หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม

หวนคืนรัก หัวใจดวงเดิม

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-12-20
Oleh:  ปทุมวดีOngoing
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
97Bab
427Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

อดีตคนรักที่หายกันไปกว่าสิบปี ในวันนี้ 'เขา' กลับมาเพื่อทวงทุกสิ่งทุกอย่างคืน 'ในวันที่เธอกำลังมีความสุข' และทุกอย่างของเขาก็คือ 'เธอ' เธอคนนี้ที่อยู่ในหัวใจและจะอยู่ต่อไป..ตลอดกาล

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

บทนำ

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่สาว”

“อะไรกันเนี่ยเรา ขึ้นมหา’ ลัยแล้วยังทำตัวเป็นเด็ก ๆ ไปได้”

ณิชชยาหันไปหาน้องชายที่กอดเธอจากด้านหลังในขณะที่เธอกำลังทำอาหารอยู่ “กอดหน่อยไม่ได้หรือไง วันนี้ต้องไปนอนที่คอนโดแล้ว”

“อยู่กับหนูนิดมาตั้งนาน พอได้ห่างกันจริง ๆ ก็ใจแป้วเหมือนกันนะเนี่ย แล้วอีกอย่างวันนี้หนูนิดว่านนท์ไม่ได้แล้วนะ เพราะวันนี้นนท์ตื่นเช้าม๊ากมาก” ธนนท์ยิ้มแก่นเอ่ยบอกผู้เป็นพี่สาว ณิชชยายิ้มให้น้องชายก่อนจะใช้มือเขกกะโหลกธนนท์ไปหนึ่งที

“ก็เป็นแค่ตอนแรกนั่นแหละเรา พอไปเจอเพื่อนเดี๋ยวก็อยู่ที่นู่นยาว ไม่กลับบ้าน แล้วอีกอย่างห้ามไปมีเรื่องกับใครเด็ดขาดเลยเข้าใจไหม” ณิชชยากำชับขึ้นอีกครั้งหลังจากที่กำชับแล้วกำชับอีกตั้งแต่ที่รู้ผลประกาศว่าธนนท์ติดมหาวิทยาลัยดังในกรุงเทพมหานคร

แน่นอนว่าการไปอยู่คอนโดของธนนท์ก็เพราะว่าเด็กหนุ่มติดมหาวิทยาลัยที่อยู่อีกฝั่งกับบ้านของตน หากอยู่ใกล้กันณิชชยาคงไม่ยอมให้น้องชายไปอยู่ที่อื่นแน่เพราะตอนมัธยมปลาย ธนนท์มักมีเรื่องกับคนอื่นเสมอ หลายครั้งที่ณิชชยาต้องทิ้งงานไปพบอาจารย์ที่ห้องปกครอง

“แฮะ ถ้าไม่มีใครมาหาเรื่องก็ไม่มีหรอกครับ”

“เดี๋ยวเถอะ ถึงมาหาเรื่องก็ไม่ควรจะไปตอบโต้กลับ ต้องสู้ด้วยอย่างอื่นไม่ใช่กำลัง โตแล้วนะนนท์ ไม่ใช่เด็กแล้ว” ณิชชยาไม่รู้ว่าต้องพูดคำนี้ไปอีกนานแค่ไหน เธอพูดจนเบื่อธนนท์ก็ไม่เคยจะฟัง

“ครับ ๆ เข้าใจแล้วครับ นนท์จะไม่ทำให้หนูนิดผิดหวังเลย”

ว่าพร้อมกับยิ้มทะเล้นให้พี่สาว พูดคุยกันไม่นานนักก็แยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตนเอง ณิชชยาเดินทางมาทำงานที่โรงเรียนอนุบาลอุ่นรักวิทยา โรงเรียนอนุบาลเอกชนเพราะสาวเจ้านั้นทำงานเป็นคุณครูอนุบาลอยู่ที่นี่ เป็นคุณครูหนูนิดของเด็ก ๆ ทุกคน

“ครูหนูนิดครับ~ มะวานก่อนน้องรักไปฝรั่งเศสกับคุณน้ามา น้องรักเอาของมาฝากคุณครูฮะ” ในขณะที่ณิชชยากำลังยืนต้อนรับเด็ก ๆ ที่กำลังทยอยมาโรงเรียนด้วยใบหน้าแจ่มใสกันนั้นก็มีเด็กชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาพร้อมกับหญิงสาวผู้ปกครองที่ลงจากรถคันหรูเพื่อมาส่งหลานชายที่หน้าประตู

“ขอบใจมากเลยนะครับน้องรัก ขอบคุณนะคะ” หญิงสาวก้มลงไปหา ‘เด็กชายรักชลิต เศรษฐาพิมรกุล’ ก่อนจะหันไปครอบคุณผู้ปกครองของเด็กชาย

“หลานชายฉันเขาเป็นคนเลือกให้คุณครูเอง ไม่ต้องขอบคุณฉันหรอกค่ะ” แต่หญิงสาวตรงหน้าเพียงแค่ยิ้มมุมปาก แววตาที่บ่งบอกออกมาได้อย่างชัดเจนว่าดูจะไม่ชอบณิชชยาเสียเหลือเกินปรากฏออกมาให้เห็นจนหญิงสาวถึงกับไปต่อไม่ถูกและเธอก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร คนตรงหน้าถึงไม่ชอบเธอ

“หนูนิด ฉันว่าเธอต้องไปทำอะไรให้คุณปาลิตา ผู้ปกครองของน้องรักเขาไม่พอใจแน่ ๆ เขาถึงได้มองเธอแบบนั้น” ฉัตรฉายเพื่อนร่วมงานขาเม้าท์ประจำโรงเรียนอนุบาลอุ่นรักวิทยาเอ่ยขึ้นมา พร้อมกับแอบหยิบขนมของพรลินีไปทานด้วย “นี่ ยายฉัตร อย่าแอบเอาขนมฉันไปนะ”

“กินนิดเดียวเอง”

“ไม่นะ หนูนิดไม่รู้จักคุณปาลิตาเป็นการส่วนตัว ฉัตรวางใจเถอะ” ณิชชยาบอกปัดพร้อมกับก้มลงตรวจดูเอกสารอีกรอบ

“แน่เหรอ บางทีอาจจะมีเรื่องอะไรที่ทำโดยที่ไม่รู้ตัวก็ได้นี่น่า เอาเป็นว่าอยู่ห่าง ๆ คุณปาลิตาไว้จะดีกว่า ฉันกลัวเธอมีปัญหากับทางนั้น”

“ไม่มีแน่นอนจ้ะฉัตร อะ เอกสาร ฝากต่อด้วยนะ” เธอว่าพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องพูด ฉัตรฉายรับแฟ้มเอกสารมาอย่างเสียไม่ได้ก่อนจะเดินออกไป

“ยายฉัตรพูดไปเพราะเป็นห่วงหนูนิดนั่นแหละ แต่ยายนั่นก็พูดไปเรื่อย หนูนิดไม่ต้องไปสนใจมากหรอก” พรลินีเอ่ยบอกก่อนจะเดินออกไปเพื่อที่จะไปสอนเด็ก ๆ ในคาบภาษาไทยต่อ ปล่อยให้หนูนิดนั่งอยู่ในห้องพักครูเพียงลำพัง

“คุณปาลิตา..” หญิงสาวขมวดคิ้วเหม่อมองออกนอกหน้าต่างในห้องทำงานที่บ้านของตนเอง เธอยังคงนึกถึงเรื่องที่ฉัตรฉายพูดเมื่อตอนกลางวันจนทำงานไม่ได้

“แต่คุณปาลิตาหน้าคุ้นจัง เคยเห็นที่ไหนหรือเปล่านะ” พอคิดได้แบบนั้นก็ลองค้นหารายชื่อผู้ปกครองของเด็ก ๆ ดูก่อนพบว่าในข้อมูลของน้องรักนั้นไม่มีชื่อของปาลิตาอยู่ แต่เป็นชื่อของคนอื่นแทน เธอจึงลองค้นหาจากในอินเทอร์เน็ตดู แต่อยู่ ๆ ไฟก็เกิดดับขึ้นมากลางคันทำให้สัญญาณเชื่อมต่อขาดหายไปพร้อมกับแบตเตอรี่แล็ปท็อปของตนเองที่เหลือเพียงแค่ไม่กี่เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

“บ้าจริง ลืมเสียบปลั๊กชาร์จตอนทำงานเสร็จ”

“แบตมือถือเหลืออีกไม่มากแล้วด้วย ไปหาไฟฉายก่อนแล้วกัน”

ว่าจบก็รีบเดินลงมาที่ห้องเก็บอุปกรณ์การช่าง แต่พอลงมาแล้วกลับพบว่าประตูบ้านถูกแง้มไว้ “นี่เราไม่ได้ล็อคประตูเหรอ?”

“แต่ตอนนั้นล็อคแล้วนี่”

เธอจำได้ว่าก่อนที่เธอจะขึ้นไปด้านบน เธอได้ทำการล็อคประตูบ้านและล็อคหน้าต่างเรียบร้อยหมดแล้ว ไม่มีทางที่เธอจะลืมได้แน่ ๆ

ณิชชยาหยิบเอาไม้เบสบอลที่วางหลบอยู่หลังตู้โชว์รางวัลของน้องชายออกมาและค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้บานประตูพร้อมกับแบตเตอรี่ของมือถือที่ค่อย ๆ หมดลง

“หนูนิด”

“เดี๋ยว ๆ !”

“พี่พีท!”

เสียงร้องอันเจ็บปวดของ ‘คุณหมอพาทิศ อรุณเวศ’ คนรักของหญิงสาวดังขึ้นหลังจากที่เกือบโดนไม้เบสบอลฟาดเข้าที่หัว

“พี่พีทมาไม่ให้ซุ่มให้เสียง หนูนิดตกใจหมดเลยค่ะ แล้วทำไมมาไม่บอกแบบนี้ล่ะคะ” ณิชชยาบ่นอุบใหญ่

“ขอโทษค่ะหนูนิด ตอนแรกพี่ก็ว่าจะบอกหลังจากที่ถึงหน้าบ้านแล้ว แต่พอดีพี่เห็นว่าไฟมันดับเลยนึกว่าหนูนิดเป็นอะไร พี่เลยถือวิสาสะใช้กุญแจที่หนูนิดให้ไว้เข้ามา” พาทิศยิ้มแฮะ ๆ ก่อนจะรีบแก้ตัวโดยไว ณิชชยาจึงมองออกไปด้านนอกก็พบว่าไฟดับหมดทุกที่ ตอนนี้เห็นรถของทางการเข้ามาซ่อมแซมแล้วก็พออุ่นใจ

“พี่พีทนั่งอยู่นี่ก่อนนะคะ เดี๋ยวหนูนิดไปหาไฟฉายก่อน”

“หนูนิดนั่นแหละ นั่งอยู่ที่นี่ดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพี่ไปหามาให้นะ”

ว่าจบก็เดินไปพร้อมกับแสงไฟจากมือถือของตนเอง สักพักก็ออกมาพร้อมกับไฟฉายแบบตั้งโต๊ะ

“ฮืม! ดีนะเนี่ย ซื้อแบบตั้งโต๊ะมา จะได้ไม่ต้องถือให้หนักมือ” เขาวางไฟฉายลงที่โต๊ะรับแขกก่อนจะนั่งข้าง ๆ คนรัก

ทั้งสองคนมองตากันก่อนจะโผเข้ากอดกันด้วยความคิดถึง เพราะถึงแม้ว่าทั้งคู่จะเป็นคนรักกัน แต่การที่พาทิศมีอาชีพเป็นแพทย์นั้นก็ทำให้เวลาไม่ตรงกับเวลาของณิชชยาที่เป็นคุณครูอนุบาล เวลาไม่ตรงกันแถมไม่ค่อยมีเวลาว่างจะมาเจอคนรักคนตนเองอีก

“คิดถึงที่รักของพี่จังเลยค่ะ”

“คิดถึงเหมือนกันค่ะ”

ทั้งสองมองตากันในความมืดที่มีแสงรำไรก่อนที่พาทิศจะขยับตัวเข้าไปใกล้คนรักอีกครั้งและประทับจุมพิตที่ริมฝีปากก่อนที่มันจะกลายเป็นจูบที่แสนหวานที่ใฝ่หา

จูบที่ทำให้หลงอยู่ในภวังค์ ทำให้ชายหนุ่มคืบคลานเข้ามาได้ง่าย ๆ เขาเลื่อนใบหน้าลงหอมที่ซอกคอขาวของหญิงสาว มือก็ค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมากอบกุมที่ฐานเต้าขาวอวบอิ่มของหญิงสาวเอาไว้ก่อนจะเลื่อนใบหน้าคมลงไปเชยชิมสิ่งที่อยู่ตรงหน้าอย่างชำนาญแต่จู่ ๆ ณิชชยาก็ผลักพาทิศออกจากตัวอย่างรวดเร็ว

“เป็นอะไรไปคะหนูนิด? หนูนิดเจ็บเหรอ”

“เอ่อ..เปล่าค่ะ ช่วงนี้หนูนิดเหนื่อย ๆ เลยไม่อยากทำ อีกอย่างเราก็ใกล้จะแต่งงานกันแล้วด้วย หนูนิดว่าเอาไว้ก่อนดีกว่าค่ะ”

“ได้ไหมคะ” เมื่อเห็นคนรักเงียบไป เธอก็ส่งสายตาอ้อนเหมือนแมวน้อยให้แก่เขา ในที่สุดเขาก็ยิ้มออกมาเหมือนกับว่าไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้ง ๆ ที่ในใจรู้สึกแย่ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่แย่มาก แค่เล็กน้อยเท่านั้น

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าหนูนิดเหนื่อย เราขึ้นไปพักผ่อนกันเถอะนะ”

“ขอบคุณนะคะที่เข้าใจกัน”

“ไม่เป็นไรค่ะ ก็พี่รักหนูนิดนี่น่า อะไรที่หนูนิดสบายใจจะทำ พี่ยอมทุกอย่างเลยค่ะ” พาทิศจุมพิศที่หน้าผากของณิชชยา เธอมองเขาและรู้สึกดีใจที่ตัดสินใจเลือกพาทิศในวันนั้น

จากรุ่นพี่ที่เรียนห้องเรียนเดียวกันครั้งที่ยังอยู่มหาวิทยาลัย ตอนนี้กำลังจะกลายเป็นเจ้าบ่าวของเธอในอนาคตแล้ว

เพราะตั้งแต่มีเขาอยู่ พาทิศไม่เคยทำให้เธอเสียใจเลยสักครั้งแถมยังเป็นพลังบวกให้กับเธอมากกว่าพลังลบ..เธอโชคดีแล้วจริง ๆ ที่เลือกเขา

“พวกคุณลองบอกผมมาหน่อยสิ ว่าแปลนบ้านในโครงการพวกนี้มันมีข้อบกพร่องยังไงบ้าง? แล้วพวกคุณประชุมกับทางผู้รับผิดชอบสร้างบ้านโครงการนี้หรือยัง?แล้วเขาว่ายังไงบ้าง?ไม่เห็นมีรายงานมาให้ผมเลย”

“เอ่อ..คือ..”

“ถ้ามองไม่เห็นว่าผิดพลาดยังไง ผมจะบอกพวกคุณให้ก็ได้นะ”

“ผมบอกตรง ๆ ว่าแปลนที่พวกคุณนำมาเสนอผม มันแย่มาก”

“พวกคุณจะสร้างบ้านที่ไม่ใช่บ้านหรือไงครับ? เอาเปรียบผู้บริโภคขนาดนี้ บริษัทเราเสียหายมากเลยนะครับ ราคาสูงแต่ลูกค้าได้รับผลประโยชน์น้อย เอาแต่ได้เกินไปหรือเปล่า? อยากกู้ชื่อเสียงบริษัทคืนหลังจากที่นักข่าวเล่นข่าวหรือไง?”

“หรืออยากโดนติดแบล็คลิสต์ก่อนไล่ออก?”

ในขณะเดียวกัน ณ บริษัทโครงการหมู่บ้านจัดสรรที่ใหญ่ที่สุดในประเทศกำลังเกิดการประชุมการจัดตั้งโครงการหมู่บ้านจัดสรรโครงการใหม่ขึ้น แต่แปลนบ้านและแผนงานที่พนักงานนำมาเสนอกลับไม่ถูกใจ ‘ปฐวี’ เลยสักนิด

เขาโยนแบบแปลนไปด้านหน้าก่อนจะพูดจบการประชุมและเดินออกมาโดยมีปาลิตาผู้เป็นน้องสาวแท้ ๆ เดินตามออกมาด้วย

“พี่วียังจะให้โอกาสพวกเขาอีกเหรอคะ เห็นพูดอะไรไปก็ทำไม่ได้สักอย่าง แบบนี้จะทำให้บริษัทเราแย่เอานะคะ” เธอว่าเหมือนไม่ได้คิดอะไร หน้าตาเฉยชาเหมือนไม่มีความรู้สึก

“ยังไม่ครบสามครั้งเลยตา นี่ครั้งที่สอง อีกอย่างพี่ยังไม่ได้อนุมัติให้สร้าง เพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก” ปฐวีบอกน้องสาวและก้มลงเซ็นเอกสารต่อ ไม่ได้สนใจอะไรอีก

“พี่วีไปเอาความคิดผิดสามครั้ง ไม่ให้โอกาสมาจากไหนกันเนี่ย”

“แล้วเรื่องโรงเรียนของน้องรัก พี่วีมั่นใจนะคะว่าจะเปลี่ยนโรงเรียนจริง ๆ” ปาลิตาเอ่ยถามพร้อมกับนั่งกอดอกมองพี่ชายเพราะสิ่งที่เธอกำลังจะพูดนั้นมัน ‘คงจะสำคัญ’ กับปฐวีมากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้

“ทำไม? ตาคิดว่าไงล่ะ โรงเรียนอุ่นรักก็ดีอยู่หรอก แต่ในความคิดพี่โรงเรียนนานาชาติยังไงก็ดีกว่า น้องรักจะได้ฝึกภาษาหลาย ๆ ภาษาไปด้วย ถ้าในอนาคตน้องรักอยากไปเรียนต่อด้านไหนก็จะได้ไม่ลำบากมาก”

“พัฒนาการความรู้ของเด็กอายุเท่านี้สำคัญที่สุดนะ รู้ไหมเรา?”

“ตารู้เรื่องนี้ดีค่ะ แต่เรื่องที่ตาจะบอกพี่วีไม่ใช่เรื่องของน้องรัก”

“แล้วเรื่องอะไร?”

“ก็เรื่อง..”

ยังไม่ทันที่ปาลิตาพูดจบ เสียงเคาะประตูก็ดังเข้ามา เลขาของปฐวีเดินเข้ามาแจ้งว่าเลขาของคุณภูวดล ผู้เป็นพ่อของสองพี่น้องทัศนีรัตนากุลขอเข้าพบปฐวีเป็นการส่วนตัว ปาลิตาจึงขอตัวกลับไปทำงานต่อ

“คุณโฉมมีอะไรจะคุยกับผมงั้นเหรอครับ”

“ท่านประธานต้องการให้ท่านรองไปพบท่านที่บ้านหลังเลิกงานค่ะ ท่านบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยกับท่านรอง ซึ่งเรื่องนี้ดิฉันไม่สามารถรู้ได้ว่าเป็นเรื่องอะไรนะคะ” คุณโฉม เลขาสาววัยกลางคนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกับปฐวีแจ้งเรื่องพร้อมกับพูดดักไว้ก่อนที่ปฐวีจะถาม ทำให้ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาเพราะรู้ว่าอย่างไรเสียก็ต้องเป็นเรื่องเดิม ๆ

“แล้วครั้งนี้ขอให้ท่านรองไปด้วยนะคะ เพราะคุณผู้หญิงท่านคิดถึงท่านรองมากค่ะ”

“พ่อเรียกผมมามีธุระอะไรครับ” มาถึงบ้านทัศนีรัตนากุล เขาก็ไปพบกับมารดาให้พอหายคิดถึงอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็ตรงเข้ามาถามบิดาที่กำลังนั่งเซ็นเอกสารอยู่ในห้องทำงานทันที

ส่วนคนโดนถาม ท่านก็เงยหน้าขึ้นมองลูกชายเล็กน้อยก่อนจะยื่นเอกสารให้คุณโฉมและคุณโฉมเองเมื่อรับเอกสารมาแล้วก็รีบออกไปอย่างรู้ความ

“ว่ายังไงครับพ่อ พ่อมีอะไร?”

“แกนั่งก่อนสิ ให้ฉันจิบชง จิงชาสักนิดก่อนไม่ได้หรือไง”

“ไม่เป็นไรครับ ผมยืนได้”

“ถ้าอย่างนั้นก็แล้วแต่แก เก่งทุกอย่างอยู่แล้วนี่”

“ถ้าพ่อจะเรียกผมมาทะเลาะ ผมกลับนะครับ”

“เดี๋ยว! ไอ้ลูกคนนี้นี่ เออ ๆ”

“ตอนไหนแกจะแต่งงานสักที”

“อันนี้คือธุระของพ่อหรือคำถามไถ่ปกติครับ”

“ธุระ”

“แกน่ะอายุไม่ใช่น้อย ๆ แล้วนะ สามสิบกว่าแล้ว แล้วแม่แกก็บ่นกับพ่อทุกวันจนพ่อหูชาไปหมดแล้ว แกก็มีหนูจีอยู่ด้วยนี่ หนูจีก็ออกจะเหมาะสมกับแกดีออก จะรออะไรอีก”

“ผมกับจีเราเป็นแค่เพื่อนกันครับ”

“เหรอ? แกไม่เห็นข่าวซุบซิบหรือไง ยิ่งหนูจีเป็นถึงดาราดัง ยังไงคนเขาก็ดูออกว่าไม่ใช่เพื่อนธรรมดา”

“หรือว่าแกมีใครอยู่ในใจอีก?”

คำถามของผู้เป็นบิดาแทงเข้าไปในใจดำของปฐวีเข้าจนเขานิ่งไปครู่หนึ่ง แน่นอนว่าการชะงักและแววตาที่สั่นไหวของปฐวีก็ทำให้คุณภูวดลสังเกตเห็นได้

คนที่ท่านคิดก็มีอยู่แค่คนเดียว คนที่ติดอยู่ในใจของปฐวีมีแค่คนเดียวเท่านั้น ไม่มีวันเป็นคนอื่นได้นอกจากคนนี้แน่ ๆ

“ไม่มีครับ ผมไม่มีใครอยู่ในใจ”

“พ่อไม่ต้องมาเกลี้ยกล่อมผมเพราะแม่หรอกนะครับ ยังไงผมก็ไม่แต่งและผมจะพูดเป็นครั้งสุดท้ายว่าจีเป็นแค่เพื่อนของผม”

“ก็ได้ ๆ ฉันยอมแกก็ได้ หลังจากที่แม่แกรู้คำตอบของแก ฉันคงจะโดนแม่แกบ่นจนหูชาจนแก่ตาย” ท่านว่าประชดก่อนจะหยิบเอาซองเอกสารในลิ้นชักโต๊ะทำงานออกมาและยื่นให้แก่ลูกชาย

“แล้วนี่..นี่เป็นเอกสารทวงหนี้และใบสัญญากู้ของลูกหนี้คนหนึ่ง ฉันจะวานให้แกไปจัดการเรื่องนี้หน่อย”

“พ่อใช้คนของพ่อไปก็ได้นะครับ ไม่จำเป็นต้องให้ผมจัดการหรอก” เขาดันเอกสารกลับไปที่เดิมแต่คุณภูวดลกลับหัวเราะออกมาแทนที่จะโกรธ

“แกจัดการได้ดีกว่าคนของพ่อ”

“พ่อจะไม่บังคับให้แกทำหรอก แต่เปิดดูก่อนก็ได้ เผื่อจะเปลี่ยนใจ” คำบอกเล่าปนคำเชิญชวนของผู้เป็นบิดาทำให้เขาขมวดคิ้วมองเพราะมันดูไม่น่าไว้ใจแต่ก็ทำให้เขาอยากเปิดมันขึ้นมาอ่านดู

ปฐวีคิดอยู่ไม่นานก็ตัดสินใจเปิดเอกสารออกดู เป็นเอกสารสัญญากู้และข้อตกลงต่าง ๆ พร้อมกับสลิปเงินและหลักฐานส่วนตัวต่าง ๆ ของผู้กู้

ชายหนุ่มกวาดสายตาอ่านเอกสารทั้งหมดจนมาถึงสัญญาการกู้ แววตาของเขาก็เกิดสั่นไหวขึ้นอีกครั้งเพราะชื่อและนามสกุลที่เขาเห็นคือชื่อและนามสกุลของคนที่เขาคุ้นเคย

คนที่เขาไม่เคยลืม

นายภวัต อิ่มฤดี ผู้กู้

นางสาวณิชชยา คงวาที ผู้ค้ำประกัน

“อ้าวพี่วี ไม่อยู่ทานข้าวก่อนหรือคะ”

“พี่วี?” ปาลิตาที่เพิ่งกลับมา เธอพบกับปฐวีก็เอ่ยเรียกคนที่เดินดุ่ม ๆ ออกไปจากบ้านเหมือนกับว่ากำลังโกรธใครสักคนอยู่

“รีบไปไหนน่ะ”

ปฐวีที่เดินออกมาโดยที่ไม่ฟังเสียงเรียกของน้องสาว เขาขึ้นรถและปิดประตูเสียงดังลั่นจนคนคิดว่าที่เขารีบเดินออกมาเป็นเพราะว่าทะเลาะกับบิดา ทั้ง ๆ ที่จริงแล้วมันไม่ใช่

เสียงมือที่กระทบกับพวงมาลัยรถและเอกสารที่ถูกกำไว้แน่นด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งโกรธ ทั้งเสียใจ ทั้งดีใจมันอัดอั้นรวมกันอยู่ในใจของเขาเต็มไปหมด

ภาพทุกอย่างพร้อมกับใบหน้าของอีกคนที่ตราตรึงอยู่ในความทรงจำกลับเข้ามาอีกครั้ง จากที่เคยรักมากก็กลายเป็นเกลียดขึ้นมาทันที..เกลียดที่เธอทิ้งเขาไป..ทำให้เขาเป็นคนโง่เง่าคนหนึ่งที่ไม่ลืมเธอสักที

หนูนิดไม่ได้รักวี รักมันกินไม่ได้หรอก เลิกโง่สักทีเถอะ

ประโยคสุดท้ายที่เธอบอกเขายังติดอยู่ในใจ เสียงของเธอยังคงติดอยู่ในนี้จนฝังลงในส่วนที่ลึกที่สุดภายในจิตใจ

“ฮโหลคุณธีร์ ผมมีเรื่องด่วนให้คุณจัดการหน่อย” ชายหนุ่มยกมือถือต่อสายตรงไปที่ผู้ช่วยของตนเองทันทีด้วยใบหน้าที่เรียบเฉยแต่แววตายังคงมีความรู้สึกที่รุนแรงผสมกันจนแยกไม่ออกว่าอะไรเป็นอะไร

“คุณไปตามสืบชีวิตของผู้หญิงคนนี้ให้ผมทีว่าตอนนี้เขาเป็นยังไง อยู่กับใครบ้าง อืม..ขอด่วนที่สุด เพราะผมมีเรื่องสำคัญที่เขาจำเป็นต้องรู้”

สั่งจบ ปลายสายรับคำก็กดวางทันที ในขณะเดียวกันเขาก็หลับตาลงและพยายามทำให้ตนเองใจเย็นขึ้นและยิ้มอย่างชั่วร้ายออกมา

“ถ้าวันนั้นผมเป็นคนเจ็บ วันนี้คุณก็ต้องเจ็บมากกว่าผมหลายเท่า..เตรียมตัวรับความเจ็บปวดที่คุณเคยทำไว้กับผมได้แล้ว”

“ณิชชยา”
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
97 Bab
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status