Share

บทที่ 2 ปะทะ

last update Last Updated: 2025-12-23 22:41:18

บทที่ 2

ท่าเรือ เวลา 02:20

ยามค่ำคืนที่ผู้คนหลับใหลมีเพียงความเงียบสงัดจนได้ยินเสียงสายลมดังหวีดหวิวหอบไอชื้นจากแม่น้ำและเสียงคลื่นซัดสาดกระทบโป๊ะเรือเบาๆ

แสงไฟสว่างจ้าจากเสาไฟสูงสาดส่องบนลานพื้นกว้างใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งเรียงรายซ้อนกันราวกำแพงขนาดยักษ์ เงาดำมืดของตู้ทับซ้อนช่วยอำพรางร่างเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังแอบสังเกตการณ์พวกมันจากมุมอับ

“พวกมันนัดที่นี่จริงๆ ด้วยผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบกระซาบบอกเมื่อเห็นแก๊งพยัคฆ์ทมิฬเดินมายังจุดนัดหมาย

คนเหล่านั้นแต่งตัวโทนดำสีเดียวกับแม่น้ำยามค่ำคืน ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ดุดัน บางคนมีรอยแผลเป็นตามตัวบ่งบอกถึงประวัติอันโชกโชนด้านอาชญากร มีปืนสั้นเหน็บด้านหลังเพิ่มความโหด

“จ่า อย่าลืมเก็บหลักฐาน” โชคดีที่พวกหล่อนมาทันเวลา

“เราควรจะโทรบอกเรื่องนี้กับสารวัตรดีไหมครับผู้กอง พวกเรามากันแค่สามคนคงสู้ไม่ไหวแน่” หมวดปัญณวิชญ์หันมามองหน้าหล่อนด้วยความกังวลฉายชัด

“ดีเหมือนกัน งั้นนายโทร.ขอกำลังเสริมจากทีมหมวดวัฒน์ทีนะ อย่าลืมเรียกทีมพยาบาลฉุกเฉินมาด้วยบอกเลยว่าด่วนมาก” มันมีกันตั้งเกือบยี่สิบคน พวกเธอมีแค่นี้คงยากที่จัดการกับพวกมันทั้งหมด

“ได้ครับ” รับคำเสร็จปัณณวิชญ์ก็ต่อสายรายงานสารวัตรภาคภูมิทันทีแม้จะเตรียมใจไว้แล้วแต่โทร.ไปยังไงท่านก็ไม่รับสาย เขาเลยเปลี่ยนไปโทร.หาหมวดวัฒน์แทน โชคดีที่เพื่อนเขารับสาย

“ผู้กอง พวกมันกำลังแลกเปลี่ยนสินค้ากันแล้ว เอาไงดีครับ ถ้ารอกำลังเสริมจากหมวดวัฒน์คงไม่ทันการณ์แน่ๆ” น้ำเสียงเครียดจากจ่าวิชิตไม่ต่างจากสีหน้าผู้กอง

นารันมากนัก หล่อนขมวดคิ้วมุ่นอย่างคนสับสนและคิดอย่างหนักราวกับกำลังตัดสินใจอะไรบางอย่าง

“เอางี้” หล่อนกระซิบแผนการให้จ่าวิชิต จ่าวัยกลางคนเลิกคิ้ว เบิกตามองหญิงสาว ไม่คาดคิดมาก่อนว่าหล่อนจะคิดอะไรแบบนี้ได้แม้ในสถานการณ์คับขัน

“เข้าใจใช่ไหมจ่า”

“เข้าใจครับ” มาถึงตอนนี้แล้ว ต้องสู้เท่านั้น ผ่านคืนนี้ไปได้ เขาจะกลับไปกอดลูกกอดเมียให้ชื่นใจหลังปฏิบัติภารกิจหนักหน่วงมาหลายคืน

“ดี”

“ผู้กองครับ หมวดวัฒน์รับปากว่าจะพาทีมกลับมาที่นี่ในอีกสามสิบนาทีครับ” เพราะเมื่อครู่สารวัตรสั่งพวกเขาต่างแยกย้ายกันไปแล้วกว่าจะเรียกรวมตัวและมาถึงที่นี่คงใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมง

“นานไป แต่ก็ยังดีกว่าไม่มี” หล่อนประมวลผลเวลาอย่างรวดเร็ว

“ผู้กอง พวกมันกำลังจะแยกย้ายแล้วครับ”

“ไม่มีเวลาแล้วจ่า จัดการตามแผน” นารันตัดสินใจเด็ดขาดในเสี้ยววินาที เพราะถ้าช้ากว่านี้ ทุกอย่างคงสายเกินไป

“รับทราบ” หมวดปัณณวิชญ์รับคำหนักแน่น

“หมวด ไปกับฉัน”

“ครับ”

“หยุด นี่เจ้าหน้าที่ตำรวจ วางของกลางลงพื้น แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” เสียงห้าวหาญของผู้กองสาวในชุดปฏิบัติการดังสะท้อนก้องกลางท่าเรือ ความงามอันเด็ดเดี่ยวของเธอทำให้หลายคนตะลึง แต่คงไม่ใช่เวลานี้สำหรับพวกชายฉกรรจ์

นารันมองไปยังกลุ่มมาเฟียด้วยท่าทีนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความเด็ดเดี่ยวไม่หวาดกลัวแม้คนร้ายจะมีมากกว่า พร้อมทั้งเล็งอาวุธประจำกายไปยังกลุ่มคนร้ายในระดับสายตา มือสองข้างกุมปืนไว้แน่นอย่างมั่นคง นิ้วชี้แตะเบาๆ บนไกปืน พร้อมจะเหนี่ยวไกหากสถานการณ์บีบบังคับให้หล่อนต้องยิง

“มาแค่สองคนคิดว่าพวกกูกลัวงั้นเหรอ” ฉัตรตฤน ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์ ใบหน้าหล่อเหลาหากถูกบดบังด้วยรอยแผลเป็นนูนทางยาวบนหน้าผากจนถึงหางคิ้ว ตะโกนด้วยน้ำเสียงดูหมิ่นดูแคลนไปยังสาวสวยที่อ้างว่าเป็นตำรวจ

ฉัตรตฤนซึ่งเป็นหัวหน้ากลุ่มพยัคฆ์ทมิฬเต๊าะปากเล่นอย่างยียวนชวนหาเรื่อง ไม่เกรงกลัวกฎหมายบ้านเมืองเลยสักนิด ส่งสัญญาณให้ลูกน้องยกมือปืนขึ้นเล็งไปยัง

นารันและปัณณวิชญ์ทันที

“ใครว่า” นารันยิ้มเยาะ ทันทีที่หล่อนพูดจบ เสียงหวอก็ดังสนั่นก้องทั่วพื้นที่ พวกคนร้ายต่างมีสีหน้าตื่นตระหนกและหวาดกลัวมองหน้ากันไปมาด้วยความคาดไม่ถึง

ปัณณวิชญ์เองก็เช่นกัน เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ที่แท้จ่าวิชิตยืมโทรศัพท์มือเขาไปเพื่อสิ่งนี้นี่เอง เขาอยากถามผู้กองใจจะขาดว่าคิดแผนนี้ขึ้นมาได้ยังไง

จ่าวิชิตแม้อายุจะมากแต่ก็เชี่ยวชาญเทคโนโลยีพอๆ กับเขา จ่าจึงใช้วิธีเชื่อมโทรศัพท์กับวิทยุรถตำรวจเปิดคลิปเสียงด้วยการป้อนข้อความ

ส่วนโทรศัพท์อีกเครื่องก็เปิดคลิปเสียงสั่งการหน่วยปฏิบัติการแต่ละหน่วยที่เคยอัดเอาไว้หลอกให้เหมือนมีกำลังพลหลายนายล้อมจับไว้จริงๆ

“ทุกคนฟังให้ดี ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ล้อมกำลังพลไว้หมดแล้ว ไม่มีทางหนี ผมขอให้พวกคุณวางอาวุธและของกลางลง แล้วยกมือขึ้นเหนือศีรษะ” น้ำเสียงเด็ดขาดของจ่าวิชิตดังมาจากโทรโข่งที่ไหนสักแห่ง

“ทีมหนึ่งล้อมทางทิศใต้ ทีมสองประจำทิศเหนือ อย่าให้หนีไปได้แม้แต่คนเดียว” ฉัตรตฤนยิ้มค้าง ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่จะพาพวกมากันมากมายขนาดนี้ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้พวกเขาได้ทำการเปลี่ยนสถานที่เพื่อหลอกล่ออีกฝ่ายแล้ว

คนร้ายชะงัก เมื่อสบสายตาเข้ากับหญิงสาวที่เปล่งประกายด้วยความกล้าหาญและความระแวดระวัง ทุกก้าวของหล่อนรอบคอบ แต่มั่นคงเพื่อรักษามุมยิงและลดช่องโหว่ในการโจมตีจากคนร้าย

สายลมพัดผ่านนำพาความเย็นเยียบ แต่เธอยังคงนิ่ง แม้สถานการณ์ตึงเครียดพร้อมปะทะได้ทุกเมื่อ

“ฉันไม่อยากใช้กำลัง วางปืนลง ทุกคนวางอาวุธเดี๋ยวนี้” เธอตะโกนสั่งเสียงหนักแน่นอีกครั้ง บรรยากาศเริ่มตึงเครียด

นารันจ้องไปยังกลุ่มคนร้ายตาไม่กะพริบ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเสี้ยววินาทีต่อจากนี้ ไม่ว่าฝ่ายใดขยับก่อนก็ตาม แต่ความสง่างามและท่วงท่าอันเยือกเย็น แววตากดดันของนารันทำให้พวกมันบางคนเริ่มลังเล หวั่นไหวในใจลึกๆ อยากยอมแพ้ มอบตัวเสียโดยดี

“เอาไงดีลูกพี่” หนึ่งในนั้นถามหัวหน้าเสียงเบา แววตายังคงไม่ละไปจากเรือนร่างอรชรในชุดเครื่องแบบ

“อย่าคิดนานให้เสียเวลาเลย อ้อ อีกอย่างอย่าแม้แต่จะคิดกระโดดน้ำหนีเชียวล่ะ ตำรวจบนเรือไม่ปล่อยให้พวกนายว่ายน้ำถึงฝั่งหรอก มอบตัวเสียดีกว่า” หมวดปัณณวิชญ์สมองไวเข้าใจแผนการผู้กองจึงพูดกดดันพวกมัน

“พวกมึงกลัวอะไร ยิงเลยสิ ยืนบื้ออยู่ได้” กรชิต คู่ค้าฉัตรตฤนหัวเสียไม่คิดว่าจะมาติดกับตำรวจ ตอนแรกเขานึกว่าโดนแก๊งพยัคฆ์ทมิฬหลอก แต่หลังจากพิจารณาสถานการณ์แล้วไอ้ฉัตรตฤนเองก็คงไม่รู้เรื่องนี้ก่อน

พอลูกน้องได้ยินแบบนั้นก็สาดกระสุนใส่เจ้าหน้าที่สองคนที่ยืนประจันหน้าทันที

ปัง เสียงปืนแหวกกลางอากาศ

เมื่อเกิดการปะทะเกิดขึ้น ฉัตรตฤนก็ถูกกันตัวไปยังที่ที่ปลอดภัย เหลือไว้เพียงลูกน้องที่ต่อสู้กับตำรวจ

นารันสบถอย่างหัวเสียเมื่อคนพวกนี้คิดต่อสู้ ในใจภาวนาให้หมวดวัฒน์พาทีมสนับสนุนมาถึงที่นี่เร็วๆ

นารันกระชากมือผู้หมวดวิ่งเข้าไปซ่อนหลังตู้คอนเทนเนอร์ได้อย่างหวุดหวิด

“ผู้กองเราแย่แน่ครับ” น้ำเสียงหอบเหนื่อยตามอัตราการเต้นของหัวใจ ปัณณวิชญ์ที่ไม่เคยเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อนเอ่ยด้วยความวิตกกังวล โชคดีที่เมื่อครู่กระสุนไม่โดนตัวเขาเพราะถูกผู้กองกระชากตัวออกห่างจากวิถีกระสุนก่อน ไม่อย่างนั้นเขาเองก็ไม่อยากคิด

“เดี๋ยวหมวดวัฒน์ก็มา” ประโยคเดียวสั้นๆ ที่ทำให้คนฟังพอมีความหวังขึ้นมา ปัณณวิชญ์พยักหน้ารับ ใจที่กังวลเมื่อครู่ผ่อนคลายลงไปบ้างเล็กน้อย

ปัง ปัง

เสียงปืนยังคงดังต่อเนื่องท่ามกลางเมือง นารันตั้งสติ จิตใจแน่วแน่มั่นคงแม้ในยามสถานการณ์เลวร้าย หล่อนกระชับปืนในมือแน่นยิงสวน

“โอ๊ย” หนึ่งในคนร้ายผู้โชคร้ายล้มลงกับพื้นด้วยความเจ็บปวดเมื่อกระสุนนัดหนึ่งฝังที่ต้นขาด้านซ้าย

“เฮ้ย อยู่ไหนวะ ตำรวจที่มาล้อมพวกกู ไม่เห็นหัวสักคน ถุ้ย” ตั้งแต่เกิดเหตุปะทะเขาไม่เห็นเจ้าหน้าที่ที่ซ่อนตัวในความมืดวิ่งออกมาช่วยสักคน เมื่อรู้ตัวว่าโดนหลอกฉัตรตฤนก็โกรธจัด กล้าดียังไงใช้เล่ห์เหลี่ยมกับแก๊งมาเฟียอย่างพวกเขา

“หมวด เราต้องแยกกัน ไม่อย่างนั้นคงได้ตายหมดแน่ ส่วนจ่าวิชิตคงเอาตัวรอดได้ หมวดช่วยยิงสกัดให้ที ฉันจะไปตามหัวหน้าพวกมัน” หลังปะทะเธอเห็นฉัตรตฤนกับ

กรชิตวิ่งหลบหนีพร้อมของกลางไปอีกทาง ถ้าหากหล่อนพลาดวันนี้ก็คงหาโอกาสจับพวกมันยากขึ้น

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชื่อพราว

    ลานจอดรถโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“ลุงด่วนรออยู่นี่นะคะ” มุกพิชชาสั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เมื่อลับตาของลุงด่วน ตำรวจสาวในร่างคุณหนูผู้อ่อนแอก็เดินเร็วปรี่ออกไปจากประตูด้านหลัง เรียกแท็กซี่ที่จอดรอคนแถวนั้นไปยังสน.ที่หล่อนเคยทำงาน โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้วตึกสี่ชั้นสีขาวตั้งตระหง่าน ตราโล่ตำรวจสีน้ำตาลและอักษรคำว่า ‘โรงพักเพื่อประชาชน’ เด่นหราอยู่หน้าอาคาร เธอก็เหยียดมุมปากขึ้นยิ้ม แววตาหม่นหมองเศร้าใจ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา หล่อนเงยหน้าขึ้นหวังให้สายลมพัดผ่านพาหยาดละอองน้ำให้แห้งเหือด มือที่ตกข้างลำตัวสั่นระริกความรู้สึกอันหลากหลายก็กระแทกเข้าใส่นารันอย่างจัง เธอชื่นชอบอาชีพตำรวจ หล่อนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ตอนนี้หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เธอตายเพราะผู้ถือกฎหมายในมือหักหลังและตายด้วยน้ำมือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนความโศกเศร้าเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอาฆาตแค้นพยาบาทจนดวงตาแดงก่ำหล่อนยืนนิ่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัว ตัดสินใจเดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆ โรงจอด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ฝากดูแลพ่อแทนด้วยนะ

    บทที่ 6แสงจันทร์นวลทาบลงบนพื้นดิน สวนดอกไม้ทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกไม้พลิ้วไหวอาบด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางความสงัดเงียบ ร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีขาว ดวงตาโอบอุ่นอ่อนโยน หากลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยเศร้าลึกที่บาดหัวใจผู้มองทันที“เธอมาแล้ว” เสียงหวานแผ่วคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังชัดในใจจนร่างของนารันสะท้าน ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างที่หล่อนมาอาศัยอยู่สายตาทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร ราวกับหัวใจรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว มุกพิชชายกมือแตะไหล่นารันเบาๆ รอยยิ้มบางพาให้ความอบอุ่นซึมเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า“ฉันมีบางสิ่งจะฝากเธอ” เสียงนั้นขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจะทอดยาวไปในความมืด“ฝากดูแลพ่อแทนฉันได้ไหม” มุกพิชชาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เวลาบนโลกนี้ของเธอน้อยเหลือเกิน น้อยเสียจนไม่อาจจะอยู่กับบิดาได้ตราบเท่าที่ใจต้องการคำขอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทิ้งน้ำหนักกดลงกลางอก ความเงียบงันรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นความแน่นอึดอัด ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งชั่วนิรันดร์พุ่งเข้ามาเต็มแรง“ได้ ฉันจะดูแลคุณเมธานินท์แทนเธอ” นารันรับปาก ทันทีที่รับข้อเสนอความ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   หล่อนเป็นใคร

    บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์

    ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ร่างใหม่

    บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   น่าเสียดาย

    ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status