แชร์

ลุย

ผู้เขียน: ฉัตรชบา/ณิสา
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-23 22:39:37

ในหัวหล่อนครุ่นคิดไม่ได้ฟังแม้แต่เสียงที่เอะอะโวยวาย หล่อนกำลังหาจุดผิดปกติของแผนนี้ นึกแผนที่ที่จำจนขึ้นใจและสถานที่ที่พอจะเป็นไปได้

โกดังร้างแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำมากนักราวห้าถึงหกกิโลเมตร ดวงตาหล่อนเป็นประกายทันที

ใช่แล้ว ท่าเรือ

“ทุกคนถอนกำลังด่วน” นางเอกสั่งเสียงเข้ม

“เดี๋ยวก่อนสิครับคุณตำรวจ พวกคุณจะหนีไปดื้อๆ แบบนี้มันใช้ได้ที่ไหนกัน”

“เรื่องเมื่อกี้อาจเป็นการเข้าใจผิดกัน ฉันขอเป็นตัวแทนตำรวจทุกนายขอโทษพวกคุณด้วย” นารันหันมาขอโทษแม้ในใจไม่ได้รู้สึกผิดอะไรเพราะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนี้เป็นแค่นักแสดงและมีเป้าหมายเพื่อมาถ่วงเวลาพวกเธอเล่นเท่านั้น

“ง่ายไปหน่อยมั้ง จู่ๆ ก็ถือปืนโต้งๆ เข้ามากล่าวหาพวกกู” ชายวัยกลางคนที่แต่งตัวภูมิฐานไม่คล้อยตามกับคำขอโทษผู้กองสาวง่ายๆ

“นั่นสิคุณตำรวจ”

“พวกเราอย่าไปยอม ขวางพวกตำรวจไว้” หนึ่งในนั้นตะโกนปลุกระดมเพื่อน

“ตอนนี้พวกคุณเป็นผู้บริสุทธิ์ แต่ถ้าหากพูดออกมาอีกหนึ่งประโยคฉันจะแจ้งข้อหาพวกคุณฐานขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ว่าไง” นารันทำท่าล้วงกุญแจมือออกมาควงเล่นด้วยท่าทางคุกคามเพราะเธอไม่อยากเสียเวลาที่นี่นานนัก

ชายฉกรรจ์เลิ่กลั่กเมื่อได้ยินนางเอกพูดแบบนั้น จากที่ฮึกเหิมได้ใจจำเป็นต้องก้มหน้าถอยหลังและเงียบปากตัวเองสนิท

เดิมทีพวกเขาเป็นแค่พวกคนงานก่อสร้างและพ่อค้าในตลาด เมื่อวานมีคนมาจ้างวานให้พวกเขามาที่นี่และมีหน้าที่แค่ขัดขวางไม่ให้พวกตำรวจออกจากโกดังแห่งนี้ภายในหนึ่งชั่วโมงนี้เท่านั้น

แต่พอได้ยินสิ่งที่นางเอกกล่าวมาเมื่อครู่พวกเขาก็ไม่อยากเสี่ยงติดคุกติดตะรางเหมือนกันจึงจำเป็นต้องล่าถอย

กว่าจะออกมาจากโกดังร้างได้ก็ผ่านไปแล้วเกือบสิบนาที ทันทีที่ก้าวเท้าออกมา รถตู้สีขาวป้ายทะเบียนคุ้นตาก็โฉบมาจอดตรงหน้านารันและนายตำรวจคนอื่นๆ

มาทำไมตอนนี้วะ คนกำลังจะรีบ

นารันสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าเคร่งเครียดทันทีที่สารวัตรเดินลงมาตรงหน้าเธอ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ” สารวัตรภาคภูมิถามผู้กองนารันเสียงราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจที่บีบให้ทุกคนเงียบงัน

“เป็นกับดักค่ะ” หล่อนรายงานตามจริง เพราะถึงเธอไม่พูดท่านก็ต้องรู้อยู่ดี

“ดี ดี ไหนบอกสายที่เธอให้ไปตามสืบข้อมูลเชื่อถือได้ไง อีกอย่างเธอก็ลงมาสืบเองด้วยไม่ใช่เหรอ ไหงถึงให้คนร้ายปั่นหัวได้ล่ะ” ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่ตำหนิเธอรุนแรงขนาดนี้ แต่เมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ภาคภูมิจึงไม่โอนอ่อนอย่างที่เคยทำ

“เรื่องนี้ดิฉันยอมรับผิดค่ะ มันเป็นข้อผิดพลาดของดิฉันเอง แต่ดิฉันขอแก้ตัวด้วยการพาทีมไปท่าเรือ ดิฉันมั่นใจว่าต้องเป็นที่นั่นแน่ๆ ค่ะ” ตำรวจทุกทีมที่มายืนออกันหน้าโกดังหันหน้ามองกันด้วยความงงงวย

“แก้ตัว เธอคิดว่าฉันควรจะให้โอกาสเธออีกงั้นเหรอผู้กองนารัน”

“พยัคฆ์ทมิฬใช้วิธีแผนซ้อนแผนเพื่อตบตาเรา พวกนั้นตั้งใจให้เราหลงทาง แต่ตอนนี้พวกมันกำลังแลกเปลี่ยนสินค้ากันที่ท่าเรือ ฉันมั่นใจว่านั่นคือที่นัดแลกเปลี่ยนสินค้าที่แท้จริง” นารันพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจ แววตาสบกับผู้ใต้บังคับบัญชาหนักแน่น ในใจภาวนาขอให้สารวัตรอนุญาตนำทีมอีกครั้ง

“มั่นใจงั้นเหรอ ครั้งที่แล้วเธอก็พูดว่ามั่นใจ แล้วเป็นไง พวกเราเสียเวลามามากพอแล้วนะผู้กอง”

“ท่านครับถ้ามันเป็นอย่างที่ผู้กองพูดมาเราก็ควรเสี่ยงอีกสักครั้งนะครับ” หมวดปัณณวิชญ์ผู้ที่เชื่อมั่นในฝีมือผู้กองสาวเอ่ยขึ้น

“ใช่ครับท่าน ถ้าเราพลาดคงยากที่จะมีโอกาสจับตัวการใหญ่แบบนี้อีก” จ่าวิชิตเห็นฝีไม้ลายมือสาวรุ่นลูกมาแล้วหลายภารกิจ เขาเชื่ออย่างสนิทใจเลยว่าผู้กอง นารันเก่งเกินตัว อะไรที่หล่อนวิเคราะห์และคาดการณ์ทุกอย่างมันมีความเป็นไปได้เกินครึ่ง

“ฉันไม่ต้องการความเห็นของพวกคุณ จำไว้ว่าฉันคือหัวหน้าทีมไม่ใช่ผู้กอง” แม้น้ำเสียงไม่เกรี้ยวกราดแต่ก็วางอำนาจอยู่ในทีและเต็มไปด้วยแรงกดดันเงียบ ๆ ที่ทำให้บรรยากาศรอบข้างตึงเครียดขึ้นฉับพลัน

นารันกำหมัดแน่น ก้มใบหน้าลงเผยดวงตาแข็งกร้าวที่ไม่ยอมคน “หล่อนมั่นใจว่าสิ่งที่เธอคาดการณ์กำลังเกิดขึ้นจริง เธอไม่ยอมแน่ ทำมาขนาดนี้แล้ว อีกนิดเดียวก็จะจับคนร้ายได้”

“หัวหน้าคะ ดิฉันขอโอกาสแค่ครั้งเดียว ขอแค่กำลังเล็กๆ ก็ได้ ถ้าหากเกิดอะไรผิดพลาดดิฉันขอรับผิดทุกอย่างชอบเอง” นารันต่อรอง เธอยังคงมีความหวังเล็กๆ ว่าสารวัตรภาคภูมิคงจะใจอ่อนยอมให้เธอนำทีมไปยังจุดนัดแลกเปลี่ยน

“พอเถอะ แค่นี้ทุกคนก็เสียเวลานอนมามากพอแล้ว ทุกคนแยกย้ายกลับไปพักผ่อน” สั่งเสร็จก็เดินขึ้นรถทันที ทิ้งผู้ใต้บังคับบัญชายืนมองหน้ากันเลิ่กลั่กไปมา

ตำรวจในทีมที่เคยปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับผู้กองนารันมานานยืนนิ่งอย่างลังเลไม่มั่นใจ พวกเขายังคงเชื่อมั่นผู้กองสาวสวยมากความสามารถคนนี้อยู่เต็มเปี่ยมแม้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะทำให้พวกเขาสั่นคลอนอยู่บ้างก็ตาม

“นายไม่กลับเหรอ” หมวดวัฒน์ถามเพื่อนตำรวจด้วยกันเสียงเครียด เขาเองก็ไม่คิดว่าเหตุการณ์ครั้งนี้จะลงเอยเช่นนี้ทั้งๆ ที่เตรียมการมาเสียดิบดี เขาเองก็รู้สึกทะแม่งๆ คนบ้าอะไรมันจะมาขายมะม่วงในโกดังร้างตอนค่ำมืด ท่าทางลับๆ ล่อๆ ชวนดูมีพิรุธ

คิดยังไงมันก็ดูไม่ปกติแต่จะขัดคำสั่งสารวัตรก็ไม่ได้อีก

“ฉันรู้สึกเชื่อว่าผู้กองนารันพูดถูก”

“แต่ถ้าเธอคิดผิดอีก เราก็เหนื่อยฟรีสองรอบ”

เสียงนายตำรวจพูดคุยกระซิบกระซาบกันในแต่ละทีม บางคนก็แยกย้ายตามคำสั่งพลตำรวจโทภาคภูมิเพราะนี่ก็เกือบตีหนึ่งแล้ว เลยเวลานอนมามากโขเอาการ

“ครั้งนี้ฉันขอโทษฉันพลาดเอง แต่เรื่องที่ท่าเรือฉันมั่นใจฉันไม่ได้คิดไปเอง ฉันจะไม่ขอร้องพวกคุณแต่ถ้าใครจะไปให้ก้าวออกมา”

ความอึดอัดเข้าปกคลุมหลังนางเอกพูดเสร็จ มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบปรึกษากันในกลุ่มจากนั้นก็มีนายตำรวจนายหนึ่งก้าวเท้าออกมา

“ผมยังคงเชื่อในฝีมือผู้กอง แต่ถ้าไม่มีคำสั่งจากสารวัตรพวกเราก็ไม่อาจร่วมปฏิบัติกับผู้กองด้วย พวกเราขอโทษนะครับ” หมวดอินทร หนึ่งในทีมก้าวออกมาพูดแทนใจใครหลายๆ คน

“ขอบคุณมากหมวดที่ยังคงเชื่อใจฉัน” นารันเผยรอยยิ้มน้อยๆ ให้หมวดวัยกลางคน

ก็ยังดี อย่างน้อยถึงแม้ไม่มีใครร่วมแผนการกับเธอแต่พวกเขายังคงเชื่อมือเธอ

“พวกเราจะไปกับผู้กองครับ” จ่าวิชิตก้าวออกมาตะเบะท่าเสียงหนักแน่นทำให้นายตำรวจคนอื่นๆ หันมามองด้วยแววตาชื่นชมปนแปลกใจเล็กน้อย

“ผมด้วยครับ” หมวดปัณณวิชญ์เดินออกมาเคียงข้างจ่าวิชิต พลอยทำให้นารันยิ้มขอบคุณพวกเขาทั้งสองอย่างใจจริง

“ถ้างั้น ลุยกันเถอะ”

อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้โดดเดี่ยว สู้คนเดียวเพียงลำพัง

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   จบบริบูรณ์

    นารันเรียกพนักงานหน้าเคาน์เตอร์ พูดคุยบางอย่างไม่ถึงนาที พนักงานคนนั้นมีสีหน้าตกใจเล็กน้อยก่อนพยักหน้ารับแล้วเดินตรงมายังพวกเขายืนอยู่ “สวัสดีค่ะ พอดีมีโปรโมชั่นใหม่มาแนะนำสำหรับสมาชิกห้าสิบคนแรก สมัครวันนี้ลดทันที เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ค่ะ” เมื่อครู่เธอก็แนะนำโปรโมชั่นแก่ลูกค้าสองท่านนี้ไปแล้วเพียงแต่ไม่ใช่ลดเก้าสิบเปอร์เซ็นต์อย่างที่คุณมุกพิชชาบอก“เก้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยเหรอครับ” วัฒน์กับปัณณ์หันมามองหน้ากันอย่างตกใจ เพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะพยักหน้าแทบพร้อมกันแบบไม่ต้องคิดให้เสียเวลา“ตกลงครับ/สมัครครับ”นี่มันโชคหล่นทับกันชัดๆ ทั้งส่วนลดที่ได้มาอย่างไม่น่าเชื่อ และเจ้าของยิมที่ชื่อมุกพิชชา ผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำให้พวกเขารู้สึกคุ้นเคยอย่างอธิบายไม่ถูก ความรู้สึกนั้นไม่ใช่แค่การพบกันครั้งแรก แต่คล้ายกับเคยรู้จักกันมาก่อนลึกกว่านั้น ใกล้ชิดกว่านั้น ราวกับความผูกพันบางอย่างยังคงหลงเหลืออยู่ แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนทุกสิ่งไปแล้วก็ตามห่างออกไปนั้น สองร่างที่ความสูงต่างกัน เดินเคียงคู่ออกมาจากยิม“เป็นยังไงบ้าง ได้เจอเพื่อนร่วมงานเก่า”ภีมวัจน์ถามเสียงเบา สายตายังคอยมองใบหน้าภรรยาไม่วาง เห็นชัดว่าห

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เหมือนจนไม่อยากจะเชื่อ

    เพราะเรื่องราวที่พ่อกำลังเล่าอย่างจริงใจคือเรื่องของเธอคือชีวิตของเธอคือความเจ็บปวดของเธอ ทั้งหมด ตรงหน้าและเขาพ่อแท้ๆ ของเธอ กำลังกอดเธออยู่แต่ไม่รู้ว่าเด็กผู้หญิงที่เขาคิดว่าตายไปแล้วกำลังร้องไห้อยู่ในอ้อมแขนเขาเองนารันร้องไห้เงียบๆ อย่างเจ็บปวดที่สุดในชีวิต เพราะนี่เป็นครั้งแรก และอาจเป็นครั้งเดียว ที่เธอได้ยินคำว่าพ่อ พูดถึงเธอด้วยความรักแบบนี้คืนนั้นนารันกลับมานอนที่บ้านพ่อพร้อมภีมวัจน์ หลังจากวันที่เต็มไปด้วยความปวดร้าวและความจริงมากมาย เธอกลับรู้สึกเหมือนได้พักใจในที่ที่ควรจะเป็นตั้งแต่แรก เสียงหัวเราะเบาๆ ลอยมาตามลมตั้งแต่ก่อนจะก้าวเข้าประตู เพราะภีมวัจน์ให้ลูกน้องไปรับภูธเนศ พ่อของเขา และเพื่อนรักของเมธานินท์ ให้มาทานมื้อเย็นร่วมกันที่คฤหาสน์โต๊ะอาหารยาวโอ่อ่าซึ่งครั้งหนึ่งเคยเงียบเหงา กลับอบอุ่นขึ้นอย่างประหลาด เมื่อทั้งสี่คนนั่งล้อมโต๊ะเดียวกัน กลิ่นอาหารจากครัวลอยฟุ้ง เสียงถ้วยชามสีกระทบกันดังจังหวะเบาๆ ปะปนไปกับบทสนทนาที่เป็นธรรมชาติอย่างน่าประหลาดเมธานินท์คอยตักกับข้าวให้ลูกสาวไม่ห่าง เห็นหล่อนทานได้ดี เขาก็ยิ้มได้ทั้งหน้า น้ำเสียงที่ใช้คุยกับทั้งนารันและภีมวัจน์เต็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ความลับ ความบังเอิญ โชคชะตา

    พอโตขึ้นก็ไม่ได้รู้สึกอะไรแบบนั้นแล้ว ไม่ได้ต้องการจากพวกเขาอย่างที่เคยตัดพ้อในช่วงเด็ก” น้ำเสียงหล่อนราบเรียบไร้อารมณ์ ภีมวัจน์รับรู้ได้ทันทีว่ากว่าเธอจะเข้มแข็งได้มากขนาดนี้ เธอต้องแตกสลายไปแล้วกี่รอบ ร้องไห้ไปแล้วกี่หน เรื่องราวของเขาที่พบเจอเทียบไม่ได้กับเรื่องของเธอเลยสักนิด เขาโชคดีที่ยังมีพ่อ แต่นารันกลับมีเพียงแค่คุณยาย อยู่กันเพียงสองคนลำพัง“แล้วถ้าหากตอนนี้จู่ๆ พ่อรันโผล่มาล่ะ รันจะทำยังไง” นานกว่านาที ภีมวัจน์ถึงตัดสินใจถามคำถามนี้พร้อมกุมมือเธอเบาๆ ราวกับกำลังปลอบโยนหล่อน“คงเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ เพราะถ้าจะมาคงโผล่มานานแล้ว คงไม่ต้องรอจนถึงป่านนี้ จะสามสิบปีแล้ว เขาคงมีลูกโตแล้วป่านนี้” เธอพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ไม่ยินดียินร้ายใดๆนารันไม่ได้คาดหวังว่าในชีวิตนี้จะได้เจอกับคนที่เป็นพ่อ เพราะหล่อนไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอเขา หล่อนไม่ชอบความรู้สึกของการถูกทิ้ง ความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการของใครอีกแล้ว หากต้องเจอเขา ความรู้สึกนี้ก็คงวนเวียนกวนใจหล่อนไม่เลิกภีมวัจน์สังเกตภรรยาสาวแล้วก็โล่งอกไปเปลาะหนึ่งที่เธอไม่ได้มีความรู้สึกเกลียดหรือโกรธแค้นคนเป็นบิดา แต่กว่าเธอจะเข้มแข็

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ธุรกิจใหม่

    บทที่ 30หลังจากจบเรื่องราวต่างๆ รวมไปถึงพิธีศพของฉัตรตฤณ ฉัตรปวีย์หนีไปอยู่ต่างประเทศ เรื่องที่เกี่ยวข้องกับแก๊งพยัคฆ์ทมิฬ หล่อนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง เป็นเพียงบุตรและทายาทเท่านั้นยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ เธอจึงไม่ได้ถูกจับกุมใดๆ แต่ถึงอย่างนั้นสังคมกลับตราหน้าเธอ ที่หล่อนเสวยสุขมีเงินซื้อของแพงๆ ได้เพราะเงินผิดกฎหมาย เพื่อนพ้องที่เคยอ้อมล้อมต่างพากันหนีหายฉัตรปวีย์กลายเป็นไฮโซตกอับไร้มิตร แถมสภาพจิตใจก็ยังย่ำแย่ อยู่ที่นี่ต่อไม่เป็นผลดี หล่อนจึงตัดสินใจย้ายไปอยู่ต่างประเทศอย่างถาวร“คุณพราวครับ คุณณิรชาขอเข้าพบครับ” บลูเดินมารายงานนายหญิงของบ้านยังห้องนั่งเล่น ขณะที่เธอกำลังนั่งอ่านนิยายสอบสวนด้วยใบหน้าเคร่งเครียด“ให้เธอเข้ามาเลยค่ะ” หลังจากจบภารกิจ เธอก็เกือบลืมเรื่องนี้ไปเลย“สวัสดีค่ะคุณพราว คือแพรมาขอลาค่ะ เพราะผู้ชายคนนั้นก็ถูกจับแล้ว” เธอไปๆ มาๆ ระหว่างบ้านหลังนี้กับบ้านตัวเองเพื่อเยี่ยมยาย หลังจากผ่าตัดครั้งนั้น ทุกอย่างก็ดูราบรื่นดี คุณมุกพิชชาจ้างพยาบาลส่วนตัวไปดูแลยายเธอที่บ้านให้ ขณะที่เธอต้องออกมาทำงาน ซึ่งหล่อนอยากจะขอบคุณผู้หญิงตรงหน้าจนไม่รู้จะขอบคุณยังไงแล้ว“แล้วต่อ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   เอาคืน

    ตอนที่เธอถูกเชือดมัดมือ นารันแก้มัดเชือกด้วยการพยายามใช้นิ้วล้วงมีดใบเล็กมาจากกางเกงขาสั้นที่หล่อนสวมไว้ด้านในชุดเดรสขณะนอนคุดคู้ในรถค่อยๆ ตัดเชือกอย่างระมัดระวัง พลางร้องไห้ ให้ชยพลตายใจวันนี้หล่อนสวมเดรสกระโปรงยาว โดยที่ข้างในมีกางเกงขาสั้น สายรัดต้นขาไว้สำหรับพกปืนสั้นเรื่องที่เธอถูกชยพลจับตัวมานั้น คือสิ่งที่หล่อนคาดการณ์ไว้ทั้งหมด ไม่อย่างนั้น คนอย่างเธอจะยอมให้ไอ้ผู้ชายเฮงซวยคนนี้จับมาง่ายๆ อย่างนั้นนะเหรอ ฝันไปเถอะ นารันยอมโดนให้มันจับ ให้มันตบก็เพื่อให้มันโผล่หัวออกมาให้เธอล้างแค้นถึงที่ก็เท่านั้นเองชยพลส่ายหน้าไปมาอย่างสับสน ช่วงหลังๆ เขามักเห็นนารันราวกับภาพหลอน จนเริ่มคิดว่าตัวเองเป็นบ้าไปแล้วและเขาไม่รู้เลยว่าภาพหลอนที่เขากลัวนักหนา กำลังหายใจอยู่ตรงนั้นจริงๆแม้แต่มุกพิชชา ผู้หญิงที่ไม่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับนารันแม้แต่น้อย ยังกล้าอ้างตัวว่าหล่อนคือนารัน นั่นยิ่งซ้ำเติมสติของเขาให้แตกร้าวลงไปอีก ชยพลเริ่มแยกไม่ออกว่าอะไรคือความจริง อะไรคือภาพหลอนที่สมองเขาสร้างขึ้นเอง ความหวาดผวาแปรเปลี่ยนเป็นความคลุ้มคลั่งจนฉายชัดออกมาทางแววตาและท่าทางที่ควบคุมไม่อยู่อดีตผู้กองสาวฉ

  • หลังความตายฉันกลายเป็นภรรยาอดีตมาเฟีย   ชยพล

    “คุณยายครับผม ภูสิงห์ ภีมวัจน์นะครับ” เสียงทุ้มของเขาอ่อนลงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราวกับตั้งใจพูดให้คนที่มองไม่เห็นได้ยินอย่างชัดเจน“ตอนนี้นารันเป็นภรรยาของผมแล้ว คุณยายไม่ต้องเป็นห่วงเธออีกต่อไปนะครับ ตั้งแต่นี้ไปผมจะดูแลหลานสาวของคุณยายให้ดีที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ ไม่ว่าเธอจะล้มป่วย เจ็บไข้ จะชราไปตามวัย หรือรูปลักษณ์เปลี่ยนไปแค่ไหน ผมก็ยังจะรัก และจะอยู่ข้างเธอเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน”เขาหยุดหายใจเพียงเสี้ยววินาที ก่อนเอ่ยคำที่หนักแน่นกว่าเดิม“ผมรักนารันนะครับคุณยาย และผมขอบคุณจากใจที่คุณยายเลี้ยงดูเธอด้วยความอดทนและความรักจนกลายเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งและงดงามขนาดนี้ ต่อไปนี้ เธอไม่จำเป็นต้องแบกทุกอย่างไว้คนเดียวอีกแล้วครับ มีอะไรให้พี่ช่วย พี่จะจัดการให้เอง”ประโยคท้ายเป็นถ้อยคำที่เขาหันมาพูดกับนารันโดยตรง น้ำเสียงเบาลงอย่างละมุนราวกับกลัวทำให้เธอร้องไห้หญิงสาวฟังแล้วน้ำตาก็รื้นขึ้นทันที ความอบอุ่นจากคำของเขากลับไปแตะความฝันเล็กๆ ที่เธอเคยมีความฝันที่อยากให้มีผู้ชายสักคนเอ่ยสัญญาเช่นนี้ต่อหน้ายายในวันแต่งงาน แต่ยายจากไปก่อน และความฝันนั้นก็เลือนหายไปพร้อมกันไม่เคยคิดเล

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status