LOGINประธานกู้ถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลจากปลายสายว่า “ผมได้ยินคนของฝ่ายบุคคลบอกว่าวันนี้คุณไม่ได้มาทำงาน เกิดเรื่องอะไรขึ้นหรือเปล่าครับ”ฉันถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เดิมทีฉันต้องไปทำงาน แต่เพราะเรื่องของคุณย่า ฉันก็เลยลืมลางานกับบริษัทไปฉันไม่รู้ว่าทำไมท่านประธานถึงโทรมาถามเรื่องที่ฉันไม่ได้ไปทำงานด้วยตัวเอง บางทีอาจจะเป็นเพราะวันนี้เขาต้องพาฉันไปคุยโปรเจกต์ก็ได้มั้งฉันรีบเช็ดน้ำตาบนใบหน้าลวก ๆ พยายามใช้น้ำเสียงปกติพูดว่า “ขอโทษค่ะประธานกู้ ฉัน...วันนี้ฉันมีธุระนิดหน่อย อาจจะเข้าบริษัทไม่ได้แล้ว และก็ไปคุยโปรเจกต์ความร่วมมือกับท่านประธานไม่ได้แล้วค่ะฉันขอโทษจริง ๆ ที่ทำให้โอกาสที่คุณมอบให้ในครั้งนี้ต้องเสียเปล่า และทำให้ความคาดหวังและการสนับสนุนของคุณต้องสูญเปล่าด้วยค่ะ”ถึงฉันจะพยายามปรับอารมณ์ พยายามทำให้เสียงของตัวเองฟังดูเป็นปกติขึ้นมาบ้างแล้วแต่พอพูดออกไป น้ำเสียงของฉันก็ยังคงเจือแววแหบพร่าและสะอื้นอยู่นิด ๆประธานกู้เงียบไปครู่หนึ่งแล้วหัวเราะเบา ๆ “ไม่เป็นไรครับ วันนี้คุณไม่ค่อยสบาย งั้นก็พักอยู่บ้านสักสองวันเถอะ ผมกำลังจะบอกคุณพอดีว่าการเจรจาโปรเจกต์นี้ถูกเลื่อนออกไปแล้ว
พอรับสายกลับเป็นเสียงพ่อของฉันเสียงของพ่อดูระมัดระวัง แฝงความประจบอยู่นิด ๆเขาถาม “อันอัน ตอนนี้ลูกกำลังทำอะไรอยู่เหรอ อยู่กับจือโจวหรือเปล่า”ไม่รู้ทำไม พอได้ยินน้ำเสียงระมัดระวังของเขา แล้วได้ยินเขาพูดถึงเฮ่อจือโจว ในใจของฉันก็เกิดลางสังหรณ์ใจไม่ดีขึ้นมาทันทีฉันถามเสียงขรึม “มีเรื่องอะไรเหรอคะ”“คืออย่างนี้นะอันอัน หลายวันนี้พ่อไปร่วมหุ้นทำโปรเจกต์กับคนอื่น แต่ดวงไม่ดี ก็เลยขาดทุน...”ฉันขมวดคิ้วแน่น “เพราะงั้นพ่อก็เลยอยากได้เงินอีกแล้วใช่ไหม”“เอ๊ะ ลูกคนนี้นี่ ทำไมพูดจาแบบนี้ อะไรคืออยากได้เงินอีกแล้วพ่อก็แค่ขาดทุนไม่กี่สิบล้าน เงินก้อนนี้ยืมเขามา ตอนนี้ต้องคืนแล้ว ลูกลองดูหน่อยสิว่าพอจะไปขอจือโจว...”“ไม่ได้ค่ะ!”ฟังถึงตรงนี้ ฉันก็ทนไม่ไหวอีกต่อไป แผดเสียงใส่เขาอย่างฟิวส์ขาด “ทำไมพ่อถึงเป็นแบบนี้อยู่เรื่อย ไม่ไปเล่นพนัน ก็ไปลงทุนมั่วซั่ว พ่อไม่มีเงิน พ่ออยู่นิ่ง ๆ หน่อยไม่ได้เหรอคะพ่อติดหนี้เยอะขนาดนี้อีกแล้ว พ่อจะให้หนูไปหาเงินมาจากไหน พ่อจะให้หนูทำยังไง”“โธ่เอ๊ย ทำไมลูกพูดแบบนี้ ที่พ่อลงทุน ก็เพื่อหาเงินให้พวกลูกเยอะขึ้นไม่ใช่หรือไงลูกก็เหมือนแม่ของลูกนั่นแหละ
เฮ่ออี้เฉินปลอบฉัน “อันอัน เธออย่าร้องไห้เลย คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรแน่นอน”ฉันส่ายหน้า พูดไม่ออก ในใจรู้สึกปวดร้าวไปหมดวินาทีนี้ ฉันยอมให้คนที่นอนอยู่ในห้องฉุกเฉินเป็นตัวเองเสียดีกว่าเฮ่ออี้เฉินโอบฉันไว้ พลางเอ่ยเสียงเบา “คำพูดของพี่ใหญ่เมื่อกี้ เธออย่าเก็บไปใส่ใจนักเลย อาจเพราะการแต่งงานสามปีนั้น เดิมทีเขาก็แค้นเคืองเธออยู่บ้างแล้ว บวกกับคุณย่าเป็นครอบครัวที่สำคัญที่สุดของเขา เขาถึงได้พูดจาโหดร้ายแบบนั้นกับเธอ เธอ...”“เขารังเกียจฉัน ฉันรู้มาตลอด” ฉันเหม่อมองแปลงดอกไม้หน้าประตู พลางร้องไห้ “ถ้าคุณย่าเป็นอะไรไปจริง ๆ ฉันจะเอาชีวิตชดใช้ให้เขา”เฮ่ออี้เฉินขมวดคิ้ว พูดด้วยความโมโห “อันอัน เธออย่าเป็นแบบนี้สิ นี่ไม่ใช่ความผิดของเธอ วันหลังห้ามพูดประชดประชันแบบนี้อีกนะ”ฉันส่ายหน้าไม่ใช่คำประชด มันไม่ใช่คำประชดเลยสักนิดเมื่อกี้ตอนที่พูดคำนี้ต่อหน้าเฮ่อจือโจว ฉันก็ตัดสินใจแบบนี้ไว้แล้วเฮ่ออี้เฉินมองฉันด้วยสายตาซับซ้อน ผ่านไปนานถึงเอ่ยขึ้น “เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ อันอัน ฉันไปส่งเธอกลับก่อนดีกว่า สีหน้าเธอแย่มาก ต้องพักผ่อนนะ”ฉันส่ายหน้าอย่างเลื่อนลอย ตอนนี้ฉันไม่อยากไปไหนทั
“เลิกเสแสร้งสักทีเถอะ ตอนที่คุณด่าว่าคุณย่าผมแสดงละคร ทำกำไลที่คุณย่าให้แตก ไม่ได้มีท่าทางแบบนี้นี่”“ขอโทษ...” ฉันส่ายหน้ารัว น้ำตายิ่งทะลักทลายออกมา “ฉันไม่รู้ว่าคุณย่าป่วยเป็นโรคแบบนั้น ฉันไม่รู้จริง ๆ ฉันขอโทษ”“ไม่รู้เหรอ”เฮ่อจือโจวหลุบตาลง หัวเราะอย่างเย็นชาและเย้ยหยัน“นิสัยคุณหนูใหญ่ตระกูลถังอย่างคุณ ทำไมผมจะไม่รู้ล่ะคุณหยิ่งยโส ไม่เห็นใครอยู่ในสายตา ไม่เคยเห็นหัวพวกเราอยู่แล้วตอนที่คุณย่ามอบกำไลวงโปรดให้คุณ ในใจคุณก็รังเกียจใช่ไหม คุณดูถูกของที่ท่านมอบให้คุณเลยด้วยซ้ำเพราะฉะนั้น ไม่ว่าคุณจะรู้หรือไม่ว่าท่านป่วย คุณก็จะทำแบบนี้กับคุณย่าผมอยู่ดี ไม่ใช่หรือไง”“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น...”ฉันส่ายหน้าด้วยความลนลาน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ในใจเขา ฉันกลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้วเฮ่อจือโจวลุกขึ้นยืนเขาสูงกว่าฉันหนึ่งศีรษะ สายตาก้มมองฉันอย่างเย็นเยียบ“ผมเคยบอกคุณไปแล้วว่าคุณย่ารับความสะเทือนใจไม่ได้ แต่คุณดูสิว่าคุณทำอะไรลงไปบ้างท่านเห็นคุณเป็นหลานสะใภ้คนโปรดด้วยความจริงใจ แต่คุณล่ะ คุณมีความจริงใจให้ท่านสักเท่าไหร่ผมรู้ว่าคุณรังเกียจผม ดูถูกผม แต่ท่านเป็นคนแก่อายุ
ฉันร้องไห้ออกมาด้วยความร้อนใจทันทีฉันถามเขาว่าอยู่โรงพยาบาลไหน เขาไม่ได้บอกฉัน บอกแค่ว่าจะมารับฉันฉันนั่งเหม่ออยู่หน้าประตูบ้านตระกูลเฮ่อพระอาทิตย์ยามเช้าค่อย ๆ ขึ้น ทั้งที่มันอบอุ่นมาก แต่ฉันกลับหนาวสะท้านไปทั้งตัวถ้าคุณย่าเป็นอะไรไปจริง ๆ ฉันควรจะทำยังไงดีต่อให้ฉันตาย ก็คงไถ่บาปนี้ไม่ได้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเฮ่ออี้เฉินก็กลับมาเขาลงจากรถ รีบเดินมาตรงหน้าฉัน “อันอัน ทำไมเธอมานั่งตรงนี้ล่ะ เธอไม่เป็นไรใช่ไหม ทำไมสีหน้าถึงแย่ขนาดนี้”ฉันส่ายหน้า พลางรีบถามเขา “คุณย่าออกมาจากห้องฉุกเฉินหรือยัง”เฮ่ออี้เฉินส่ายหน้า “ยังเลย”ฉันถอยหลังไปหนึ่งก้าวด้วยความหน้ามืดเล็กน้อย รู้สึกว่าร่างกายหนาวเยือกยิ่งกว่าเดิมเฮ่ออี้เฉินรีบคว้าตัวฉันไปกอดไว้ เขาปลอบฉัน “เธอก็อย่ากังวลไปเลย คุณย่าต้องไม่เป็นอะไรแน่สองปีก่อน อาการของคุณย่าหนักกว่าครั้งนี้อีก สุดท้ายก็ยังปลอดภัยมาได้”สองปีก่อน...แต่เมื่อสองปีก่อนนั้น ฉันก็ทำให้คุณย่าเจ็บปวดเหมือนกันหัวใจบีบรัดจนปวดหนึบ ฉันบอกเขา “ฉันอยากไปเยี่ยมคุณย่า นายไปส่งฉันที่โรงพยาบาลหน่อยสิ”เฮ่ออี้เฉินมองฉันด้วยแววตาซับซ้อน “อันอั
ตอนนี้แทบจะมั่นใจได้แล้วว่าคุณย่าเฮ่อเป็นโรคอัลไซเมอร์จริง ๆ เมื่อกี้ฉันก็เข้าใจคุณย่าเฮ่อผิดไปจริง ๆและในตอนนี้ คุณนายก็คิดจะอาศัยเรื่องนี้มาใส่ร้ายฉันคุณนายถอนหายใจใส่เฮ่อจือโจวอีกครั้ง “เฮ้อ ถึงฉันจะทำไม่ดีกับเธอเท่าไหร่ แต่ฉันก็เคารพคุณนายผู้เฒ่ามาตลอด เรื่องนี้เธอก็รู้ดีเมื่อกี้ฉันก็บอกไปแล้วว่าคุณนายผู้เฒ่าอาการกำเริบ บอกไม่ให้เขาล่วงเกินคุณนายผู้เฒ่าแต่เขากลับไม่ฟัง แถมยังจงใจทำกำไลวงนั้นแตกต่อหน้าคุณนายผู้เฒ่า ฉันว่าเขาจงใจอยากทำให้คุณนายผู้เฒ่าโมโหตายนั่นแหละ!”“ไม่ใช่นะ ไม่ใช่แบบนั้น” ฉันมองลึกเข้าไปในดวงตาอันเย็นเยียบของเฮ่อจือโจว พลางสะอื้นบอก “ฉันไม่รู้ว่าคุณย่าป่วย ฉันไม่รู้จริง ๆ”พอมองคุณย่าเฮ่อที่ยังคงกอดกำไลที่หักท่อนนั้นไว้ ในใจฉันก็ปวดร้าวอย่างหนักถ้าฉันรู้ว่าคุณย่าเป็นโรคแบบนี้ ต่อให้ฉันต้องทนรับความน้อยเนื้อต่ำใจมากแค่ไหน ฉันก็คงไม่ทำกำไลวงนั้นแตกหรอก“คุณแม่ คุณแม่...คุณแม่เป็นอะไรไป คุณแม่...”“คุณนายผู้เฒ่า คุณนายผู้เฒ่า...”ทันใดนั้น เสียงร้องอุทานด้วยความร้อนรนก็ดังขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าคุณย่าเฮ่อเป็นลมหมดสติไปแล้วคุณเฮ่อรีบสั่ง “เร็วเข้า ร







![Inbox ร้อนรัก [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)