หน้าหลัก / โรแมนติก / หวนไฟรัก / บทที่ 4/3 หมาหวงก้าง

แชร์

บทที่ 4/3 หมาหวงก้าง

ผู้เขียน: คณานางค์
last update วันที่เผยแพร่: 2026-02-14 22:44:26

“แน่นมากเลยมาร์”

“เบาๆ ค่ะ”

“อย่าบ่น”

“ตะ... แต่มันแรงไป”

“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”

‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ

“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์

แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว

“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”

“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”

“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป

“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”

“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”

“เบื่อแน่เหรอ วันไหนๆ ก็บังคับจับมาร์มานอนด้วยอยู่เรื่อย”

รู้แล้วก็อย่าถามสิ

เขาเหรอจะเบื่อเธอ ยิ่งได้ยิ่งอยากได้อีกล่ะสิไม่ว่า

ผู้บุกรุกไม่สนใจใบหน้าเง้างอน สวมใส่กางเกงลวกๆ ไม่ใส่เสื้อ คว้าผ้าเช็ดตัวผืนเล็กมาคลุมกายมาลินี ก่อนกระเตงอุ้มเธอเหมือนอุ้มเด็กขึ้นบันไดไปชั้นสอง มาถึงห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ คิ้วกระตุกกับความมินิมอลของห้องนอนเธอที่ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งเลยสักชิ้น

“เธอนอนห้องนี้เหรอ”

สภาพมันไม่ต่างจากห้องเก็บของ หรือจะเรียกว่าห้องเก็บของจริงๆ ก็ได้ เพราะข้างนอกมีโต๊ะเก้าอี้เก่าๆ และข้าวของรกสกปรกมีฝุ่นเกาะเต็มไปหมด ดีหน่อย แค่มีผนังบางๆ กั้นให้เป็นห้อง ไม่อย่างนั้นเธออาจจะต้องนอนคลุกฝุ่นอยู่กับข้าวของพวกนั้น

แทนคุณรู้ว่ามาลินีนอนที่ร้าน แต่เขาไม่เคยรู้ว่าสภาพความเป็นอยู่ของเธอจะแย่ขนาดนี้ หอพักถูกๆ ของเธอดูดีดูหรูไปเลยถ้าเทียบกับห้องนอนนี้ ห้องอาบน้ำข้างล่างก็ทั้งเล็กและแคบ คล้ายกับว่าสร้างไว้ให้มาลินีเพราะอยู่คนละส่วนกับห้องน้ำสำหรับลูกค้า

“ค่ะ บ้านมาร์”

ในห้องสี่เหลี่ยมนั้นมีแค่ผ้าห่มผืนใหญ่ที่ปูรองไว้กลางห้อง มีหมอนหนึ่งใบ และพัดลมที่เสียบปลั๊กไว้พร้อมใช้งาน มุมห้องมีกระเป๋าเป้ใบเล็กที่เธอเอามาจากหอพัก

มาลินีไม่เคยคิดว่าความเป็นอยู่ของตัวเองแย่เลยถ้าหากแวบหนึ่งไม่เผลอมองเห็นแววตาไม่พอใจจากแทนคุณ ตัวเธอสั่นเพราะหนาวเผลอซุกกายเข้าหาอ้อมอกกว้าง แทนคุณไม่ได้ผลักไส ตรงข้ามเขากระชับกอดพาเรือนร่างเธอก้าวเข้าไปข้างใน จับเธอให้นั่งตากพัดลมเป่าผมให้แห้ง

“ถ้าไอ้นุไม่เอาหมอนกับผ้าห่มมาให้ เธอต้องนอนพื้นแข็งๆ เหรอ”

“เมื่อก่อนไม่ใช่แบบนี้ค่ะ มันน่าอยู่กว่านี้ แต่แม่เลี้ยงโกรธมาร์ เอาของใช้ของมาร์ไปเผาทิ้งหมดเลย พัดลมมาร์เก็บเงินซื้อตั้งนานก็เอาไปเผา มาร์ไม่รู้ว่ามาร์ทำอะไรผิดนักหนา ทำไมต้องเกลียดมาร์”

“ถ้าพวกเขาไม่ดีกับเธอ เธอจะกลับมาให้พวกเขาโขกสับทำไม อยู่หอตลอดไปเลยสิมาร์ เรียนจบก็หางานทำ ใช้ชีวิตอยู่ในเมือง ขาดเหลืออะไรให้บอก เรื่องเงินก็ด้วย ฉันจะดูแลเธอเอง...”

ทิ้งกายนั่งลงข้างๆ เกลี่ยปอยผมชุ่มน้ำออกจากกรอบหน้าหวาน กดจูบลงข้างแก้ม ไม่อยากให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวกับการไม่เคยได้รับความรักจากใคร

“ในฐานะอะไรเหรอคะ”

อาจารย์ ลูกศิษย์

พี่ชายข้างไร่ใจดี

คนรู้จัก

หรือผู้ซื้อ กับสาวขายบริการ

เขาไม่ตอบเธอ

“มาร์จะดูแลตัวเองค่ะ”

“...”

“ถึงคนที่นี่จะไม่ดีกับมาร์ แต่ถ้าพวกเขาไม่ให้อยู่ด้วย มาร์คงแย่กว่านี้ มาร์ไม่มีที่พึ่งที่อื่นอีกแล้ว แค่มีที่ให้นอน มาร์ก็ถือเป็นบุญคุณ”

“...”

“มาร์ว่า... อาจารย์กลับไปเถอะค่ะก่อนจะมีใครมาเห็น มาร์เห็นรีสอร์ตหลายหลังเปิดไฟ วันหยุด น่าจะมีคนมาพักเยอะ ไม่ต้องค้างกับมาร์หรอกค่ะ เช้าๆ จะออกไปลำบาก”

“มียาทาแผลไหม” เปลี่ยนเรื่อง เพราะไม่อยากกลับไปนอนในบ้านโล่งๆ คนเดียว

“มีค่ะ พี่นุซื้อให้”

วูบนั้นแทนคุณตวัดสายตาขึ้นมองเธอ

ภายในห้องนอนเล็กมีแค่เสียงลมหายใจของเขาและเธอ เขาดูเป็นห่วงเธอมาก ซึ่งมาลินีไม่รู้ว่าเชื่อถือได้แค่ไหน เธอจับปลายผ้าเช็ดตัวให้ปิดทรวงอกลงไปถึงเนินสามเหลี่ยม นั่งเหยียดท่อนขาสองข้างให้แทนคุณช่วยทำแผลและทายาแก้รอยฟกช้ำ

ทายาบริเวณขาเสร็จแล้วมือใหญ่กระตุกดึงผ้าเช็ดตัวออก สำรวจรอยฟกช้ำอื่น มีไม่มากที่ท่อนแขนก็ปาดเนื้อยาทาให้แผ่วเบา ใบหน้าพวกเขาใกล้กันแค่คืบเดียว เขามองเธอ เธอมองเขา ไม่มีคำพูด ไม่มีคำถาม มีแค่ความรู้สึกลึกซึ้งที่ส่งผ่านไปให้กัน

“หน้าฉันมีอะไรติดอยู่งั้นเหรอ”

“อาจารย์จะยึดสวนลำไยท้ายรีสอร์ตเหรอคะ”

“พ่อเลี้ยงไม่จ่ายดอกเกือบสองปี เงินต้นยี่สิบล้าน ดอกเบี้ยตั้งเท่าไหร่ พ่อฉันเห็นแก่มิตรภาพไม่ทวง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะปล่อยเงินให้สูญเปล่า ฉันได้มาแค่สิบกว่าไร่มันคุ้มที่ไหนกันมาร์”

“พ่อเลี้ยงคงคิดว่าอาจารย์จะยกให้ทั้งหมด เป็นค่าสินสอด”

“ตอนแรกก็คิดอย่างนั้น แต่พอรู้ว่าลูกสาวเขาไม่อยากแต่งงานกับฉันถึงขั้นเบี้ยวนัดถ่ายพรีเวดดิ้งหนีไปกรุงเทพฯ ฉันก็เริ่มจะหงุดหงิด ให้ทุกอย่างแล้วยังไม่พอใจก็ไม่อยากจะให้ ไม่อยากแต่งก็แค่คืนหนี้มาให้หมด ไม่คืน ไม่แต่ง ได้ไปเฝ้ารากมะม่วงกันยกบ้านแน่”

“อาจารย์รู้เหรอคะ เรื่องคุณลิตาไปกรุงเทพฯ”

“หูตาฉันไม่ได้มีแค่ในภูวรา อีกอย่าง น้องลิตาใช้บัตรเครดิตฉัน เขาเอาไปรูดซื้ออะไร ซื้อที่ไหน ฉันรู้ทั้งหมด”

แต่เขาก็ยังรัก ยังรอ และยังอยากจะแต่งงานกับลลิตาใช่ไหม?

เป็นคำถามที่มาลินีไม่กล้าพูดออกไป

ระหว่างคุณหนูลูกสาวพ่อเลี้ยงธงไทย กับเด็กกาฝากอาศัยในห้องเก็บของแคบๆ อย่างเธอ จะเอาความกล้าจากไหนไปขอร้องให้เขายกเลิกงานแต่งแล้วหันกลับมามองเธอ พูดออกไปกลัวจะถูกหัวเราะเยาะ

นอนกับเขามานานจะว่าไม่รัก ไม่รู้สึก มันจะเป็นไปได้เหรอ มาลินีเอาใจไปผูกกับเขาตั้งแต่สองสามเดือนแรกที่เป็นของเขาเลยด้วยซ้ำ แอบรัก แอบรอเขาเรื่อยมาจนตอนนี้ใกล้จะครบสี่ปี ที่เธอรักเขาข้างเดียว และเจ็บ ที่ต้องคอยเฝ้ามองเขารักลลิตา

“ฉันยังคิดอยู่เลย ว่าแม่เลี้ยงอาจจะสั่งเธอให้ไปตามน้องลิตา”

“ให้มาร์บอกวิธีลัดในการตามคุณลิตากลับบ้านไหมคะ” เธอถามกลับอย่างใจกว้าง

“ระงับบัตรเครดิตเธอสิคะ”

“เธอจะได้รู้ ว่าไม่มีใครดูแลเธอกับครอบครัวของเธอดีได้เท่าอาจารย์อีกแล้ว”

“ไม่มีเงินจากฉัน แล้วน้องลิตาจะเอาจากไหนใช้”

“ก็นั่นสิคะ”

“...”

“ทำไมเธอถึงคิดไม่ได้”

ทำไมยังกล้าปฏิเสธแทนคุณทั้งที่เขาทั้งรักและเอ็นดูขนาดนี้

เธอต้องนอนกับเขาไม่รู้กี่ครั้งกว่าจะได้เงินสักบาท แต่คนที่ใช่ไม่ต้องทำอะไรเลย นั่งสวยๆ เป็นเจ้าหญิง ก็มีเจ้าชายประเคนบัตรเครดิตให้ใช้

มาลินีเก็บซ่อนรอยน้ำตา ทุกครั้งที่เธอเห็นเขาเอาใจลลิตา พาหญิงสาวไปกินข้าว ดูหนัง ซื้อของ มาลินีมักจะอิจฉา อยากผลักลลิตาออกแล้วไปยืนแทนที่ แต่เธอทำแบบนั้นได้ที่ไหนกัน ในเมื่อคนที่เขาต้องการคือลลิตา ไม่ใช่เธอ

คืนไหนลลิตาไม่กลับมานอนบ้าน เธอระแวงว่าจะอยู่กับเขาหรือเปล่า เธอกลัวเขาจะนอนกับลลิตา แล้วมานอนกับเธอต่อ เธอไม่อยากตกอยู่ในความสัมพันธ์น่ารังเกียจ แต่เธอไม่มีความกล้ามากพอที่จะถามออกไปตรงๆ เพราะเธอกลัวคำตอบ ถ้าเขายอมรับออกมาว่าทำแบบนั้น แล้วเธอจะทำยังไง หันหลังให้เขาได้ทันทีเลยหรือเปล่า ในเมื่อยังต้องพึ่งพาเขาในหลายๆ อย่าง

อดทนอยู่กับความหวาดระแวงจนมันกลายเป็นความเคยชิน ได้แต่ปลอบตัวเอง ว่าจะอยู่กับความรู้สึกนี้ไปอีกแค่สามเดือนเท่านั้น รอให้การสอบปลายภาคจบลง เธอจะไม่ทำแบบนี้อีกแล้ว จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขา จะไม่เป็นมือที่สาม จะไม่ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับภรรยาร้าวฉาน กินนอนกับเขาลับๆ มาสี่ปี แล้วเธอก็มาถึงทางตัน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หวนไฟรัก   บทที่ 6/2 ความสัมพันธ์ต้องห้าม

    ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค

  • หวนไฟรัก   บทที่ 6/1 ความสัมพันธ์ต้องห้าม

    หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม

  • หวนไฟรัก   บทที่ 5/3 ผู้หญิงในมุมมืด

    วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ

  • หวนไฟรัก   บทที่ 5/2 ผู้หญิงในมุมมืด

    “นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”

  • หวนไฟรัก   บทที่ 5/1 ผู้หญิงในมุมมืด

    ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq

  • หวนไฟรัก   บทที่ 4/3 หมาหวงก้าง

    “แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status