Masukเมื่อความตายพรากทุกอย่างไปจากนารัน ทั้งความรัก ความเชื่อใจ และชีวิตในเครื่องแบบ เธอถูกคนรักยิงทิ้งเพื่อผลประโยชน์และผู้หญิงอีกคน แต่โชคชะตากลับพาเธอลืมตาขึ้นอีกครั้งในร่างของ มุกพิชชา ภรรยาผู้อ่อนแอของภีมวัจน์ อดีตมาเฟียผู้เย็นชา วิญญาณผู้กองสาวจึงซ่อนตัวในร่างใหม่ เดินเกมแก้แค้นอย่างเงียบงัน ไล่เช็กบิลคนทรยศทีละราย ภีมวัจน์ที่แต่งงานเพราะผู้ใหญ่เริ่มสงสัยความเปลี่ยนไปของภรรยา แต่ยิ่งใกล้ เขายิ่งหลงรักความแกร่งกร้าวนั้น จากผู้ช่วยโดยไม่รู้เหตุผล เขากลายเป็นดาบและโล่ให้เธอโดยสมัครใจ และครั้งนี้ นารันจะล้างแค้นโดยไม่ต้องยืนอยู่เพียงลำพังอีกต่อไป
Lihat lebih banyakนารันเรียกพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ พูดคุยบางอย่างไม่ถึงนาที พนักงานคนนั้นมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมายังพวกเขายืนอยู่ “สวัสดีค่ะ พอดีมีโปรโมชั่นใหม่มาแนะนำสำหรับสมาชิกห้าสิบคนแรก สมัครวันนี้ลดทันที เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เมื่อครู่เธอก็แนะนำโปรโมชั่นแก่ลูกค้าสองท่านนี้ไปแล้วเพียงแต่ไม่ใช่ลดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณมุกพิชชาบอก“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ” วัฒน์กับปัณณ์หันมามองหน้ากันอย่างตกใจ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้าแทบพร้อมกันแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา“ตกลงครับ/สมัครครับ”นี่มันโชคหล่นทับกันชัดๆ ทั้งส่วนลดที่ได้มาอย่างไม่น่าเชื่อ และเจ้าของยิมที่ชื่อมุกพิชชา ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แค่การพบกันครั้งแรก แต่คล้ายกับเคยรู้จักกันมาก่อนลึกกว่านั้น ใกล้ชิดกว่านั้น ราวกับความผูกพันบางอย่างยังคงหลงเหลืออยู่ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนทุกสิ่งไปแล้วก็ตามห่างออกไปนั้น สองร่างที่ความสูงต่างกัน เดินเคียงคู่ออกมาจากยิม“เป็นยังไงบ้าง ได้เจอเพื่อนร่วมงานเก่า”ภีมวัจน์ถามเสียงเบา สายตายังคอยมองใบหน้าภรรยาไม่วาง เห็นชัดว่าห
เพราะเรื่องราวที่พ่อกำลังเล่าอย่างจริงใจคือเรื่องของเธอคือชีวิตของเธอคือความเจ็บปวดของเธอ ทั้งหมด ตรงหน้าและเขาพ่อแท้ๆ ของเธอ กำลังกอดเธออยู่แต่ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่เขาคิดว่าตายไปแล้วกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเขาเองนารันร้องไห้เงียบๆ อย่างเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะนี่เป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียว ที่เธอได้ยินคำว่าพ่อ พูดถึงเธอด้วยความรักแบบนี้คืนนั้นนารันกลับมานอนที่บ้านพ่อพร้อมภีมวัจน์ หลังจากวันที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและความจริงมากมาย เธอกลับรู้สึกเหมือนได้พักใจในที่ที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะเบาๆ ลอยมาตามลมตั้งแต่ก่อนจะก้าวเข้าประตู เพราะภีมวัจน์ให้ลูกน้องไปรับภูธเนศ พ่อของเขา และเพื่อนรักของเมธานินท์ ให้มาทานมื้อเย็นร่วมกันที่คฤหาสน์โต๊ะอาหารยาวโอ่อ่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา กลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เมื่อทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเดียวกัน กลิ่นอาหารจากครัวลอยฟุ้ง เสียงถ้วยชามสีกระทบกันดังจังหวะเบาๆ ปะปนไปกับบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาดเมธานินท์คอยตักกับข้าวให้ลูกสาวไม่ห่าง เห็นหล่อนทานได้ดี เขาก็ยิ้มได้ทั้งหน้า น้ำเสียงที่ใช้คุยกับทั้งนารันและภีมวัจน์เต็
พอโตขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้ว ไม่ได้ต้องการจากพวกเขาอย่างที่เคยตัดพ้อในช่วงเด็ก” น้ำเสียงหล่อนราบเรียบไร้อารมณ์ ภีมวัจน์รับรู้ได้ทันทีว่ากว่าเธอจะเข้มแข็งได้มากขนาดนี้ เธอต้องแตกสลายไปแล้วกี่รอบ ร้องไห้ไปแล้วกี่หน เรื่องราวของเขาที่พบเจอเทียบไม่ได้กับเรื่องของเธอเลยสักนิด เขาโชคดีที่ยังมีพ่อ แต่นารันกลับมีเพียงแค่คุณยาย อยู่กันเพียงสองคนลำพัง“แล้วถ้าหากตอนนี้จู่ๆ พ่อรันโผล่มาล่ะ รันจะทำยังไง” นานกว่านาที ภีมวัจน์ถึงตัดสินใจถามคำถามนี้พร้อมกุมมือเธอเบาๆ ราวกับกำลังปลอบโยนหล่อน“คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถ้าจะมาคงโผล่มานานแล้ว คงไม่ต้องรอจนถึงป่านนี้ จะสามสิบปีแล้ว เขาคงมีลูกโตแล้วป่านนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายใดๆนารันไม่ได้คาดหวังว่าในชีวิตนี้จะได้เจอกับคนที่เป็นพ่อ เพราะหล่อนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอเขา หล่อนไม่ชอบความรู้สึกของการถูกทิ้ง ความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใครอีกแล้ว หากต้องเจอเขา ความรู้สึกนี้ก็คงวนเวียนกวนใจหล่อนไม่เลิกภีมวัจน์สังเกตภรรยาสาวแล้วก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดหรือโกรธแค้นคนเป็นบิดา แต่กว่าเธอจะเข้มแข็
บทที่ 30หลังจากจบเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงพิธีศพของฉัตรตฤณ ฉัตรปวีย์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ หล่อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงบุตรและทายาทเท่านั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอจึงไม่ได้ถูกจับกุมใดๆ แต่ถึงอย่างนั้นสังคมกลับตราหน้าเธอ ที่หล่อนเสวยสุขมีเงินซื้อของแพงๆ ได้เพราะเงินผิดกฎหมาย เพื่อนพ้องที่เคยอ้อมล้อมต่างพากันหนีหายฉัตรปวีย์กลายเป็นไฮโซตกอับไร้มิตร แถมสภาพจิตใจก็ยังย่ำแย่ อยู่ที่นี่ต่อไม่เป็นผลดี หล่อนจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างถาวร“คุณพราวครับ คุณณิรชาขอเข้าพบครับ” บลูเดินมารายงานนายหญิงของบ้านยังห้องนั่งเล่น ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายสอบสวนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“ให้เธอเข้ามาเลยค่ะ” หลังจากจบภารกิจ เธอก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย“สวัสดีค่ะคุณพราว คือแพรมาขอลาค่ะ เพราะผู้ชายคนนั้นก็ถูกจับแล้ว” เธอไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านตัวเองเพื่อเยี่ยมยาย หลังจากผ่าตัดครั้งนั้น ทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี คุณมุกพิชชาจ้างพยาบาลส่วนตัวไปดูแลยายเธอที่บ้านให้ ขณะที่เธอต้องออกมาทำงาน ซึ่งหล่อนอยากจะขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าจนไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว“แล้วต่อ
บรรยากาศช่วงเช้าอากาศที่นี่เย็นสบายจนมุกพิชชาไม่อยากตื่นแต่ก็ต้องจำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวเพื่อไปงานครบร้อยวันคุณลุงวิชัย เธอแต่งหน้าแต่งตัวเสร็จภีมวัจน์เองก็แต่งตัวเสร็จเรียบร้อยแล้วเหมือนกัน“ลืมอะไรไหม” ก่อนจะล็อคห้องภีมวัจน์หันมาถามหญิงสาวเพื่อความแน่ใจ “ไม่มีค่ะ” หล่อนก้มมองของในกระเป๋าที่ตน
“ผู้หญิงคนนั้นหายไปแล้วครับนาย” หนึ่งในลูกน้องรายงานเจ้านาย จากที่หัวเสียอยู่แล้วยิ่งหัวเสียกันไปใหญ่ ฉัตรตฤณกระชากคอเสื้อผู้จัดการผับเดินขึ้นไปยังห้องชั้นบนซึ่งมีแต่ผู้จัดการและเจ้าของเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตค่ำคืนอันเลวร้ายของชยพละกำลังจะเริ่มต้นขึ้น คืนที่เขาจะไม่มีวันลืม เสียงกระแทกดังก้องไปทั่
บทที่ 24“เป็นอะไร ทำหน้าซึมเหมือนหมาป่วย” ฉัตรตฤณทักขึ้น เมื่อเห็นน้องสาวนั่งกินข้าวด้วยใบหน้าบูดบึ้ง“อย่ายุ่งได้ป่ะ” เธอขมวดคิ้วขวางใส่พี่ชาย ไม่อยากให้เขารู้ว่าตัวเองกำลังมีปัญหากับชยพล เพราะถ้ารู้มีหวังได้ช้ำใจยิ่งกว่าเดิม ไม่ปลอบไม่ว่า แต่คงซ้ำเติมให้เจ็บหนักแน่ ไม่มีทาง เธอไม่มีวันบอกเด็ดขาด
บทที่ 23 อรรถนพอยู่ไม่เป็นสุขตั้งแต่มีคำสั่งให้เขาปลดจากตำแหน่งและจะถูกควบคุมตัวไปสอบสวนเพื่อสืบหาความจริง ซึ่งเขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้นแน่ ทางที่ดีคือเขาต้องหนี โดยการช่วยเหลือจากเสี่ยธนัท ไม่อย่างนั้นทุกอย่างที่ไอ้มาเฟียนั่นทำผิดกฎหมาย เขาจะแฉให้หมดธนัทซึ่งไม่มีทางเลือกเลยสั่งให้คนของตัวเองสับเป