ไหงหล่อนถึงลืมตาไม่ขึ้นกันละเนี่ยนี่คงเป็นอีกข้อที่หล่อนต้องระวังในคราวต่อไป เพราะยัยคุณหนูพราวคออ่อน จะดื่มแบบเดิมไม่ได้

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   อดีตมาเฟียโดนเมียด่า

    วันหยุดสุดสัปดาห์ทั้งที นารันจึงตื่นเช้าไปวิ่งออกกำลังกาย และแอบเนียนเข้าไปเล่นยิมกับบอดี้การ์ดของสามี ช่วงแรกพวกนั้นยังดูเกรงๆ ที่มีผู้หญิง แถมเป็นถึงภรรยาเจ้านาย แต่เมื่อเธอไม่ถือตัวและวางตัวเป็นกันเอง ทุกคนจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย และยิ่งดูคึกคักทุกครั้งที่มุกพิชชาเข้ามาออกกำลังกายด้วย“หมัดหนักใช้ได้เ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ใครเล่นงานกู

    บรรยากาศภายในบ้านของหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬตกอยู่ในความโกลาหล เมื่อธนัทตะโกนด่าลูกน้องโหวกเหวกโวยวายปาข้าวของเสียหายเสียงดังจนคนงานแตกตื่นวิ่งออกมาดู ใครทำอะไรขวางหูขวางตาถึงกับโดนลูกหลง ลูกน้องหลายคนยืนก้มหน้าไม่กล้าเอ่ยปากสอดแทรกหลังเห็นเพื่อนตัวเองพูดขัดเจ้านายแล้วโดนยิงเข้าที่ต้นขาจนต้องหามส่งโรง

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status