Share

บทที่ 4

last update Last Updated: 2025-12-13 11:54:11

3

ผู้หวังดี

“มึงอาจจะต้องลงแรงหน่อยเพื่อพิสูจน์ว่าที่พี่เขยของมึงว่ะ”

“จริง คนแบบนี้น่าจะต้องเล่นละครสู้เขาหน่อย ใช้เด็กของมึงจัดการก็ได้นะ”

“หรือไม่ ถ้ามึงยังจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นที่มึงเจอหน้าตาเป็นยังไง เจอที่ไหนก็หาตัวเธอแล้วเค้นถามเลยก็ดี จะได้ไม่ต้องลงแรงมาก”สุดท้ายก็จบที่สถานบันเทิงอีกฟากหนึ่งของบ้าน เขาตัดสินใจเอาเรื่องนี้มาปรึกษากับธานีและจอมพลเพื่อนสนิทที่ติดมหาวิทยาลัยตามกันมา เพราะเขาเครียดจนไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรให้พี่สาวของเขาเสียใจกับเรื่องแบบนี้น้อยที่สุด

“กูไม่อยากให้พี่กูเสียใจเลยว่ะ ไม่อยากให้เสียใจเลยแม้แต่นิดเดียว”เขาว่าพร้อมนำน้ำสีอำพันเข้าปากไปรวดเดียว

“กูรู้นะเว้ย ว่ามึงกับพี่หนูนิดผ่านอะไรมาบ้าง แต่ถึงมึงจะรักพี่สาวมึงมากแค่ไหน มึงก็ไม่มีทางห้ามได้หรอก ถึงมึงจะไม่บอก สักวันเขาก็ต้องรู้ว่าคนรักของเขาเป็นยังไง มึงห้ามความเสียใจของเขาไม่ได้”

“ความลับมันไม่มีในโลก”

“ใช่ สิ่งที่มึงต้องทำน่ะนะ คือคอยอยู่ข้าง ๆ พี่มึงในเวลาที่เขารู้สึกแย่และไม่ต้องไปคิดแทนเขา ว่าเขาจะเสียใจมากแค่ไหนที่โดนคนรักหักหลัง มึงก็รู้ว่าพี่หนูนิดอ่อนนอกแต่แข็งใน มึงก็เคยพูดนี่ว่าเขาเด็ดขาดมาก”

“กับเรื่องนี้เนี่ย พี่เขาอาจจะมีคำตอบให้ตัวเองอยู่แล้วก็ได้”

“อยากจะบอกก็บอกเลยเว้ย ถึงจะไม่มีหลักฐานให้เขาเห็นว่าเป็นเรื่องจริง แต่ลึก ๆ กูเชื่อว่ายังไงพี่หนูนิดก็เชื่อมึงนะ”

“อืม แล้วถ้าเชื่อนะ เขาก็จะหาคำตอบนั้นด้วยตัวเขาเอง และวันนั้นแหละ เขาจะตัดสินใจด้วยตัวเขาเอง”

“พวกมึง..”

“กินอะไรกันมาวะ วันนี้โคตรมีสาระเลย”

“อ้าว ไอ้นี่ คนกำลังมีสาระ ขัดอารมณ์จริง ๆ ”

“เฮ้ย! ไอ้เด็กปีหนึ่ง”

ตอนแรกก็ว่าจะพากันหัวเราะ แต่ไป ๆ มา ๆ ก็มีคนเดินเข้ามาทักทายทั้งสามคน

ไม่สิ

แค่ธนนท์คนเดียวต่างหาก

ณ ขณะนี้ธนนท์คือศัตรูเบอร์หนึ่งของพวกเขาแล้ว

“อ้าว ไอ้รุ่นพี่เก่งแต่ปากนี่เอง มีอะไรเหรอครับ? อย่าบอกนะว่าจะมาหาเรื่องกันอีกน่ะ ยังไม่เข็ดอีกเหรอ”ธนนท์ยิ้มให้กับผู้ที่มาหาเรื่องตนท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนทั้งสอง แต่ก็ต้องร้องอ๋อเพราะนึกขึ้นได้ว่านี่คงเป็นคนที่ธนนท์ไปมีเรื่องด้วยแล้วไปเจอเข้ากับพาทิศพอดี

“ไอ้นนท์ กูว่าอย่าไปยุ่งเลยดีกว่า”จอมพลบอก

“มึงไม่ต้องยุ่ง หน้าตี๋ ๆ แบบมึง ซัดทีเดียวอากงอาม่าก็เอาไม้เรียวฟาดแล้วมั้ง”ไม่วายหันไปหาเรื่องคนห้าม จนธานีทนไม่ไหว จะเดินเข้าไปแต่ถูกธนนท์ดันออกไปไม่ให้เข้ามายุ่งเรื่องนี้เพราะเกรงว่าเพื่อนสนิทจะเจ็บตัวเพราะตนเองเป็นคู่อริ

“พวกมึงไม่ต้อง กูเอง”เขากระซิบ

“มึงนั่นแหละหยุด ปากชวนตีขนาดนี้อยู่มาถึงวันนี้ได้ไงวะ”ธนนท์เองก็ไม่ยอมแพ้ เขาว่ารุ่นพี่ที่ยืนอยู่ต่อหน้ากลับไป “มึงนี่ ปากแบบนี้ไม่น่าตายดี เฮ้ย! พวกมึง เราไม่สั่งสอนไอ้เด็กนี่กันหน่อยเร็ว จะได้รู้ว่าใครเป็นใคร”

เสียงมือถือของณิชชยาดังขึ้นกลางร้านอาหารหรู ในขณะที่เธอและพาทิศกำลังรับประทานอาหารกันอยู่ เธอจึงต้องออกมารับโทรศัพท์ด้านนอกและปล่อยให้พาทิศนั่งอยู่ภายในร้านตามลำพัง

“ฮโหล ณิชชยาพูดค่ะ”

“สวัสดีครับ คุณณิชชยา”เสียงทักทายจากปลายสายเป็นน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเป็นเสียงที่ณิชชยาฟังแล้วรู้สึกคุ้นหู แต่เธอไม่สามารถบอกได้ว่าปลายสายนั้นเป็นใคร เธอจึงเลือกที่จะไม่ตอบและกำลังจะวางสายแต่ฝ่ายนั้นก็พูดดักขึ้นมาเสียก่อนเหมือนตาเห็น

“คุณจะเงียบไม่ตอบผมก็ไม่เป็นไรนะครับ แต่ช่วยฟังกันก่อน”

“อย่าเพิ่งวางล่ะ”

“ตอนนี้น้องชายของคุณ..คุณธนนท์กำลังนอนอยู่ในห้องไอซียูที่

โรงพยาบาลนฤเวช...ท่าทางอาการคงจะหนักน่าดู”คำบอกเล่าจากสายปริศนาทำให้ใจของณิชชยาตกไปอยู่ตาตุ่ม

“คุณเป็นใคร?! คุณทำอะไรกับน้องชายฉัน!”เธอพยายามข่มเสียงไม่ให้สั่นแต่ความร้อนใจไม่สามารถทำให้เธอปิดมันได้ จนคนที่ฟังอยู่ถึงกับหัวเราะออกมา

“อย่ามาหัวเราะนะ! บอกฉันมา คุณเป็นใคร”

“คุณห่วงน้องชายคุณก่อนไม่ดีกว่าเหรอครับ? เพราะยังไงคุณก็หาตัวผมไม่เจอหรอก..คุณจะหาผมเจอก็ต่อเมื่อผมอยากให้คุณเจอเองเท่านั้น”

“เอาเป็นว่า..รีบมาหาน้องชายคุณดีกว่า ผมอุตส่าห์หวังดี เลยสละเวลาอันมีค่าของผมโทรมาบอกคุณ”

“ฉันไม่เชื่อคุณ”

“ถ้าไม่เชื่อ..เดี๋ยวผมจะส่งหลักฐานไปให้คุณดูแล้วกัน แต่อย่าเป็นลมไปล่ะ เพราะถ้าคุณล้มลงตรงหน้าร้านอาหารที่ติดถนนใหญ่แบบนั้น คนที่จะได้เข้าห้องไอซียูคนต่อไปอาจจะเป็นคุณก็ได้”ว่าจบแล้วก็วางสายไป ไม่กี่วินาทีก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความดังเข้ามา เจ้าของข้อความไม่มีแม้แต่ชื่อและไม่สามารถตรวจสอบปลายทางได้ว่าถูกส่งมาจากที่ไหน

ข้อความที่ถูกส่งมาเป็นรูปของธนนท์นอนหมดสติตั้งแต่ในรถร้านจนถึงตอนที่เขากำลังนอนอยู่ภายในห้องไอซียู

รูปภาพถูกถ่ายผ่านกระจกที่สามารถมองเข้าไปด้านในได้ แต่แน่ล่ะ ว่าคนถ่ายฉลาดเป็นกรด เขาสามารถถ่ายให้กระจกและกล้องไม่สะท้อนเงาของตนเองได้อย่างแนบเนียน

แต่ในตอนนี้ณิชชยาไม่อยากสนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของธนนท์ที่กำลังอยู่ในอาการโคม่า เธอหันกลับไปมองพาทิศที่นั่งอยู่ในร้าน และมองไปยังรถที่ผ่านไปผ่านมาอยู่ที่ถนนอย่างร้อนใจพร้อมกับนึกถึงคำพูดของบุคคลปริศนาที่เอ่ยบอกเธอก่อนที่จะวางสายไป

ถ้าคุณล้มลงตรงหน้าร้านอาหารที่ติดถนนใหญ่แบบนั้น คนที่จะได้เข้าห้องไอซียูคนต่อไปอาจจะเป็นคุณก็ได้

เสียงของเขาสะท้อนกลับเข้ามา ทำให้เธอต้องตั้งสติและตัดสินใจเดินเข้าไปคว้ากระเป๋าออกมาทันที ทำให้คนที่ไม่รู้เรื่องตกใจที่อยู่ ๆ คนรักก็รีบกลับออกไปโดยที่ไม่ได้บอกกล่าวอะไรนอกจากคำว่า ‘ขอตัวก่อน’

“หนูนิด! หนูนิดจะไปไหนคะ”

“หนูนิดมีธุระ ขอตัวก่อนนะคะ วันนี้ขอโทษด้วยนะคะ”เธอว่าเพียงแค่นั้นก่อนจะขึ้นแท็กซี่ไป ทิ้งพาทิศไว้พร้อมพนักงานที่เดินออกมาฉุดไว้เสียก่อน เพราะเขายังไม่ได้ทำการจ่ายเงิน

เพียงไม่ถึงชั่วโมงณิชชยาก็มาถึงโรงพยาบาลตามที่บุคคลปริศนาบอก

เธอรีบเดินไปถามรายชื่อของคนไข้ห้องไอซียูทันทีและพยาบาลก็นำทางเธอไปยังห้องของธนนท์

เธอมองน้องชายที่อยู่ภายในห้องไอซียูและร้องไห้ออกมาด้วยความกลัวพร้อมทั้งตกใจ แม้ว่าเธอจะรู้ว่าสักวันก็ต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับน้องชายที่แสนจะดื้อดึงอย่างธนนท์ แต่ก็ไม่คิดว่าทุกอย่างจะเกิดในเวลาที่รวดเร็วขนาดนี้

“ไม่ได้..เราต้องตั้งสติ เราห้ามเป็นอะไรเด็ดขาด”จากน้ำตาเปลี่ยนเป็นสติ สิ่งที่เธอต้องมีในตอนนี้คือสติ ไม่ใช่ความกลัวและความตกใจ

“น้องเราอยู่ในมือหมอแล้ว ไม่ต้องห่วงแล้วหนูนิด”

เธอสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อให้สงบขึ้นอีกและมันก็ได้ผล เธอเริ่มสงบลงแล้วจริง ๆ พร้อมกับความรู้สึกแปลก ๆ เหมือนกับว่า มีคนกำลังมองเธออยู่จนเธอหันไปที่ต้นทาง สุดท้ายก็ไม่พบกับใคร

แต่เสาต้นใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากโถงนั่งพักสำหรับญาติคนไข้ และคนทั่วไปทำให้เธอสงสัยว่ามีใครอยู่หลังเสาต้นนั้นหรือไม่ หญิงสาวจึงค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ ๆ เพราะแม้จะเดินเข้าไปแล้วจะไม่พบใคร ความรู้สึกของเธอมันก็บ่งบอกว่ามีคนยืนอยู่หลังเสาต้นใหญ่และกำลังแอบมองเธออยู่จริง ๆ

“ไม่มีใครอยู่”สุดท้ายก็ไม่มีใครอยู่หลังเสาต้นใหญ่ ทำให้เธอสะบัดหัวเรียกสติให้กลับมาอีกครั้งและถอนหายใจออกมา แต่ก็ยังไม่วายอยากเชื่อใจตัวเองต่อว่ามีคนแอบมองอยู่จริง ๆ

“พี่หนูนิดครับ”เสียงของจอมทัพและธานีดังขึ้นพร้อมกัน สีหน้ารู้สึกผิดและอาการกระหืดกระหอบจากการรีบวิ่งมาหาเพื่อนที่นอนไม่ได้สติอยู่ในห้องไอซียูทำให้หนูนิดไม่ได้ถามอะไร

“ไปให้พยาบาลทำแผลให้ก่อนเถอะ พี่ว่าพวกเราคงไม่มีแรงพูดตอนนี้หรอก”เธอว่าและมองไปตามเสื้อผ้าของทั้งสองหนุ่มที่ดูเลอะเทอะจากแอลกอฮอล์ ดินและคราบเลือดเล็กน้อยที่คาดว่าจะเป็นเลือดของพวกเขากับน้องชายของเธอ

“พวกผมขอโทษนะครับที่ทำอะไรไม่ได้เลย ผมกับธานีไม่สามารถปกป้องเพื่อนของตัวเองได้เลย”จอมทัพบอกพร้อมกับรีบยกมือไหว้พี่สาวของเพื่อนสนิททันที

“ใช่ครับ ถ้าพี่หนูนิดจะด่าจะว่าพวกเรา เชิญพี่หนูนิดด่าได้เลยครับ”ธานีเองก็รีบยกมือไหว้เธอไปอีกคน จนณิชชยาต้องแตะให้พวกเขาหยุดไหว้เธอเสียที

“พี่ไม่โกรธ พี่รู้นิสัยนนท์ดีว่าเป็นยังไง มันไม่ใช่ความผิดของธานีกับจอมพลหรอกนะ พี่เชื่อว่าทั้งสองคนก็คงจะห้ามนนท์แล้ว แต่นนท์คงไม่ฟังเหมือนอย่างทุกครั้งนั่นแหละ..เอาเป็นว่าธานีกับจอมพลให้พยาบาลทำแผลให้ก่อนเถอะ แล้วเรื่องอื่นเราค่อยว่ากัน”ณิชชยาบอกกลับไป ไม่มีท่าทีที่โกรธตามที่เธอพูด และตัวของหญิงสาวเองแทบไม่รู้ว่าคำตอบของเธอมันยิ่งทำให้จอมพลและธานีรู้สึกผิดมากขึ้นกว่าเดิม แต่เด็กหนุ่มทั้งสองคนก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามที่ณิชชยาบอกเท่านั้น

ณิชชยาเดินมานั่งที่เก้าอี้สักครู่ก่อนเปิดหน้าจอมือถือขึ้น เธอพบกับข้อความและสายโทรเข้าจากพาทิศจำนวนหลายสายและหลายข้อความจึงรีบโทรกลับไปหาคนรักทันที

“ที่พีท เมื่อกี้..เมื่อกี้หนูนิดขอโทษนะคะที่ออกมาทั้งแบบนั้น”

หลังจากที่ปลายสายรับโทรศัพท์แล้วจึงรีบขอโทษก่อนเป็นอันดับแรก

“ไม่เป็นไรค่ะ แต่ว่า..ตอนนี้หนูนิดอยู่ที่ไหนคะ บอกพี่ได้ไหม”

“อยู่..อยู่ที่โรงพยาบาลค่ะ”พอได้ยินเสียงของคนรักถามกลับมา ก้อนสะอึกก็ดันขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ น้ำตาเริ่มเอ่อออกมา แต่ยังคงข่มเสียงให้เป็นปกติตามเดิม

“ทำไมถึงไปที่โรงพยาบาลคะ! ใครเป็นอะไรหรือเปล่า?”

“นนท์ค่ะ ตอนนี้นนท์อยู่ในห้องไอซียู”

“แต่หนูนิดอยู่คนเดียวได้ค่ะ ถ้าพี่พีทไม่ว่างก็ไม่เป็นไร”

“หนูนิดเข้าใจ”

“ไม่ได้หรอก พี่ต้องไปสิ พี่กำลังจะไปแล้ว หนูนิดรอพี่อยู่ที่นั่นก่อนนะคะ”เขาว่าแค่นั้นก็กดวางสายทันที เพราะเขาเองก็ตกใจไม่น้อยที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับคนใกล้ตัว ส่วนณิชชยาพอวางสายไปก็อ่านข้อความในมือถือและทยอยตอบ พร้อมกับความบังเอิญที่ประจวบเหมาะ

‘อย่าร้องไห้สิ’

ข้อความของบุคคลปริศนาถูกส่งเข้ามา และข้อความนั้นก็ทำให้เธอหันซ้ายหันขวาทันที..คน ๆ นั้นต้องอยู่ที่นี่แน่ ๆ เพราะถ้าเขาไม่อยู่ที่นี่ ก็แปลว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดาที่จะสามารถต่อกรได้

แต่นั่นไม่ได้ทำให้ณิชชยากลัวบุคคลปริศนาคนนี้ได้ เธอกลั้นใจโทรกลับไปที่เบอร์เดิมที่เขาเคยโทรเข้ามา “ว่ายังไงครับคุณณิชชยา”

“คุณเป็นคนทำร้ายน้องชายฉันใช่ไหม”

“ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ?”

“คุณเป็นใคร คุณต้องการอะไรจากน้องชายฉัน? น้องชายฉันเขาไปทำอะไรให้คุณ ทำไมคุณถึงได้ทำให้เขาเจ็บเจียนตายขนาดนี้”

“เขายังเด็กนะ”

“ผมไม่ได้ทำสักหน่อย”

“....”

“ผมเป็นแค่ผู้หวังดี กลัวว่าน้องชายคุณจะไม่มีญาติมาดูใจก็เท่านั้นเอง คุณนี่..ใจร้ายจังเลยนะ คนเขาอุตส่าห์หวังดีแท้ ๆ เลย”ยังไม่ทันที่จะได้ฟังประโยคต่อไปของปลายสาย เธอก็กดวางเสียก่อน เพราะถ้ายิ่งเธอฝืนใจคุยไปเรื่อย ๆ เธอเองนี่แหละที่จะเป็นคนโมโหเสียเอง “คนบ้า บ้าที่สุด”

ถึงตอนนี้เขาจะเป็นใครก็ช่างมันเถอะ อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้คิดที่จะยุ่งหรือมีเรื่องกับธนนท์น้องชายของเธอ แค่นี้ก็พอแล้ว
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 97

    “ไม่ได้เหรอ”เขาทำหน้าเศร้า “ไม่ได้”เธอตอบ ทำให้เขาเศร้ายิ่งกว่าเดิม “ไม่ได้..เพราะมันคือที่ของคุณตั้งแต่วันที่ฉันแต่งงานกับคุณแล้ว คุณไม่จำเป็นต้องขอร้องในสิ่งที่เป็นของคุณค่ะ”เธอยิ้มออกมา คำตอบของภรรยาสาวทำให้ผู้เป็นสามีที่ภักดีมาตลอดดีใจจนแทบจะตะโกนออกมาดัง ๆ แต่ด้วยความที่ลูกน

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 96

    “ออกไปซะ เดี๋ยวค่าห้องผมจะจ่ายเอง จีเอาน้ำตาของจีไปใช้กับงานของตัวเองเถอะ ตอนนี้น้ำตาของจีใช้กับผมไม่ได้แล้ว”จีรัณณ์ยังคงจ้องหน้าชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับน้ำตา ถ้าเป็นเมื่อก่อนปฐวีก็คงจะใจอ่อนกับน้ำตาของเธอ แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว แววตาของเขาที่มองมามันแข็งกร้าวและเด็ดขาด มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป“ผมขอ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 95

    “แต่วีก็เป็นเพื่อนจีนะ”จีรัณณ์ทำหน้าเศร้า“เดี๋ยวผมไปส่งที่โรงแรมแล้วกัน”เขาตอบปัดไปอย่างเสียไม่ได้“ถ้าวีไม่ว่างแล้วก็ไม่เป็นไร แต่อย่างน้อยก็ไปทานข้าวกับจีอีกสักครั้งได้ไหม เราสองคนไม่ได้ไปทานข้าวด้วยกันมานานแล้วนะ”“ไม่ได้หรอก ขอโทษนะ”ถึงปฐวีจะปฏิเสธตามตรงแบบนั้นแล้ว จีรัณณ์ก็ยังคงตื๊อไม่เลิกจนเข

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 94

    40ตอนจบช่วงสายของวันถัดมา ณิชชยาลืมตาตื่นขึ้นหลังจากที่พักฟื้นอยู่หลายชั่วโมงหลังจากที่ได้รับเลือดจากธนนท์ ร่างกายปรับระดับสายตาให้ชัดเจนขึ้น เธอมองเห็นเพดานสีขาวและเบนสายตามองข้างตัวก็พบเข้ากับเด็กน้อยนอนอยู่บนเตียงเด็กทารกของโรงพยาบาลเธอค่อย ๆ ลุกขึ้น ร่างกายที่เพิ่งฟื้นฟูมาได้ไม่นานยังคงมีความ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 93

    “แกรู้ไหม? ว่าแม่นั่นไม่มีอะไรเหมาะสมกับแกเลยสักนิด ถ้าไม่มีแม่นั่น ตัวแกควรจะไปได้ไกลกว่านี้ แกมันไม่ต่างอะไรจากตาของแกเลยสักนิด ใฝ่ต่ำเหมือนกันทั้งตาทั้งหลาน”คุณหญิงศรีสุนันท์พูดด้วยดวงตาที่แข็งกร้าว ท่านมองปฐวีเหมือนมีภาพซ้อนของสามีและคนรักของสามีขึ้นมา มันยิ่งทำให้ใจของท่านยิ่งเจ็บระทมมากขึ้นไปอ

  • หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม   บทที่ 92

    เขากลับมาไม่ทัน ทำอย่างที่พูดไว้ไม่ได้ชายหนุ่มนั่งมองผ้าเช็ดหน้าในมือเพียงไม่ถึงนาทีน้ำตาก็ไหลออกมาอย่างห้ามไว้ไม่อยู่ ธนาที่กำลังจะเดินมานั่งข้าง ๆ เพื่อนสนิทก็โดนรัดเกล้าห้ามไว้ก่อน ปาลิตาเองก็รู้ดีว่าไม่ควรเข้าไปยุ่งกับเขาตอนนี้ เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ ธนนท์ที่นั่งมองหน้าปฐวีอยู่แม้จะไม่ได้นั่งใกล้ก

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status