LOGINซูจ้งผิงคิดว่าฉันใจอ่อนลงแล้ว แววตาของเขาจึงเป็นประกายสว่างวาบขึ้นมาทันทีเพื่อดึงให้เขายอมร่วมมือ ฉันจึงจงใจแสร้งพูดออกไป "ที่คุณบอกว่าคุณเป็นพ่อผู้ให้กำเนิดฉัน มันเป็นแค่คำพูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน เว้นเสียแต่ว่าพวกเราจะไปตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอหาความสัมพันธ์พ่อลูกกัน ถ้าผลตรวจออกมาพิสูจน์ได้ว่าพวกเราเป็นพ่อลูกแท้ ๆ กันจริง ฉันพ่อจจะลองเก็บข้อเสนอของคุณไปพิจารณาดู ยังไงเสียเลือดก็ข้นกว่าน้ำ ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะบีบคุณให้ต้องจนมุมจนถึงทางตันหรอกค่ะ"ความดีอกดีใจฉายชัดบนใบหน้าของซูจ้งผิงอย่างปิดไม่มิด เขาดูมั่นใจในตัวเองมากพลางเอ่ย "เจาเจา ด้วยอายุของลูก ลูกต้องเป็นลูกของพ่อแน่นอน ไม่ผิดแน่ ๆ แต่ไปตรวจดูสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน แบบนี้ลูกจะได้กลับคืนสู่ตระกูลได้อย่างถูกต้องเสียที""ถ้าอย่างนั้นตอนนี้พวกเราก็ไปเจาะเลือดกันเถอะค่ะ รู้สึกว่าโรงพยาบาลแห่งนี้จะมีศูนย์ตรวจดีเอ็นเออยู่พอดี"ซูจ้งผิงไม่ได้คัดค้านใด ๆด้วยเหตุนี้ ฉันจึงพาเขาไปเจาะเลือดด้วยกันเจ้าหน้าที่ศูนย์ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอแจ้งกับพวกเราว่า ช่วงนี้มีคนมาใช้บริการตรวจประเภทนี้เป็นจำนวนมาก ทางศูนย์ไม่มีบริการด่วน จึงรับรองได้เพียงว่า
ฉันหลงคิดไปว่า อย่างน้อยเขาก็คงจะมีความเป็นลูกผู้ชาย กล้าหาญพอที่จะก้าวออกมายอมรับและชี้แจงความผิดพลาดที่ตนเองเคยก่อไว้ในอดีตแต่ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าคำตอบที่เขาให้กับฉันกลับกลายเป็นว่า "พ่อจะจัดการวางแผนส่งตัวลูกกับแม่ไปอยู่ต่างประเทศนะ พ่อได้ยินมาว่าตอนนั้นลูกเรียนจบปริญญาตรีก็แต่งงานเลย การไม่ได้ต่อปริญญาโทคงเป็นเรื่องน่าเสียดาย ถ้าอย่างนั้นลูกก็ไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศซะ พ่อจะช่วยติดต่ออาจารย์ให้ เรื่องค่าใช้จ่ายพ่อจัดการเองทั้งหมด ส่วนเรื่องแม่ของลูก พ่อเองก็ติดต่อหาโรงพยาบาลรองรับไว้ให้เรียบร้อยแล้ว""เหอะ! ศาสตราจารย์ซู เดิมทีฉันนึกว่าคุณจะแตกต่างจากภรรยาและลูก ๆ ของคุณ แต่ดูตอนนี้สิ คุณกับพวกเขาก็แค่น้ำเน่าในคูเดียวกันนั่นแหละ! ไร้ยางพ่อยและเจ้าเล่ห์ปลิ้นปล้อนไม่ต่างกันเลยสักนิด!"ฉันแค่นหัวเราะเยาะออกมา จ้องมองคนที่ได้ชื่อว่าเป็นพ่อแท้ ๆ ของตัวเองด้วยสายตาผิดหวังอย่างถึงที่สุดซูจ้งผิงรีบละล่ำละลักแก้ตัว "ลูกเข้าใจผิดไปแล้วนะ พ่ออยากจะชดเชยให้พวกลูกจริง ๆ""การชดเชยของคุณ คือการทำให้ฉันกับแม่กลายเป็นหนูท่อที่ต้องหนีเตลิดไปซ่อนตัวอยู่ต่างประเทศงั้นเหรอคะ? ทำแบบนั้นมันก็
กู้อี้หานถอนหายใจยาวพลางเอ่ยขึ้น "งั้นพรุ่งนี้ฉันจะลองไปถามพี่เหยียนโจวดู ว่าเขาพอจะมีหนทางดี ๆ อะไรบ้างไหม""คุณเสิ่นเหรอ"ฉันมองเขาด้วยความสงสัยรู้สึกมาตลอดว่าคนคนนี้อยู่ไกลเกินเอื้อมจากชีวิตของฉันมาก คนระดับเขาจะยื่นมือมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องหยุมหยิมของฉันงั้นหรือ?กู้อี้หานพยักหน้ารับ "ใช่แล้วล่ะ เขามีประสบการณ์ชีวิตโชกโชนกว่าพวกเรา แถมยังมีรากฐานอำนาจบารมีในเมืองหลวงหยั่งรากลึกมากด้วย รับรองว่าต้องมีหนทางดีกว่าพวกเราแน่ ๆ!""ขอบคุณพวกเธอสองคนมากจริง ๆ นะ"ฉันค้อมตัวคำนับขอบคุณพวกเขาอย่างสุดซึ้ง ทำเอาทั้งคู่สะดุ้งตกใจกันใหญ่"นี่เธอทำอะไรเนี่ย"กู้อี้หานโวยวาย "ทำท่าเหมือนฉันตายแล้วเธอกำลังยืนไว้อาลัยยังไงยังงั้นแหละ"ซ่งจินรั่วถลึงตาใส่เขาทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาพูดกับฉัน "ฉันกับเธอสนิทกันขนาดไหน ยังต้องมาทำเป็นเกรงอกเกรงใจกันอีกเหรอยะ?"ด้วยเหตุนี้ พวกเขาสองคนจึงอยู่เฝ้าแม่เป็นเพื่อนฉันที่โรงพยาบาลตลอดทั้งคืน ต่อให้ฉันเอ่ยปากไล่ให้พวกเขากลับไปพักผ่อนอย่างไรก็ไม่ยอมไปเช้าวันรุ่งขึ้น ทั้งสองคนก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงพร้อมกันทางด้านพ่อแม่บุญธรรมของฉันเมื่อทราบเรื่องน
ตกลงว่าเขากำลังดูถูกเหยียดหยามใครกันแน่?ฉันจ้องมองเขาด้วยความเคียดแค้น ชี้นิ้วไปที่นอกประตูห้องแล้วตวาด "นายไสหัวออกไปซะ!"กู้สือซวี่ไม่ได้เดินออกไป หากแต่เอ่ยถามฉัน "เธอคิดจะจัดการยังไงต่อไป?""โพสต์รูปใบทะเบียนสมรสของพวกเราออกไป ไม่ต้องพิมพ์อธิบายอะไรแม้แต่คำเดียว ทุกคนก็จะตาสว่างเข้าใจทุกอย่างเอง"พอฉันพูดจบ แววตาของกู้สือซวี่ก็ทวีความดุดันคมกริบขึ้นมาทันทีน้ำเสียงของเขาทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจ "คนที่เปิดไลฟ์สดคือแม่ของหย่าซิน มันไปเกี่ยวข้องอะไรกับหย่าซินด้วย? การที่เธอเอาใบทะเบียนสมรสออกมาโพสต์ มันจะไปพิสูจน์อะไรได้?"ฉันแค่นยิ้มเยาะพลางตอบ "พิสูจน์ว่าซูหย่าซินต่างหากที่เป็นชู้ เป็นมือที่สามตัวจริง และพิสูจน์ว่าแม่ของหล่อนพูดจาโกหกตอแหลทั้งเพ!""เยี่ยเจาเจา ฉันขอเตือนว่าเธออย่าทำแบบนั้นจะดีกว่า"กู้สือซวี่เอ่ยเน้นทีละคำอย่างหนักแน่น "ช่วงนี้ตระกูลกู้กำลังอยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวาน มีปัญหาถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน ถ้าเธอยังกล้าสร้างความเดือดร้อนวุ่นวายให้ฉันอีกล่ะก็ ฉันจะไม่มีวันปรานีเธออีกต่อไปแน่"ฉันคิดไม่ถึงเลยจริง ๆ ว่าในช่วงเวลาแบบนี้ ทั้งที่ฉันและแม่กำลังโด
ทุกถ้อยคำในประโยคนี้ ล้วนมีคุณสมบัติพร้อมที่จะจุดชนวนพุ่งทะยานขึ้นสู่เทรนด์ยอดนิยมทั้งสิ้นเพียงชั่วพริบตาเดียว ยอดผู้ชมในห้องไลฟ์สดของหวังรั่วฟางก็พุ่งกระฉูดจากหลักพันทะลุขึ้นสู่หลักหลายสิบล้านคนข้อความคอมเมนต์บนหน้าจอวิ่งรัวเป็นสายฟ้าแลบหวังรั่วฟางสะอึกสะอื้นร่ำไห้พลางเอ่ย "หน้าที่การงานของลูกสาวกับลูกชายฉันถูกเยี่ยเจาเจาทำลายจนย่อยยับไม่มีชิ้นดี แล้วตอนนี้ แม้กระทั่งสามีของฉันก็ยังกลับไปรื้อฟื้นความหลังกับชู้รักในอดีตอีก"แม้ว่าในช่องคอมเมนต์จะมีแฟนคลับของซูหย่าซินจำนวนมากเข้ามาช่วยรุมด่าทอฉันและแม่ของฉัน แต่ก็ยังมีชาวเน็ตที่มีสติบางคนแย้งขึ้นมา: "นี่มันน้ำเน่าเกินไปหรือเปล่าเนี่ย! ลูกชายป้าไม่ใช่ว่าทำตัวเองจนสมควรโดนแล้วเหรอ? แล้วคนเป็นแม่ที่นอนเป็นเจ้าหญิงนิทรา จะเอาปัญญาที่ไหนไปอ่อยผู้ชายกันล่ะ?"ในจังหวะนั้นเอง หวังรั่วฟางก็หยิบภาพถ่ายเก่า ๆ ออกมาหลายใบพลางเอ่ย "ทุกคนดูนี่สิคะ ตอนที่ฉันกับสามีเพิ่งแต่งงานกันใหม่ ๆ แม่ของเธอก็เข้ามาแทรกกลางในชีวิตคู่ของพวกเราแล้ว ในตอนนั้นเพื่อปกป้องครอบครัวเอาไว้ ฉันจึงไม่ยอมปริปากพูดอะไร ได้แต่อดทนกล้ำกลืนมาโดยตลอด แต่ฉันไม่เคยคาดคิดเลยจ
เมื่อซูจ้งผิงเห็นภรรยาของตนปรากฏตัวขึ้น สีหน้าก็พลันถอดสีด้วยความตกใจอย่างยิ่ง ก่อนจะเอ่ยปากซักถามเสียงเข้ม "หวังรั่วฟาง คุณมาทำอะไรที่นี่?"หวังรั่วฟางแค่นหัวเราะเยาะ พลางก้าวย่างเข้ามาหาพวกเราอย่างช้า ๆ เอ่ยขึ้นว่า "ฉันก็แค่อยากจะมาดูให้เห็นกับตา ว่าเป็นนังร่านแบบไหนกัน ขนาดกลายเป็นเจ้าหญิงนิทราไปแล้ว ยังมีปัญญานอนอ่อยผู้ชายอยู่ที่นี่ได้อีก!"ฉันพุ่งตัวเข้าไปยืนขวางหน้าเตียงคนไข้ของแม่ไว้ทันที ตวาดกลับไปด้วยความโกรธแค้น "ล้างปากให้สะอาดก่อนพูดเถอะ! เรื่องหน้าด้านแย่งผู้ชายคนอื่น ไม่มีใครทำได้เชี่ยวชาญเท่าลูกสาวของคุณอีกแล้วล่ะคะ!"หวังรั่วฟางเงื้อมือขึ้นหมายจะฟาดฝ่ามือใส่หน้าฉัน แต่กลับถูกซูจ้งผิงคว้าข้อมือเอาไว้ได้เสียก่อนเขาเอ่ย "กลับบ้านไปคุยกันที่บ้าน เดี๋ยวนี้!"หวังรั่วฟางทำตัวเป็นพวกปากจัดไม่ยอมถอย กรีดร้องโวยวายลั่นห้อง "นี่คุณก็รู้ตัวว่ามันน่าอับอายขายขี้หน้าเหมือนกันงั้นสิ? ฉันก็นึกสงสัยอยู่ว่าช่วงนี้ทำไมคุณถึงไม่ยอมกินข้าวกินปลา ทำตัวผลุบ ๆ โผล่ ๆ ไปมา ที่แท้ก็โดนนังร่านแก่ตัวนี้สะกดวิญญาณไปนี่เอง!"สิ้นเสียงตวาดของเธอ ซูจ้งผิงก็ฟาดฝ่ามือเข้าใส่หน้าเธออย่างแรงหนึ่งฉ







