Share

บทที่ 3

Author: พบวันฟ้าใส
"นายฟังฉันอธิบายก่อน!"

สวี่เหยียนเฉิน พี่สาวผมรั้งชุดผู้ป่วยของผมไว้แน่น เลือดไหลไม่หยุดบนมือเลอะสาบเสื้อผมแล้ว

เธอเสียงสั่นจนพูดไม่เป็นภาษา แต่ในตาคู่นั้นกลับยังฉายแววที่ชอบธรรมด้วยเหตุผล

"ตอนนั้นฉัน...ตอนนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจะทุบเข่านายนะ!

ฉันแค่อยากให้นายบาดเจ็บนิดหน่อย พักฟื้นสักครึ่งเดือน เพื่อให้พลาดการแข่งขันครั้งนั้นก็เท่านั้นเอง!

มู่ไป๋หลบร้องไห้อยู่ในผ้านวมทุกวัน บอกว่าเพราะเรื่องนั้น ชีวิตเขาทั้งชีวิตถูกทำลายไปแล้ว ฉันเองก็ปวดใจมากนะ!

ฉันแค่อยากช่วยให้เขาได้สมหวัง ใครจะไปรู้ว่าท่อนเหล็กที่ทุบมันจะหนักขนาดนั้น"

เธอยิ่งพูดยิ่งน้อยเนื้อต่ำใจ ราวกับเป็นผู้รับเคราะห์ที่ถูกโชคชะตากลั่นแกล้ง

"เยี่ยนโจว ฉันเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของนายนายนะ! นายต้องยึดติดกับอุบัติเหตุครั้งเดียวจนไม่ปล่อยวางขนาดนี้เลยเหรอ

ฉันเห็นว่าหลายปีนี้นายเดินกะเผลกออกนอกบ้านเอง ก็เดินได้ดีไม่ใช่เหรอ หัวใจดวงนี้ถือว่าพี่ขอยืมจากนายเป็นครั้งสุดท้าย

รอให้เจอหัวใจที่จับคู่ตรงกันดวงต่อไป ต่อให้ฉันต้องไปอ้อนวอน ไปแย่งชิงมา ก็จะเอามาให้นายให้ได้! ตกลงไหม?!"

ผมมองดูใบหน้าที่น่ารังเกียจของเธอ แล้วรู้สึกคลื่นไส้อยู่พักหนึ่ง

ชินแล้วงั้นเหรอ?

นักเต้นที่มองว่าสตรีทแดนซ์คือชีวิต ตอนดึกของทุกคืนปวดจนเหงื่อกาฬไหล มองดูขาทั้งสองข้างที่ลีบเล็กจนฟ้าสว่าง

เธอเรียกสิ่งนี้ว่าชินแล้ว

ผมออกแรงแงะนิ้วมือของเธอออก แล้วสลัดมือเธอทิ้ง

"สวี่เหยียนเฉิน พี่ทำให้ผมขยะแขยงจริง ๆ"

ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบของพ่อผมดังขึ้น

เขาก้าวเข้ามา ไม่ได้มองมือที่เลือดออกของสวี่เหยียนเฉิน ไม่ได้มองร่างกายที่โงนเงนแทบจะล้มของผม ขาแค่กดเสียงต่ำเอาแต่พูดจาตักเตือน

"สวี่เยี่ยนโจว แกอาละวาดพอหรือยัง ที่นี่คือโถงโรงพยาบาล! แกต้องให้คนนอกมาดูเรื่องน่าหัวเราะของตระกูลสวี่ด้วยเหรอ"

เขาถอนหายใจลึก วางมาดผู้นำตระกูล

"เรื่องเมื่อสองปีก่อน พี่สาวแกทำไม่ถูกต้อง แต่เรื่องมันเกิดขึ้นไปแล้ว ขาแกก็รักษาไม่หายแล้ว

หรือต้องส่งพี่สาวแกเข้าคุก ทำลายบ้านหลังนี้ให้พังพินาศแกถึงจะพอใจ

การผ่าตัดของมู่ไป๋ประสบความสำเร็จมาก แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว

เอาแบบนี้แล้วกัน พ่อย่อมหักหุ้นในชื่อพ่อ 15 เปอร์เซ็นต์ โอนเข้าชื่อแกพรุ่งนี้เลย

ครึ่งชีวิตที่เหลือแกไม่ต้องทำอะไรแล้ว ทางบ้านเลี้ยงแกไปตลอดชีวิต เท่านี้พอไหม"

แม่ของผมก็ปาดน้ำตาช่วยพูดอยู่ข้าง ๆด้วย

"ใช่แล้วเยี่ยนโจว มู่ไป๋เป็นเด็กดีรู้ความ รอเขาฟื้นขึ้นมา แม่จะให้เขารับแกเป็นพี่ชายบุญธรรม ต่อไปเขาก็จะดูแลแกเหมือนพวกเรา

คนครอบครัวเดียวกัน จะมีอุปสรรคอะไรที่ผ่านไปไม่ได้บ้างล่ะ"

ขณะที่ผมฟังคำพูดเหลวไหลไร้สาระพวกนี้ แม้แต่แรงจะโกรธก็ไม่มีอีกแล้ว

ทุบขาผมจนหัก แย่งชิงหัวใจผมไป

จากนั้นใช้เงินก้อนโต ให้คนทำร้ายมาอุปการะดูแล ก็คิดจะลบล้างเรื่องทั้งหมดอย่างนั้นเหรอ

ในสายตาของพวกเขา ความฝันของผม ชีวิตของผม ที่แท้มันมีราคาติดไว้ชัดเจนแล้ว

ติ๊ด!

ระบบในหัวส่งสัญญาณเตือน

"โฮสต์ เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจกำลังเน่าตายเป็นวงกว้าง นับถอยหลังห้า นาทีสุดท้าย"

ผมรู้สึกเจ็บหน้าอกจนแทบขาดใจ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรง แทบจะล้มพับลง

แต่ผมประคองเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ข้าง ๆ ไว้ ฝืนยืดตัวตรงขึ้นมาจนได้

ผมหยิบยาเฉพาะสำหรับใช้ฉุกเฉินที่พกไว้ในกระเป๋าออกมา

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 12

    กำหนดเวลาถอดถอดเครื่องช่วยชีวิตคือเวลาบ่ายสองโมงของวันถัดไปก่อนหน้านั้น หมอได้หยุดให้ยาแก้ปวดผมไปบางส่วน เพื่อให้ผมคงสติสัมปชัญญะและให้ความร่วมมือดำเนินการตามขั้นตอนสุดท้ายความรู้สึกปวดหน่วง ๆ ที่ไม่ได้สัมผัสมานานแผ่ซ่านออกมาจากทรวงอกประตูห้องผู้ป่วยถูกผลักเปิดออก สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมเดินเข้ามา ส่วนพ่อยังให้น้ำเกลืออยู่ที่ห้องข้าง ๆ จึงไม่ได้มาด้วยพวกเขาดูราวกับแก่ชราลงไปสิบปีในชั่วข้ามคืนสวี่เหยียนเฉินคุกเข่าข้างเตียงเสียงดังตุ้บ เธอไม่ได้ตะโกนโวยวายอีก ได้แต่ซบหน้าลงกับขอบเตียงของผม แล้วส่งเสียงสะอื้นไห้เหมือนสัตว์ที่ได้รับบาดเจ็บแม่กุมมือที่เย็นเฉียบของผมไว้ หยดน้ำตาร่วงหล่นลงบนหลังมือผม"ลูกแม่..." แม่เรียกแค่นี้ แล้วก็พูดอะไรต่อไม่ออกอีกเลยเวลาบ่ายสองโมงตรง หมอพาพยาบาลเดินเข้ามาพวกเขาดูข้อมูลบนเครื่องมือทางการแพทย์ แล้วยืนยันกับผมเป็นครั้งสุดท้าย "คุณสวี่เยี่ยนโจว คุณยังยืนยันที่จะให้ยุติการยื้อชีวิตใช่ไหมครับ""ผมยืนยันครับ" ผมพยักหน้า ไม่มีการแหกปากทะเลาะเบาะแว้ง ไม่มีบทดราม่ารั้งให้อยู่ต่อเบื้องหน้ากฎหมายและขั้นตอนทางการแพทย์ สวี่เหยียนเฉินและแม่ผมไม่มีแ

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 11

    เช้าวันต่อมา ทนายความในชุดสูทกับรองเท้าหนังคนหนึ่งก็เข้ามาในห้องผู้ป่วยของผมนี่คือคนที่ผมวานให้พยาบาลหัวหน้าเวรช่วยติดต่อให้สวี่เหยียนเฉินกับพ่อแม่ของผมต่างก็อยู่ข้างนอกประตู แต่ถูกคนที่ทนายความพามาด้วยขวางเอาไว้ผมยื่นเอกสารที่เซ็นชื่อเรียบร้อยแล้วฉบับหนึ่งให้แก่ทนายความ"ทนายเฉิน นี่คือหนังสือมอบอำนาจของผมครับผมต้องการฟ้องพ่อแม่กับพี่สาวของผม โดยขอให้เพิกถอนสิทธิ์ในการเป็นผู้ปกครองของพวกเขา ขณะเดียวกัน ผมต้องการแต่งตั้งคุณให้เป็นตัวแทนเจตจำนงทางการแพทย์ของผม"ทนายเฉินพิจารณาเอกสารอย่างละเอียดก่อนพยักหน้า "คุณสวี่ ตามข้อบังคับทางกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ในขณะที่คุณยังมีสติสัมปชัญญะสมบูรณ์ คุณมีสิทธิ์แต่งตั้งผู้แทนเจตจำนงทางการแพทย์ของตัวเองได้จริงครับและมีสิทธิปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิตที่เกินความจำเป็นใด ๆ ได้ด้วยแต่คุณต้องคิดให้ดี ๆ นะครับ เมื่อยื่น 'หนังสือยินยอมปฏิเสธการรักษาเพื่อยื้อชีวิต' ไปแล้ว ทางโรงพยาบาลจะถอดหัวใจเทียมภายนอกร่างกายของคุณออกทันที""ผมคิดดีแล้วครับ" ผมพูดโดยไม่ลังเลเลยสักนิดนอกประตู สวี่เหยียนเฉินคล้ายจะรับรู้อะไรบางอย่าง จึงเริ่มทุบประตูอย่างบ

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 10

    ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา ผมก็ไม่ยอมพูดกับพวกเขาอีกเลยคนตระกูลสวี่ได้เริ่มต้นแสดงบท "ไถ่บาป" อันยาวนานและแสนเจ็บปวดทุกเช้าตอนเจ็ดโมง แม่ผมจะนำน้ำซุปกระดูกที่ตุ๋นนานหลายชั่วโมงมาส่งตรงเวลาเธอเทน้ำซุปใส่ชาม เป่าให้เย็น แล้วยื่นมาจ่อปากผมผมหลับตา ไม่อ้าปาก และไม่ตอบสนองใด ๆครึ่งชั่วโมงต่อมา น้ำซุปเย็นชืดลง เธอก็ยกออกไปเททิ้งอย่างเงียบ ๆ แล้ววันรุ่งขึ้นก็นำชามใหม่มาส่งอีกสวี่เหยียนเฉินทำยิ่งกว่านั้น เธอถึงขั้นยกเตียงสนามมานอนอยู่หน้าห้องผู้ป่วยของผมเลยแต่ก่อนเธอเป็นคุณหนูรักความสะอาด แต่ตอนนี้กลับหน้าสดไร้เครื่องสำอาง เสื้อผ้าก็มักจะมอมแมมได้ยินมาว่า เพื่อหาเงินมารวบรวมเป็นค่าผ่าตัดรักษาต่อให้ผม เธอถึงกับขายรถสปอร์ต ไปยืมเงินพวกเพื่อนกินเพื่อนเที่ยว แล้วยังโดนซ้อมกลับมาด้วยเธอมองผมผ่านกระจกทุกวัน สายตาฉายความหวังอันต่ำต้อย หวังแค่ให้ผมหันไปมองเธอสักครั้งแต่ผมไม่เคยทำเลยสักครั้งวันหนึ่งหลังจากผ่านไปครึ่งเดือน เสียงทะเลาะวิวาทอย่างรุนแรงก็ดังขึ้นที่นอกห้องผู้ป่วยผมเอียงหน้า มองออกไปทางช่องกระจกที่ประตูเป็นเสิ่นมู่ไป๋เขาซูบผอมจนผิดตา ใส่เสื้อผ้าธรรมดา ผมเผ้ายุ่งเหยิง

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 9

    เสียงสัญญาณเตือนจากเครื่องควบคุมหัวใจเทียมนอกร่างกาย ดังขึ้นในห้องผู้ป่วยที่เงียบสงบสวี่เหยียนเฉินพุ่งเข้ามาเหมือนโดนไฟช็อต แล้วบีบมือผมไว้แน่นเธอออกแรงเยอะจนแทบจะบดขยี้กระดูกข้อมือของผม "หมอคะ! หมอ!" เธอหันไปตะโกนลั่นใส่นอกประตู แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวหมอหลายคนพุ่งเข้ามา กดตัวผมไว้และรีบตรวจสอบข้อต่อสายยางทันที เมื่อแน่ใจแล้ว่าไม่มีจุดหลุดหลวม ถึงได้ถอนหายใจยาวออกมาผมเอนหลังพิงหัวเตียง มองดูสวี่เหยียนเฉินที่เหงื่อท่วมหัว"พี่ ทำไมมือสั่น" ผมถามอย่างเรียบเฉยสวี่เหยียนเฉินหันขวับกลับมามองผม เธอขอบตาแดงก่ำ หน้าอกกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง"สวี่เยี่ยนโจว นายบ้าไปแล้วเหรอ เครื่องนี้คือชีวิตของนายนะ! ถอดออกนายจะตาย!""ผมรู้" ผมมองเธอ "ผมควรจะตายไปตั้งนานแล้ว ควรตายไปตั้งแต่สองเดือนก่อน เป็นพวกคุณเองที่ดึงดันจะยื้อผมไว้"พ่อผมยืนอยู่ตรงปลายเตียง โซเซจนต้องเกาะราวไว้ถึงทรงตัวได้"เยี่ยนโจว แกกำลังลงโทษพวกเราอยู่เหรอ" น้ำเสียงของเขาแห้งผาก "พ่อไม่สนใจบริษัทอีกแล้ว ตั้งใจว่าต่อไปจะชดเชยให้แกเต็มที่เลยเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าบำรุงรักษาเครื่องนี้ให้แก พี่สาวแกต้องไปคุยโครงการท

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 8

    เธอคิดว่าเธอทำได้ดีมากแล้วเธอคิดว่าขอแค่ไล่เสิ่นมู่ไป๋ออกไป ขอแค่ทุ่มเงินจนหมดตัวเพื่อติดเครื่องหัวใจเทียมนี้ให้ผม บาดแผลในอดีตก็สามารถลบล้างหายกันไปได้ผมมองดูเธอ แล้วหัวเราะออกมาเบา ๆ"พี่ พี่ไปด่าเขาทำไม"ผมจ้องตาเธอ แล้วเอ่ยทีละคำอย่างชัดเจน"คนที่ทุบขาผมจนหักคือพี่ คนที่เซ็นหนังสือยินยอมยกหัวใจให้เขาคือพ่อ เขาแค่รับความลำเอียงจากพวกคุณไปอย่างสบายใจก็เท่านั้นเอง"สวี่เหยียนหน้าเฉินซีดลงในพริบตาแม่ผมร้องไห้สะอื้นอยู่ข้าง ๆ "เยี่ยนโจว พอเถอะลูก สองเดือนมานี้พี่สาวของลูกตบหน้าตัวเองทุกวัน เธอสำนึกผิดแล้วจริง ๆ นะ...""เธอสำนึกผิดเหรอ" ผมถอนหายใจ รู้สึกอ่อนล้าเต็มทีเธอไม่ได้สำนึกผิด เธอแค่กลัว"กลัวว่าผมจะตายไปจริง ๆ กลัวว่าชีวิตที่เหลือทุกคืนตอนหลับตาลง จะเห็นตัวเองเป็นฆาตกร พวกคุณคิดจนหัวแทบแตกเพื่อช่วยผม ก็แค่เพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้นมาบ้างเท่านั้น"เมื่อถูกเปิดโปงความคิด พ่อผมยืนนิ่งอยู่กับที่ ราวกับแก่ชราลงไปสิบปีทันทีสวี่เหยียนเฉินริมฝีปากสั่นอย่างรุนแรง จู่ ๆ ก็ยื่นมือออกมาตบหน้าตัวเองอย่างจัง"ใช่! ฉันกลัว! ฉันกลัวจะตายอยู่แล้ว!"เธอกรีดร้องอย่างแตกสลาย ตาส

  • หลังยกหัวใจให้เขา ทั้งบ้านเสียใจแทบบ้า   บทที่ 7

    ความรู้สึกอึดอัดหายใจไม่ออกดึงรั้งผมลงมาอย่างรุนแรงข้างหูมีเสียงเครื่องมือแพทย์ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอผมลืมตาขึ้น ไม่เห็นพี่สาวที่ซื้อเค้กให้ผม และไม่ได้กลิ่นหอมของซุปซี่โครงหมูในร้านก๋วยเตี๋ยวสิ่งแรกที่ผมสัมผัสได้ คือแรงสั่นสะเทือนทางจักรกลอันอึมครึมภายในช่องอกนอกกำแพงกระจก สวี่เหยียนเฉินผมเผ้ากระเซิง หมอบกอดกระจกอยู่อย่างหมดสภาพเมื่อเห็นผมลืมตาขึ้น เธอดีดตัวขึ้นทันที ตบตีแพทย์ข้าง ๆ อย่างบ้าคลั่งแม่ผมปิดปากทรุดลงกับพื้น พ่อผมน้ำตานองใบหน้าชราครึ่งวันต่อมา ผมถูกย้ายไปยังห้องผู้ป่วยพิเศษระดับพรีเมียมหมอบอกผมว่า หลังจากหัวใจผมหยุดเต้น พ่อผมทุ่มเงินมหาศาล บังคับให้โรงพยาบาลใช้เครื่องเอคโม่ และขนส่งหัวใจเทียมแบบพกพาที่ทันสมัยที่สุดมาจากต่างประเทศโดยด่วนพวกเขายื้อชีวิตผมกลับมาอย่างสุดกำลัง"เยี่ยนโจว ในที่สุดแกก็ฟื้นแล้ว..."แม่ผมโถมตัวมาข้างเตียง อยากจะแตะต้องตัวผมแต่ก็ไม่กล้า น้ำตาไหลไม่หยุด "ลูกหมดสติไปเต็ม ๆ สองเดือน แม่สวดอ้อนวอนพระโพธิสัตว์ทุุกวัน..."สวี่เหยียนเฉินขอบตาแดงก่ำ นั่งอยู่ข้างเตียงผม"ฟื้นก็ดีแล้ว ฟื้นก็ดี พี่ขายกิจการในนามตัวเองหมดแล้ว บริษัทก็ยกให้ผ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status