LOGIN(ต้นขมปลายหวาน+พระรองได้กลายเป็นพระเอก+พ่อกับลูกสาวเสียใจทีหลัง+ความรักต้องห้ามจอมปลอม+พระเอกนางเอกอายุห่างกัน) หลังจากแต่งงานได้หนึ่งปี จู่ๆ กู้สือซวี่ก็ไม่ยอมเข้าใกล้ผู้หญิง จากนั้นก็ตั้งห้องพระไว้ในคฤหาสน์ สร้อยลูกประคำก็ไม่เคยห่างมือ ไม่ว่าฉันจะพยายามยั่วยวนยังไง เขาก็ยังเย็นชาอยู่เสมอ ไม่หวั่นไหวเลยแม้แต่น้อย จนกระทั่งคืนหนึ่งในเวลาต่อมา ฉันยืนอยู่หน้าห้องน้ำ เห็นเขากำลังระบายความใคร่ใส่รูปของผู้หญิงคนอื่น ที่แท้ กู้สือซวี่ไม่ได้ไร้หัวใจหรอก เขาแค่ไม่มีใจให้ฉัน ฉันหลอกให้เขาเซ็นข้อตกลงการหย่า จากนั้นก็หายไปจากโลกเขา แต่ฉันกลับได้ยินมาว่า เขากำลังตามหาฉันอย่างบ้าคลั่ง! เมื่อได้เจอกันอีกครั้ง ก็คือในพิธีการแต่งงานของลุงเขา ฉันสวมชุดแต่งงานสีขาว เขากลับมีดวงตาแดงก่ำ ให้ตายก็ไม่ยอมเรียกฉันว่า “ป้าสะใภ้”!
View Moreกู้อี้หานแค่นหัวเราะ ก่อนจะพูดว่า “ฉันเคยบอกแล้วว่าเธอมันพวกเนรคุณ ก็ยังจะเถียงฉันอีก!วันนั้นถ้าไม่ใช่เพราะฉันกับเขา ป่านนี้เธอโดนขย้ำจนไม่เหลือแม้แต่ซากแล้ว แค่ให้ไปขอบคุณเขาต่อหน้าสักคำ เธอยังไม่ยอมอีก!”“ก็ฉันไม่มีโอกาสได้เจอเขาเลยนี่นา!อีกอย่างให้ฉันถ่อไปหาใครสักคนเพื่อพูดขอบคุณแค่คำเดียวเนี่ยนะ ไม่แปลกไปหน่อยเหรอ?”ฉันพยายามอธิบายให้เขาเข้าใจซ้ำแล้วซ้ำเล่ากู้อี้หานขยิบตาให้ฉันแล้วบอกว่า “คืนนี้คุณย่าเสิ่นจัดงานเลี้ยงการกุศล ในงานเลี้ยงจะมีบรรดาคนดังในเมืองไห่เฉิงมาร่วมงานด้วย เขาเป็นหลานชายของคุณย่าเสิ่น ยังไงก็ต้องไปร่วมงานอยู่แล้ว ลองคิดดูสิว่าเขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้ จะทำยังไงก็ตัดสินใจเอาเองแล้วกัน!”ฉันถอนหายใจแล้วบอกว่า “ตระกูลเสิ่นไม่ได้ส่งบัตรเชิญมาให้ฉัน งานแบบนั้นถ้าไม่มีบัตรเชิญเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็ไม่ปล่อยให้เข้าไปหรอก”ตอนนั้นเอง กู้อี้หานก็หยิบบัตรเชิญออกมาหนึ่งใบแล้วพูดว่า “ฉันมีไง!แม่ฉันก็มีเหมือนกัน!คืนนี้แม่ไม่อยากไปพอดี เธอก็ใช้บัตรของแม่ฉันได้เลย”กู้อี้หานพยายามหว่านล้อมฉันทุกวิถีทาง สรุปก็คือเขาจะไม่ยอมช่วยเอาเสื้อสูทไปคืนคุณเสิ่นแทนฉันสุดท้ายฉั
ฉันยกมือนวดใบหูของตัวเองเบา ๆ ก่อนเอ่ยว่า “ไม่น่ารอให้นายออกมาเลย นายพูดมากจนหูฉันจะหนวกหมดแล้ว!”กู้อี้หานไม่เพียงไม่โกรธ กลับยิ่งหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี เขาพูดกับฉันว่า “เธอไม่ต้องปากแข็งหรอกน่า จากเรื่องวันนี้ก็พิสูจน์แล้วว่าเธอมีใจให้ฉัน”ฉันคร้านจะต่อปากต่อคำกับผู้ชายหลงตัวเองคนนี้ จึงถามที่อยู่บ้านของเขา อยากจะรีบส่งเขาคืนให้แม่โดยไวที่สุดแต่ไม่คิดเลยว่า เขาจะบอกที่อยู่เดียวกับคอนโดของฉัน“กู้อี้หาน!ฉันไม่มีวันยอมให้นายเข้าบ้านฉันเด็ดขาด!”ฉันเริ่มจะหงุดหงิด ภาพที่หมอนี่ตามตื๊อฉันไม่เลิกสมัยเรียนผุดขึ้นมาอีกครั้ง แค่นึกก็ปวดหัวแล้ว!กู้อี้หานลูบปลายจมูกเบา ๆ แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ทำไม?เธอซื้อหมู่บ้านนั้นแล้วหรือไง?เธออยู่ได้ ทำไมฉันจะอยู่บ้างไม่ได้?”ฉันได้แต่มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อได้ยินเพียงเขาอธิบายว่า “ห้องชั้นบนของเธอเปลี่ยนเจ้าของแล้ว จากนี้ไปเจ้าของห้องก็คือฉัน จากนี้ไป กู้อี้หานคนนี้ก็เป็นเพื่อนบ้านของเธอแล้ว”“ว่าไงนะ?”ฉันอึ้งจนสมองตื้อไปหมดจนกระทั่งขึ้นลิฟต์ ฉันถึงได้รู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่นตอนนี้เซี่ยเสี่ยวฉินย้ายเข้ามาอยู่ห้องชั้นบนเรียบร้อย
กู้สือซวี่เองก็ยังไม่ได้ไปไหน เขาเพียงกลับขึ้นไปนั่งรออยู่บนรถ ไม่นาน ความมืดของราตรีก็ค่อย ๆ คืบคลานเข้ามา ความเย็นชื้นเริ่มแผ่ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ไม่รู้ว่ากู้สือซวี่ลงมาจากรถตั้งแต่เมื่อไหร่ เสื้อสูทที่อบอวลด้วยกลิ่นอำพันถูกคลุมลงบนไหล่ของฉันฉันยกมือขึ้นหมายจะถอดเสื้อคืนให้เขาตามสัญชาตญาณ แต่เขากลับกดมือฉันไว้“เป็นห่วงเขาขนาดนั้นเลยเหรอ?”น้ำเสียงช่วงท้ายประโยคที่สูงขึ้นเล็กน้อยของเขาแฝงความไม่พอใจเอาไว้ฉันตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ก็เป็นห่วงมากจริง ๆ นั่นแหละ เหมือนกับที่คุณเป็นห่วงซูหย่าซินไง!”เขาไม่ได้ตอบอะไร ร่างสูงหยิบกล่องบุหรี่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แล้วยืนเว้นระยะห่างจากฉันพอสมควรเปลวไฟสีฟ้าจากไฟแช็กสว่างวาบขึ้นชั่วขณะ ขับให้ใบหน้าด้านข้างแสนเย็นชาของเขาเด่นชัดก่อนจะเลือนหายไปในเงามืด รออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ในที่สุดทีมทนายของบริษัทตระกูลกู้ก็เดินทางมาถึง กู้สือซวี่อาศัยเส้นสายที่มีในสถานีตำรวจช่วยประสานงานให้เหมือนครั้งก่อน ไม่นานกู้อี้หานก็ได้รับการประกันตัวออกมาตอนที่เดินออกมา เขาล้วงมือทั้งสองข้างไว้ในกระเป๋ากางเกงด้วยท่าทีสบาย ๆ ราวกับเรื่องที่เกิดขึ
ฉันผลักประตูรถออก เตรียมจะก้าวลงจากรถแต่เขากลับคว้าข้อมือฉันไว้แล้วกระชากเข้าหาตัว“ ทำไมถึงไม่ยอมไปโรงพยาบาล?”เขามองฉันด้วยสายตาเคลือบแคลงก่อนถามว่า “ ถ้าเกิดติดโรคอะไรขึ้นมาจะทำยังไง?”ฉันแค่นหัวเราะเย้ยหยัน “ จะติดโรคอะไรแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ?ยังไงตอนนี้ระหว่างเราก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว หรือคุณคิดว่าฉันจะเอาเชื้อโรคไปแพร่ให้คุณได้!”“เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วยังจะปากแข็งอีก!”สีหน้าของกู้สือซวี่หม่นแสงจนดูน่ากลัว เขาเอ่ยว่า “ ผมเคยบอกคุณแล้วว่าอย่าก่อปัญหาอีก แค่อยู่บ้านแล้วทำหน้าที่ของคุณนายกู้ไปก็พอ ทีนี้คุณเห็นหรือยังว่าพอไม่มีผม พอออกจากตระกูลกู้ไป คุณก็เป็นได้แค่เหยื่อให้คนอื่นเขาขย้ำเล่น!”ความน้อยเนื้อต่ำใจทั้งหมดตีตื้นขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ฉันเงยหน้าสบเข้ากับดวงตาเย็นเยียบคู่นั้นพลางพูดว่า “แต่เมื่อคืนคุณก็อยู่ตรงนั้นนี่ ต่อให้คุณอยู่หรือไม่อยู่มันก็ไม่ต่างกันไม่ใช่เหรอ?ฉันขอให้คุณช่วย คุณช่วยฉันหรือเปล่า?”กู้สือซวี่นิ่งงันไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัย “คุณขอให้ผมช่วยเมื่อไหร่?”ความปวดร้าวในใจทวีคูณขึ้นเป็นเท่าตัว จนเสียงที่เปล่งออกมาเคล้าด้วยเสียงสะอื้น “ใช่สิ ใ
reviews