LOGINกำหนดเวลาถอดถอดเครื่องช่วยชีวิตคือเวลาบ่ายสองโมงของวันถัดไปก่อนหน้านั้น หมอได้หยุดให้ยาแก้ปวดผมไปบางส่วน เพื่อให้ผมคงสติสัมปชัญญะและให้ความร่วมมือดำเนินการตามขั้นตอนสุดท้ายความรู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานานแผ่ซ่านออกมาจากทรวงอกประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักเปิดออก สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมเดินเข้ามา ส่วนพ่อยังให้น้ำเกลืออยู่ที่ห้องข้าง ๆ จึงไม่ได้มาด้วยพวกเขาดูราวกับแก่ชราลงไปสิบปีในชั่วข้ามคืนสวี่เหยียนเฉินคุกเข่าข้างเตียงเสียงดังตุ้บ เธอไม่ได้ตะโกนโวยวายอีก ได้แต่ซบหน้าลงกับขอบเตียงของผม แล้วส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บแม่กุมมือที่เย็นเฉียบของผมไว้ หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหลังมือผม"ลูกแม่..." แม่เรียกแค่นี้ แล้วก็พูดอะไรต่อไม่ออกอีกเลยเวลาบ่ายสองโมงตรง หมอพาพยาบาลเดินเข้ามาพวกเขาดูข้อมูลบนเครื่องมือทางการแพทย์ แล้วยืนยันกับผมเป็นครั้งสุดท้าย "คุณสวี่เยี่ยนโจว คุณยังยืนยันที่จะให้ยุติการยื้อชีวิตใช่ไหมครับ""ผมยืนยันครับ" ผมพยักหน้า ไม่มีการแหกปากทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีบทดราม่ารั้งให้อยู่ต่อเบื้องหน้ากฎหมายและขั้นตอนทางการแพทย์ สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมไม่มีแ
เช้าวันต่อมา ทนายความในชุดสูทกับรองเท้าหนังคนหนึ่งก็เข้ามาในห้องผู้ป่วยของผมนี่คือคนที่ผมวานให้พยาบาลหัวหน้าเวรช่วยติดต่อให้สวี่เหยียนเฉินกับพ่อแม่ของผมต่างก็อยู่ข้างนอกประตู แต่ถูกคนที่ทนายความพามาด้วยขวางเอาไว้ผมยื่นเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วฉบับหนึ่งให้แก่ทนายความ"ทนายเฉิน นี่คือหนังสือมอบอำนาจของผมครับผมต้องการฟ้องพ่อแม่กับพี่สาวของผม โดยขอให้เพิกถอนสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองของพวกเขา ขณะเดียวกัน ผมต้องการแต่งตั้งคุณให้เป็นตัวแทนเจตจำนงทางการแพทย์ของผม"ทนายเฉินพิจารณาเอกสารอย่างละเอียดก่อนพยักหน้า "คุณสวี่ ตามข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่คุณยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ คุณมีสิทธิ์แต่งตั้งผู้แทนเจตจำนงทางการแพทย์ของตัวเองได้จริงครับและมีสิทธิปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิตที่เกินความจำเป็นใด ๆ ได้ด้วยแต่คุณต้องคิดให้ดี ๆ นะครับ เมื่อยื่น 'หนังสือยินยอมปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิต' ไปแล้ว ทางโรงพยาบาลจะถอดหัวใจเทียมภายนอกร่างกายของคุณออกทันที""ผมคิดดีแล้วครับ" ผมพูดโดยไม่ลังเลเลยสักนิดนอกประตู สวี่เหยียนเฉินคล้ายจะรับรู้อะไรบางอย่าง จึงเริ่มทุบประตูอย่างบ
ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ยอมพูดกับพวกเขาอีกเลยคนตระกูลสวี่ได้เริ่มต้นแสดงบท "ไถ่บาป" อันยาวนานและแสนเจ็บปวดทุกเช้าตอนเจ็ดโมง แม่ผมจะนำน้ำซุปกระดูกที่ตุ๋นนานหลายชั่วโมงมาส่งตรงเวลาเธอเทน้ำซุปใส่ชาม เป่าให้เย็น แล้วยื่นมาจ่อปากผมผมหลับตา ไม่อ้าปาก และไม่ตอบสนองใด ๆครึ่งชั่วโมงต่อมา น้ำซุปเย็นชืดลง เธอก็ยกออกไปเททิ้งอย่างเงียบ ๆ แล้ววันรุ่งขึ้นก็นำชามใหม่มาส่งอีกสวี่เหยียนเฉินทำยิ่งกว่านั้น เธอถึงขั้นยกเตียงสนามมานอนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของผมเลยแต่ก่อนเธอเป็นคุณหนูรักความสะอาด แต่ตอนนี้กลับหน้าสดไร้เครื่องสำอาง เสื้อผ้าก็มักจะมอมแมมได้ยินมาว่า เพื่อหาเงินมารวบรวมเป็นค่าผ่าตัดรักษาต่อให้ผม เธอถึงกับขายรถสปอร์ต ไปยืมเงินพวกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว แล้วยังโดนซ้อมกลับมาด้วยเธอมองผมผ่านกระจกทุกวัน สายตาฉายความหวังอันต่ำต้อย หวังแค่ให้ผมหันไปมองเธอสักครั้งแต่ผมไม่เคยทำเลยสักครั้งวันหนึ่งหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน เสียงทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่นอกห้องผู้ป่วยผมเอียงหน้า มองออกไปทางช่องกระจกที่ประตูเป็นเสิ่นมู่ไป๋เขาซูบผอมจนผิดตา ใส่เสื้อผ้าธรรมดา ผมเผ้ายุ่งเหยิง
เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องควบคุมหัวใจเทียมนอกร่างกาย ดังขึ้นในห้องผู้ป่วยที่เงียบสงบสวี่เหยียนเฉินพุ่งเข้ามาเหมือนโดนไฟช็อต แล้วบีบมือผมไว้แน่นเธอออกแรงเยอะจนแทบจะบดขยี้กระดูกข้อมือของผม "หมอคะ! หมอ!" เธอหันไปตะโกนลั่นใส่นอกประตู แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหมอหลายคนพุ่งเข้ามา กดตัวผมไว้และรีบตรวจสอบข้อต่อสายยางทันที เมื่อแน่ใจแล้ว่าไม่มีจุดหลุดหลวม ถึงได้ถอนหายใจยาวออกมาผมเอนหลังพิงหัวเตียง มองดูสวี่เหยียนเฉินที่เหงื่อท่วมหัว"พี่ ทำไมมือสั่น" ผมถามอย่างเรียบเฉยสวี่เหยียนเฉินหันขวับกลับมามองผม เธอขอบตาแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"สวี่เยี่ยนโจว นายบ้าไปแล้วเหรอ เครื่องนี้คือชีวิตของนายนะ! ถอดออกนายจะตาย!""ผมรู้" ผมมองเธอ "ผมควรจะตายไปตั้งนานแล้ว ควรตายไปตั้งแต่สองเดือนก่อน เป็นพวกคุณเองที่ดึงดันจะยื้อผมไว้"พ่อผมยืนอยู่ตรงปลายเตียง โซเซจนต้องเกาะราวไว้ถึงทรงตัวได้"เยี่ยนโจว แกกำลังลงโทษพวกเราอยู่เหรอ" น้ำเสียงของเขาแห้งผาก "พ่อไม่สนใจบริษัทอีกแล้ว ตั้งใจว่าต่อไปจะชดเชยให้แกเต็มที่เลยเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบำรุงรักษาเครื่องนี้ให้แก พี่สาวแกต้องไปคุยโครงการท
เธอคิดว่าเธอทำได้ดีมากแล้วเธอคิดว่าขอแค่ไล่เสิ่นมู่ไป๋ออกไป ขอแค่ทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อติดเครื่องหัวใจเทียมนี้ให้ผม บาดแผลในอดีตก็สามารถลบล้างหายกันไปได้ผมมองดูเธอ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ"พี่ พี่ไปด่าเขาทำไม"ผมจ้องตาเธอ แล้วเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน"คนที่ทุบขาผมจนหักคือพี่ คนที่เซ็นหนังสือยินยอมยกหัวใจให้เขาคือพ่อ เขาแค่รับความลำเอียงจากพวกคุณไปอย่างสบายใจก็เท่านั้นเอง"สวี่เหยียนหน้าเฉินซีดลงในพริบตาแม่ผมร้องไห้สะอื้นอยู่ข้าง ๆ "เยี่ยนโจว พอเถอะลูก สองเดือนมานี้พี่สาวของลูกตบหน้าตัวเองทุกวัน เธอสำนึกผิดแล้วจริง ๆ นะ...""เธอสำนึกผิดเหรอ" ผมถอนหายใจ รู้สึกอ่อนล้าเต็มทีเธอไม่ได้สำนึกผิด เธอแค่กลัว"กลัวว่าผมจะตายไปจริง ๆ กลัวว่าชีวิตที่เหลือทุกคืนตอนหลับตาลง จะเห็นตัวเองเป็นฆาตกร พวกคุณคิดจนหัวแทบแตกเพื่อช่วยผม ก็แค่เพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้นมาบ้างเท่านั้น"เมื่อถูกเปิดโปงความคิด พ่อผมยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับแก่ชราลงไปสิบปีทันทีสวี่เหยียนเฉินริมฝีปากสั่นอย่างรุนแรง จู่ ๆ ก็ยื่นมือออกมาตบหน้าตัวเองอย่างจัง"ใช่! ฉันกลัว! ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว!"เธอกรีดร้องอย่างแตกสลาย ตาส
ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกดึงรั้งผมลงมาอย่างรุนแรงข้างหูมีเสียงเครื่องมือแพทย์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอผมลืมตาขึ้น ไม่เห็นพี่สาวที่ซื้อเค้กให้ผม และไม่ได้กลิ่นหอมของซุปซี่โครงหมูในร้านก๋วยเตี๋ยวสิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้ คือแรงสั่นสะเทือนทางจักรกลอันอึมครึมภายในช่องอกนอกกำแพงกระจก สวี่เหยียนเฉินผมเผ้ากระเซิง หมอบกอดกระจกอยู่อย่างหมดสภาพเมื่อเห็นผมลืมตาขึ้น เธอดีดตัวขึ้นทันที ตบตีแพทย์ข้าง ๆ อย่างบ้าคลั่งแม่ผมปิดปากทรุดลงกับพื้น พ่อผมน้ำตานองใบหน้าชราครึ่งวันต่อมา ผมถูกย้ายไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษระดับพรีเมียมหมอบอกผมว่า หลังจากหัวใจผมหยุดเต้น พ่อผมทุ่มเงินมหาศาล บังคับให้โรงพยาบาลใช้เครื่องเอคโม่ และขนส่งหัวใจเทียมแบบพกพาที่ทันสมัยที่สุดมาจากต่างประเทศโดยด่วนพวกเขายื้อชีวิตผมกลับมาอย่างสุดกำลัง"เยี่ยนโจว ในที่สุดแกก็ฟื้นแล้ว..."แม่ผมโถมตัวมาข้างเตียง อยากจะแตะต้องตัวผมแต่ก็ไม่กล้า น้ำตาไหลไม่หยุด "ลูกหมดสติไปเต็ม ๆ สองเดือน แม่สวดอ้อนวอนพระโพธิสัตว์ทุุกวัน..."สวี่เหยียนเฉินขอบตาแดงก่ำ นั่งอยู่ข้างเตียงผม"ฟื้นก็ดีแล้ว ฟื้นก็ดี พี่ขายกิจการในนามตัวเองหมดแล้ว บริษัทก็ยกให้ผ