LOGINในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้ว
อากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดู
TK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทาง
ไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้
เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า
“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”
“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”
“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”
“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”
“มาร์ กับข้าวหมดทำไมไม่ดู รีบเข้าไปบอกพ่อครัวให้เอามาเติม”
“มาร์ เครื่องปิ้งขนมปังไม่ร้อน ลูกค้าบ่น ไม่ได้ฟังเหรอ”
“มาร์ เสร็จจากตรงนี้แล้วไปขัดสระว่ายน้ำช่วยคนงานด้วยนะ”
“มาร์ คนงานมาขอคุยด้วยถามค่าแรงเหมาเก็บลำไยทั้งสวน”
“มาร์ แม่เลี้ยงโทรมาบอกว่าช่วยงานทางนี้เสร็จแล้วให้ไปหา”
มาร์ มาร์ มาร์ แล้วก็มาร์ มาร์ มาร์ เธอวิ่งหน้าวิ่งหลังไปรอบร้านจนหัวหมุน กว่าจะได้กินข้าวเช้าก็ก่อนห้องอาหารจะปิดแค่สิบนาที ยืนเหม่อหน้าหม้อข้าวต้มที่เหลือแต่วิญญาณ ส่วนเนื้อกับข้าวหายไปอยู่ในท้องลูกค้าหมดแล้ว เธอตักแค่เศษน้ำใส่ถ้วยกับตักไข่ดาวใส่จานหลบมานั่งกินเงียบๆ ที่สวนดอกไม้หลังร้านอาหาร
“ผมบอกแล้วว่าอาหารที่นี่มีไม่มาก ให้คุณแทนนัดอินทีเรียไปคุยงานแล้วก็กินข้าวเช้าในรีสอร์ตภูวรา”
“แค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ หมดแล้วก็ไม่เป็นไร”
ได้มาเห็นในสิ่งที่อยากเห็นก็นับได้ว่าคุ้มค่าสำหรับแทนคุณ
“ไปกันเถอะ ฝากนายโทรบอกอินทีเรียให้ไปเจอกันที่ภูวรา”
แทนคุณชวนดนุกลับไปที่รถ และขับย้อนกลับไปกินอาหารเช้าในห้องอาหารของรีสอร์ตเขา
รถส่วนตัวของแทนคุณเคลื่อนออกห่างจากร้านอาหารกลางม่อนแลดาว แต่ภาพมาลินีนั่งหลบอยู่มุมหนึ่งในร้านกำหมัดทุบลงที่ขาบีบนวดให้ตัวเองพลางทำปากยื่นนั้นยังอยู่ในสายตาคนขับรถ
จากตั้งใจจะมาบ่นเด็กดื้อเรื่องอ่านไลน์แต่ไม่ตอบ เห็นเธอทำงานเหนื่อย เขาสงสารอีกทั้งยังเอ็นดูจนบ่นไม่ลง
ช่วยงานในห้องอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาลินียกอุปกรณ์ทำความสะอาดมาช่วยคนงานอีกสองคนขัดสระว่ายน้ำที่มีตะไคร่น้ำหลายจุด ลูกเล็กของแขกหนึ่งกลุ่มวิ่งซนพลาดลื่นหัวแตก เดือดร้อนทางรีสอร์ตต้องออกเงินค่าพยาบาลและจ่ายค่าทำขวัญ ที่เธอกับดนุกลับมาถึงบ้านช้าในช่วงเย็นวันวาน ก็เพราะแวะไปเยี่ยมคนบาดเจ็บที่โรงพยาบาลและมอบเงินเยียวยา ดนุมาตรวจสถานที่ จัดการปิดสระว่ายน้ำชั่วคราวเพื่อทำความสะอาด
ทางรีสอร์ตเพิ่งปลดพนักงานไปสองคนช่วงปลายเดือนที่แล้ว หวยมาออกที่มาลินี ต้องเปลืองแรงช่วยงานให้หลากหลายมากขึ้น
“มาร์! รีบขึ้นมาจากสระว่ายน้ำเร็วเข้า!”
“มีอะไรเหรอพี่บัว”
“เออน่า เดี๋ยวเล่าให้ฟัง”
เรือนร่างเล็กเปียกม่อลอกม่อแลกอยู่ในสระที่ไม่มีน้ำ
อีกฝ่ายมีอากัปกิริยาลุกลี้ลุกลน อยากพูด แต่กลัวคนงานคนอื่นจะได้ยินด้วยจึงเร่งรัด
“จะเล่าให้มาร์ฟังได้หรือยังพี่บัว”
“พ่อเลี้ยงเมา ซ้อมแม่เลี้ยง!”
“ว่าไงนะ”
“เออน่า เร็วเข้าเถอะ แม่เลี้ยงจะตายอยู่แล้ว!”
มาลินีวิ่งเร็วจนหอบเหนื่อย ลัดสวนดอกไม้ลัดสนามหญ้าขนาดใหญ่มาถึงเรือนกล้วยไม้ชั้นเดียวที่ตั้งโดดเดี่ยวอยู่หลังเรือนไม้สัก
“คุณแจ่ม!” เธอมาถึงช้าเกินไป การตบตีได้จบลงแล้วและพ่อเลี้ยงก็ไม่ได้อยู่ในเรือนกล้วยไม้อีกแล้ว
มาลินีวิ่งเข้าไปพยุงปีกข้างแม่เลี้ยงแจ่มจันทร์ให้เลิกนอนคว่ำหน้าบนพื้น เธอโกรธที่เห็นรอยเลือดบนมุมปากคุณแจ่ม และรอยช้ำเป็นจ้ำๆ กระจายบนแก้ม ต้นคอ และต้นแขนของท่าน
“เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมพ่อเลี้ยงต้องลงไม้ลงมือกับคุณแจ่ม หรือทะเลาะกันเรื่องสวนลำไยอีกแล้ว”
“ไม่มีอะไรหรอก พ่อเลี้ยงแค่เครียดเรื่องหนี้สิน แล้วก็เรื่องที่คุณลิตาหนีออกจากบ้าน เขาติดต่อคุณลิตาไม่ได้เลย ส่งคนไปดูที่กรุงเทพฯ ก็ไม่เห็นคุณลิตาที่คอนโดฯ คนของภูวราก็คอยโทรมาถามไม่เลิกว่าจะไปลองชุดวันไหน ถ่ายพรีเวดดิ้งวันไหน พ่อเลี้ยงกลัวงานแต่งถูกยกเลิก แล้วบ้านกับรีสอร์ตจะถูกคนจากตระกูลนั้นยึดไปเหมือนสวนลำไย”
“โกรธลูกตัวเอง แต่มาลงกับคนอื่นมันยุติธรรมแล้วเหรอคะ”
“พ่อเลี้ยงเมา เขาดื่มเหล้าตั้งเยอะ แกดูขวดเหล้าที่อยู่ตรงนั้นสิ”
มันเยอะถึงขั้นที่เอาไปชั่งโลขายได้เงินหลายบาท มาลินีคับแค้นใจ
“ทำไมคุณแจ่มไม่สวนไปสักหมัด ทำไมต้องยอมให้พ่อเลี้ยงตบตีฝ่ายเดียว”
“แกอย่าพูดบ้าๆ ได้ไหมนังมาร์ แกจะให้ฉันสู้ผัวของฉันไปทำไม”
“ก็เพื่อไม่ให้คุณแจ่มถูกทุบตีฝ่ายเดียวไงคะ เขาจะได้รู้ว่าคุณแจ่มสู้”
“ฉันเป็นผู้อาศัย แกก็เป็นผู้อาศัย หัดจำใส่กะโหลกไว้ แล้วอย่าหาเหาใส่หัว อย่าแส่ไม่เข้าเรื่อง จุ้นจ้านมากๆ จะไม่เหลือที่ให้ซุกหัวนอน!”
“พ่อเลี้ยงเมาทุกวันเลยมาร์ ดูขวดเหล้าสิ เต็มเรือนกล้วยไม้ไปหมด พอคุณแจ่มแวะมาดูก็โกรธ ตบตีคุณแจ่มทุกวันเลย ฉันเห็นกับตา”
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”
ตกดึก มาลินีย่องเบามาทางเรือนกล้วยไม้ ใช้กุญแจสำรองที่แม่เลี้ยงให้มาไขประตู เธอไม่กล้าเปิดไฟ ส่องแค่ไฟฉายไปตามทางเดินที่มีขวดเหล้าและก้นบุหรี่เกลื่อนพื้น เธอย่ำเท้าเข้าไปในห้องทำงานให้เบาที่สุด ดึงลิ้นชักออกมามองหากรอบรูปนั้น แล้วเธอก็เห็นกรอบสี่เหลี่ยมสีขาวที่คว่ำหน้าอยู่ในมุมที่ลึกที่สุดแสงจากไฟฉายกระบอกเล็กริบหรี่จนแทบจะส่องไม่เห็นทาง แต่เมื่อเธอสาดแสงใส่ใบหน้าสวยที่มีรอยยิ้มสดใสน้ำตาของเธอก็ไหลออกมา เธอรู้แล้วทำไมพ่อเลี้ยงเกลียดเธอ เพราะเธอมีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับแม่ไม่มีผิดปี๊กกกกกพ่อเลี้ยงเพิ่งกลับมาถึงบ้าน เขาบีบแตรก่อกวนให้ใครสักคนมาต้อนรับ มาลินีกลัวเขาจะมาเจอเธอ รีบล็อกประตูและหลบหนีออกจากเรือนกล้วยไม้ วิ่งพ้นเขตบ้านแล้วเธอแหงนหน้าชมจันทร์ อึดใจเดียวเธอก้มหน้าถอนหายใจ เสียดายที่ไม่มีความกล้ามากพอจะถ่ายรูปของแม่เก็บไว้ ภาพท่านยังตรึงตา มาลินีเชื่อ ถ้าได้เจอกันอีกครั้งเธอก็ยังจำหน้าแม่ได้ กาลเวลาผ่านมากว่ายี่สิบปี ใบหน้าแม่อาจจะเปลี่ยนไปเป็นมีอายุ แต่เธอจะไม่มีทางลืมหน้าแม่ของตัวเองดึกดื่นเที่ยงคืนไม่มีลูกค้าออกมาเดินเล่นนอกห้องพัก มีแค่มาลินีค
หลังเลิกเรียน มาลินีกลับมาเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายหลัง ออกมาโบกรถเข้าเมืองให้ไปส่งที่คิวรถกาดหลวง นั่งเบื่อๆ รอรถออกเกือบครึ่งชั่วโมง รถออกแล้วก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงกว่ารถสองแถวจะขับผ่านถนนสายหลักใกล้กับทางแยกไปรีสอร์ตม่อนแลดาว มาลินีไม่ชอบพึ่งพาใคร ท้องฟ้ามืดลงแล้วแต่เธอก็เดินชิดขอบทางของเธอไปคนเดียว มีรถกระบะคันหนึ่งแซงขึ้นหน้ามาจอดเทียบเธอ และลดกระจกลงแซวเหมือนพวกจิ๊กโก๋“ไงจ๊ะน้องสาว สนใจขึ้นรถไปกับพี่หรือเปล่า”“พี่นุ”เธอติดรถเขามาที่ร้าน ดนุซื้อข้าวกับกับข้าวมาด้วย เขาชวนเธอกินด้วยกัน มาลินีเข้าครัวไปหยิบช้อนส้อมออกมาที่โต๊ะริมระเบียง มีดนุรับช่วงต่อแกะกับข้าวใส่จาน“ก็เลยต้องแบ่งกับข้าวให้มาร์กินด้วย ขอบคุณมากๆ นะคะ”“ถ้ารู้ว่ามาร์กลับบ้าน พี่จะซื้อกับข้าวมาเยอะกว่านี้”“มาร์กินสองสามคำก็อิ่มแล้วค่ะ แค่รองท้องไม่ให้หิวดึกๆ ก็พอ”“สองสามคำจะไปอิ่มอะไร นี่ข้าว กินให้หมดก้อนเลยนะ”“พี่นุจะอิ่มเหรอคะ ปกติพี่นุชอบกินข้าวเยอะๆ ไม
วันจันทร์แทนคุณมีสอนวิชาแรกเวลาแปดนาฬิกาในรายวิชาศึกษาทั่วไปให้นักศึกษาจากคณะอื่น สอนเสร็จเวลาสิบนาฬิกาอาจารย์หนุ่มย้อนกลับมาที่ตึกคณะ เรือนร่างสูงของบุรุษเพศมีเสน่ห์เกินต้าน แต่เพราะขึ้นชื่อเรื่องความดุและเรื่องการออกข้อสอบยาก นักศึกษาเกือบทั้งตึกจึงกลัวเขายกมือไหว้เสร็จแล้วเดินหนีไปอีกทาง“นั่นไง อาจารย์แทนเดินเข้าไปในห้องพักพอดีเลย”“ไม่พร้อมอะ ขอทำใจอีกครึ่งชั่วโมงได้ไหม”รวมถึงกลุ่มเพื่อนของมาลินีที่เกรงกลัวอาจารย์ที่ปรึกษา ลำพังเรียนกับเขามาตลอดสี่ปีแล้วได้แค่เกรดซีทั้งกลุ่มก็ทรมานจะแย่ ปีสี่เทอมสุดท้ายยังจะจับได้เขามาเป็นที่ปรึกษาโพรเจ็กต์จบ พวกเธอแทบอยากจะดร็อปเรียนแล้วรอลงเรียนใหม่ในปีหน้า อย่าว่าแต่เพื่อนๆ เลย มาลินีที่แอบมีความสัมพันธ์กับเขาก็กลัวจะเรียนไม่จบ กับแทนคุณเธอเล่นเส้นได้ที่ไหนกัน ถ้าเล่นเส้นได้ เธอคงไม่ได้แค่เกรดซีหรือดีบวกในบางเทอมพานฉุดเกรดเฉลี่ยรวมให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน“ไปเถอะ เผื่ออาจารย์มีสอนวิชาอื่นจะคลาดกัน”“มาร์นำไปก่อนเลย”ความซวยมาตกอยู่กับคนที่พูดเ
“นังบัว แกหุบปาก! ไม่ต้องไปพูดอะไรให้นังมาร์ฟัง แกอยากให้มันถูกพ่อเลี้ยงตีอีกหรือไง ฉันไม่อยากเห็นภาพนั้นอีกแล้ว!”“ขอโทษค่ะคุณแจ่ม”มาลินีที่ได้ยินเรื่องราวไม่เป็นธรรมเหล่านั้น เธอรู้สึกโกรธ เธอสงสารคุณแจ่ม ไม่อยากให้เนื้อตัวของท่านมีรอยแผลไปมากกว่านี้จึงปล่อยมือจากท่าน กึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากเรือนกล้วยไม้ไปตามหาพ่อเลี้ยง“พ่อเลี้ยงตบตีคุณแจ่มทำไม!”“อีมาร์! มึงเข้ามาเหยียบบ้านกูทำไมอีตัวกาลกิณี!”พ่อเลี้ยงธงไทยหมดสภาพจากอาการเมาค้าง เหยียดขาเอนกายนอนบนชุดรับแขก ปวดตุบๆ อยู่ในหัว นวดคลึงให้หายปวดก็ปวดมากขึ้น จากเสียงกรีดร้องของนังเด็กกาฝากที่ท่านเกลียดมันถึงขั้นอยากฆ่าให้ตาย“ยี่สิบปีมานี้! คิดว่าใครกันที่คอยอยู่ข้างๆ คอยทำงานรับใช้ คอยรองมือรองเท้า ไม่เคยบ่น ไม่เคยทิ้งพ่อเลี้ยงให้ลำบากคนเดียว คิดว่าคุณแจ่มไม่มีที่ไปถึงขั้นนั้นเลยเหรอ เป็นพ่อเลี้ยงมากกว่ามั้ง ที่จะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณแจ่ม เพราะคงไม่มีผู้หญิงคนไหนเหลียวแลเศรษฐีที่เหลือแต่ตัว แต่ไม่มีเงินในบัญชีสักบาทอย่างพ่อเลี้ยง!”
ในตอนที่ลืมตาตื่น ข้างกายของมาลินีไม่เหลือไออุ่นจากแทนคุณอีกแล้วอากาศยามเช้าค่อนข้างหนาวผ้าห่มผืนเดียวในห้องไม่ช่วยให้อุ่น เธอหนาวจนไม่อยากออกจากผ้าห่ม แต่จำเป็นต้องตื่นตามเสียงนาฬิกาปลุกเตรียมตัวไปช่วยพนักงานคนอื่นทำงานในห้องอาหาร มีหนึ่งการแจ้งเตือนจากแทนคุณมาลินีลองกดเข้าไปดูTK: เข้าเมืองด้วยกันไหม ไปกี่โมงก็บอก จะแวะรับกลางทางไปถึงกลางทางแล้วขนาดนั้น เธอคงไม่หาเรื่องเหนื่อยให้ตัวเอง ลงจากรถสองแถวไปนั่งหน้าแห้งรอเขาข้างถนน เพื่อจะถูกเฉดหัวให้ลงไปโบกรถสองแถวคันใหม่อีกที เพราะนั่งรถไปกับเขาจนถึงมหาวิทยาลัยไม่ได้เธออ่าน แต่ไม่ตอบ อาบน้ำแต่งตัวก่อนรีบไปช่วยงานในห้องอาหารที่มีลูกค้ามารอใช้บริการตั้งแต่ยังไม่เจ็ดโมงเช้า“มาร์ ไปเก็บโต๊ะในสวนให้ที ลูกค้าไปกันหมดแล้ว”“มาร์ เอาผ้าชุบน้ำไปถูตรงระเบียงด้วย ลูกค้าทำกาแฟหก”“มาร์ ไปรับลูกค้า เช็กเลขห้องแล้วติ๊กถูกไว้ด้วยล่ะ”“มาร์ พี่ติ๊กปวดท้อง ไปทำไข่ดาวกับไข่เจียวให้ลูกค้าที”&ldq
“แน่นมากเลยมาร์”“เบาๆ ค่ะ”“อย่าบ่น”“ตะ... แต่มันแรงไป”“เจ็บหรือเสียวเอาดีๆ”‘เสียวสิคะ ถามมาได้’ มาลินีอายที่จะตอบ“อ๊ะ” เธอสู้ สอดท่อนแขนกอดรอบต้นคอดึงรั้นเขาลงมาแลกจูบ ดันลิ้นอุ่นเล็กเข้ามาในโพรงปาก กวาดต้อนลิ้นเอาคืนเขาที่จูบเธอไม่พัก เมื่อเริ่มแล้วมันยากที่จะหยุด พวกเขาจับมือกันให้แน่นขึ้นร่างกายหลั่งสารเอ็นโดฟิน มีความสุขจนไม่อยากจะจบความสัมพันธ์แต่ในนาทีต่อมา เมื่อพวกเขาได้มองตากันก็รู้ว่าความสุขนี้ไม่อาจอยู่ได้ตลอดไป น้ำแตก ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีก็กลับมา แทนคุณจูงร่างแน่งน้อยที่เหน็ดเหนื่อยมาล้างคราบคาว“เสื้อมาร์เปียกหมดเลย มาร์มีตัวเดียวด้วย”“ก็ไม่ต้องใส่ นอนมันทั้งอย่างนี้แหละ”“มาร์ไม่ใช่ชีเปลือยนะ อาจารย์...” เขาไม่ฟังกุมมือเธอออกไป“อาจารย์ไม่เอา ถึงข้างในจะไม่มีกล้องแต่มาร์ก็อายนะ”“อายอะไร เห็นกันมาจนจะเบื่อแล้ว”“เบ







