หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย

หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย

last updateLast Updated : 2026-01-02
By:  ฉัตรชบา/ณิสาUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
12Chapters
23views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

เมื่อความตายพรากทุกอย่างไปจากนารัน ทั้งความรัก ความเชื่อใจ และชีวิตในเครื่องแบบ เธอถูกคนรักยิงทิ้งเพื่อผลประโยชน์และผู้หญิงอีกคน แต่โชคชะตากลับพาเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างของ มุกพิชชา ภรรยาผู้อ่อนแอของภีมวัจน์ อดีตมาเฟียผู้เย็นชา วิญญาณผู้กองสาวจึงซ่อนตัวในร่างใหม่ เดินเกมแก้แค้นอย่างเงียบงัน ไล่เช็กบิลคนทรยศทีละราย ภีมวัจน์ที่แต่งงานเพราะผู้ใหญ่เริ่มสงสัยความเปลี่ยนไปของภรรยา แต่ยิ่งใกล้ เขายิ่งหลงรักความแกร่งกร้าวนั้น จากผู้ช่วยโดยไม่รู้เหตุผล เขากลายเป็นดาบและโล่ให้เธอโดยสมัครใจ และครั้งนี้ นารันจะล้างแค้นโดยไม่ต้องยืนอยู่เพียงลำพังอีกต่อไป

View More

Chapter 1

บทนำ

บทนำ

“เฮ้ย นั่นมันผู้กำกับอรรถนพนี่” ปัณณวิชญ์ นายร้อยตำรวจโท ร้องลั่นอย่างตกตะลึงในขณะพวกตนกำลังดูลาดเลาแก๊งค้ายาที่กำลังตามสืบเพื่อหาหลักฐาน

“ผู้กอง ดูนั่นสิ” เสียงจ่าวิชิตกระซิบลอดไรฟัน สายตาจับจ้องไปยังตึกร้างฝั่งตรงข้าม

นารันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นตาม ทันทีที่สายตาโฟกัสภาพชัด หัวใจเธอเหมือนถูกบีบ ผู้กำกับอรรถนพยืนเคียงหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูผ่อนคลายราวกับอยู่ท่ามกลางคนสนิท

กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนารันเกร็งตึง ลมหายใจสะดุด ความมุ่งมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหนักอึ้ง เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น

เกลือเป็นหนอน... ความคิดแวบเข้ามาเหมือนคมมีด เธอไม่ต้องการหลักฐานเพิ่มเพื่อยืนยัน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงพอจะอธิบายว่าทำไมทุกภารกิจที่ผ่านมา ถึงล้มเหลวอย่างน่าเจ็บใจ

ความเงียบเข้าปกคลุมเหลือเพียงแต่เสียงสายลมดังหวีดหวิว บรรยากาศตึงเครียดเพิ่มเป็นทวีคูณ ทุกคนต่างเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หลังบุคคลที่ไม่คาดคิดปรากฏตรงหน้า พร้อมกับเป้าหมายในท่าทีเป็นกันเอง ไม่มีวี่แววของการเป็นปรปักษ์เลยด้วยซ้ำ

“นี่มันหมายความว่าไงครับผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบถามผู้กองสาว ที่นั่งนิ่งไปร่วมหลายนาที อย่าว่าแต่เธอเลย เขาเองก็ตกใจไม่น้อยเช่นกัน

“หรือว่าผู้กำกับอยู่ฝั่งเดียวกับพวกมัน” หมวดปัณณวิชญ์คาดการณ์ซึ่งนั่นมันก็ตรงกับความเห็นของนารันที่สรุปอยู่ในใจเมื่อครู่

“ดูต่อไป” แม้ปากจะพูดไปอย่างนั้น แต่เธอกลับมั่นใจแล้วว่าผู้กำกับอรรถนพเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ดูได้จากภาพตรงหน้า คนพวกนั้นกอดบ่ากันออกมา หนึ่งในลูกน้องของคนร้ายยื่นกระเป๋าดำใบใหญ่ให้ผู้กำกับ อรรถนพยื่นมือออกไปรับและส่งต่อให้ลูกน้อง นารันจำลูกน้องคนสนิทของเขาได้

ภูชิตเปิดกระเป๋า ล้วงของภายในออกมาตรวจเช็กและพยักหน้าด้วยความพอใจก่อนรายงานอรรถนพ

นารันยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดอัดคลิป ซูมจนเห็นใบหน้าชัดเพื่อเป็นหลักฐาน

“เรื่องนี้ห้ามบอกใคร เข้าใจไหม” นารันกำชับลูกน้องทั้งสองเสียงเข้ม สมองครุ่นคิดหนักหน่วง ใบหน้าเรียวรูปไข่เคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด พลอยทำให้ลูกน้องเครียดตาม

“ทำไมครับ” จ่าวิชิตไม่เข้าใจ ในเมื่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทำไมต้องปิดบังไม่ให้พูด เพราะนี่มันเป็นเรื่องที่ดูร้ายแรงมาก

“เชื่อฉันเถอะ เดี๋ยวฉันรายงานหัวหน้าเอง พวกนาย ทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นก็พอ และห้ามบอกเรื่องนี้กับคนอื่นด้วย” นารันย้ำเสียงเข้ม ถ้าเกิดมีอะไรผิดพลาดอย่างน้อยก็ไม่กระทบสองคนนี้มากนัก

“พวกเขาเป็นเพียงตำรวจชั้นผู้น้อย จะไปต่อกรกับผู้ใหญ่ที่มีเส้นสายก็มีแต่จะถูกเพ่งเล็งเปล่าๆ” นารันอยู่ในวงการนี้มานาน เธอย่อมรู้ดีว่าเบื้องหน้ากับเบื้องหลังมันต่างกันแค่ไหนแม้จะมีหลักฐานเอาผิดแต่นารันกลับรู้สึกเป็นห่วงความปลอดภัยของพวกเขาอยู่ดี

จ่าวิชิตมีลูกเมียและพ่อแม่ที่ต้องดูแล ส่วนหมวดปัณณวิชญ์ก็มีเพียงแค่มารดา หากเกิดอะไรขึ้นมาคงดูลำบากและยุ่งยาก คงมีแค่เธอที่ไม่มีคนให้ห่วงหน้าพะวงหลังเพราะหล่อนไม่มีครอบครัว ไม่มีญาติ ส่วนพ่อแม่มีก็เหมือนไม่มี ยายที่เลี้ยงดูนารันตั้งแต่เด็กก็ป่วยตายเมื่อปีก่อน

“ครับ/ครับ” ลูกน้องรับคำหนักแน่นพร้อมเพรียงกัน

แต่จะว่านารันไม่มีคนข้างหลังเลยก็ไม่ถูก เธอยังมีเขาที่คอยห่วงใยไม่ห่าง

คิน ชยพล แฟนที่คบกันมาเกือบปี ผู้คอยส่งกำลังใจให้เธอในทุกภารกิจ และเป็นเหตุผลที่ทำให้เธอยิ้มได้เสมอ แม้ช่วงหลังเขาจะไม่ค่อยมีเวลาแวะมาหา โดยให้เหตุผลสั้นๆ ว่างานยุ่งจนแทบไม่มีเวลาเหมือนเคย นารันไม่เคยคิดจะซักไซ้อะไร มีเพียงกำลังใจที่ส่งกลับไปให้เขา

ทว่าลึกๆ ในใจ เธอก็อดสงสัยไม่ได้ เพราะข้อความที่ส่งมาหาเริ่มสั้นลง เงียบงันลง และเย็นชากว่าปกติ สัญชาตญาณบางอย่างกระซิบเตือนว่าเขาเปลี่ยนไป แต่เธอก็ยังไม่อยากซักไซ้ให้เสียบรรยากาศ นารันคิดเพียงว่า หากภารกิจนี้เสร็จสิ้นเมื่อไร เธอจะลองคุยกับเขาอย่างตรงไปตรงมาดูสักครั้ง

ติ้ง

เสียงข้อความจากมือถือเรียกความสนใจให้นารันสลับหน้าจอจากกล้องวิดีโอกดเข้าแอปไลน์

(คิดถึงนะครับ ตั้งใจทำงานนะ เดี๋ยวศุกร์นี้พาไปกินของอร่อยๆ)

ความขุ่นมัวหายไปเมื่อได้อ่านข้อความจากแฟนหนุ่ม เธอเองก็คิดถึงเขามากเช่นกัน นานแล้วที่ไม่ได้เจอหน้า พวกเธอสื่อสารกันเพียงแค่แชทไลน์เท่านั้น

ภายในห้องส่วนตัวของพล.ต.ต.ภาคภูมิ อัดแน่นไปด้วยบรรยากาศเคร่งขรึมและภาระหนักอึ้งแห่งความรับผิดชอบ ด้านหนึ่งของผนังมีชั้นวางหนังสือและแฟ้มเก็บเอกสารและแฟ้มคดีเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ บางแฟ้มดูเก่าและรอยขาดบ่งบอกถึงความเก่าแก่ของคดีที่อาจยังไม่ได้ข้อสรุปหรือปิดคดี

“เธอมีอะไรสงสัยงั้นหรือ เมื่อครู่ก็ได้ข้อสรุปไปแล้วนี่” ผู้บังคับบัญชาโดยตรงขมวดคิ้วมองผู้กองสาวที่ยืนกุมมืออยู่หน้าโต๊ะทำงานไม้สีน้ำตาล ภาคภูมินั่งลงเก้าอี้แผ่นหลังยืดตรงสองมือวางบนโต๊ะด้วยท่าทีเป็นธรรมชาติ

“สารวัตรคะ ดิฉันมีเรื่องต้องรายงานสารวัตรค่ะ” น้ำเสียงหล่อนเคร่งเครียดกว่าตอนรายงานแผนการปฏิบัติกับทีมอยู่มากโข จึงพลอยทำให้สารวัตรดูจริงจังขึ้นมาทันที

“มีอะไรว่ามา”

“เรื่องจับกุมคราวก่อนที่เราพลาดดิฉันทราบแล้วว่าเพราะเหตุใด” นึกถึงเรื่องนั้นคิดแล้วก็เจ็บใจไม่หาย กำลังจะจับมาเฟียและสาวถึงตัวการใหญ่อยู่ได้แล้วเชียว แต่สุดท้ายก็จับได้แต่พวกปลาซิวปลาสร้อย เหมือนรู้ว่าจะมีการจับกุมแล้วไหวตัวทันทั้งๆ ที่มีไม่กี่คนที่รู้

“เพราะอะไร”

“เพราะท่านผู้กำกับเป็นพวกเดียวกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬค่ะ” นารันไม่อ้อมค้อมเลยสักนิด พูดจบก็สังเกตสีหน้าท่าทางของท่านสารวัตรภาคภูมิไปด้วย เขาเองก็มีอาการตกใจ

“เธอพูดอะไรรู้ตัวบ้างหรือเปล่า” ภาคภูมินิ่วหน้าเสียงดุดันเมื่อได้ยินผู้ใต้บังคับบัญชากล่าวหาผู้กำกับซึ่งเป็นเจ้านายเธอและเขาข้อหาสมคบคิดกับแก๊งค้ายาที่พวกตนกำลังปราบปราม

“รู้ตัวดีค่ะ ดิฉันพูดเรื่องจริง” ผู้กองนารันยืนยันเสียงหนักแน่น ไม่มีเหตุผลที่ต้องไปใส่ร้ายผู้กำกับเลยสักนิด อีกอย่างหล่อนมีหลักฐาน

“กล่าวหาโดยไม่มีหลักฐานแบบนี้ไม่ดีต่อผู้กองเลยนะ ถ้าเป็นเรื่องเข้าใจผิดขึ้นมาเธอนั่นแหละจะแย่เอา”

“นี่หลักฐานค่ะ” ยื่นโทรศัพท์ให้ภาคภูมิดูคลิปเพื่อยืนยันคำพูดของตน “รันเป็นคนถ่ายเองกับมือ ไม่ใช่การตัดต่อแน่นอนค่ะ” นารันเสริมเพื่อยืนยันความจริง

“นี่มัน….มีใครรู้เรื่องนี้อีกไหมนอกจากเธอ” เสียงสารวัตรวัยกลางคนเคร่งเครียดทันทีที่ดูคลิปจนจบ

“ไม่มีค่ะ มีแค่ดิฉันคนเดียว” นารันโกหกเพราะนอกจากเธอแล้วยังมีจ่าวิชิตกับผู้หมวดปัณณวิชญ์ แต่อะไรบางอย่างทำให้เธอพูดโกหกไปอย่างนั้นเพื่อปกป้องลูกน้องในทีมตัวเอง

“แน่ใจนะ” ภาคภูมิถามย้ำหรี่ตามองคนตรงหน้า

“แน่ใจค่ะ”

“ผู้กอง เธอรู้ไหมว่านี่มันเรื่องใหญ่แค่ไหน การกล่าวหาผู้กำกับโดยไม่มีข้อมูลและหลักฐานที่แน่นหนาอาจจะทำให้เธอตกที่นั่งลำบาก” สารวัตรภาคภูมิละสายตาจากคลิปแล้วมองใบหน้าผู้กอง จากนั้นก็ถอนหายใจเอนหลังพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีนิ่งสงบต่างกับหญิงสาวที่นั่งฝั่งตรงข้าม

“เรื่องนี้ดิฉันทราบดีค่ะ แต่หลักฐานที่ได้มาก็มากพอที่จะสอบสวนแล้วไม่ใช่หรือคะ หรือเราจะปล่อยให้คนที่ถือกฎหมายกลับทำผิดกฎหมายเสียเอง เราต้องทำอะไรสักอย่างก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านี้” แววตาผู้กองนารันมองคนเป็นหัวหน้าด้วยความผิดหวังอย่างรุนแรงไม่ปิดบัง นารันเริ่มสับสนกับคนตรงหน้า ทั้งๆ ที่เขาเป็นคนสอนให้เธอยืดมั่นในความยุติธรรมเองแท้ๆ

“ผมขอเตือนคุณในฐานะหัวหน้า การยุ่งเกี่ยวเรื่องใหญ่เกินตัวอาจจะทำให้เราเดือดร้อน เธอคงรับไม่ไหวถ้าหากเกิดอะไรขึ้นมา อย่าหาว่าผมไม่เตือน” แม้น้ำเสียงจะราบเรียบแต่ก็เต็มไปด้วยการข่มขู่ในที

“แต่ท่านคะ นี่มันเรื่องใหญ่นะคะ” นารันเอ่ยเสียงสั่นด้วยความขุ่นเคืองที่เริ่มคุมไม่อยู่ “พวกเราเป็นตำรวจ หน้าที่ของเราคือปกป้องประชาชนและปราบปรามยาเสพติด ไม่ใช่ปิดตาข้างเดียวเพียงเพราะกลัวปัญหาหรือเอื้อผลประโยชน์ให้กันเอง” คำพูดนั้นหลุดออกมาพร้อมแรงอารมณ์ที่กลั้นไว้ไม่อยู่ ยิ่งได้ยินสารวัตรพูดให้เธอปล่อยวางทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เรื่องนี้ใหญ่ระดับชาติก็ไม่ปาน หัวใจของหล่อนสั่นสะท้านไปด้วยทั้งโทสะและความผิดหวัง นายตำรวจใหญ่มีส่วนพัวพันกับแก๊งมาเฟีย แต่หัวหน้ากลับสั่งให้เธอเงียบเฉย

นี่มันบ้าไปแล้วจริงๆ

“ผู้กองนารันอย่าลืมว่าวันนี้ตัวเองมีภารกิจสำคัญที่ต้องทำ มีหลายชีวิตที่ต้องรอคำสั่งจากเธอ” ภาคภูมิย้ำเตือนกลายๆ ให้หญิงสาวปล่อยผ่านเรื่องนี้โดยเอาชีวิตลูกน้องอีกหลายสิบคนมาเป็นข้ออ้าง

“ได้ แต่เรื่องนี้ดิฉันคงปล่อยผ่านไปไม่ได้ ดิฉันขออนุญาตรายงานเรื่องนี้ต่อผู้บังคับการระดับสูง ถ้าสารวัตรไม่อยากยุ่งก็ไม่เป็นไร ดิฉันขอตัวค่ะ” นารันเจ็บปวดกับสิ่งที่ได้ยินจากปากหัวหน้าตนเอง แต่เธอยังคงยืนหยัดในความถูกต้องและขอตัวออกมาจากห้องที่อัดแน่นไปด้วยความผิดหวังและหดหู่ใจกับสิ่งที่ตนได้ยินมา

นารันไม่คิดเลยว่าวงการสีกากีมันจะเน่าเฟะได้ขนาดนี้

หลังจากที่ผู้กองนารันออกจากห้องเขาไปสารวัตรภาคภูมิก็ต่อสายตรงถึงใครบางคนทันที

“เปลี่ยนแผน เธอรู้เรื่องแล้ว ถ้ามีโอกาสก็เก็บได้เลย” เสียงคลิกปิดโทรศัพท์ดังขึ้น พร้อมกับความเงียบที่เย็นเยียบกว่าเสียงปืน

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
12 Chapters
บทนำ
บทนำ “เฮ้ย นั่นมันผู้กำกับอรรถนพนี่” ปัณณวิชญ์ นายร้อยตำรวจโท ร้องลั่นอย่างตกตะลึงในขณะพวกตนกำลังดูลาดเลาแก๊งค้ายาที่กำลังตามสืบเพื่อหาหลักฐาน “ผู้กอง ดูนั่นสิ” เสียงจ่าวิชิตกระซิบลอดไรฟัน สายตาจับจ้องไปยังตึกร้างฝั่งตรงข้าม นารันยกกล้องส่องทางไกลขึ้นตาม ทันทีที่สายตาโฟกัสภาพชัด หัวใจเธอเหมือนถูกบีบ ผู้กำกับอรรถนพยืนเคียงหัวหน้าแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ ร่างสูงใหญ่ของเขาดูผ่อนคลายราวกับอยู่ท่ามกลางคนสนิท กล้ามเนื้อบนใบหน้าของนารันเกร็งตึง ลมหายใจสะดุด ความมุ่งมั่นเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความหนักอึ้ง เธอแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่เห็น เกลือเป็นหนอน... ความคิดแวบเข้ามาเหมือนคมมีด เธอไม่ต้องการหลักฐานเพิ่มเพื่อยืนยัน สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเพียงพอจะอธิบายว่าทำไมทุกภารกิจที่ผ่านมา ถึงล้มเหลวอย่างน่าเจ็บใจ ความเงียบเข้าปกคลุมเหลือเพียงแต่เสียงสายลมดังหวีดหวิว บรรยากาศตึงเครียดเพิ่มเป็นทวีคูณ ทุกคนต่างเงียบตกอยู่ในห้วงความคิดของตัวเอง หลังบุคคลที่ไม่คาดคิดปรากฏตรงหน้า พร้อมกับเป้าหมายในท่าทีเป็นกันเอง ไม่มีวี่แววของการเป็นปรปักษ์เลยด้วยซ้ำ “นี่มันหมายความว่าไงครับผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบถามผู้กองสาว ที่น
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more
บทที่ 1 โดนหลอก
บทที่ 1“ทุกคนจำไว้ คืนนี้เราต้องไม่มีข้อผิดพลาด เพราะมันหมายถึงชีวิต เข้าใจไหม” เสียงห้าวหาญของผู้กองนารันย้ำเตือนก้องไปทั่วชุดปฏิบัติการพิเศษ“รับทราบ!” เสียงวิทยุดังจากบลูทูธที่เธอสวมอยู่“ผู้กอง หน่วยหนึ่งเข้าประจำจุดแล้ว”“รับทราบ หน่วยสองเตรียมพร้อม เราจะเริ่มภายในห้านาที ตรวจเช็กอาวุธและอุปกรณ์ให้เรียบร้อย” นารันตอบด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ก่อนกวาดตามองแผนที่โกดังอีกครั้ง หันไปสั่งการกับลูกทีม“จ่าวัฒน์ นายกับหน่วยสองไปจัดการทางเข้าทิศเหนือ ถ้าเจออาวุธหนักหรือมีสิ่งผิดปกติ ให้ส่งรหัส นกอินทรีเข้าสู่รัง ทันที ฉันจะเปลี่ยนแผนการ”“รับทราบครับผู้กอง” จ่าวัฒน์หนุ่มไฟแรงตอบกลับอย่างกระตือรือร้น นารันหันไปสั่งหมวดปัณณวิชญ์“ถ้าเกิดการปะทะ ส่งรหัส อินทรีเหินฟ้า เรียกกำลังเสริม ห้ามเผชิญหน้าโดยตรงเด็ดขาด เข้าใจไหม”“รับทราบครับ”จากนั้นนารันกดวิทยุอีกครั้ง สื่อสารไปยังทีมทั้งหมด“ทุกคนฟังให้ดี ความปลอดภัยต้องมาก่อน ถ้าหากเกิดเหตุฉุกเฉินจริงทุกคนต้องถอนกำลังด่วน ห้ามใครออกจากตำแหน่งโดยพลการเด็ดขาด”“รับทราบ”เจ้าหน้าที่ทุกนายแต่งตัวด้วยชุดปฏิบัติการรัดกุมเข้าประจำจุดรอฟังคำสั่ง สายตาจดจ้องไป
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more
ลุย
ในหัวหล่อนครุ่นคิดไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงที่เอะอะโวยวาย หล่อนกำลังหาจุดผิดปกติของแผนนี้ นึกแผนที่ที่จำจนขึ้นใจและสถานที่ที่พอจะเป็นไปได้โกดังร้างแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมากนักราวห้าถึงหกกิโลเมตร ดวงตาหล่อนเป็นประกายทันทีใช่แล้ว ท่าเรือ“ทุกคนถอนกำลังด่วน” นางเอกสั่งเสียงเข้ม“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณตำรวจ พวกคุณจะหนีไปดื้อๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”“เรื่องเมื่อกี้อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน ฉันขอเป็นตัวแทนตำรวจทุกนายขอโทษพวกคุณด้วย” นารันหันมาขอโทษแม้ในใจไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เป็นแค่นักแสดงและมีเป้าหมายเพื่อมาถ่วงเวลาพวกเธอเล่นเท่านั้น“ง่ายไปหน่อยมั้ง จู่ๆ ก็ถือปืนโต้งๆ เข้ามากล่าวหาพวกกู” ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐานไม่คล้อยตามกับคำขอโทษผู้กองสาวง่ายๆ“นั่นสิคุณตำรวจ”“พวกเราอย่าไปยอม ขวางพวกตำรวจไว้” หนึ่งในนั้นตะโกนปลุกระดมเพื่อน“ตอนนี้พวกคุณเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าหากพูดออกมาอีกหนึ่งประโยคฉันจะแจ้งข้อหาพวกคุณฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าไง” นารันทำท่าล้วงกุญแจมือออกมาควงเล่นด้วยท่าทางคุกคามเพราะเธอไม่อยากเสียเวลาที่นี่นานนักชายฉกรรจ์เลิ่กลั่กเมื่อได้
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more
บทที่ 2 ปะทะ
บทที่ 2ท่าเรือ เวลา 02:20ยามค่ำคืนที่ผู้คนหลับใหลมีเพียงความเงียบสงัดจนได้ยินเสียงสายลมดังหวีดหวิวหอบไอชื้นจากแม่น้ำและเสียงคลื่นซัดสาดกระทบโป๊ะเรือเบาๆแสงไฟสว่างจ้าจากเสาไฟสูงสาดส่องบนลานพื้นกว้างใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยตู้คอนเทนเนอร์ ตั้งเรียงรายซ้อนกันราวกำแพงขนาดยักษ์ เงาดำมืดของตู้ทับซ้อนช่วยอำพรางร่างเจ้าหน้าที่ซึ่งกำลังแอบสังเกตการณ์พวกมันจากมุมอับ“พวกมันนัดที่นี่จริงๆ ด้วยผู้กอง” จ่าวิชิตกระซิบกระซาบบอกเมื่อเห็นแก๊งพยัคฆ์ทมิฬเดินมายังจุดนัดหมายคนเหล่านั้นแต่งตัวโทนดำสีเดียวกับแม่น้ำยามค่ำคืน ใบหน้าเหี้ยมเกรียม ดุดัน บางคนมีรอยแผลเป็นตามตัวบ่งบอกถึงประวัติอันโชกโชนด้านอาชญากร มีปืนสั้นเหน็บด้านหลังเพิ่มความโหด“จ่า อย่าลืมเก็บหลักฐาน” โชคดีที่พวกหล่อนมาทันเวลา“เราควรจะโทรบอกเรื่องนี้กับสารวัตรดีไหมครับผู้กอง พวกเรามากันแค่สามคนคงสู้ไม่ไหวแน่” หมวดปัญณวิชญ์หันมามองหน้าหล่อนด้วยความกังวลฉายชัด“ดีเหมือนกัน งั้นนายโทร.ขอกำลังเสริมจากทีมหมวดวัฒน์ทีนะ อย่าลืมเรียกทีมพยาบาลฉุกเฉินมาด้วยบอกเลยว่าด่วนมาก” มันมีกันตั้งเกือบยี่สิบคน พวกเธอมีแค่นี้คงยากที่จัดการกับพวกมันทั้งหมด“ได้ครับ
last updateLast Updated : 2025-12-23
Read more
ปะทะ 2
“แต่หมวดจะไปคนเดียวจริงๆ เหรอครับ” ปัณณวิชญ์มีสีหน้าลำบากใจกับคำสั่งของผู้กองสาว เพราะพวกตนกำลังไม่พอที่จะต่อกรแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ แถมกลุ่มมาเฟียแก๊งนี้ยังพกอาวุธปืนทุกคน แม้ผู้กองนารันจะเก่งกาจ มากความสามารถแค่ไหนคงไม่อาจเอาชนะชายฉกรรจ์นับสิบพร้อมจับกุมแก๊งพยัคฆ์ทมิฬทั้งหมดได้แน่ จะรอกำลังเสริมก็คงไม่ทันการณ์“เราไม่มีเวลาแล้ว เอาตามนี้แล้วกัน” ปัง จบประโยคนารันเล็งวิถีกระสุนไปด้านหลังของหมวดปัณณวิชญ์ที่มีปลายกระบอกปืนเล็งมาด้านนี้พอดี หมวดหนุ่มใจหล่นวูบ ถ้าหากผู้กองนารันไม่ช่วยตนไว้ เขาคงได้เอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แล้วจริงๆ เขาติดหนี้บุญคุณผู้กองสาวไม่รู้กี่ครั้งแล้ว“รับทราบ” หมวดรับคำทันทีเสียงปืนก้องสะท้อนผนังเหล็กปัณณวิชญ์ยิงสกัดฝ่าดงกระสุนออกไป นารันก็ออกตัววิ่งไปทันทีเสียงดังของปืนยังคงไล่ตามหลังมาไม่ลดละแต่นารันยังคงโชคดีวิ่งหลบหลีกซ่อนตัวไปกับความมืดมิดและมุมลับตาของตู้คอนเทนเนอร์ใหญ่“หยุด วางของกลางและยกมือขึ้น” ก่อนที่กลุ่มมาเฟียจะขึ้นรถตู้หนีไปนารันก็ตะโกนสั่งเสียงเข้ม“แม่งเอ๊ย” ฉัตรตฤนสบถหัวเสีย อุตส่าห์วิ่งออกมากำลังจะขึ้นรถหนีแล้วแท้ๆ ตำรวจยังเสือกวิ่งตามเขาทันอีก“กูไม่อย
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more
ความตาย
บทที่3ปัง ปัง ปังพอหล่อนลั่นไกใส่ฉัตรตฤน ลูกตะกั่วจากลูกน้องของเขาที่ยืนล้อมหน้าหลังหล่อนไว้ก็พุ่งเข้าร่างเธอทันทีร่างในเครื่องแบบทรุดฮวบลงกับพื้น ความร้อนผะผ่าวจากลูกตะกั่วแผ่ซ่าน กลิ่นไหม้และคาวเลือดคละคลุ้งเข้าจมูก เลือดสีแดงเข้มทะลักราวท่อน้ำรั่ว แต่ที่น่าเจ็บใจคือ อีกฝ่ายแทบไม่เป็นอะไร โดนเพียงกระสุนถาก เพราะลูกน้องกระชากตัวออกทันเข่าข้างหนึ่งกระแทกพื้นอย่างรุนแรง ส่วนอีกข้างชันขึ้นพยุงตัวเองไว้มั่น ปลายกระบอกปืนคำยันพื้นประคองร่างไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นดิน ร่างกายเธอสั่นสะท้านด้วยความเจ็บปวดแต่ยังคงแสดงออกด้วยจิตใจที่เข้มแข็งหล่อนถูกยิงที่ต้นแขนและน่องข้างซ้าย ยังดีที่พอหล่อนได้รับบาดเจ็บ กลุ่มคนร้ายก็หยุดยิงทว่ายังคงหันปลายมัจจุราชมายังเธอไม่ละเว้นนารันสูดลมหายใจเข้าออกลึก ใบหน้าแสดงความเจ็บปวดออกมาอย่างห้ามไม่ได้ แต่กระนั้นเธอก็ยังคงไม่ร้องขอชีวิตและไม่ยอมแพ้ มือที่จับปืนยังคงกระชับมั่นแม้ร่างกายจะสั่นน้อยๆ เพราะเลือดที่ยังคงหลั่งทะลักไม่มีท่าทีจะหยุด“นั่นเธอจะตายไหมคะ” เสียงหวานหูของสตรีที่หล่อนไม่คาดคิดว่าจะได้ยิน ณ ที่แห่งนี้ดังขึ้นเรียกสติ นารันเงยหน้าขึ้นมามองที่มาของ
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more
น่าเสียดาย
ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ
last updateLast Updated : 2025-12-29
Read more
ร่างใหม่
บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more
ไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์
ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ
last updateLast Updated : 2025-12-30
Read more
หล่อนเป็นใคร
บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้
last updateLast Updated : 2025-12-31
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status