LOGIN“ซักยังไงคะ” คนพูดเอ่ยถามตาปริบ ๆ
“อย่าบอกนะว่าเธอซักผ้าไม่เป็น” เขาเอ่ยถามอย่างตกใจ
“ปกติใส่ลงเครื่องแล้วก็ให้มันซักเองค่ะ” ประโยคคำตอบนั้นทำให้กายสิทธิ์ทำเสียงในลำคอ
“ภาระเสียจริง” เขานั่งลงบนม้านั่งหน้ากะละมังใบโต
“ถูตรงนี้ก่อนตรงคอเสื้อนักเรียน” เขาใช้แปรงถูให้เธอดู
“แต่ต้องแช่ผ้าเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นจะซักไม่สะอาด”
“ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะอมยิ้ม เธอพอรู้ว่ากายสิทธิ์ทำงานบ้านเองทุกอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะทำได้เนี๊ยบขนาดนี้
การซักผ้าในเย็นวันนั้นค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อบัณฑิตาแกล้งเขาไปด้วยซักผ้าไปด้วย
“เฮ้ย! ทำอะไรนี่ยายตัวแสบ” เธอเอาฟองผงซักฟอกมาแปะที่แก้มของเขา
“หน้าของพี่กายพอมีฟองแบบนี้แล้วหล่อขึ้นเยอะเลยค่ะ ดีกว่าหน้าดุ ๆ แบบนี้เสียอีกค่ะ”
“นี่เธอแกล้งพี่เหรอ”
“พี่กายอย่าแยกเขี้ยวใส่กันสิคะ เบอร์รีกลัวนะ”
“กลัวเหรอ ยายตัวแสบแบบเธอกลัวด้วยเหรอ” เขาเอาฟองผงซักผ้าแปะที่แก้มเธอบ้าง
“พี่กายน่ะ”
“ทำไม เธอทำคนอื่นได้ คนอื่นทำเธอไม่ได้หรือไง” แล้วการซักผ้าก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กว่าจะซักผ้าเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมง
สองหนุ่มสาวนั่งพักอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ก่อนที่ท้องของบัณฑิตาจะร้องออกมา
“หิวแล้วเหรอ” เขาเงยหน้ามองนาฬิกาตรงฝาผนังบ้าน
“หิวแล้วค่ะ แต่ขอไปอาบน้ำก่อนนะคะ”
“อืม... จะกินอะไร”
“พี่กายจะทำให้กินเหรอคะ”
“แล้วเราทำกับข้าวอะไรกินเป็นบ้าง”
“ไม่เป็นเลยสักอย่างค่ะ อ้อ... ทำเป็นอยู่อย่างนึงค่ะ”
“อะไร”
“ไข่เจียวกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปลวกไงค่ะ และอย่างน้อยเบอร์รีก็หุงข้าวเป็นด้วย” เธอรีบบอกเขา เพราะเวลาพี่ชายไม่อยู่เธอก็ต้องพึ่งพิงตัวเองให้ได้
“อย่างน้อยก็ยังรู้จักหุงข้าว” ไม่รู้ว่าเขาชมหรือว่าประชดกันแน่แต่เธอก็ยิ้มรับ
หลังจากอาบน้ำอาบท่าเรียบร้อยแล้ว เขาก็ชวนเธอทำสุกี้รับประทานกัน
“หั่นผักเป็นไหม” เขาเอ่ยถาม นำผักสารพัดชนิดออกมาจากตู้เย็น
“ว้าว! สุกี้ผักรวมน่าอร่อยจังเลยค่ะ”
“ถามว่าหั่นผักเป็นไหม”
“พี่กายนี่ดุชะมัดเลย หั่นเป็นสิคะ จะให้หั่นผักเหรอคะ มาเบอร์รีจัดการเอง”
“ผักพวกนี้พี่ล้างเอาไว้แล้ว เธอหั่นได้เลย พี่จะทำน้ำซุป”
“รับทราบเจ้าค่ะ” เธอทำท่าตะเบะ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ตลกกับเธอด้วยเลย ทำให้บัณฑิตาต้องแอบเบ้ปากใส่คนขี้เก๊ก
“ผีดิบพันปีเอ๊ย!”
“ว่าอะไรนะ”
“อุ๊ย! เปล่านี่คะ”
“เร่งมือเถอะเดี๋ยวดึก นี่ก็ทุ่มกว่าแล้ว”
“ค่ะ” บัณฑิตตารับคำ ก่อนจะจัดการหั่นผักตามที่เขาสั่ง
พ่อบ้านพ่อเรือน
“เธอทำอะไรของเธอนี่” เสียงดุ ๆ ของเขาทำให้บัณฑิตาชะงักมือที่กำลังหั่นผักอยู่
“หั่นผักไงคะ หั่นแบบนี้ ไม่ได้เหรอคะ” เธอทำหน้าไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองนักเมื่อโดนทักเสียงดุ ๆ แบบนั้น
“หั่นได้แต่ไม่น่ากิน ไม่เคยมีใครสอนหั่นผักเหรอ”
“ไม่มีค่ะ” เธอตอบแล้วถอนใจ พ่อแม่ตายหมดแล้ว จะมีใครที่ไหนมาสอน มีพี่ก็เหมือนไม่มีและตอนนี้ก็โดนยิงตายไปอีกเหมือนกัน
“นอกจากอาหารจะอร่อยแล้วต้องสวยด้วย มันจะเพิ่มความน่ากินเข้าไปอีก ดูดี ๆ จะหั่นให้ดู” เขาสาธิตให้เธอดู
“ถามว่า”“ทำไมพี่ถึงมาเป็นครูล่ะคะ”“เป็นครูไม่ดียังไง”“ไม่ใช่ไม่ดี แต่ทำไมพี่ถึงชอบอาชีพนี้คะ”“ไม่ได้ชอบ”“อ้าว...”“รักเลยล่ะ”“โหย...”“ตอนเด็ก ๆ พี่เจอแต่ครูใจดี โตขึ้นก็อยากเป็นครูใจดีบ้าง เหตุผลมีแค่นั้นแหละ”“แต่พี่กายไม่ได้เป็นครูใจดีนะคะ” เธอบ่นอุบ ทำหน้าเหยเกใส่“อะไรนะ”“ความฝันวัยเด็กเลยนะคะนี่” เธอเปลี่ยนเรื่อง แกล้งยิ้มกลบเกลื่อน“เราล่ะ ไม่มีความฝันเหรอ”“ก็เหมือนจะมีนะคะ”“ฝันว่า” เขามองหน้าเธอ“จะเป็นดารานางแบบชื่อดังค่ะ จะได้มีเงินเยอะ ๆ”“ก่อนจะเป็นดารานางแบบชื่อดัง เลิกนิสัยซกมกเสียก่อน” เขาตบหน้าผากของเธอเบา ๆ“โหย... พี่กายพูดเสียเบอร์รีเสียของหายเลยอะ” เธอทำหน้างอน พลางทำปากยื่น“ไหนบอกว่าจะไปนอน”“ไปดูดาวกันไหมคะ” เธอยิ้มแฉ่งขณะเอ่ยชวนเขาทำหน้างง บอกว่าง่วงนอน จู่ ๆ จะมาลากเขาไปดูดาวด้วยกัน“ไปเถอะค่ะ ไปดูดาวกัน” เธอลากเขาออกมาดูดาวที่ระเบียง คืนนี้ดาวสวยท้องฟ้ากว้างเต็มไปด้วยดวงดาวเต็มขอบฟ้า อาจเพราะเป็นคืนเดือนมืด“อากาศดีจัง เย็นสบายสุดๆ ไปเลยค่ะ” เธอสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด แหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างมีความสุข“อากาศดีอะไรกัน กลางคืนต้นไม้คายก๊าซคาร์บอนไดออ
“โหย... พี่กายหั่นผักสวยจัง ชิ้นเท่า ๆ กัน ยังกับจับวาง ทำได้ไงนี่”“ต้องฝึก ฝึกมีด”“แต่มีดของพี่กายคมทุกด้ามเลยนะคะ”“ระวังให้ดี บาดนิ้วขึ้นมาถึงกับนิ้วขาดเลยนะ ทำอะไรต้องมีสติ สมาธิสำคัญเสมอเข้าใจไหม”“ค่ะ” เธอรับคำ แล้วก็ให้รู้สึกเกร็งเมื่อเขามายืนซ้อนอยู่ทางด้านหลัง ก่อนจะเอื้อมมือทั้งสองมาจับมือเธอเอาไว้“พี่จะสอนหั่นผัก” บัณฑิตาถึงกับเกร็งไปทั้งตัว หัวใจเต้นรัวราวจะกระโดดออกมาจากอกเมื่อเรือนร่างหอมกรุ่นและแสนอบอุ่นแนบชิดมาทางด้านหลัง“หั่นแบบนี้” เขาจับมือของเธอเอาไว้ วูบหนึ่งบัณฑิตรู้สึกอบอุ่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ในเวลานี้กายสิทธิ์เหมือนคนในครอบครัวที่เธอสามารถพึ่งพิงได้เพียงคนเดียวเท่านั้น แม้เขาจะดูดุไปหน่อยก็ตามที“เข้าใจไหม” เขากระซิบถามตรงริมหู เธอถึงกับเกร็ง แต่ก็รีบพยักหน้าในทันที“เข้าใจค่ะ”“งั้นก็หั่นผักได้แล้ว กินสุกี้จะไม่หนักท้องจนเกินไป เพราะว่ามีแต่ผัก” เขาผละออกห่าง เธอมองอย่างแสนเสียดาย ความอบอุ่นจางหายไปพร้อมกับสัมผัสแสนอ่อนโยนของเขา“สุกี้ฝีมือพี่กายนี่อร่อยจริงๆ เลย”“สุกี้ที่ไหนก็รสชาติเหมือนกันหมด พูดซะเวอร์”“พี่กาย”“ว่า”“ถามจริง”“ถามว่า”“พี่กายยังไ
“ซักยังไงคะ” คนพูดเอ่ยถามตาปริบ ๆ“อย่าบอกนะว่าเธอซักผ้าไม่เป็น” เขาเอ่ยถามอย่างตกใจ“ปกติใส่ลงเครื่องแล้วก็ให้มันซักเองค่ะ” ประโยคคำตอบนั้นทำให้กายสิทธิ์ทำเสียงในลำคอ“ภาระเสียจริง” เขานั่งลงบนม้านั่งหน้ากะละมังใบโต“ถูตรงนี้ก่อนตรงคอเสื้อนักเรียน” เขาใช้แปรงถูให้เธอดู“แต่ต้องแช่ผ้าเอาไว้ก่อนไม่อย่างนั้นจะซักไม่สะอาด”“ค่ะ” เธอรับคำก่อนจะอมยิ้ม เธอพอรู้ว่ากายสิทธิ์ทำงานบ้านเองทุกอย่าง แต่ไม่คิดว่าจะทำได้เนี๊ยบขนาดนี้การซักผ้าในเย็นวันนั้นค่อนข้างวุ่นวาย เมื่อบัณฑิตาแกล้งเขาไปด้วยซักผ้าไปด้วย“เฮ้ย! ทำอะไรนี่ยายตัวแสบ” เธอเอาฟองผงซักฟอกมาแปะที่แก้มของเขา“หน้าของพี่กายพอมีฟองแบบนี้แล้วหล่อขึ้นเยอะเลยค่ะ ดีกว่าหน้าดุ ๆ แบบนี้เสียอีกค่ะ”“นี่เธอแกล้งพี่เหรอ”“พี่กายอย่าแยกเขี้ยวใส่กันสิคะ เบอร์รีกลัวนะ”“กลัวเหรอ ยายตัวแสบแบบเธอกลัวด้วยเหรอ” เขาเอาฟองผงซักผ้าแปะที่แก้มเธอบ้าง“พี่กายน่ะ”“ทำไม เธอทำคนอื่นได้ คนอื่นทำเธอไม่ได้หรือไง” แล้วการซักผ้าก็เต็มไปด้วยความวุ่นวาย กว่าจะซักผ้าเสร็จก็กินเวลาไปหลายชั่วโมงสองหนุ่มสาวนั่งพักอย่างหมดเรี่ยวหมดแรง ก่อนที่ท้องของบัณฑิตาจะร้องออกมา“หิวแ
เขาไม่ได้สอนแต่วิชาพละศึกษา แต่สอนวิชาสุขศึกษาด้วยและเทอมนี้เธอก็ต้องเรียนกับเขาปัง! ประตูปิดลงเสียงดัง ทำเอาบัณฑิตสะดุ้งสุดตัว บ่งบอกถึงอารมณ์ของเขาได้ดี ร่างสูงจอมดุออกไปจากห้องของเธอเรียบร้อยแล้ว บัณฑิตก็พากางเกงในที่ม้วนเป็นเลขแปดเพื่อใบ้หวยสามีจอมเนี๊ยบไปใส่ในตะกร้าอย่างอ่อนแรงเด็กสาวรีบตาลีตาเหลือกไปเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำในทันทีเพราะเขาบอกว่าจะต้องลงไปช่วยกันทำงานบ้านตอนนี้เลยเธอไม่มีเวลาคิดอะไรมาก ขืนไม่ลงไป ได้คอขาดแน่ ๆเพียงไม่ถึงอึดใจร่างสาวน้อยแสนสวยเนื้อตัวหอมกรุ่นก็ลงมาในชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นเพื่อมาช่วยเขาทำงานบ้านความจริงกายสิทธิ์รวยมาก เขาจะจ้างแม่บ้านมาทำงานบ้านก็ย่อมได้ แต่ที่เขาไม่จ้างเพราะชอบทำเอง แล้วก็เป็นพวกโลกส่วนตัวสูง ไม่ชอบให้ใครมายุ่งวุ่นวาย ถ้าเป็นเธอน่ะเหรอจ้างสิ รออะไร!“ไปเอาเสื้อผ้าลงมาซักสิ ซักให้เสร็จตอนนี้ เสาร์อาทิตย์จะได้ทำการบ้าน และมีเวลาส่วนตัวทำอย่างอื่นด้วย”เธอลืมไปได้อย่างไรนะว่าเย็นวันศุกร์คือวันซักผ้า จึงรีบวิ่งขึ้นไปบนบ้านเพื่อที่จะได้ไปนำเสื้อผ้ามาซัก“อย่าวิ่งเดี๋ยวล้ม” เขาพูดไม่ทันขาดคำเธอก็สะดุดขั้นบันได ดีที่ผวาเกาะราวบันไดเอ
ชิ! หมั่นไส้พวกคนเนื้อหอมนักจริง ๆ การขับรถกลับบ้านก็ไม่ได้ทำให้เธอกลัวอะไรนักหรอก เพราะเขาขับตามเธอมาด้วยเธอขับมอเตอร์ไซค์ฮอนด้ารุ่นเก่า ๆ ของพี่ชาย ซึ่งตกทอดมาจากรุ่นบิดามารดา ในขณะที่กายสิทธิ์ขับบิ๊กไบค์ราคาแพงลิ่วเป็นแค่ครูพละไม่ได้รวยขนาดนี้หรอก แต่เพราะมรดกที่บิดามารดาของเขาทิ้งเอาไว้ก่อนตาย หลังจากแบ่งกับพี่ ๆ เท่า ๆ กัน โดยพี่น้องทุกคนรักกันไม่แย่งสมบัติหรือทะเลาะกันเรื่องสมบัติเลยสักนิด กายสิทธิ์สามารถอยู่ได้อย่างสบายโดยที่ไม่ต้องทำงานเลยพ่อแม่ของเธอก็ทิ้งเงินมรดกเอาไว้พอสมควร แถมด้วยบ้านอีกหนึ่งหลังให้เธอกับพี่ชายอยู่ แต่พี่ชายดันไปติดการพนัน ชีวิตของเธอถึงได้เป็นแบบนี้ ต้องมาอาศัยคนอื่นเขาอยู่ ยิ่งเธอไม่ได้ชอบหน้าเขาเท่าใดนัก เลยทำให้อึดอัดอยู่มากบัณฑิตาถึงบ้านก็ถอนใจด้วยความเหนื่อยล้า วันนี้เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ จบสิ้นกันเสียทีการเรียนในสัปดาห์นี้เธอทิ้งตัวแผ่หลาลงบนเตียงอย่างมีความสุข แต่เสียงดุ ๆ ของกายสิทธิ์ก็ทำให้เธอต้องรีบดีดตัวขึ้นจากที่นอนในทันที“กลับมาจากโรงเรียนแทนที่จะรีบอาบน้ำ กระโดดขึ้นเตียงในชุดพละแบบนั้น ไม่เหม็นเหงื่อรึไง” เขาเข้มงวดพอสมควร เหมาะกับก
สามีของฉันเป็นครูพละ“โอ๊ย!” เบอร์รีหรือบัณฑิตาร้องด้วยความเจ็บเมื่อลูกวอลเลย์บอลมากระแทกกับใบหน้าเข้าอย่างจัง“โทษทีเบอร์รี ทำไมแกไม่รับลูกล่ะ” ปันปันหรือปณิตาเอ่ยถามเพื่อนรัก พลางเดินมาดูอาการของเพื่อน“เจ็บ” บัณฑิตาไม่ตอบว่าทำไมไม่รับลูก แต่ลูบหน้าตัวเองไปมา และมันก็กำลังแดงก่ำ“แกมัวแต่มองอะไรของแก” ปณิตาหันไปมองตามสายตาของเพื่อนก่อนที่จะตาโต“แกมองครูกายอยู่เหรอ”“ฉันน่ะเหรอจะมองครูจอมขี้เก๊กนั่น ไม่ได้มองเสียหน่อย”“มันชักจะยังไง ๆ แล้วสิ” ปณิตากระแทกไหล่เพื่อนรัก ในคาบนี้เป็นวิชาพละศึกษา โดยกายสิทธิ์หรือครูกายเป็นคนสอนวอลเลย์บอลให้ชั้นเรียนของเธอ “ยังไงยังไงคือยังไงเหรอ” คนถามกัดปากตัวเองเบา ๆ กลัวเพื่อนรู้ความลับของเธอกับกายสิทธิ์เข้า"ก็ยายส้มจี๊ดยังไงล่ะ ดูสิให้ครูกายสอนตัวเองอยู่คนเดียว เสนอหน้าสุด ๆ” บัณฑิตามองตามสายตาของเพื่อนรัก ก็เห็นว่ากายสิทธิ์กำลังช่วยจับบอลและจัดท่าให้ส้มจี๊ดหรือสารภีอยู่“เขาคงอยากสอนส้มจี๊ดกระมัง” คนพูดกัดปาก อยู่ในโรงเรียนเช่นนี้เธอจะให้ใครรู้ไม่ได้ว่ากายสิทธิ์คือสามีบ้าจริง!มีผัวตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลาย เพราะพี่ชายของเธอที่จากโลกนี้ไปแท้







