Share

ลุย

last update Last Updated: 2025-12-23 22:39:37

ในหัวหล่อนครุ่นคิดไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงที่เอะอะโวยวาย หล่อนกำลังหาจุดผิดปกติของแผนนี้ นึกแผนที่ที่จำจนขึ้นใจและสถานที่ที่พอจะเป็นไปได้

โกดังร้างแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมากนักราวห้าถึงหกกิโลเมตร ดวงตาหล่อนเป็นประกายทันที

ใช่แล้ว ท่าเรือ

“ทุกคนถอนกำลังด่วน” นางเอกสั่งเสียงเข้ม

“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณตำรวจ พวกคุณจะหนีไปดื้อๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”

“เรื่องเมื่อกี้อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน ฉันขอเป็นตัวแทนตำรวจทุกนายขอโทษพวกคุณด้วย” นารันหันมาขอโทษแม้ในใจไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เป็นแค่นักแสดงและมีเป้าหมายเพื่อมาถ่วงเวลาพวกเธอเล่นเท่านั้น

“ง่ายไปหน่อยมั้ง จู่ๆ ก็ถือปืนโต้งๆ เข้ามากล่าวหาพวกกู” ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐานไม่คล้อยตามกับคำขอโทษผู้กองสาวง่ายๆ

“นั่นสิคุณตำรวจ”

“พวกเราอย่าไปยอม ขวางพวกตำรวจไว้” หนึ่งในนั้นตะโกนปลุกระดมเพื่อน

“ตอนนี้พวกคุณเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าหากพูดออกมาอีกหนึ่งประโยคฉันจะแจ้งข้อหาพวกคุณฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าไง” นารันทำท่าล้วงกุญแจมือออกมาควงเล่นด้วยท่าทางคุกคามเพราะเธอไม่อยากเสียเวลาที่นี่นานนัก

ชายฉกรรจ์เลิ่กลั่กเมื่อได้ยินนางเอกพูดแบบนั้น จากที่ฮึกเหิมได้ใจจำเป็นต้องก้มหน้าถอยหลังและเงียบปากตัวเองสนิท

เดิมทีพวกเขาเป็นแค่พวกคนงานก่อสร้างและพ่อค้าในตลาด เมื่อวานมีคนมาจ้างวานให้พวกเขามาที่นี่และมีหน้าที่แค่ขัดขวางไม่ให้พวกตำรวจออกจากโกดังแห่งนี้ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้เท่านั้น

แต่พอได้ยินสิ่งที่นางเอกกล่าวมาเมื่อครู่พวกเขาก็ไม่อยากเสี่ยงติดคุกติดตะรางเหมือนกันจึงจำเป็นต้องล่าถอย

กว่าจะออกมาจากโกดังร้างได้ก็ผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที ทันทีที่ก้าวเท้าออกมา รถตู้สีขาวป้ายทะเบียนคุ้นตาก็โฉบมาจอดตรงหน้านารันและนายตำรวจคนอื่นๆ

มาทำไมตอนนี้วะ คนกำลังจะรีบ

นารันสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าเคร่งเครียดทันทีที่สารวัตรเดินลงมาตรงหน้าเธอ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” สารวัตรภาคภูมิถามผู้กองนารันเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่บีบให้ทุกคนเงียบงัน

“เป็นกับดักค่ะ” หล่อนรายงานตามจริง เพราะถึงเธอไม่พูดท่านก็ต้องรู้อยู่ดี

“ดี ดี ไหนบอกสายที่เธอให้ไปตามสืบข้อมูลเชื่อถือได้ไง อีกอย่างเธอก็ลงมาสืบเองด้วยไม่ใช่เหรอ ไหงถึงให้คนร้ายปั่นหัวได้ล่ะ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ตำหนิเธอรุนแรงขนาดนี้ แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ภาคภูมิจึงไม่โอนอ่อนอย่างที่เคยทำ

“เรื่องนี้ดิฉันยอมรับผิดค่ะ มันเป็นข้อผิดพลาดของดิฉันเอง แต่ดิฉันขอแก้ตัวด้วยการพาทีมไปท่าเรือ ดิฉันมั่นใจว่าต้องเป็นที่นั่นแน่ๆ ค่ะ” ตำรวจทุกทีมที่มายืนออกันหน้าโกดังหันหน้ามองกันด้วยความงงงวย

“แก้ตัว เธอคิดว่าฉันควรจะให้โอกาสเธออีกงั้นเหรอผู้กองนารัน”

“พยัคฆ์ทมิฬใช้วิธีแผนซ้อนแผนเพื่อตบตาเรา พวกนั้นตั้งใจให้เราหลงทาง แต่ตอนนี้พวกมันกำลังแลกเปลี่ยนสินค้ากันที่ท่าเรือ ฉันมั่นใจว่านั่นคือที่นัดแลกเปลี่ยนสินค้าที่แท้จริง” นารันพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แววตาสบกับผู้ใต้บังคับบัญชาหนักแน่น ในใจภาวนาขอให้สารวัตรอนุญาตนำทีมอีกครั้ง

“มั่นใจงั้นเหรอ ครั้งที่แล้วเธอก็พูดว่ามั่นใจ แล้วเป็นไง พวกเราเสียเวลามามากพอแล้วนะผู้กอง”

“ท่านครับถ้ามันเป็นอย่างที่ผู้กองพูดมาเราก็ควรเสี่ยงอีกสักครั้งนะครับ” หมวดปัณณวิชญ์ผู้ที่เชื่อมั่นในฝีมือผู้กองสาวเอ่ยขึ้น

“ใช่ครับท่าน ถ้าเราพลาดคงยากที่จะมีโอกาสจับตัวการใหญ่แบบนี้อีก” จ่าวิชิตเห็นฝีไม้ลายมือสาวรุ่นลูกมาแล้วหลายภารกิจ เขาเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าผู้กอง นารันเก่งเกินตัว อะไรที่หล่อนวิเคราะห์และคาดการณ์ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้เกินครึ่ง

“ฉันไม่ต้องการความเห็นของพวกคุณ จำไว้ว่าฉันคือหัวหน้าทีมไม่ใช่ผู้กอง” แม้น้ำเสียงไม่เกรี้ยวกราดแต่ก็วางอำนาจอยู่ในทีและเต็มไปด้วยแรงกดดันเงียบ ๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นฉับพลัน

นารันกำหมัดแน่น ก้มใบหน้าลงเผยดวงตาแข็งกร้าวที่ไม่ยอมคน “หล่อนมั่นใจว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์กำลังเกิดขึ้นจริง เธอไม่ยอมแน่ ทำมาขนาดนี้แล้ว อีกนิดเดียวก็จะจับคนร้ายได้”

“หัวหน้าคะ ดิฉันขอโอกาสแค่ครั้งเดียว ขอแค่กำลังเล็กๆ ก็ได้ ถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาดดิฉันขอรับผิดทุกอย่างชอบเอง” นารันต่อรอง เธอยังคงมีความหวังเล็กๆ ว่าสารวัตรภาคภูมิคงจะใจอ่อนยอมให้เธอนำทีมไปยังจุดนัดแลกเปลี่ยน

“พอเถอะ แค่นี้ทุกคนก็เสียเวลานอนมามากพอแล้ว ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน” สั่งเสร็จก็เดินขึ้นรถทันที ทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชายืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปมา

ตำรวจในทีมที่เคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้กองนารันมานานยืนนิ่งอย่างลังเลไม่มั่นใจ พวกเขายังคงเชื่อมั่นผู้กองสาวสวยมากความสามารถคนนี้อยู่เต็มเปี่ยมแม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้พวกเขาสั่นคลอนอยู่บ้างก็ตาม

“นายไม่กลับเหรอ” หมวดวัฒน์ถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเสียงเครียด เขาเองก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะลงเอยเช่นนี้ทั้งๆ ที่เตรียมการมาเสียดิบดี เขาเองก็รู้สึกทะแม่งๆ คนบ้าอะไรมันจะมาขายมะม่วงในโกดังร้างตอนค่ำมืด ท่าทางลับๆ ล่อๆ ชวนดูมีพิรุธ

คิดยังไงมันก็ดูไม่ปกติแต่จะขัดคำสั่งสารวัตรก็ไม่ได้อีก

“ฉันรู้สึกเชื่อว่าผู้กองนารันพูดถูก”

“แต่ถ้าเธอคิดผิดอีก เราก็เหนื่อยฟรีสองรอบ”

เสียงนายตำรวจพูดคุยกระซิบกระซาบกันในแต่ละทีม บางคนก็แยกย้ายตามคำสั่งพลตำรวจโทภาคภูมิเพราะนี่ก็เกือบตีหนึ่งแล้ว เลยเวลานอนมามากโขเอาการ

“ครั้งนี้ฉันขอโทษฉันพลาดเอง แต่เรื่องที่ท่าเรือฉันมั่นใจฉันไม่ได้คิดไปเอง ฉันจะไม่ขอร้องพวกคุณแต่ถ้าใครจะไปให้ก้าวออกมา”

ความอึดอัดเข้าปกคลุมหลังนางเอกพูดเสร็จ มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบปรึกษากันในกลุ่มจากนั้นก็มีนายตำรวจนายหนึ่งก้าวเท้าออกมา

“ผมยังคงเชื่อในฝีมือผู้กอง แต่ถ้าไม่มีคำสั่งจากสารวัตรพวกเราก็ไม่อาจร่วมปฏิบัติกับผู้กองด้วย พวกเราขอโทษนะครับ” หมวดอินทร หนึ่งในทีมก้าวออกมาพูดแทนใจใครหลายๆ คน

“ขอบคุณมากหมวดที่ยังคงเชื่อใจฉัน” นารันเผยรอยยิ้มน้อยๆ ให้หมวดวัยกลางคน

ก็ยังดี อย่างน้อยถึงแม้ไม่มีใครร่วมแผนการกับเธอแต่พวกเขายังคงเชื่อมือเธอ

“พวกเราจะไปกับผู้กองครับ” จ่าวิชิตก้าวออกมาตะเบะท่าเสียงหนักแน่นทำให้นายตำรวจคนอื่นๆ หันมามองด้วยแววตาชื่นชมปนแปลกใจเล็กน้อย

“ผมด้วยครับ” หมวดปัณณวิชญ์เดินออกมาเคียงข้างจ่าวิชิต พลอยทำให้นารันยิ้มขอบคุณพวกเขาทั้งสองอย่างใจจริง

“ถ้างั้น ลุยกันเถอะ”

อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยว สู้คนเดียวเพียงลำพัง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชื่อพราว

    ลานจอดรถโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง“ลุงด่วนรออยู่นี่นะคะ” มุกพิชชาสั่งคนขับรถแล้วเปิดประตูเดินเข้าไปในโรงพยาบาลแต่เมื่อลับตาของลุงด่วน ตำรวจสาวในร่างคุณหนูผู้อ่อนแอก็เดินเร็วปรี่ออกไปจากประตูด้านหลัง เรียกแท็กซี่ที่จอดรอคนแถวนั้นไปยังสน.ที่หล่อนเคยทำงาน โชคดีที่ระยะทางไม่ได้ห่างกันมาก ใช้เวลาเพียงยี่สิบนาทีก็ถึงแล้วตึกสี่ชั้นสีขาวตั้งตระหง่าน ตราโล่ตำรวจสีน้ำตาลและอักษรคำว่า ‘โรงพักเพื่อประชาชน’ เด่นหราอยู่หน้าอาคาร เธอก็เหยียดมุมปากขึ้นยิ้ม แววตาหม่นหมองเศร้าใจ ดวงตาที่เคยสุกใสบัดนี้พร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา หล่อนเงยหน้าขึ้นหวังให้สายลมพัดผ่านพาหยาดละอองน้ำให้แห้งเหือด มือที่ตกข้างลำตัวสั่นระริกความรู้สึกอันหลากหลายก็กระแทกเข้าใส่นารันอย่างจัง เธอชื่นชอบอาชีพตำรวจ หล่อนใฝ่ฝันอยากเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์เป็นที่พึ่งของประชาชน แต่ตอนนี้หล่อนทำแบบนั้นไม่ได้แล้ว เธอตายเพราะผู้ถือกฎหมายในมือหักหลังและตายด้วยน้ำมือคนที่ขึ้นชื่อว่าแฟนความโศกเศร้าเสียใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นแรงอาฆาตแค้นพยาบาทจนดวงตาแดงก่ำหล่อนยืนนิ่งนานเท่าไหร่ไม่รู้ตัว ตัดสินใจเดินไปนั่งยังโต๊ะม้าหินอ่อนใต้ร่มไม้ข้างๆ โรงจอด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ฝากดูแลพ่อแทนด้วยนะ

    บทที่ 6แสงจันทร์นวลทาบลงบนพื้นดิน สวนดอกไม้ทอดยาวสุดสายตา กลีบดอกไม้พลิ้วไหวอาบด้วยหมอกจางๆ ท่ามกลางความสงัดเงียบ ร่างหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว หญิงสาวในชุดเรียบง่ายสีขาว ดวงตาโอบอุ่นอ่อนโยน หากลึกลงไปกลับซ่อนร่องรอยเศร้าลึกที่บาดหัวใจผู้มองทันที“เธอมาแล้ว” เสียงหวานแผ่วคล้ายสายลมพัดผ่าน แต่กลับดังชัดในใจจนร่างของนารันสะท้าน ผู้หญิงคนนี้คือเจ้าของร่างที่หล่อนมาอาศัยอยู่สายตาทั้งคู่สบกันโดยไม่ต้องถามว่าเป็นใคร ราวกับหัวใจรู้จักกันอยู่ก่อนแล้ว มุกพิชชายกมือแตะไหล่นารันเบาๆ รอยยิ้มบางพาให้ความอบอุ่นซึมเข้ามาแทนที่ความว่างเปล่า“ฉันมีบางสิ่งจะฝากเธอ” เสียงนั้นขาดหายไปชั่วครู่ ก่อนดวงตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าโศกจะทอดยาวไปในความมืด“ฝากดูแลพ่อแทนฉันได้ไหม” มุกพิชชาพูดด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เวลาบนโลกนี้ของเธอน้อยเหลือเกิน น้อยเสียจนไม่อาจจะอยู่กับบิดาได้ตราบเท่าที่ใจต้องการคำขอที่ไม่อาจปฏิเสธได้ทิ้งน้ำหนักกดลงกลางอก ความเงียบงันรอบกายพลันเปลี่ยนเป็นความแน่นอึดอัด ความรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียบางสิ่งชั่วนิรันดร์พุ่งเข้ามาเต็มแรง“ได้ ฉันจะดูแลคุณเมธานินท์แทนเธอ” นารันรับปาก ทันทีที่รับข้อเสนอความ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   หล่อนเป็นใคร

    บทที่ 5ภายในห้องโถงของบ้านชั้นล่าง“หล่อนเป็นใคร มาที่นี่ทำไม” เสียงแหลมสูงตะโกนถามหญิงสาวแต่งตัวเซ็กซี่ เดรสสั้นเสียจนน่าหวาดเสียว ใบหน้าหล่อนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วาวาได้แต่คิดคำนวณว่าหล่อนต้องใช้สำลีกี่แผ่นถึงจะเช็ดเครื่องสำอางออกหมด “แล้วหล่อนล่ะเป็นใคร” ฟางแก้วไม่ยอมแพ้ ถามอีกฝ่ายกลับ หล่อนใช้สายตาสำรวจผู้หญิงตรงหน้าอย่างไม่เกรงใจแล้วเบะปากมองบน ก็เป็นแค่เด็กเอ็นเหมือนกัน แต่เสือกมาถามเธอราวกับเป็นเมียเจ้าของบ้าน“ฉันเป็นใครแล้วทำไมจะต้องแจ้งให้หล่อนทราบ” วาวากอดอกเชิดใบหน้าขึ้น หัวเราะเสียงดังราวกับเป็นเรื่องตลกขบขัน“คนอะไรหัวเราะได้น่าเกลียดมาก เหมือนคนไม่เต็ม” ฟางแก้วเหมือนคนถูกหยามเลยตอบกลับเจ็บแสบไม่แพ้กันเสียงโหวกเหวกของแขกสาวทั้งสองในห้องรับแขก ดังลั่นจนเหล่าแม่บ้านต้องออกมามองด้วยความหวาดหวั่น ไม่กล้าเข้ามาห้ามศึกเพราะกลัวจะโดนลูกหลง แต่ละนางก็ดูแรงใช่ย่อยจะห้ามไม่ให้เข้าบ้านก็ไม่ได้เพราะพวกหล่อนอ้างว่ามาเรื่องงาน มีเอกสารครบทุกอย่างจึงได้แต่ปล่อยมาให้นั่งรอคุณภูสิงห์ยังห้องนี้ ไม่คิดว่าพวกเธอจะทะเลาะกันเอง“น่าเกลียดเหรอ แกสิน่าเกลียดมาเร่ขายให้ผู้ชายถึงบ้

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ไม่ขอเป็นศัตรูกับภีมวัจน์

    ท่าเรือขนส่งสินค้าระหว่างประเทศแห่งหนึ่งในภาคตะวันออก ตู้คอนเทนเนอร์เรียงซ้อนเหมือนกำแพงบนลานกว้าง ทำให้พื้นที่ดูคับแคบลงภีมวัจน์ยืนนิ่ง มือหนึ่งถือมวนบุหรี่ที่เผาไปแล้วมากกว่าครึ่ง อีกมือหนึ่งล้วงกระเป๋า ส่วนมืออีกข้างล้วงกระเป๋า ใบหน้านิ่งสงบ หากมองจากไกลๆ กิริยาท่าทางของเขาเหมือนดูผ่อนคลายแต่ใครจะไปรู้เท่าชายคนที่นั่งคุกเข่าตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวตรงหน้านี้วันชัยก้มหน้ามองพื้น สองมือถูกมัดไพล่หลัง เขาปล่อยให้น้ำตาไหลลงเงียบๆ อย่างจนปัญญาและกลัวตาย ไม่กล้าแม้แต่จะเงยหน้ามองเจ้านายหนุ่มที่มีแววดุดันดุจฆ่าผู้คนได้เพียงแค่สบตาแม้เขาคนนั้นจะไม่ได้เอ่ยหรือพูดอะไรแต่บรรยากาศชวนอึดอัดและชวนขนหัวลุกราวกับคนตรงหน้าเป็นภูตผีปีศาจก็ไม่ปานแถมยังถูกบอดี้การ์ดฝีมือดีอีกห้าคนล้อมเขาไว้ประหนึ่งถูกขังคุกด้วยกำแพงมนุษย์“ทำไมไอซ์ เฮโรอีนถึงมาอยู่ในคลังสินค้าล็อตนี้ เตือนแล้วไม่ฟังสินะ” หากน้ำเสียงเย็นเยือกแช่แข็งคนฟังได้ ตอนนี้วันชัยคงแข็งค้างไปทั้งตัว ฟันหน้ากระทบกันดังกึกๆ วันชัยร้องไห้ปล่อยโฮอย่างไม่นึกอาย เขาไม่น่าฆ่าตัวตายด้วยการทำเรื่องแบบนี้เลย ไม่น่าเลย วันชัยได้แต่คร่ำครวญนึกเสียใจกับการ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ร่างใหม่

    บทที่ 4มุกพิชชาพาร่างอ่อนระโหย ระหงเดินสะเปะสะปะไปยังห้องน้ำ ใบหน้าเธอซีดเซียว ริมฝีปากแห้งแตกเหมือนกระดาษ ดวงตาพยายามปรือมองทางข้างหน้า หล่อนมีไข้สูง กินยานอนพัก แต่กลางดึกรู้สึกปวดปัสสาวะ จึงจำใจลุกจากเตียงไปยังห้องน้ำซึ่งไม่ไกลนักขณะที่ทำธุระและล้างมือ เธอก็พลัดลื่น ร่างที่ยืนไม่มั่นคงเป็นทุนเดิมล้มไปทางด้านหลังอย่างจัง หัวกระแทกขอบอ่างล้างหน้า สติครั้งสุดท้ายที่หล่อนรับรู้คือเพดานห้องน้ำ แล้วภาพค่อยๆ มืดลง ก่อนที่วิญญาณจะถูกกระชากออกไปผ่านไปกี่นาทีกี่ชั่วโมงไม่อาจรู้ จนกระทั่งมีคนมาพบร่างเธอนอนกองบนพื้นห้องน้ำ“ว้าย คุณพราว มาทำอะไรตรงนี้คะ” กิ่ง พี่เลี้ยงวัยใกล้สี่สิบร้องตกใจ ขณะเดินค้นหาเจ้านายจนพบมุกพิชชานอนเป็นลมในห้องน้ำกิ่งพยายามพยุงร่างอ่อนปวกเปียกของเจ้านายขึ้นเตียงอย่างยากลำบาก คืนนี้เธอมานอนเฝ้าเพราะผู้เป็นเจ้านายไข้ขึ้นสูง ทว่าเมื่อครู่ปวดเบาจึงลงไปเข้าห้องน้ำที่ชั้นล่างสำหรับแม่บ้านจึงไม่รู้ว่าเจ้านายสาวก็อยากเข้าห้องน้ำเหมือนกันพี่เลี้ยงวางเรือนร่างผอมแห้งลงบนเตียงอย่างทะนุถนอม แล้วถอนหายใจด้วยความเหนื่อย เธอเกลี่ยปอยผมที่ปกคลุมใบหน้าออก แล้วไล่สายตาตรวจดูบาดแผลต

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   น่าเสียดาย

    ปัง ปังจ่าวิชิตลั่นไกไปตามกลุ่มคนร้ายขณะวิ่งเข้ามาหาผู้กองนารันเมื่อปิดงานเสร็จชยพลก็หันหลังเดินขึ้นรถ กลุ่มคนร้ายก็แตกซ่านหาที่หลบซ่อนเพราะตำรวจกำลังมาทางนี้ทิ้งไว้แต่ร่างตำรวจสาวในชุดเครื่องแบบสีดำสนิทเปียกชุ่มไปด้วยเลือดนอนคว่ำหน้าอย่างน่าอนาถากับดินแข็งๆก่อนลมหายใจเฮือกสุดท้ายจะสิ้นสุด เธอรวบรวมพลังสาบานกับตัวเองในใจอย่างแน่วแน่ราวกับเสียงกระซิบจากนรก“ถ้าพระเจ้ามีจริง ขอให้ฉันได้กลับมา แก้แค้นพวกแกอย่างสาสม ลิ้มรสการถูกหักหลังแบบที่ฉันเจอ นารันคนนี้ขอสาบาน”ดวงตาเธอปิดลงอย่างช้าๆ ความดำมืดเข้าปกคลุม หลงเหลือไว้แต่กลิ่นอายแห่งความอาฆาตแค้นที่คุกรุ่น รอวันฟื้นคืนเพื่อล้างแค้นพวกมันอย่างที่สาบานไว้ด้วยชีวิตและวิญญาณ“ผู้กอง ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลมาที่นี่ที” ร่างที่ไร้วิญญาณถูกประคองขึ้นด้วยจ่าวิชิต หมวดปัณณวิชญ์ที่บาดเจ็บที่ต้นขาเดินกระเผกๆ ตามมาทีหลังเห็นภาพเบื้องหน้าก็เข่าทรุดลงกับพื้น จ่าวิชิตใช้นิ้วอังจมูกหญิงสาวราวกับมีความหวังลึกๆ ว่าเธอยังคงมีลมหายใจอยู่มีเพียงสายลมเย็นเยือกพัดผ่านจนสองตำรวจหนาวเย็นยะเยือกเข้ากระดูก วิชิตเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์มาโดยตลอดแต่มันน่าเศร้าที่มันไ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status